ตอนที่ 25 การตื่นรู้พลัง
ภายในห้องพักในสำนักที่ยี่สิบเอ็ด เด็กชายหินนั่งบนเตียงมองดูมือ แขนขาตามตัวที่บวมแดง หากมีกระจกเด็กชายจะได้เห็นว่าหน้าของตนดูยับเยินเพียงใดแต่เด็กชายดูจะไม่แย่แสเท่าใด มีเพียงเสียงสูดปากที่มือลูบผ่านตามตัวที่แปลกประหลาดกับเป็ร่างกายผอมบางของเด็กชาย กลับไม่มีชิ้นใดแตกหักหรือิัปริแตกจากการถูกพายุหมัดที่มัพลังถึงสิบหกแรงม้าสักจุดเดียว
“พลังลมปราณ อืม... หนักเอาเื่นะนี่ ใหนดูสิว่าวิธีรักษากายที่ท่านบรรพบุรุษทิ้งเอาไว้จะเยี่ยยอดขนาดใหน”เด็กชายบ่นพึมพร่ำ หวนนึกย้อนไปเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อนตอนที่ตนเองหลับอยู่ในห้องผู้เดียว ในห้วงสำนึกมีชายกลางคนใบหน้าหล่อเหลายืนยิมมาให้ทั้งยังบอกว่าเป็บรรพบุรุษของตนอีกด้วยก่อนจะทิ้งเศษเสี้ยวความจำส่วนหนึ่งที่ขาดหวิ่นไว้ให้หนึ่งในนั้นคือศาลเ้าแป๊ะกงที่เด็กชายได้วางแผนได้เข้ามาเป็ผู้ถูกเลือก!
เด็กชายหินมีความทรงจำส่วนหนึ่งของเฮงัเีั้แ่ก่อนมาเดินทางมาเสียอีก ความทรงจำขาดหวิ่นแม้จะไม่ปะติดปะต่อแต่เด็กชายหินก็ยังพอคาดคะเนได้ว่าเื่ราวในโลกเทวะนี้ไม่อาจวางใจได้แต่เพื่อครอบครัวเด็กชายวางแผนเข้ามาที่โลกฝั่งนี้อีกหนึ่งเหตุผลคือหาว่าเฮงัเีที่กำลังโชติ่กลับต้องาเ็จนตายได้อย่างไรเด็กชายหินดูภายนอกไม่ใช่ผู้แสวงหาชื่อเสียงแท้จริงกลับเป็คนเ้าความคิดมุ่งหวังจะเป็สุดยอดฝีมือในใต้หล้าเช่นดังปลายปากกาของเหล่าปรมาจารย์ผู้แต่งนิยายจีนของโลกใบเล็กส่วนใหย่ชอบเขียนกัน
หนึ่งในความทรงจำที่เฮงัเีทิ้งไว้มีวิธีการรักษาที่ทรงประสิทธิภาพ เพียงแต่ต้องเป็ผู้ใช้ลมปราณที่ชำนาญผู้หนึ่งแต่เด็กชายหินเป็ผู้เยาว์ที่ชาญฉลาดเ้าเล่ห์อย่างศรีธนญชัยรู้จักคิดนอกกรอบดัดแปลงให้เข้ากับตนเองได้ดีเป็พิเศษ เห็นในมือนำเอาผลึก์ขั้นต่ำออกมาสามเม็ดผลึก์ล้วนมีพลังปราณ์จำนวนมากเด็กชายพยายามรวบรวมสมาธีเพื่อหยั่งรู้พลังลมปราณในผลึกอย่างตั้งใจในความคิดในเมื่อตอนนี้ยังไม่อาจสะสมพลังในช่องโพลงในกายได้เช่นนี้ทดลองดึงจากผลึกโดยตรงแล้วกัน
หากมีผู้ใดรู้ความคิดของเด็กชายหินคงได้แต่หัวร่อเพราะการรับรู้พลังลมปราณที่ทุกคนทราบคือการเพาะสร้างในกายบีบอัดจนเป็พลังงานขุมหนึ่งไว้ตามช่องโพลงรวมถึงตันเถียน หากจะใช้ต้องใช้สำนึกควบคุมพลังขุมนั้นออกมากล่าวให้ฟังดูง่ายดายแท้จริงนับเป็ขั้นตอนที่ยากเย็นที่สุดหากไม่อาจผ่านจุดนี้ชั่วชีวิตก็อย่าหมายฝึกฝนลมปราณได้ทั้งหมดคือความรู้ที่ผู้ฝึกตนรับสืบทอดกันมาการกระทำของเด็กชายหินนับเป็การคิดนอกกรอบ ข้ามขั้นตอนไปสู่การหยั่งรู้พลังภายนอกเข้าสู่ภายในซึ่งเป็ขั้นที่สองต่อจากการหยั่งรู้พลังภายในกาย
ราวกับเด็กชายหินเกิดมาเพื่อต่อต้านทุกสิ่งขณะที่ผู้อื่นพยายามแทบเป็แทบตายเพื่อหยั่งรู้พลังภายในกายเด็กชายกลับปล่อยสมาธิด่ำดิ่งลงไปในห้วงความเวิ้งว้างไร้ขอบเขตที่ไม่เข้าใจทั้งไม่อาจรับรู้พลังในกายแต่กลับค่อยๆััได้ถึงพลังปราณกลุ่มหนึ่งที่อยู่ภายนอกมือซ้ายของตนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดเด็กชายเริ่มจะควบคุมพลังกลุ่มนั้นได้อย่างไม่น่าเป็ไปได้หากสิ่งหนึ่งที่รู้ได้คือ ต่อให้ััพลังภายนอกได้ แต่ก็ไม่อาจดึงดูดไปใช้ได้เพราะร่างกายของเด็กชายไม่มีช่องโพลงให้กักเก็บแต่ด้วยวิธีรักษากายที่พิเศษซึ่งเฮงัเีทิ้งไว้กลับทำให้เด็กชายนำพลังงานภายนอกนี้ไปใช้รักษาตนเองเองได้
เด็กชายค่อยๆวางอุ้งมือขวาคว่ำลงกระกบกับฝ่ามือซ้ายชักนำพลังปราณ์เ่าั้มาไว้ที่อุ้งมือขวา เมื่อลูบฝ่ามือขวาไปตามร่างกายอาการบวมแดงค่อยๆยุบตัวลงอย่างช้าๆ แต่ในที่สุดก็หายไปราวกับปลิดทิ้งนับเป็วิธีรักษาที่ผู้คนในปัจจุบันยังไม่รู้จักส่วนใหญ่จะใช้ตัวยาสมุนไพรรักษาอาการาเ็ ยิ่งสมุนไพรชั้นสูง จนถึงชั้นเทวะล้วนแล้วใช้สมุนไพรระดับสูงล้ำร่วมกับธาตุ์จากหลายสิ่งผ่านการควบกลั่นเป็ตัวยาซึ่งต้องใช้ผู้ชำนาญการอาชีพนักปรุงยาที่มีน้อยยิ่งกว่าน้อยในโลกเทวะใบนี้ดังนั้นเม็ดยารักษาจึงมีราคาค่อนข้างแพงมากเช่นกัน
“ฟู่ ก็ไม่เห็นยากอะไร” เด็กชายกล่าวราวกับเป็เื่ง่ายดายแท้จริงผู้ที่จะใช้วิธีเช่นนี้รักษาอย่างน้อยต้องมีพื้นฐานพลังระดับกำเนิดพลังเป็อย่างต่ำ
“เฮ้อ... แล้วเราจะเรียนรู้การฝึกลมปราณได้ยังไงกันพร์ร่างกายก็ขยะ หรือไม่มีวิธีแล้วจริงๆแล้วทำไมท่านบรรพชนถึงบอกว่าเราเป็คนพิเศษ รองนั่งดูอีกสักครึ่งวันเป็ไร”
เด็กชายไม่ยอมแพ้ นั่งหลับตาทำสมาธิต่อทันทีต้องบอกว่านี่เป็พร์ที่น่ากลัวมากที่คนคนหนึ่งจะสามารถผนึกสมาธิจนจมดิ่งได้ลึกล้ำด้วยเวลาหายใจเข้าออกเพียงสามครั้งต้องบอกว่าสเด็กชายหินเป็คนแรกในประวัติศาสตร์แห่งโลกเทวะเลยทีเดียว
เวลาค่อยๆเลยไปสิบกว่าชั่วโมง ร่างกายที่ว่างเปล่าย่อมไม่อาจหยั่งรู้ถึงพลังในห้วงสมาธิที่จมดิ่งของเด็กชายเริ่มจะยอมแพ้ แต่ขณะนั้นเองที่ร่างเด็กชายหินที่หลังมือซ้ายปรากฏดวงตาลืมตื่นขึ้นจากนั้นมีแสงเรื่อๆสีเงินเปล่งออกมาจากแขนรวมผนึกตัวเป็เงาร่างเลือนรางของชายชราสูงวัยผมหงอกขาวใบหน้าเปล่งปลั่งราวทารกผู้หนึ่งขึ้น
“คนบนโลกนี้เป็ไรกันนะ สิ่งที่ไม่มี ดิ้นรนที่จะมี สิ่งที่มีกลับทิ้งขว้าง”ชายชรากล่าวจบยกฝ่ามือเรืองแสงตบที่หัวเด็กชายคราหนึ่ง
ปึง... ร่างเืเนื้อของเด็กชายสะท้านคราหนึ่งจากนั้นมีแสงสีเงินเรืองรองถอนออกมาเป็ร่างแสงสีขาวของเด็กชายหินที่ลืมตาโพลงอย่างตกตะลึง
“กง(ปู่) กงทำไรกับผม”
“จะทำไร ก็แค่แยกจิตออกจากร่างไง” ชายชราหัวร่อเบาๆ
“แล้วกงเป็ใคร”
ชายชราไม่ตอบคำเพียงชี้นิ้วไปที่มือซ้ายที่ร่างเนื้อยังนั่งขัดสมาธิอยู่
“ออ...กงเป็เทพหรือครับ” เด็กชายเข้าใจทันทีนึกถึงแสงสีขาวทั้งหกที่อยู่ในแดนมิติแห่งจักรวาล
“โหโหโห่... ถูกแล้วข้าคือเทพา เ้าหนูยังไม่รีบคุกเข่าอีก”
“ไม่เอาอะกง จะเทพหรืออะไรไม่รู้ละ แต่ตอนนี้กงอยู่ในร่างผมกงต้องช่วยผมสร้างช่องโพลงที่ชีพจรด้วย หากต่อไปผมสู้ใครไม่ได้ตายขึ้นมากงก็ตายด้วยนะ” เด็กชายยกสองมือขึ้นอย่างไม่สนใจ ทั้งมีข่มขู่กลับอีกด้วย
“อุ๊บ๊ะ เด็กเหลือขอ...ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วยังจะขออีกหรือ”ชายชราทำท่ามีน้ำโห แต่ดูอย่างไรก็ไม่คล้ายเท่าใดนัก
“น่า...กง ช่วยผมหน่อยนะ กงอยากได้อะไรบอกผมได้ เดี๋ยวผมเผาไปให้”
“เฮ้ย...ข้าไม่ใช้ผีสักหน่อย แต่ว่ามุกอสูรที่เ้าได้มา ข้าขอแล้วกัน”ชายชราสนอเงื่อนไขที่้าไปทันที “ส่วนวิธีการ เดี๋ยวค่อบบอก”
“มุกอสูรเหรอ...ได้สิกง แต่กงต้องช่วยผมก่อน” เด็กชายต่อรอง
“พวกมนุษย์เอ๋ย พวกเ้าช่างมีปัญญาอ่อนด้อยจริงๆ กายเนื้อต่อให้ฝึกฝนจนตายก็แค่ขีดขั้นมนุษย์” ชายชราเดินรอบร่างกายเนื้อของเด็กชายหินเริ่มกล่าว
“ทะเลปราณ(ตันเถียน,จักระ)ขยายจนถึงขีดสุดก็จำต้องเชื่อมกับจักรวาลภายนอกอยู่ดี หาไม่ก็ไม่อาจก้าวสู่ระดับขั้นที่สูงกว่าพวกเ้ายึดถือกายมนุษย์ที่มีช่องโพลงและตันเถียนเป็กายชั้นเลิศแต่เหล่าทวยเทพอย่างพวกข้า กลับมองจักรวาลหลักทั้งห้าเป็กายเทวะ ดูสิ..เด็กน้อยเ้าเป็กายที่มีจักรวาลย่อยถึงสองแห่งต่อให้ไม่มีจุดโพลงหรือตันเถียนเ้ายังชักนำพลังเ่าั้ไปใช้ได้ยิ่งใหญ่กว่าผู้มีตันเถียนสามผสานเสียอีก”ชายชราชี้ไปที่ร่างเรืองแสงของเด็กชายหินเห็นที่กายแสงมีจุดหมุนสีขาวเล็กๆสองแห่งด้วยกัน
“นี่คือจักรวาลย่อยของผม...แล้วจักรวาลเหล่านี้แต่ละคนมีมากน้อยเท่าไหร่ครับ”
“จักรวาลย่อยมีสิบหกขุมเปิดจักรวาลหลักทั้งห้าพวกเ้าหลงแต่ฝึกลมปราณภายในหลงลืมร่างกาย ใช้ลมปราณผสานร่างกายจนแข็งแกร่งหลอกตนเองว่าร่างกายคงกระพัน ทั้งที่ความจริงหากจะรองรับพลังจักรวาลอันมหาศาลต้องมีพื้นฐานร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงด้วยร่างของเ้านั้นพิเศษมาก เส้นลมปราณหนานุ่มและใหญ่โตโดยธรรมชาติหากกระตุ้นอย่างถูกวิธีจนเปิดออก ต่อไปจะมีขนาดใหญ่โตจนไม่มีผู้ใดคาดฝันแม้แต่กายเทพโบราณยากแทบไม่เคยได้เห็นมาก่อน เ้าเด็กบื้อ เ้าเป็มนุษย์จริงๆหรือ?”
...............