“คุณผู้หญิงจิบรังนกอุ่นๆ ก่อนค่อยหลับดีมั้ยคะ”
อาทิตยาเสนอ เมื่อเ้านายเอาแต่นอนเหม่ออยู่กับเตียงคนไข้ แต่ก็ส่ายหน้าเป็คำตอบให้ เลยไม่คิดจะเซ้าซี้อีก ได้แต่หลีกทางพยาบาลที่กำลังมาให้ยา คนป่วยถึงปิดตาลงได้
สามทุ่มครึ่งแล้วเมื่อก้มดูนาฬิกา เ้านายก็หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาแล้ว เลยเก็บของเตรียมกลับบ้านเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน พอไปถึงหน้าประตู ก็มีร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาพอดี จึงเบี่ยงตัวให้เขาเดินไปดูแม่
และเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะกลัวจะรบกวนคนหลับ เลยจูงมือบางเดินไปหาประตูอีกครั้ง เพื่อถามไถ่อาการ แม้จะเห็นเลขาแม่อิดโรยเหมือนคนอดนอน แต่ก็อยากรู้ความเป็ไประหว่างที่ไม่อยู่
“คุณแม่เป็ยังไงบ้าง”
“พรุ่งนี้คุณหมอจะให้กลับบ้านได้แล้วค่ะ ตะวันว่าจะเช็กเอ้าต์ตอนกลางคืน แล้วพาออกทางด้านหลัง ให้พี่เล็กขับพาคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงไปบ้านเปี่ยมสุขที่เขาใหญ่เลยค่ะ ตะวันโทรสั่งคนที่โน่นเตรียมข้าวของทุกอย่างไว้แล้ว และจะให้ป้าผ่อนตามไปคอยดูแลเื่อาหารการกินจนกว่าจะกลับค่ะ ส่วนทางนี้ตะวันก็จะดูแลให้เอง เพราะั้แ่คุณจิณไปตะวันก็ย้ายไปนอนที่บ้านชั่วคราว ไว้คุณผู้หญิงดีขึ้นถึงจะย้ายกลับ”
จิณณวัตรไม่ใคร่จะได้ฟังประโยคยืดยาวจากปากยัยถั่วงอกสักเท่าไหร่นัก นับั้แ่กลับจากเมืองนอกมา แต่ก็ดีใจเบาใจที่ได้ยินแบบนี้ และรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อยามมีปัญหาก็ยังมีคนเข้มแข็งและมีสติดีเยี่ยมคอยช่วยเหลือเขาตลอดเวลา วินาทีนั้นเองไม่รู้อะไรดลใจให้คว้าร่างบางมากอดในทันที
“ขอบคุณมากนะตะวัน ขอบคุณที่ไม่ทิ้งพวกเรา ขอบคุณที่ทำทุกอย่างเกินหน้าที่เลขา ขอบคุณจากใจจริง”
อาทิตยาใไม่น้อยกับการกระทำและน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนแรงของเขา แต่จะให้โกรธก็คงจะทำไม่ลง ด้วยรู้ดีว่าอ้อมกอดของเขาในครั้งนี้ ไม่ได้มีความใคร่เข้ามาปะปนอยู่ด้วยเลย
ตรงกันข้ามมันกลับเป็อ้อมกอดที่กำลังเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และโหยหาความอบอุ่น โหยหายที่พักพิงมากกว่า สองแขนเรียวจึงยกขึ้นโอบกอดตอบ
สองมือบางก็ลูบหลังเขาไปมา เพื่อปลอบขวัญ โดยไม่ต้องเปล่งคำพูดใดๆ ออกมา ช่างน่าอัศจรรย์ใจไม่น้อยที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่เขาก็เผยความอ่อนแอให้ได้เห็นไม่นาน ก็กลับมาเข้มแข็งอีก และค่อยๆ ละวงแขนออกจากร่างเล็กทว่าอบอุ่นนั้น
“กลับด้วยกันนะ ทิ้งรถคุณไว้ที่นี่ล่ะ พรุ่งนี้จะได้มาพร้อมกัน”
เขาหันไปบอกเมื่อออกจากห้องแล้ว
“ไม่เป็ไรดีกว่าค่ะ คุณคงจะรีบไปทำงาน แต่ตะวันจะมาโรงพยาบาลสายหน่อย ตอนเช้าจะต้องดูแลเื่เสื้อผ้ากับอาหารการกินที่จะเอาไปเขาใหญ่ก่อนค่ะ”
เ้าของร่างบางตอบขณะก้าวเดินเคียงข้างเขาไป
“ผมคงไม่มีเรี่ยวแรงตื่นเช้านักหรอก อีกอย่างอยากจะมาหาคุณแม่ก่อนเข้าออฟฟิศด้วย รถผมจอดอยู่ทางโน้นไปกันเถอะ”
แล้วเขาก็คว้ามือบางไปจูงเดินไปตามทิศทางที่ชี้ไป ส่วนเ้าของมือก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรได้แต่เดินตามเขาไปเท่านั้น และระหว่างทางกลับ เื่ราวของจิรนันท์ในบอร์โดก็ถูกเขาถ่ายทอดมาให้รู้ทุกอย่าง
ส่วนอาทิตยาก็แบ่งปันเื่ราวเกี่ยวบ้านของเขา คนของเขาให้รับรู้เพียงบางเื่เท่านั้น เพราะรู้ดีว่าความจริงบางอย่าง ถ้าไม่บอกออกไปคงจะดีกว่า
“คุณพ่อยังไม่กลับอีกเหรอ ไม่เห็นรถจอดอยู่เลย”
“เอ่อ! คุณผู้ชายน่าจะติดแขกสำคัญ เสร็จแล้วก็คงจะไปนอนเฝ้าคุณผู้หญิงตามเคยค่ะ”
เช่นความจริงเกี่ยวกับพ่อของเขา ที่เลขาสาวไม่ยอมเอ่ยปากบอกอะไรนอกจากแก้ต่างให้เท่านั้น และโชคดีที่รถเลี้ยวเข้าบ้านพอดี เขาเลยไม่ได้ถามอะไรอีก
“ป้าคิดแล้วว่าคุณจิณจะต้องไปโรงพยาบาลแน่ๆ เพราะออกจากครัวมาก็เห็นแต่กระเป๋าเดินทาง ป้าให้แหม่มรื้อออกเอาไปซักให้แล้วนะคะ และป้าก็ทำข้าวต้มรอไว้ด้วย จะทานเลยมั้ยคะ”
ผ่อนยังถ่างตารอเ้านายหนุ่มกับเลขาสาวเช่นทุกคืน ทั้งคู่พยักหน้ารับด้วยความหิว และไม่ได้คุยอะไรกันเลยขณะอยู่บนโต๊ะอาหาร เพราะมีผ่อนคอยรับใช้อย่างใกล้ชิด พออิ่มก็เดินตามกันขึ้นชั้นบนไปเงียบๆ
“คุณแอ๊นเข้มแข็งขึ้นมากค่ะ ั้แ่มีเื่คุณแอ๊ฟแล้วก็ไม่ร้องไห้ให้ตะวันเห็นอีกเลย เลิกเรียนก็แวะไปโรงพยาบาลช่วยดูแลคุณผู้หญิงทุกวัน ก่อนจะกลับบ้าน ป่านนี้คงจะหลับแล้วล่ะค่ะ”
เมื่อเขาเอ่ยถามถึงอาการน้อง หญิงสาวก็ตอบตามจริงขณะเดินไปยังห้องพักโดยมีเขาตามไปส่งถึงหน้าประตู และเปิดออกให้อย่างสุภาพบุรุษ อาทิตยายืนขวางหน้าประตูแล้วยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ
“กู๊ดไนต์ค่ะ”
ก่อนจะรีบเข้าห้องไปด้วยอาการเก้อเขิลและกลัวใครจะมาตำหนิที่ลูกเ้านายมายืนอยู่หน้าห้องนอนขนาดนี้ เ้าของร่างสูงยิ้มบางๆ อย่างเสียดายเมื่อหมดเวลาจะได้อยู่ใกล้คนที่ทำให้หัวใจเขาอบอุ่นไม่น้อย แต่ความเหนื่อยจากการเดินทางก็ดึงให้เขาหมุนตัวเดินกลับห้องทันที
“แหม่มจ้ะ อย่าลืมเครื่องเป่าผม และเครื่องสำอางบนตู้เครื่องแป้งทั้งหมดของคุณผู้หญิงนะ ใส่กระเป๋ากันกระแทกใบสีชมพู แล้วเอาลงมาไว้ข้างล่างเลย ส่วนกระเป๋าเสื้อผ้าให้พี่เล็กขึ้นไปยกเอง”
เลขาสาวสั่งงานั้แ่เช้า
“แล้วจะให้ป้าเตรียมอาหารอะไรไปบ้างคะคุณตะวัน”
ผ่อนเองก็วุ่นวายกับการจัดหาเสบียงนับั้แ่เตรียมมื้อเช้าให้คนในบ้านเสร็จ เพราะต้องเดินทางล่วงหน้าไปกับรถคุณหญิงเพลินพิศที่บอกว่าจะไปพักผ่อนด้วย แต่อาทิตยารู้ดีว่าคุณหญิงอยากไปอยู่เป็เพื่อนมากกว่า
“ป้าอยากจะทำอะไรก็เอาไปได้เลยจ้ะ แต่อย่าลืมของบำรุงประจำตัวของคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายไปด้วยนะคะ เอาไปเยอะๆ เผื่อคุณหญิงด้วย ท่านเอาเด็กรับใช้คนเดียว”
จิณณวัตรยืนกอดอกมองเลขาแม่กำลังวุ่นวายอยู่นับั้แ่ลงบันไดมาแล้ว พลอยคิดไปถึงเื่เงินเดือนที่แม่ออกปากบอกว่าจะให้โดยไม่เกี่ยงหากกลับมาทำงานด้วยอีกครั้ง ตอนนั้นเขาแย้งอยู่ในใจว่าแม่ยอมมากไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับมองว่ามันน้อยไปด้วยซ้ำ หากเทียบกับงานกับความรับผิดชอบ
“พี่จิณกลับจากฝรั่งเศสั้แ่เมื่อไหร่คะ แอ๊นไม่เห็นเลย”
จิรฐาลงมาจาก้าถามขึ้น ทำเอาพี่สะดุ้งน้อยๆ เลยหันไปสาวน้อยในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ถือกระเป๋ายืนอยู่ข้างกายแล้ว เขาอ้าแขนโอบไหล่น้องเดินเข้าห้องอาหารด้วยความอารมณ์ดี
“พี่มาั้แ่เมื่อวานแล้ว เราล่ะเป็ไงบ้าง พี่ไม่อยู่หลายวันเกเรหรือเปล่า ได้ข่าวว่าจะสอบแล้วนี่ใช่มั้ย”
“สอบวันนี้เป็วันสุดท้ายต่างหาก จากนั้นก็หยุดยาวเลย” น้องสาวย่นจมูกและทำตาหยีใส่
“จริงเหรอ งั้นก็สอบให้ได้คะแนนดีๆ นะ อีกหน่อยก็จะเป็นักศึกษาสาวแล้วสิน้องพี่ ว่าแต่ใครจะไปส่งล่ะวันนี้”
ปากถามมือก็คีบขนมปังปิ้งสองแผ่นใส่จานให้น้องไปด้วย
“พี่เล็กค่ะ งั้นแอ๊นเอาไปกินในรถนะคะ นัดเพื่อนๆ ติวก่อนเข้าห้องสอบค่ะ”
สาวน้อยตักไส้กรอกไข่คนและแฮมใส่จานใบใหญ่ บีบซอสต่างๆ ใส่อย่างเร่งด่วน แล้วหิ้วกระเป๋ากับถือจานวิ่งไป อาทิตยาเข้ามาทันได้เห็นแต่แผ่นหลังเท่านั้น
“ตาเจยังไม่ลงมาอีกเหรอ” น้องสาวไปแล้วก็คิดถึงน้องชายขึ้นมา
“ไปค้างบ้านเพื่อนได้สองวันแล้วค่ะ แต่แวะไปดูคุณผู้หญิงทุกวัน”
อาทิตยารับให้ความกระจ่าง คนถามจึงพยักหน้ารับ และมีน้ำใจคีบไส้กรอกไปใส่จานให้คนข้างๆ
“ขอบคุณค่ะ”
อาทิตยาส่งยิ้มน้อยๆ ให้แล้วก็รีบกิน สลับกับการตอบตามที่เขาถามเื่ของแม่ พออิ่มก็รีบไปจัดแจงเื่ในบ้านต่อ ส่วนจิณณวัตรนั่งเช็กเมล์รอให้คนยุ่งเสร็จงานก่อนถึงจะไปโรงพยาบาลพร้อมกัน
พอไปถึงแม่ก็อ้าแขนรับลูกเข้าไปกอดทันที แต่ไม่พูดอะไรออกมา และจากตอนแรกที่อาทิตยาว่าจะเช็กเอ้าต์ตอนกลางคืน แต่พอเห็นว่าวันนี้ไม่ค่อยจะมีนักข่าวมารอรุมทึ้งเ้านายแล้ว จึงรีบเปลี่ยนแผนมาเป็ตอนเที่ยงทันที
“ขอบใจนะตะวัน ฝากบ้านด้วย มีปัญหาอะไรก็ปรึกษานายจิณได้”
จิรเดชซาบซึ้งใจกับการทำงานของเลขาเมียไม่น้อย แต่เขาก็พูดสั้นๆ แค่นี้ ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปนั่งคู่กับเมียที่ยังมีใบหน้าหมองเศร้า และไม่อยากจะอ้าปากพูดคุยกับใครเลย
“ตะวันจะไปดูร้านก่อนนะคะ บ่ายแก่ๆ ถึงจะเข้าไปเคลียร์งานที่บ้านทิ้งไว้หลายวันแล้ว”
รถตู้พาเ้านายคล้อยหลังไป อาทิตยาก็หันไปหาจิณณวัตรแล้วรีบผละไปทำงานเช่นกัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
“โต๊ะผมก็คงจะมีเอกสารกองท่วมหัวแล้วมั้ง ยิ่งคุณพ่อไม่อยู่ด้วยแล้วคงจะยุ่งน่าดูเลยล่ะ ผมจะไปส่งคุณที่รถก่อน”
แถมเปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษด้วย อาทิตยาส่งยิ้มบางๆ ให้แล้วต่างก็จึงรีบแยกกันไป เผชิญหน้ากับความวุ่นวายและปัญหาสารพัดที่ประดังเข้ามาหลายด้าน
โดยเฉพาะจิณณวัตรที่มีทั้งกิจการเก่าและใหม่จนไม่มีเวลาได้สนใจอะไรหรือใครอีก แม้กระทั่งกับอาทิตยาที่ย้ายกลับไปนอนคอนโดนับั้แ่วันที่คุณผู้หญิงออกจากโรงพยาบาลแล้ว
เมื่อเล็งเห็นถึงความไม่เหมาะสมหากจะมีใครคิดตำหนิติติงขึ้นมา แม้จิณณวัตรจะนอนคอนโดเสียส่วนใหญ่ เพราะใกล้ออฟฟิศกว่าการขับรถกลับบ้านก็ตามที
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































