“ทำไมจู่ๆ เมืองหลวงมันถึงได้เงียบแบบนี้ล่ะ?”
ในที่สุดผมก็สามารถใจเย็นลงได้แล้ว แต่กว่าผมจะใจเย็นลงได้แบบนี้ ก็ใช้เวลาไปเป็เดือนเลย ต้องขอบคุณเหล่าเด็กๆ ที่คอยห้ามปรามตัวผมเอาไว้ ก็อย่างว่าละนะ ตัวผมแค่มนุษย์โง่ๆคนเดียวจะไปทำอะไรได้
และผมเชื่อว่าเด็กๆ ของผมนั้นสามารถเอาตัวรอดเองได้อยู่แล้ว ผมก็หวังให้เป็แบบนั้น…
แต่วันนี้มันแปลกจริงๆ เพราะแต่ก่อนที่ผมเคยมาขายผักที่นี่บ่อยๆ จะมองเห็นคนเดินกันเต็มไปหมด แต่ตอนนี้มันบางตาจนเกือบจะเป็เมืองร้างไปแล้วด้วยซ้ำ
“หรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นหรอ?”
ผมที่เห็นแบบนั้นจึงได้ลองเข้าไปถามคนแถวๆ นั้นดู และสิ่งที่ผมได้รับคำตอบกลับมาจากทุกๆ คนนั้นก็คือ…
“การปรากฏตัวของภัยพิบัติตัวใหม่อย่างงั้นหรอ?”
“ใช่! ภัยพิบัติแห่งโรคร้าย และนั่นจึงทำให้ท่านาาและเหล่าอัศวินทั้งหลายต่างจบสิ้นลงในที่แห่งนั้น”
ฟังจากชื่อแล้วคงจะอันตรายน่าดู ผมก็ควรที่จะหลบเลี่ยงพวกตัวแบบนี้เอาไว้จะดีที่สุด เพราะถึงยังไงผมก็เป็แค่คนธรรมดา จะเอาอะไรไปสู้กับพวกตัวแบบนั้นได้
‘แปลว่าที่นี่ไม่เหมาะแก่การทำมาค้าขายอีกต่อไปแล้วสินะ’
ในตอนแรกผมก็อยากที่จะย้ายที่ทำมาค้าขายไปอยู่ที่อื่นอยู่หรอกนะ แต่ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าผมยังเห็นคนที่กำลังลำบากเพราะไม่มีข้าวจะกินนี่สิ
ใช่ ผมมองเห็นเหล่าเด็กๆ ที่ไม่มีอันจะกินกำลังออกเดินขอข้าว เมื่อก่อนผมก็เคยเห็นเด็กแบบนี้อยู่เหมือนกัน แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังคงพอมีคนที่ยอมแบ่งปันอาหารให้
แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว ส่วนผมก็มีแค่ผักเท่านั้นที่เอามาขาย
“…อยู่ที่เมืองนี้ต่อไปอีกสักหน่อยก็แล้วกัน”
“เ้าอยากย้ายไปอยู่เมืองอื่นอย่างงั้นหรือ?”
“จ้ากกก!!”
จู่ๆ ก็มีคนมาพูดอยู่ข้างๆ หูของผม พอผมได้หันกลับไปก็เจอกับผู้หญิงอัศวินคนนั้นอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้เธอมาในชุดไปรเวทธรรมดา
ต้องบอกว่าชุดไปรเวทสีขาวกระโปรงสีแดงของเธอนั้น มันเข้ากับผมสีทองของเธอและดวงตาสีเขียวมรกตนั่นเป็อย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่ไว้ใจเธอหรอกนะ!!
“…ทำไมจ้องมองข้าแบบนั้น?”
“…ก็เพราะใครที่จะไปล่าัตัวนั้นกันล่ะ”
เธอที่ได้ยินผมพูดแบบนั้นก็หลุดยิ้มออกมา มันน่าสนุกตรงไหน? ผมโกรธด้วยซ้ำที่เธอจะไปทำร้ายพวกเขา!!
“ไม่ๆ ข้าไม่มีความคิดที่จะไปล่าท่านเทพอยู่แล้ว และยิ่งตอนนี้สิ่งที่ข้า้ามันก็ได้สิ้นสุดลงไปแล้วด้วย”
“…ข้าได้ไปเจอกับท่านเทพแล้ว”
“จริงหรอ!! วอลคา- ท่านเทพเป็ยังไงบ้าง!!?”
ผมถามไปด้วยความเป็ห่วง เพราะหลังจากเื่ในวันนั้น ผมก็ไม่สามารถไปหาวอลคาน่าได้เลย นั่นจึงทำให้ผมเป็ห่วง
“ท่านเทพไม่เป็อะไร ท่านกลับเป็ฝ่ายที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ด้วยซ้ำ”
“ในที่สุดข้าก็ได้เห็นท่านเทพอย่างใกล้ชิด นางช่าง…สวยงามเสียจริง”
“ใช่ไหมๆ วอลคาน่านั้นสวยสุดๆ ไปเลย!!”
“อะ อื้ม!!?”
อ่ะ! ผมเผลอตัวไปหน่อย เพราะว่าสำหรับผมแล้ว ตัวของวอลคาน่านั้นถือได้ว่าสวยสุดๆ ถ้าเทียบกับพี่น้องทั้งหมดของมัน แต่ก็ใช่ว่าผมจะให้ความสำคัญกับวอลคาน่ามากกว่าตัวอื่นๆนะ ผมให้ความรักกับทุกตัวเท่ากันหมด
“…ดูเหมือนว่าเ้าจะหลงใหลเทพองค์นี้มากๆ เลยนะ”
‘ไม่ให้หลงใหลได้ยังไงละครับ ก็ผมดูแลมันมาั้แ่เล็กจนโตเนี้ย?’
“ว่าแต่ทำไมคุณถึงใส่ชุดแบบนี้ล่ะ?”
ผมถามไปด้วยความสงสัย เพราะถ้าเป็่เวลาปกติแล้วละก็ พวกอัศวินจะไม่ค่อยได้ใส่ชุดชาวบ้านแบบนี้หรอก พวกเขาจำเป็ที่จะต้องทำงานทุกๆ วันเพื่อให้สมกับเป็อัศวิน
‘เป็อาชีพที่ผมไม่้าจะเป็ที่สุดเลยจริงๆ’
“หืม? ข้านะหรอ? ข้าลาออกจากการเป็อัศวินไปแล้วนะ”
“เห๋?”
“หลังจากที่าาแห่งเดมาร์ได้สิ้นลง ข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเป็อัศวินอีกต่อไป”
ดูแน่วแน่ดีจัง บางทีนางก็อาจจะเบื่อกับอาชีพแบบนี้แล้วก็ได้ พอได้มีโอกาสก็เลยรีบๆ ออกมาจากจุดนั้นทันที
“อืมๆ มีเหตุผล ว่าแต่ตอนนี้คุณกำลังจะไปที่ไหนอย่างงั้นหรอ?”
“…ข้าว่าข้าจะเดินดูรอบๆ เมืองนี้เป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ข้าจะย้ายออกไปจากที่แห่งนี้นะ”
“ทำไมงั้นหรอครับ?”
“ก็ตอนนี้ตัวข้าไม่มีทั้งบ้าน ไม่มีทั้งงานอีกต่อไปแล้ว ข้าก็ต้องย้ายที่ไปอยู่ที่อื่น ที่ข้าสามารถหางานทำได้”
โลกนี้เื่คนตกงานเองก็เยอะเหมือนกันสินะ ผมเข้าใจเป็อย่างดีเลยล่ะว่า เวลาที่ไม่มีเงิน ไม่มีงานทำนั้นมันลำบากขนาดไหน
เห็นแก่ที่ชมวอลคาน่าว่าสวย ผมจะช่วยสักหน่อยก็แล้วกัน…
“นี่ๆ สนใจเป็ลูกจ้างของผมไหม?”
“ลูกจ้าง…อย่างงั้นหรอ?”
ใช่แล้ว! ถ้าหากว่าผมสามารถหาลูกจ้างมาช่วยขายของ และคอยส่งต่อออกไปสู่อาณาจักรต่างๆ แทนตัวผมละก็ บางทีชีวิตของผมอาจจะดูดีขึ้นอีกหน่อยก็ได้
และก็ถือว่าช่วยเธอไปด้วยในตัว
“ทำไมถึงอยากได้ข้าเป็ลูกจ้างล่ะ?”
“ก็...แค่อยากช่วยเท่านั้นเอง”
ผมพูดไปพร้อมกับอายไป ใครมันจะไปกล้าพูดแบบนั้นออกมาตรงๆ กันว่า ‘เราอยากจะช่วยนะ มากับเราสิ เราจะให้ทั้งเงิน ทั้งที่พักโดยไม่หวังผลประโยชน์อะไรจากเธอเลย!!’ มันไม่มีคนแบบนั้นอยู่บนโลกหรอก
ต่อให้มีก็เป็พวกที่ไม่หวังอะไรจากโลกนี้แล้ว เช่นคนอย่างผม ที่ขอแค่ให้พวกเด็กๆ พวกนั้นปลอดภัยก็พอ…
“…เอาสิ ข้ารับข้อเสนอ”
“เยี่ยมเลย!! ก่อนอื่นผมต้องจัดการกับเื่ที่พักให้กับเธอก่อน!!”
“เ้าไม่ต้องให้ที่พักกับข้าหรอก ข้าขอแค่อย่างเดียว”
“อะไรอย่างงั้นหรอครับ?”
นางชี้นิ้วไปที่พวกเด็กๆ ที่ผมเห็นก่อนหน้านี้ สายตาที่นางนั้นจ้องมองไปที่พวกเด็ก มันเป็สายตาที่ผ่อนคลาย และเต็มไปด้วยความอาทร
“เ้า…ช่วยสนับสนุนให้กับเด็กๆ เ่าั้จะได้หรือไม่?”
“เมื่อก่อนตอนที่ข้าสูญเสียทุกสิ่ง ก็มีโบสนี่ละที่คอยดูแลข้า ทำให้ตัวข้านั้นมีที่พักพิง”
“แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ อีกไม่นาน…เด็กๆ เ่าั้กับโบสจะต้องพบกับความเลวร้ายเป็แน่”
ดูๆ ไปแล้วเธอก็เป็คนดีคนนึง บางทีสิ่งที่เธอทำนั้น ก็อาจจะทำเพื่อใครสักคนนึงที่เธอรักเหมือนอย่างที่ผมทำไปเพื่อเหล่าัพวกนั้น
“เอาสิ…ผมจะช่วย”
ยังไงซะ ผมก็มีเงินมากพอที่จะช่วยเหลือพวกเขาอยู่แล้ว ก็ถือซะว่าเป็การช่วยเหลือพวกเขาไปก็แล้วกัน
.
.
.
.
.
.
.
.
“าาแห่งอาณาจักรเดมาร์และกองทหารได้เสียชีวิตไปจนเกือบหมดแล้วอย่างงั้นหรอ…”
“ใช่ครับท่าน”
“หึๆ ดี…แบบนี้ลัทธิของเราก็จะสามารถเข้าไปจัดการภายในอาณาจักรเดมาร์ได้ง่ายหน่อย”
ร่างของชายในชุดคลุมดำได้ลุกออกจากเก้าอี้ โดยที่ด้านหลังชุดคลุมของเขาและเหล่าลูกน้องนั้น มีตราสัญลักษณ์ที่เป็รูปัดำที่กำลังพ่นไฟอยู่
“เราจะจัดการกับอาณาจักรนั้นให้เร็วที่สุด!!”
“เพื่อลัทธิของเรา!!!”
“เพื่อความยิ่งใหญ่ของท่านเทพแห่งจุดจบ!!”
“เพื่อท่านฟาตาริส!!!”
““โอ้วววววว!!!” ”