ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
+++++++++++++++++++
ป่าหมอกมายา
"ดอกบัวหิมะมันจะอยู่แถวไหนหรือขอรับพี่อี้"
"ส่วนมากมันจะอยู่ตามหน้าผา พวกเรารีบไปกันเถอะ ทางทิศเหนือจะมีหน้าผาหลายแห่ง แล้วข้าจะพาพวกเ้ามาล่ากระต่ายด้วย"
บุรุษทั้งห้าคนเดินขึ้นเขาฝ่าหิมะไปทางทิศเหนือ สภาพอากาศที่หนาวเย็นทั้งยังมีหิมะทับถมกันจนหนา แต่นั่นก็ไม่ได้เป็อุปสรรคกับบุรุษทั้งห้าที่แข็งแรงเป็อย่างมาก
"ดีจริงๆ มี่เอ๋อร์ของข้านางชอบกินกระต่ายย่าง ถึงกับจะออกล่ากระต่ายด้วยตัวคนเดียว ถ้าข้าไม่เข้าไปถามไถ่ก็คงจะไปล่ากระต่ายโดยที่ไม่บอกใครแล้ว หึหึหึ"
เวลาที่หยางเจี้ยนพูดถึงลูกคนไหน ดาวตาก็จะทอประกายเต็มไปด้วยความรัก ความสุข ความเอ็นดู ทำให้คนที่รับฟังอย่างต้วนอี้ถึงกับอมยิ้มออกมา
"เช่นนั้นข้าจะช่วยเ้าล่าให้เยอะๆ มี่เอ๋อร์กับเฉินเอ๋อร์จะได้อ้วนๆ ดีหรือไม่อาเจี้ยน"
"ดีขอรับพี่อี้"
ท่านปู่ซ่งที่ฟังทั้งสองพ่อคุยกันก็อมยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมกับนึกถึงพ่อของหยางเจี้ยนที่เป็ลูกน้องคนสนิทและเป็เพื่อนรู้ใจของเขาที่ตายไปในา
เหตุการณ์นั้นมันทำให้เขาฝังใจและจดจำความแค้นเอาไว้อย่างไม่มีวันลบเลือน เขาจึงตัดสินใจลาออกจากทหารพร้อมกับภรรยา เพื่อมาดูแลหยางเจี้ยนแทนหยางเทียน
'เห็นแบบนี้แล้วเ้าก็คงจะสุขใจแล้วนะ ข้าดูแลอาเจี้ยนเป็อย่างดี ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้า ถึงทำให้เ้าต้องมาตายจากไป แต่ตอนนี้ฮ่องแต้ชั่วช้านั้นกลับฉีกสัญญาสงบศึกที่แลกมาด้วยชีวิตของเ้าและทหารนับพันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ข้าคนนี้ไม่อาจช่วยสิ่งใดประชาชนแคว้นหนานได้เลย'
"ท่านปู่เป็อะไรหรือไม่ขอรับ"
"ปู่ไม่เป็อะไรหรอกจื่อเอ๋อร์ ปู่แค่นึกถึงเื่บางเื่เท่านั้น"
"ถ้าท่านเจ็บป่วยที่ใดท่านต้องรีบบอกข้านะขอรับ"
"ได้ๆ "
ทั้งห้าคนเดินมุ่งหน้าขึ้นไปบนหน้าผาชั้นแรก ที่สามารถมองเห็นเมืองไห่เฟิง พรรคภูผามายา และทะเลได้อย่างชัดเจน
"ตรงนี้งดงามมาก เงียบสงบ ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านด้วย "
"พื้นที่ตรงนี้เป็ที่ดินของพรรคภูผามายาขอรับท่านลุงซ่ง "
"พื้นที่ตรงนี้สามารถซื้อได้หรือไม่พี่อี้ ท่านลุงท่านป้าซ่ง้าที่ดินสร้างบ้าน"
"ที่ดินบนเขาลูกนี้สามารถซื้อได้ พวกเ้าลองไปถามที่หอการค้าดูสิ แต่ถ้าไปแล้วก็หาเช่าพื้นที่ขายของไว้เลยก็ได้นะ ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวจะไม่ทันคนอื่น"
"ขอรับพี่อี้... "
"ท่านลุงมาอยู่ตรงนี้ก็ดีนะขอรับ สัตว์ป่าดุร้ายไม่มาแถวนี้ ทั้งยังไม่ใช่เส้นทางที่ชาวบ้านมาหาของป่าด้วย ท่านเห็นที่ดินฝั่งตรงข้ามหรือไม่ ที่ตรงนั้นเป็ที่ดินของเจี้ยนหัวลูกชายข้า เดินลงไปตามเส้นทางตรงนั้นก็จะเจอเข้ากับสวนสมุนไพรของข้าพอดี"
"เห็นๆ เป็สถานที่ที่ดีจริงๆ ลุงชอบพื้นที่ตรงนี้มาก ถ้าเมียของลุงมาเห็นแบบนี้คงจะไม่อยากไปไหนอีกเลย"
ลุงซ่งมองพื้นที่โดยรอบด้วยสายตาเป็ประกาย พร้อมกับวางแผนสร้างบ้านไปด้วย
"ถ้าท่านลุงมาอยู่ใกล้ๆ ข้าเช่นนี้ ข้าก็ยิ่งเบาใจขอรับ "
"อืม..ไปกันต่อเถอะเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน"
หลังจากนั้นทุกคนก็เดินขึ้นเขาอีกลูก หิมะที่ทับถมกันหนาแน่นทำให้ทุกคนเดินกันอย่างลำบาก จนกระทั้งเดินมาถึงหน้าผาที่ต้วนอี้บอกว่ามีดอกบัวหิมะ และกระต่ายเป็จำนวนมาก
"นี่ไง..สิ่งนี้เรียกว่าดอกบัวหิมะ"
ต้วนอี้ชี้ไปทางซอกหินตามหน้าผา ที่มีบัวหิมะขึ้นอยู่หลายดอก ความงดงามของบัวหิมะแม้หยางเจี้ยนเป็บุรุษก็ยังมองดอกบัวหิมะที่ชูช่อท้าลมหนาวด้วยความหลงไหล
"ลุงซ่งอาเจี้ยนพวกท่านก็เก็บเอาไปขายที่หอการค้าได้นะ 1ดอกราคา 5 ตำลึงทอง ถ้าต่ำกว่านี้อย่าขาย"
"ขอรับพี่อี้"
ทุกคนต่างเก็บดอกบัวหิมะกลับไปหลายดอก แต่ก็ยังคงเหลือไว้เพื่อให้มันขยายออกดอกต่อไป
หยางเจี้ยนและลุงซ่งได้ดอกบัวกันคนละ10ดอก ส่วนต้วนอี้เป็หมอจึงได้มากถึง25ดอก
หลังจากนั้นเก็บดอกบัวหิมะกันเสร็จแล้ว จึงได้เวลาล่ากระต่าย หยางเจี้ยนใช้มีดสั่นขนาดเล็กปาไปตัดขั้วหัวใจของกระต่ายอย่างแม่นยำ
ต้วนอี้ที่เห็นฝีมือการล่าสัตว์ของหยางเจี้ยน เขาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ พร้อมๆ กับมีสีหน้าพึงพอใจออกมา ไม่ใช่เฉพาะหยางเจี้ยนเท่านั้น ยังมีลุงซ่ง และหยางจื่อที่ปามีดออกไปแม่นยำราวกับจับวาง
ยามเว่ย (13.00-14.59)
เหล่าบุรุษทั้งห้าคนเมื่อเดินลงมาถึงชายป่า ต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน หยางเจี้ยนที่ล่ากระต่ายได้ถึง 12ตัว เดินยิ้มแย้มเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี
"อ้าว..บ้านปิด ไปไหนกันหมดรถม้าก็ยังอยู่"
"คงจะพากันเดินสำรวจแถวๆ นี้เป็แน่"
สองพ่อลูกพยักหน้าพร้อมเดินไปเปิดประตูบ้าน หลังจากนั้นก็ออกไปเจาะน้ำแข็งในลำธารหลังบ้านมาไว้ในถังไม้
"ท่านพ่อเหตุใดไม่ไปเอาน้ำบนรถม้าของมี่เอ๋อร์ล่ะขอรับ"
"เสียเวลาน่ะ พ่อไม่อยากเดินขึ้นเดินลงรถม้า บันไดก็แคบนิดเดียว เจาะน้ำแข็งสะดวกกว่า "
"เออ..ข้าก็ว่าเช่นนั้น ขนน้ำขึ้นลงมันก็เสียเวลาจริงๆ นั้นแหละ"
หลังจากที่ช่วยกันทำงานเสร็จแล้ว เขาก็เฝ้ารอลูกๆ ของเขาและท่านป้ากลับมา
จนกระทั่งเวลาผ่านไป1 ชั่วยาม ทั้งหยางเจี้ยนและลุงซ่งต่างก็นั่งไม่ติด เนื่องจากว่ายังไม่มีใครกลับมา
"ท่านลุงข้าจะไปตามนะขอรับ"
"ลุงไปด้วย"
"ท่านปู่ท่านพ่อ...เดี๋ยวท่านย่ากับน้องๆ ก็กลับมาขอรับ ไม่มีใครเป็อะไรหรอก สี่องครักษ์ก็ไปด้วย"
ทั้งสองคนพ่นลมหายใจออกมาและพยายามทำใจให้เย็น แต่แล้วสายตาของเข้าก็หันไปเห็นคนที่พวกเขากำลังรอคอย
หยางเจี้ยนจึงยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อเห็นว่าจางหลงวิ่งเข้ามาโดยมีท่านป้าเดินอยู่ข้างๆ ลูกสาวและลูกชายของเขานั่งอยู่ในรถลากเลื่อนและกำลังส่งยิ้มแฉ่งมาให้
"พวกเ้า..จะไหนก็ไม่รอกันก่อน"
"ตาเฒ่า ข้าแค่พาหลานไปสำรวจหมู่บ้านแห่งนี้เท่านั้น อาเจี้ยนมาอุ้มเฉินเอ๋อร์เข้าบ้านไปก่อน เริ่มจะหนาวขึ้นอีกแล้ว"
"ขอรับ"
หลังจากอุ้มเฉินเอ๋อร์เข้าบ้านแล้ว สี่ยอดองครักษ์ก็วิ่งเข้าป่าเพื่อไปสำรวจพื้นที่
"อาเจี้ยนเสบียงที่มีอยู่ มันเหลือน้อยลงแล้วล่ะ ป้ากลัวจะไม่พอผ่านพ้นฤดูหนาวนี้"
"นั้นสินะ ข้าก็ลืมไปเลยว่าข้าเอาเสบียงมาจากบ้านของอดีตพี่เขยด้วย แต่คิดว่าคงจะไม่พอ"
หยางเจี้ยนเอาเสบียงทั้งหมดที่ยึดได้ออกมาจากแหวนมิติโบราณ
"อืม...ไม่น่าจะพอจริงๆ พวกเราต้องออกไปซื้อในเมืองแล้ว ถึงจะแพงก็ต้องยอมซื้อ"
"ขอรับท่านป้า ข้าจะออกไปซื้อเอง"
ท่านปู่ซ่งยื่นตำลึงทอง2ก้อนส่งให้หยงเจี้ยน แต่หยางเจี้ยนไม่รับทำให้ลุงซ่งถอนหายใจแรงๆ ออกมาอย่างเบื่อหน่าย
"อาเจี้ยนเ้ารับไปเถอะนะ ลุงรู้ว่าเ้าไม่ได้เหลือตำลึงมากมายนัก"
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านลุง"
"แล้วอีกอย่างนะอาเจี้ยน จนกว่าจะถึงฤดูเพาะปลูก เ้าอย่าเพิ่งนำสมุนไพรไปขายเลย มันจะทำให้คนอื่นสงสัยว่าเ้าไปหาสมุนไพรสดๆ แบบนี้มาจากที่ไหนทั้งๆ ที่ในป่าก็มีแต่หิมะ ยกเว้นดอกบัวหิมะที่เราเก็บมา"
"ท่านลุงรู้หรือว่าข้ามีสมุนไพร!!"
"พวกเ้าคิดว่าจะปิดบังคนอย่างข้าได้หรือห๊ะ..เ้าเด็กหน้าเหม็น"
"ข้าไม่ได้คิดจะปิดบังท่านสักหน่อย แต่ยังหาโอกาสบอกไม่ได้ต่างหากขอรับ"
"เหอะ!! เชื่อตายล่ะ...เ้าหันไปดูโน้น..ลูกสาวของเ้าจ้องตาไม่กระพริบเลย"
"หึหึ ว่าอย่างไรมี่เอ๋อร์"
"ท่านพ่อมี่เอ๋อร์อยากรู้เื่ของแหวนวงนี้เ้าค่ะ มันเป็เหมือนรถม้าของข้าใช่หรือไม่"
"ใช่แล้วล่ะ...สิ่งนี้คนโบราณเรียกว่าแหวนมิติ พ่อได้มันมาจากสุสานโบราณอายุ7หมื่นปี ทางตอนเหนือของแคว้นเป่ย เ้าอย่าได้ไปบอกใครล่ะว่าพ่อมีสิ่งนี้ มันอันตรายต่อครอบครัวเราเป็อย่างยิ่ง เข้าใจหรือไม่"
"เข้าใจเ้าค่ะ แล้วตอนนี้ไม่มีแล้วหรือเ้าค่ะ ข้าอยากได้"
"ของวิเศษพวกนี้มันหายสาบสูญไปนานมากแล้ว ถ้าใครอยากได้ก็ต้องลองเสี่ยงไปค้นหาดูตามสุสานโบราณที่ยังไม่เคยถูกค้นพบเท่านั้น "
หยางมี่ตัวน้อยกอดอกพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงอย่างคนใช้ความคิด ด้วยที่ว่าร่างกายยังเป็เพียงเด็ก6หนาว ผู้ใหญ่ที่เห็นการกระทำเช่นนี้ต่างก็อมยิ้มกลั้นขำ และรู้สึกเอ็นดูหยางมี่เป็อย่างมาก
"หึหึ..มี่เอ๋อร์เ้าก็มีรถม้าอยู่แล้วมิใช่หรือ"
"โถ่...ข้าก็อยากพกพามิติของข้าไปด้วยทุกที่ แต่รถม้าของข้ามันใหญ่เกินกว่าจะพกมันติดตัวไปได้"
"มีของดีอยู่กับตัวเ้าต้องฝึกสังเกตและเรียนรู้มันนะ...มาช่วยย่าทำอาหารในครัวเถอะ"
"เ้าค่ะท่านย่า"
ถึงแม้จะสงสัยในคำพูดของท่านย่า แต่พอได้ยินว่าท่านพ่อหากระต่ายมาได้ ก็ทำให้นางลืมเื่ที่คิดไปก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น
"ท่านป้าข้าล่ากระต่ายมาได้เยอะมากขอรับ อยู่ในครัว"
"กระต่ายหรือ...ข้าอยากกินเ้าค่ะท่านพ่อ"
"ได้ๆ เดี๋ยวพ่อไปจัดการกระต่ายให้นะ"
หยางมี่ย่างกระต่ายด้วยไฟอ่อนๆ อย่างตั้งใจ เพราะว่านางจะเอาไปให้บ้านลุงอี้ด้วย
อาหารเย็นวันนี้มีผัดกะหล่ำปลีใส่หมูสามชั้นคั่วเหลืองๆ ไข่ต้ม และกระต่ายย่างสูตรพิเศษของหยางมี่ หนังข้างนอกกรอบ แต่เนื้อด้านในยังคงชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นกระเทียมและควันไม้รสชาติกลมกล่อมหวานเค็มกำลังดี
กลิ่นที่ลอยออกไปไกลทำให้ผู้คนในหมู่บ้านท้องร้องกันเป็แถว ต่างก็พูดคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ว่ากลิ่นนี้มาจากบ้านของใคร
หยางจื่อเดินมาที่บ้านของท่านลุงอี้เพื่อที่จะเอากระต่ายย่างของน้องสาวมาให้ครอบครัวของลุงอี้ได้ลองกิน แต่เขาก็เจอเข้ากับภรรยาของลุงอี้ที่กำลังขี่ม้าเข้าบ้าน
"อ้าวอาจื่อ"
"ท่านป้าลู่ ข้าเอากระต่ายย่างสูตรพิเศษของบ้านข้ามาให้ลองกินขอรับ"
"ขอบใจเ้ามากนะอาจื่อ เข้าบ้านกับป้าก่อนดีหรือไม่"
"ข้าต้องรีบกลับไปกินข้าวเย็นขอรับ เอาไว้วันพรุ่งนี้ข้าจะพาน้องชายมานะขอรับ"
"ได้ๆ "
ไป๋ลู่มองไปตามหยางจื่อที่เดินเข้าบ้าน การวางตัวสุขุมท่าทางการเดินองอาจ สายตาแน่วแน่มั่นคง
'เห้อ..เสียดายไม่มีลูกสาว'
++++++++++++++++++++
ขอบคุณเ้าค่ะ