ตอนที่ 23 กามายคืออะไร เมดสาวไม่เข้าใจ
“หึหึ...ตายไปผมไม่รู้ด้วยนะอาจารย์”
พยัคฆ์ฉีกยิ้มพูดแล้วเคลือบหมัดด้วยเปลวเพลิง
อาจารย์อเล็กซ์นั้นไม่พูดอะไรอีกต่อไป...ใบหน้าที่แน่นิ่งและเบื่อหน่ายกวักมือเรียกพยัคฆ์ให้รีบเข้ามา...
พยัคฆ์ที่เห็นท่าทีของอาจารย์ก็เกิดอาการไม่พอใจควงหมัดเพลิงที่กำแน่นพุ่งเข้าหาอาจารย์อเล็กซ์ทันที
“กรี๊ด!!!”
นักเรียนบางคนนั้นปิดตาไม่กล้ามองภาพตรงหน้า...พลังหมัดเพลิงนั้นเพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถทลายหินให้แหลกได้ แม้จะเป็หมัดเพลิงระดับต่ำของพยัคฆ์ก็ตาม
...หลายคนที่เห็นท่าทางไม่คิดจะหลบของอเล็กแล้วต่างก็คิดไปในแนวทางเดียวกัน...หมัดเพลิงนั้นหากไม่หลบมันต้องทะลวงร่างจนเกิดรูโบ๋เป็แน่
“ปั๊ค!!!”
หมัดของพยัคฆ์กระแทกเข้าเป้าบริเวณหน้าอกอย่างจังจนเกิดเสียงที่ดังฟังชัด
“กรี๊ด!!!”
นักเรียนที่ไม่ได้มองภาพตรงหน้าเนื่องจากความกลัวต่างก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาทันที เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงเหมือนก้อนเนื้อถูกค้อนปอนกระแทกอย่างสุดแรง
...เพียงแต่ความจริงที่เกิดขึ้นนั้น
ทำให้สีหน้าของพยัคฆ์จากที่ฉีกยิ้มกว้าง กลายเป็สีหน้าที่ใขึ้นมาอย่างสุดขีด...
พวกนักเรียนที่เฝ้ามองต่างก็อึ้งเช่นกัน...นั่นรวมถึงกอนด้วย
เนื่องจากหมัดเพลิงสุดแรงของพยัคฆ์ ไม่สามารถทำอะไรร่างกายของอาจารย์อเล็กซ์ได้เลย
มีเพียงรอยช้ำเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่เห็น...อีกทั้งขาของอาจารย์อเล็กซ์ยังไม่ได้ขยับเขยื้อนออกจากจุดเดิมเลยสักนิด
...
“เป็อะไรไปพยัคฆ์คุง ยังเหลืออีกตั้ง99 ครั้งนะ”
อาจารย์อเล็กซ์พูดเรียกสติพยัคฆ์ที่อยู่ในอาการอึ้งนิ่งค้างอยู่นานพร้อมกับขยับแว่น แล้วแต่งเนคไทที่เบี้ยวไปเล็กน้อย
...พยัคฆ์หลังจากที่ได้สติก็ไม่พอใจหนักยิ่งกว่าเก่า
“อวดดีจังนะเป็แค่ไอพวกที่ใช้สกิลไม่ได้แท้ๆ”
พูดจบ...พยัคฆ์ได้ทำการจุดเผลิงขึ้นที่หมัดอีกข้างทำให้กลายเป็หมดเพลิงคู่
ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่อาจารย์อเล็กซ์พร้อมกับรัวหมัดใส่แบบไม่ยั้ง
“ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!”
หมัดที่รัวไปนั้นทั้งหนักแน่นและรุ่นแรง
“ย๊าาาา!!!!!รับไปอีก!!!!”
“ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!ปัค!”
ภาพตรงหน้าฝุ่นควันตลบ...หากเป็มนุษย์ธรรมดาคงกลายเป็เนื้อบดละเอียดไปั้แ่หมัดชุดแรกๆแล้ว
เพียงแต่อาจารย์อเล็กนั้นแตกต่างกับผู้ที่ใช้สกิลไม่ได้โดยสิ้นเชิง...
.
.
“หมัดที่ 61 แล้ว...อะไรกัน! เหนื่อยแล้วเหรอพยัคฆ์คุง”
ร่างกายของอาจารย์อเล็กนั้นแทบไม่เป็อะไรเลย
...ในตอนนี้พยักฆ์เริ่มรู้สึกแปลกๆขึ้นมาทันทีใบหน้าของเขาไม่เหลือรอยยิ้ม และความอวดดีอีกต่อไป...ภายในจิตใจของเขาเริ่มสั่นไหวออกมา
“แก...ไอขี้โกง แกปกปิดระดับมานาไว้สินะแกต้องแอบใช้สกิลอะไรสักอย่างแน่ๆ”
พยักฆ์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่น...
เพียงแต่อาจารย์อเล็กซ์หาได้สนใจไม่...ก่อนที่จะหลี่ตามองไปที่พยัคฆ์
“ปกปิดมานาเหรออย่ามาพูดอะไรที่มันไร้สาระ...หากชั้นใช้สกิลอยู่จริง คิดว่าชั้นใช้สกิลอะไรอยู่ละ”
พยักฆ์พูดอะไรไม่ออกทันที....
ระดับมานานั้นสามารถปกปิดได้ก็จริงแต่หากจะใช้สกิลอะไรก็ตามซึ่งๆหน้าอย่างน้อยก็น่าจะััได้ถึงความผันผวนของมานาแม้เพียงเล็กน้อยก็ตามและโดยรูปแบบของสกิลที่ใช้ป้องกันแล้วส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นรูปลักษณ์ของสกิลอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นสกิลกายาเหล็ก(เปลี่ยนร่างกายให้กายเป็เหล็ก) และสกิลกางบาเรีย(สร้างโล่ออกมา)...
“พยักฆ์คุง...ไม่คิดว่าเราเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์มามากพอแล้วเหรอรีบทำให้มันจบๆดีกว่าไหม...อาจารย์จะได้สอนต่อ”
อาจารย์อเล็กซ์พูดเร่ง...เพียงแต่ร่างกายของพยักฆ์ในตอนนี้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเปลวเพลิงหมดของเขาไกล้ดับมอด เนื่องจากเขาฝืนใช้มานาเกินระดับที่ตัวเองไหว
.
.
----ทันใดนั้นเอง เสียงของแฝดคนน้องก็ดังขึ้น
“พี่ครับเดี่ยวผมช่วยเอง!!”
สิงห์ที่เห็นท่าทีที่ไม่ดีของพี่ชายฝาแฝดก็เข้ามาร่วมแจมทันที...
“เดี่ยวผมจะโจมตีที่เหลือต่อเอง”
...
เหล่านักเรียนที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ ก็ส่งเสียงไม่พอใจออกมาทันที
“อะไรกัน พวกแกจะรุมอาจารย์เหรอ”
“มันไม่แฟร์เลยนะ”
“...พวกมึงนั้นแหละไอขี้โกง”
...สิงห์นั้นมีสีหน้าที่ไม่พอใจทันที
“หุบปาก...พวกแกมีปัญหาเหรอ เดี่ยวพวกแกจะได้เป็รายต่อไป”
นักเรียนที่ยินคำขู่ของสิงห์ พวกเขาไม่กลัวอีกต่อไปหลังจากได้เห็นสภาพของพยักฆ์...
“อวดดีจังวะ…”
“แกไม่มีสิทธิ์ห้ามพวกเรา”
...แล้วหลังจากนั้นเอง
“ทุกคนเงียบหน่อยครับ”
เสียงของอาจารย์อเล็กซ์ดังขึ้น แล้วนักเรียนทุกคนก็เงียบลงทันที...
จากนั้นอาจารย์อเล็กซ์ก็หันหน้าไปมองพยัคฆ์และสิงห์สองพี่น้องฝาแฝด
“สิงห์คุงอยากจะช่วยพี่ชายสินะ......งั้นก็เข้ามาพร้อมกันทั้งสองคนเลย”
...หลังจากที่สองพี่น้องฝาแฝดได้ยินคำพูดของอาจารย์อเล็กซ์สายตาของพวกเขาก็จ้องไปที่อาจารย์อย่างกับจะกินเืกินเนื้อให้ได้
“พี่! เราลุยพร้อมกันเลย”
สองพี่น้องฝาแฝดไม่รีรออีกต่อไปพวกเขาสองคนร่วมมือผสานกัน.....ในตอนนี้ไม่มีใครหยุดพวกเขาได้อย่างแน่นอน...
สิงห์เริ่มใช้สกิลปล่อยแก๊สสีเหลืองที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนออกมา
“เอ๊ค!..บ้าเอ้ยกลิ่นอะไรวะโคตรเหม็นเลยวะ”
“อ้วก!...ไม่ไหวโคตรขมคอเลยวะ”
…เหล่านักเรียนต่างก็ทนไม่ไหวกลับกลิ่นเหม็นต่างพากันหนีออกมาจากโรงยิมไป
บ้างก็อาเจียนออกมา...บางคนที่ทนไม่ไหวถึงขั้นสลบก็มี
“แม้แกจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งก็เถอะ...แต่ก็ใช่ว่าจะทนกลิ่นเหม็นได้สักหน่อย”
สิงห์พูดขึ้น
...ในตอนนี้ร่างกายของอาจารย์อเล็กซ์ยังคงไม่ขยับเขยื้อน
“ทำดีมากสิงห์...ตอนนี้แหละจัดการมันเลย”
พยัคฆ์พูดจบเขาและสิงห์ก็ง้างหมัดรัวใส่ร่างกายของอเล็กซ์ทันที
“ปัค! ปัค! ปัค! ปัค! ปัค! ปัค! ปัค! ปัค! ปัค!”
“ย๊าาาา!!!เอาหมัดสุดแรงเกิดชั้นไปกิน!!!”
“ตู๊ม!!!!!”
หมัดสุดท้ายของพยัคฆ์และสิงห์ผสานพร้อมกันซัดใส่หน้าท้องของอาจารย์อเล็กซ์เข้าอย่างจัง
....มันคือหมัดที่ทั้งรุนแรงและใช้แรงกายเฮือกสุดท้ายของพวกเขา...ก่อนที่พวกเขาจะเหนื่อย และโจมตีต่อไม่ไหว
“แฮ่ก! แฮ่ก!แฮ่ก! แฮ่ก!”
พวกเขาทั้งคู่ส่งเสียงเหนื่อยหอบออกมาด้วยเสียงที่ดังฟังชัด
การใช้มานาเกินกำลังทำให้พวกเขาเหนื่อยกว่าปกติ
...เพียงแต่ว่าสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
ต่อให้มีร่างกายที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่น่าจะทนกลิ่นเหม็นได้นิ...อีกทั้งยังโดนรุมรัวหมัดใส่ไปแบบไม่ยั้งอีก
มันต้องมีผลอะไรเกิดขึ้นบ้าง...แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นคืออาจารย์อเล็กซ์ที่ยังคงยืนอย่างแน่นิ่ง
“243”
อาจารย์อเล็กซ์พูดขึ้น...
“อาจารย์โดนพวกเธอโจมตีมาเกิน 143ครั้งแล้ว....”
...กลิ่นเหม็นจากสกิลของสิงห์แทบไม่เป็ผลกับอาจารย์อเล็กซ์สติของอาจารย์ยังคงดีเยี่ยม ถึงขั้นนับจำนวนครั้งที่ถูกโจมตีได้ครบถ้วน
“เอาละ...ถึงเวลาที่อาจารย์จะโจมตีบ้างแล้ว”
อาจารย์อเล็กซ์กำหมัดแน่นพร้อมกับตั้งท่าง้างหมัดขึ้นสูง
“พ-พวกเรา ข~ขอโทษครับอาจารย์”
“อ~อย่าทำอะไรพวกเราเลย~”
ความกลัวแล่นเข้ามาภายในจิตใจของพยัคฆ์และสิงห์ทันที
“รู้จักขอโทษด้วยเหรอ ดีมาก!...”
อาจารย์อเล็กหลับตาพูด ก่อนที่จะพูดต่อ...
“เพียงแต่ต้องได้รับโทษสั่งสอนก่อน”
พูดจบ อาจารย์อเล็กซ์ก็ปล่อยหมดออกไปเกิดแรงลมหมุนอยู่รอบหมัดอย่างน่ากลัว เนื่องจากความรุนแรง และความเร็วของมัน
“อี๊!!!!!!”
“ปัง!!!!!!!!!!!”
แรงหมัดที่มหาสารกระแทกเข้าที่หน้าท้องของพยัคฆ์เข้าอย่างจัง...
หมัดมันบุ๋มเข้าไปในหน้าท้องจนบิดเบี้ยวก่อนที่จะส่งร่างของของพยัคฆ์ลอยไปกระแทกร่างสิงห์ที่อยู่ในแนวเดียวกัน
“ตู๊ม!!!!!!!!!!!!!”
...ก่อนที่แรงส่งมันจะไม่หยุดเพียงแค่นั้นมันยังส่งร่างของทั้งคู่จนทะลุโรงยิมออกไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ด้านนอกอาคารจนหักล้ม
...เหล่านักเรียนที่อยู่นอกอาคารอยู่แล้วต่างมองด้วยความอึ้งนั่นร่วมถึงกอนเองก็เช่นกัน
‘แค่กามาย...ทำได้ถึงขั้นนี้เลยเหรอ’
.
.
.
ฝากติดตามผลงานเพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic