นางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม)

    ตอนที่ 102 ค่ายกลเสริมพลังฉี

    ตอนที่102 ค่ายกลเสริมพลังฉี


    ขณะที่ซูเวยกำลังนั่งฝึกตนอยู่ดีๆพลันรู้สึกเหมือนกับว่ามีใครบางคนเข้ามาในห้องนอนตนเองพร้อมกับยืนจ้องมองอยู่ทำให้เธอลืมตาขึ้นมาจ้องมองชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าทันทีเธอประหลาดใจที่เห็นว่าเป็นสมาร์ตเอกซ์เนื่องจากเธอจดจำใบหน้าที่หล่อเหลาปานเทพบุตรซึ่งเธอเคยพบเห็นจากสื่อออนไลน์มาก่อน


    “เอ๊ะ!คุณเข้ามาในห้องนอนฉันได้ยังไง?” ซูเวยตวาดแว้ดเข้าใส่เขาอย่างไม่พอใจพลางหรี่ตามองเขาอย่างพิจารณาเธอเริ่มสัมผัสบรรยากาศคุ้นเคยบางอย่างที่คล้ายกับบรรยากาศของพวกไนต์แมร์ กลุ่มเอสเปอร์ทักษะฝันร้ายที่ใช้ความฝันของคนเป็นอาวุธเข้าทำลายหรือเป็นการสื่อสารในระยะไกลอีกรูปแบบหนึ่ง


    สมาร์ตเอกซ์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเขาไม่คิดว่าจะเข้ามาในห้องนอนแล้วพบว่าเด็กหญิงตัวน้อยที่เป็นเพื่อนออนไลน์ของเขาจะนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงแทนการนอนหลับทำให้เขานึกไปถึงการฝึกตนของกลุ่มคนเหนือมนุษย์ที่ไม่ใช่เอสเปอร์ แต่เป็นกลุ่มคนที่มีพละกำลังดั่งเทพเซียนตามตำนานจึงรู้สึกแปลกใจ


    พอเขาได้ยินเสียงตวาดแว้ดของเด็กหญิงตรงหน้าที่พูดกับตนเขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุและตอบกลับเธออย่างผ่อนคลายว่า “ไม่มีอะไรหรอกแค่มาเยี่ยมเท่านั้นทำเป็นโวยวายไปได้”


    “หากคุณมารบกวนฉันอีกฉันจะไม่สวมสร้อยนี้ให้คุณ ตกลงไหม?”ซูเวยหรี่ตามองเขาอย่างพิจารณาพร้อมกับสร้างเงื่อนไขที่เขาจะไม่ปฏิเสธตัวเองเนื่องจากเธอวิเคราะห์แล้วได้ข้อสรุปในใจ มีสื่อสิ่งเดียวที่สามารถชักนำให้เขามาหาเธอได้ถูกต้องนั่นคือ สร้อยจี้เพชรรูปหยดน้ำนั่นเองดังนั้นเธอจึงต้องสร้างข้อต่อรองนี้ขึ้นมาในทันที


    “โอเค โอเคผมไม่รบกวนก็ได้ อย่าหงุดหงิดนักเลย หวังว่าจะชอบของขวัญที่ผมมอบให้คุณนะอุตส่าห์ตั้งใจทำเองเลยนะนี่ คำชมสักคำก็ไม่มี น่าน้อยใจจริงๆ ผมไปละนะ” หยางหยางยกมือสองข้างโบกไปมาเหมือนต้องการให้อารมณ์ของซูเวยผ่อนคลายลง


    เขาพูดด้วยความน้อยใจก่อนที่กล่าวลาทันทีโดยไม่ให้ซูเวยตั้งตัวทันจากนั้นร่างของเขาหายแวบออกไปจากห้องนอนของซูเวยโดยตรง


    “อ้าว!ไปแล้ว ฉันยังไม่ได้ถามข้อมูลเลย” ซูเวยอุทานด้วยความผิดหวังที่จู่ๆเขาหายตัวไปก่อนที่เธอจะสอบถามเพราะแปลกใจในคำพูดของเขาที่บอกว่าของขวัญชิ้นนี้เขาทำเองสร้างความสงสัยใคร่รู้ให้กับเธอมากยิ่งขึ้น


    ครั้นเห็นว่าสมาร์ตเอกซ์จากไปแน่แล้วจริงๆทำให้ซูเวยถอนหายใจด้วยความเสียดาย เธอจึงต้องปล่อยวางเรื่องที่สงสัยและต้องการสอบถามเขาไว้ต่อมาเธอนั่งสมาธิฝึกตนต่อจนถึงรุ่งเช้า


    ..........


    รุ่งเช้าซูเวยตื่นไปฝึกฝนทักษะต่อสู้ร่วมกับกลุ่มของพ่อบ้านหูเช่นเคยพอถึงเวลาทานอาหารเช้าจึงกลับมาทานกับครอบครัวกัวและยายก่อนที่ครอบครัวกัวจะให้หูจยงขับรถมาส่งซูเวยและยายที่หมู่บ้านมังกร


    วันที่ 4เป็นวันก่อนเทศกาลเช็งเม้ง ยายเกาอิงและซูเวยต่างยุ่งวุ่นวายจัดเตรียมข้าวของเพื่อไว้บรรพบุรุษโดยเกาอิงไปซื้อของที่จำเป็นหลายอย่าง โชคดีที่มีจิวมู่ตานคอยช่วยเหลือ ยายพาเธอเดินขึ้นเนินเขาที่เป็นทิศทางตรงข้ามกับทางขึ้นเขาประจำยายพาเธอมาทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษเพื่อเตรียมการไว้ก่อนวันพิธี


    พอถึงวันที่ 5เมษายน ค.ศ.2010 เป็นวันเช็งเม้งที่ยายเกาอิงเตรียมทำพิธีไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งซูเวยได้เรียนรู้ประเพณีไปด้วยกันกับยายเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอที่ได้เรียนรู้ในโลกนี้ หลังจากที่ศึกษามาจากตำราทำนายสวรรค์มาก่อนแล้ว


    ในวันพิธีมีการเซ่นไหว้อาหารหวานคาวที่หลุมฝังศพเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษและเป็นการส่งอาหารให้ทุกปี เพื่อไม่ให้บรรพบุรุษอดอยากเมื่อไปอยู่อีกภพภูมิหนึ่ง


    ยายบอกกับซูเวยด้วยน้ำเสียงเศร้าสลดเล็กน้อยว่า“ปกติวันเช็งเม้งจะรวมลูกหลานเพื่อมาทำพิธีร่วมกันแต่น่าเสียดายที่อิ่งเอ๋อร์มาร่วมงานไม่ได้”


    ซูเวยรับรู้ความรู้สึกของยายได้เป็นอย่างดีแต่เธอไม่รู้ว่าจะปลอบใจยายอย่างไรจึงนิ่งเงียบอย่างเข้าใจอารมณ์ยายในเวลานี้


    ต่อจากนั้นยายพาซูเวยทำความสะอาดสุสานที่เป็นสุสานแบบเรียบง่ายไม่ได้โอ่อ่าเหมือนอย่างที่ซูเวยคิดนั่นเป็นเพราะว่ายายและตาไม่ใช่คนร่ำรวยและมีเงินทองมากมาย แค่เป็นคนชั้นกลางค่อนต่ำที่พอมีกินและไม่รบกวนคนอื่นเท่านั้น


    จากนั้นยายพาซูเวยลงสีที่ป้ายชื่อของตาให้ดูใหม่และสดใสขึ้นโดยยายเลือกใช้สีทองขลิบเขียวที่ซื้อเตรียมไว้ก่อนหน้าแล้วทั้งนี้ยายกำชับซูเวยอีกครั้งว่าห้ามถอนหญ้าเด็ดขาด ซึ่งซูเวยเข้าใจความหมายเป็นอย่างดีเพราะอาจกระทบตำแหน่งต้องห้ามเช่น ทิศอสูร ทิศดาวเบญจภูติ หรือทิศแตกสลาย เป็นต้น


    ยายไม่ได้ตกแต่งสุสานมากมายเหมือนกับสุสานของครอบครัวอื่นที่เธอเหลือบมองเห็นจากระยะใกล้และไกลที่มีลูกหลานของแต่ละครอบครัวมาร่วมพิธีเช็งเม้งในหมู่บ้านมังกรเช่นกันพวกเขามีการตกแต่งสุสานแค่ครอบครัวตระกูลหูของผู้ใหญ่บ้านและตระกูลไป่ที่ร่ำรวยนอกนั้นแค่ทำความสะอาดเหมือนกับยายเกาอิง


    ต่อมายายเกาอิงพาซูเวยกราบไหว้เจ้าที่เป็นการให้เกียรติและขอบคุณที่ช่วยคุ้มครองดูแลครอบครัวโดยยายจัดวางของไหว้ดังนี้ เทียนหนึ่งคู่และธูปห้าดอกซึ่งยายปักลงบนฟักลูกหนึ่งมีชาห้าถ้วย เหล้าห้าถ้วย ขนมอี๋ ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทอง


    เสร็จจากไหว้เจ้าที่ก็เป็นการไหว้ระลึกถึงพระคุณของพ่อแม่และบรรพบุรุษทั้งหลายมีของไหว้คล้ายกันแต่มีจำนวนน้อยกว่า ดังนี้ ชาสามถ้วย เหล้าสามถ้วย ขนมถ้วยฟูผลไม้ กระดาษเงินกระดาษทอง เทียนหนึ่งคู่และธูปตามจำนวนบรรพบุรุษรวมห้าดอก


    ส่วนอาหารที่ยายเกาอิงใช้ในพิธีเช็งเม้งมีหลายชนิดดังนี้ไก่ต้มหนึ่งตัว หมูสามชั้นต้มหนึ่งชิ้นใหญ่ เส้นบะหมี่สด ขนมสามอย่างมี เต่เหลี่ยวข้าวเหนียวกวน และขนมเต่า ขนมถ้วยฟู สับปะรดสองลูก น้ำชา ธูปเทียนกระดาษเงินกระดาษทอง และประทัด


    ยายเกาอิงพาหลานสาวประกอบพิธีเช็งเม้งอย่างคล่องแคล่วทำให้ซูเวยซึมซับบรรยากาศและขั้นตอนตามประเพณีโบราณของครอบครัวอย่างสนใจ


    ยายเกาอิงพูดเตือนใจหลานสาวอย่างจริงจังว่า“เวยเวยอย่าลืมพิธีสำคัญแบบนี้นะ พวกเราสบายเพราะพ่อแม่และบรรพบุรุษที่ลำบากปูทางมาให้จนถึงทุกวันนี้”


    ซูเวยเข้าใจความหมายของข้อความที่ยายต้องการสื่อสารเป็นอย่างดีเธอรู้ดีว่าพ่อแม่ตายแล้วแต่ยังกำหนดชะตาชีวิตลูกหลานได้ โดยวิถีชีวิตของผู้คนแถบนี้เน้นความกตัญญูที่มีต่อบุพการีและลูกหลานควรปฏิบัติตามเธอตั้งใจที่จะสืบทอดประเพณีสำคัญนี้เพื่อให้ยายมีความสุขและสบายใจถึงแม้ว่าแม่ตนเองจะไม่ได้มาร่วมในพิธีสำคัญเช่นนี้ก็ตาม


    “ยายไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูจะสืบทอดและทำพิธีเช็งเม้งต่อให้ยายเองรับรองว่ายายจะไม่ได้ปล่อยให้หนูทำคนเดียวหรอกค่ะ ยายจะต้องอยู่กับหนูอีกนานแน่ๆ”ซูเวยพูดกับยายด้วยน้ำเสียงลึกลับ เธอมั่นใจว่ายาอายุวัฒนะที่ตนตั้งใจปรุงให้ยายนั้นจะช่วยให้ยายมีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาวได้อย่างแน่นอนดังนั้นเธอจึงหวังที่จะได้ดูแลและอยู่ร่วมกับยายไปนานๆ


    “เฮ้อ! เวยเวย อนาคตไม่แน่นอนหากมีอะไรเกิดขึ้นกับยาย อย่างน้อยยายก็หายห่วงแล้วที่หลานมีที่พึ่งพาไม่ใช่เหลือแค่ยายคนเดียวเหมือนแต่ก่อน” เกาอิงยิ้มพลางลูบหัวหลานสาวด้วยความรักใคร่เธอถอนหายใจเล็กน้อยถึงสัจธรรมของมนุษย์ทุกคน ดังนั้นจึงไม่คิดฝืนโชคชะตา แต่ทว่าเธอไม่รู้เลยว่าหลานสาวแอบเปลี่ยนโชคชะตาด้วยการทำหลายสิ่งโดยที่เธอไม่รู้เลย


    ..........


    เมื่อถึงวันที่ 8 เมษายนปี 2010 ซึ่งถือได้ว่าเป็นวันมหาสิทธิโชคและราชาฤกษ์ที่บรรจบกันพอดี เป็นการทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ตามประเพณีของหมู่บ้านมังกรที่ประกอบด้วยขั้นตอนเรียบง่ายแต่ไม่ง่ายดายนักดังนี้ หนึ่งการไหว้เจ้าที่ สองจัดเตรียมองค์พระตี่จู้และเจ้าแม่กวนอิมที่ยายนับถือ


    อย่างไรก็ตามซูเวยเพิ่มเจ้าแม่หนี่วาเพื่อกราบไหว้บูชาด้วยเนื่องจากเธอรับรู้แล้วว่าตนเองมีโชคชะตาที่เป็นผู้ถูกเลือกและต้องรับผิดชอบภารกิจที่เจ้าแม่หนี่วามอบหมายไว้ในอดีตกาลซึ่งเป็นหน้าที่ที่เธอเต็มใจทำอย่างยิ่งเพื่อตอบแทนการกลับมาเกิดใหม่บนโลกใบนี้


    “ยายคะหนูขอให้พวกเรากราบไหว้บูชาเจ้าแม่หนี่วาเพิ่มด้วยได้ไหมคะ?” ซูเวยพูดขอร้องยายอย่างมีความหวัง


    เธอพบว่ายายแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับตอบกลับอย่างผ่อนคลายว่า“ได้สิ ยายก็นับถือเหมือนกันแต่ไม่มีโอกาสได้กราบไหว้บูชาจริงๆจังๆเสียทีก็ดีเหมือนกันนะที่พวกเราจะเคารพเจ้าแม่หนี่วาเช่นนี้”


    คำตอบของยายสร้างความพึงพอใจให้กับซูเวยยิ่งนักเธอไม่คาดคิดว่ายายจะตอบรับอย่างง่ายดายเช่นนี้


    จากนั้นยายก็จุดธูปเทียนไหว้เจ้าที่บ้านใหม่เพื่อสื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้รับรู้ จุดเตาแก๊ส เพื่อสื่อถึงการมีกินมีใช้จัดเตียงนอน เพื่อสื่อถึงความอยู่เย็นเป็นสุข เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีกรรมคงเหลือขั้นตอนสุดท้ายที่เป็นประเพณีของหมู่บ้านมังกรที่ยึดถือมาช้านาน นั่นคือการจัดเลี้ยงอาหารสำหรับผู้คนของหมู่บ้านมังกรให้ได้ทานอิ่มหนำสำราญกันทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น


    โชคดีที่มีจิวมู่ตานและสืออู๋เจ๋อเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักพร้อมกับมีเพื่อนบ้านที่นิสัยดีโดยเกาอิงเป็นคนคัดเลือกเองเพื่อจัดทำอาหารช่วยกันแต่ทว่ามีปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดสำหรับซูเวยเนื่องจากครอบครัวของช่างและคนงานก่อสร้างล้วนมาช่วยเหลืองานขึ้นบ้านใหม่ของเธอกันอย่างเนืองแน่นแต่ละคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทำให้งานสำเร็จและผ่านไปด้วยดี


    ครอบครัวกัวมีชายชรากัวเป่าและกัวเฟิงกับภรรยามาร่วมงานส่วนกัวลี่จินและเหอเฟยเถานั้นต่างยุ่งวุ่นวายกับแพลตฟอร์มที่ทำท่าจะรุ่งเรืองโดยมีงานเข้ามาไม่ขาดสายทำให้ทั้งสองคนต้องช่วยประสานงานกับคู่ค้าควบคู่ไปกับแอดมินของแพลตฟอร์ม


    ส่วนกัวจวินติดเรียนและเป็นการนำเสนอผลงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งเขาไม่สามารถหลบเลี่ยงได้จึงทำให้เขาบ่นกระปอดกระแปดกับน้องสาวมาทางโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อวานแล้วสร้างความขบขันให้กับซูเวยที่มีพี่ชายขี้อ้อนและชอบเรียกร้องความสนใจจากตนเอง


    ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งทานอาหารเย็นก่อนเดินทางกลับเมืองหงกัวเฟิงพูดขึ้นมาขณะที่เขาเหลือบมองเห็นว่าทุกคนที่นั่งทานอาหารเย็นด้วยกันนั้นทานอิ่มหมดแล้ว


    “พ่อครับยายเกาครับ ผมกับฉีฉีเดินดูพื้นที่แถบนี้และไปพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านแล้วเขาบอกว่าที่ดินฝั่งตรงข้ามกับบ้านยายเกามีเจ้าของต้องการขายพอดีผมว่าจะซื้อที่ตรงนั้นไว้สร้างบ้านพักตากอากาศของพวกเรา พ่อว่ายังไงบ้างครับ?” กัวเฟิงเล่าให้ทุกคนที่ทานข้าวฟัง เพราะต้องการความคิดเห็นเกี่ยวกับการซื้อที่ดินที่พ่อเคยมอบหมายงานให้ตนเองก่อนหน้านี้


    พอกัวเป่าได้ยินเรื่องซื้อที่ดินเขาหันหน้าไปถามเกาอิงอย่างสนใจว่า “ที่ดินตรงนั้นเป็นยังไงบ้างยายเกา?”


    “ดีค่ะไม่แพงด้วย ซื้อไว้และสร้างบ้านเลยก็ดีเหมือนกันค่ะ” เกาอิงพยักหน้าสนับสนุนการตัดสินใจของครอบครัวกัวในทันทีเธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่หลานสาวเหมือนรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าเพราะซูเวยเกริ่นเรื่องนี้กับเธอตั้งแต่กลับมาจากเมืองหงคราวก่อนสร้างความประหลาดใจในทักษะทำนายของหลานสาวยิ่งนัก


    “ตกลง งั้นเสี่ยวเฟิงก็จัดการตามความเหมาะสมได้เลย”กัวเป่ายิ้มอย่างยินดีที่เกาอิงเห็นด้วยและสนับสนุน เขากำชับลูกชายให้เริ่มดำเนินการซื้อที่ดินและสร้างบ้านพักตากอากาศขึ้นโดยเร็ว


    หลังจากครอบครัวกัวทานข้าวอิ่มแล้วพวกเขาเดินทางกลับเมืองหงโดยที่มอบหมายให้พ่อบ้านหูมาติดต่อซื้อที่ดินกับผู้ใหญ่บ้านในวันถัดไปทำให้ครอบครัวกัวจะมีบ้านพักตากอากาศอยู่ใกล้ชิดกับหลานสาวบุญธรรมสมใจปรารถนา


    ..........


    หลังทานอาหารเย็นอิ่มแล้วซูเวยแยกตัวไปจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อวางค่ายกลเสริมพลังฉีควบคู่กับค่ายกลป้องกันขั้นสูงเนื่องจากเธอมีหินหยกที่ได้มาจากตระกูลกัวสำหรับจัดวางทั้งหมดแปดก้อนเธอตัดสินใจใช้หินหยกอีกหนึ่งก้อนที่ตรวจพบว่ามีพลังสามารถเพิ่มอานุภาพให้กับค่ายกลได้อย่างเต็มที่นั่นคือหินหยกก้อนเล็กที่ซูเวยได้มาจากโกดังผาสุขเมื่อครั้งที่เธอรับภารกิจแรกจากพี่ชาย


    ซูเวยรอให้แขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีในพิธีขึ้นบ้านใหม่พร้อมกับทานอาหารที่ครอบครัวเตรียมไว้จัดเลี้ยงกลับบ้านไปจนหมดโดยเธอบอกกล่าวกับยายไว้ล่วงหน้าแล้วถึงการจัดวางค่ายกลที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพลังฉีและการป้องกันเหตุร้ายต่างๆที่แม้แต่คนที่แข็งแกร่งในขอบเขตแกนทองคำก็ไม่สามารถบุกรุกเข้ามาได้หากเธอไม่ยินยอม


    “ยายคะ หากมีเสียงดังที่ดูเหมือนผิดปกติอะไรยายไม่ต้องตกใจนะคะ หนูกำลังจะสร้างค่ายกล ดังนั้นยายก็นอนพักผ่อนอยู่ในห้องไม่ต้องออกมานะคะ”ซูเวยกำชับยายอย่างกังวลเธอไม่ต้องการให้ยายออกมาขัดจังหวะขณะที่กำลังสร้างค่ายกลพร้อมกับร่ายเวทมนตร์ป้องกันไปพร้อมกันซึ่งอาจก่อให้เกิดผลสะท้อนกลับจนทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ ฉะนั้นจึงต้องบอกยายอย่างเคร่งเครียดจริงจัง


    “เข้าใจแล้วยายจะอยู่แต่ในห้องนอน” เกาอิงพยักหน้ารับรู้ ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจอะไรมากนักแต่ทว่าเธอดูละครและภาพยนตร์มาพอสมควรเกี่ยวกับเทพเซียน เพราะฉะนั้นคำว่าค่ายกลจึงไม่ใช่คำแปลกใหม่สำหรับเธอเพียงแต่เธอไม่คาดคิดว่าหลานสาวจะมีทักษะและความสามารถสูงจนสามารถสร้างค่ายกลได้เหมือนกับตำนาน

    คล้ายกับเรื่องนางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม) ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635