นอกจากผู้กองเกรียงเดชแล้วยังมีใครที่ใช้มนตร์นี้ได้อีก?
นั่นคือคำถามที่คนจากธาราก็อยากได้คำตอบเช่นกัน แต่ที่ทุกคนมั่นใจคือ คนที่ร่ายคาถานี้คือคนที่สวมชุดคลุมสีดำที่ยืนอยู่ข้างทหารศิขาอย่างแน่นอน ด้วยท่าทางที่ยืนยื่นมือออกมาข้างหนึ่งพร้อมกำลังคว่ำมืออยู่บ่งบอกให้เห็นคือท่าทางที่เป็เอกลักษณ์ของคาถาปฐีพลิกผัน พร้อมกับมีรัศมีแสงสีน้ำตาลที่ปกติจะพบเห็นได้เมื่อทหารวสุธาใช้เวทมนตร์ แล้วคนที่อยู่ในชุดคลุมสีดำนั่นคือใครกันล่ะ?
ปฐีพลิกผันคือมนตร์พื้นฐานขั้นสาม ถึงมันจะขึ้นชื่อว่าเป็เวทมนตร์ขั้นพื้นฐานที่ใครก็ตามที่มีธาตุดินเป็หลักในตัวใช้ได้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีความสามารถมากพอที่จะใช้เวทขั้นสูงนี้ได้
โดยปกติแล้วใครก็ตามที่สามารถใช้มนตร์นี้ได้จะถูกอวยยศให้เป็ระดับผู้กองในกองทัพของอาณาจักร หรือไม่ก็เป็หัวหน้าทีมปฏิบัติภารกิจของโรงเรียนทหารเวทมนตร์
ทีมของดารินไม่มั่นใจว่าในตอนนี้ที่ป้อมหินผามีทีมจากโรงเรียนทหารเวทมนตร์จากอาณาจักรวสุธาหรือไม่ และหากมี จะมีสักกี่คนที่สามารถใช้มนตร์ปฐีพลิกผันได้บ้าง เพราะบางทีถึงแม้จะได้รับการแต่งตั้งเป็หัวหน้าทีม ก็ใช่ว่าทุกคนจะใช้มนตร์บทนี้ได้
ส่วนทหารที่ประจำอยู่ที่ป้อมหินผาแห่งนี้ พวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่ามีคนระดับผู้กองขึ้นไปเพียงแค่ผู้กองเกรียงเดช แต่ก็มีความเป็ไปได้ที่จะมีผู้กองคนอื่นมาเข้ามาประจำการเพิ่ม เนื่องจากพวกเขาเพิ่งมาถึงป้อมหินผาได้ไม่ถึงหนึ่งวัน ข้อมูลที่พวกเขามีอาจจะไม่ครบก็เป็ได้
ข้อสงสัยของดารินและทีมสองต่างพุ่งเป้าไปที่ผู้กองเกรียงเดชที่มีความเป็ได้ที่สุด เนื่องจากคำพูดจากผู้พันประสิทธิ์ที่ได้พูดออกมาว่า มีคนในให้ความช่วยเหลือพวกเขาในการเข้ามาในป้อม
แต่อีกใจหนึ่งของพวกเขาก็ยอมรับว่าทำใจยากที่จะเชื่อว่าผู้กองเกรียงเดชจะเป็หนอนบ่อนไส้ พวกเขารู้จักผู้กองเกรียงเดชมานานเกินกว่าที่จะเชื่อลมปากจากศัตรูที่อาจจะพูดออกมาเพื่อให้พวกเขาระแวงกันเองก็เป็ได้ แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับว่ารูปการมันมีความเป็ไปได้จริง ๆ
ความคิดของผู้คนจากวสุธาช่างต่างกับคนจากธาราอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่มีความคิดเลยว่าชายในชุดคลุมสีดำนั้นจะเป็ผู้กองเกรียงเดชไปได้ แต่พวกเขาก็บอกไม่ได้ว่าใครที่น่าจะมีความเป็ไปได้ที่จะทรยศหักหลังพวกเขา
ดารินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลามาค้นหาความจริงในเื่นี้ ถึงเธอจะชะงักเพราะไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะร่ายมนตร์ธาตุดินได้ แต่เธอก็ดึงสติกลับมาได้ทันควัน เธอตั้งใจที่จะรีบร่ายคาถามหาะุวารีให้เร็วที่สุด เธอไม่้าให้หัวหน้าของทหารนภาหลุดรอดไปได้ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ทันการเสียแล้ว ผู้พันประสิทธิ์หลุดจากเถาวัลย์ที่พันธนาการเขาไปได้แล้ว
“ขออภัยด้วยที่ล่าช้าครับ” ทันทีที่ผู้กองประสิทธิ์หลุดจากเถาวัลย์ เขารีบตรงดิ่งไปบริเวณด้านใต้กำแพงที่ชายในชุดหารสีแดงเพลิง แต่หากมองดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วชุดทหารของเขานั้นแตกต่าง มันดูเหมือนชุดเกราะเหล็กที่มีสีแดงประกอบมากกว่า ผู้กองประสิทธิ์รีบโค้งเพื่อแสดงความเคารพให้กับชายคนนั้นก่อนจะพูดต่อ “ผมจะรีบจัดการให้เสร็จเรียบร้อยเดี๋ยวนี้ครับ ขุนพลลงทัณฑ์”
ทันทีที่ทุกคนได้ยินชื่อเรียกว่า ‘ขุนพลลงทัณฑ์’ ทุกคนต่างตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าคนระดับสูงของศิขาจะมาพร้อมกับกองทัพที่มีเล็กแบบนี้
โดยเฉพาะดาริน เธอรู้สึกว่าเื่นี้มันดูไม่ชอบมาพากล ภายในหัวของเธอเริ่มทำงานทันที ‘ขุนพลลงทัณฑ์? หมายถึงหนึ่งในห้าจอมเวทที่เก่งกาจที่สุดในกองทัพทหารของศิขางั้นเหรอ? เป็ไปได้ไงที่เขาจะมากับกองทัพเล็ก ๆ แบบนี้ แถมสามารถบุกประชิดโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวอีกต่างหาก มีเื้ัอะไรในการบุกโจมตีป้อมปราการแห่งนี้หรือเปล่า? ไหนจะคนในชุดคลุมสีดำที่สามารถใช้เวทธาตุดินได้อีก ประหลาดเหลือเกิน ทุกอย่างมันช่างประจวบเหมาะกับที่ผอ.ธาวิสเร่งรีบส่งพวกเรามาทำภารกิจลับสุดยอดเสียเหลือเกิน ดูท่าการต้องสะกดรอยตามผู้กองเกรียงเดชจะมีอะไรมากกว่าที่คิดไว้เสียแล้ว’