ในยามเย็น ณ ชายป่าแถบชานเมืองชนบทเล็กๆที่แสนสงบสุขแห่งหนึ่ง
มีกลุ่มคนกำลังรายล้อมและจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มผู้นึงที่กำลังนอนหมอบราบ
ไปกับพื้นด้วยท่วงท่าที่สวยงาม
เหล่าผู้คนที่รายล้อมอยู่นั้นบนใบหน้าต่างของพวกเขากับเต็มไปด้วยความลำบากใจ
โดยเฉพาะเด็กน้อยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอีกฝ่ายที่กำลังหนอนหมอบราบเรียบไปกับพื้น
"เฮ้ ชาล ฉันว่านายตัดใจเถอะการสอบเข้า สมาคมผู้ฝึกตนน่ะ นายที่ยังรับมือ
กับเด็กประถมได้ไม่ถึง10นาทีเนี้ย...หากนายไปสอบละก็ถึงจะไม่ตายแต่คงได้พิการแน่
ตัดใจซะเถอะน่า พวกเราเป็ห่วงนายอยู่นะ"
ชายวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยความห่วงใย
เด็กหนุ่มที่กำลังนอนหมอบราวกับจะรวมเป็หนึ่งเดียวกับโลกอยู่นั้น
ตอบสนองต่อคำพูดนั้นด้วยการสั่นสะท้านอย่างเบาบาง
ร่างกายเองก็ตอบรับการสั่นะเืน้ำตาเริ่มเอ่อล้นบริเวณหางตา เด็กหนุ่มกัดฟัน
ฝืนพูดโดยระวังไม่ให้ใครรู้ถึงน้ำเสียงที่สั่นเทาจากการ กลั้นน้ำตา
"ลุง ข้ารู้ว่าข้ามันอ่อนแอจนน่าสมเพช แต่ที่ข้าแพ้เ้าเด็กนี้เพราะ.....
ข้ากังวลว่าข้าจะลงมือหนักเกินไป จนเกิดเป็แผลใจที่ไม่อาจลบเลือน
ท่านก็รู้ว่าหัวใจข้านั้นอ่อนโยนและเปราะบาง หากทุบตีเ้าเด็กน้อยนี้หนักเกินไป
ข้ากลัวว่าพวกท่านจะไม่อาจทนเห็น และยื่นมือเข้าช่วยเหลือเค้าข้ากังวลเื่นี้มาก
จนไม่อาจออกมืออกเท้า!!"
เมื่อได้ยินคำกล่าว ผู้คนรอบข้างเกิดอาการกล้ามเนื้อใบหน้าชักกระตุกขึ้น
อย่างพร้อมเพรียง ไม่ใช่ว่าในระหว่างการประลองคนที่พวกตนต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ไม่ใช่เ้าตัวหน้าด้านนี้หรอกหรือ
เพราะร่างกายของเด็กหนุ่มอ่อนแอเกินไป หากพวกตนไม่เข้าช่วย เ้าเด็กนี้
คงโดนหามส่งเข้าห้องฉุกเฉินไปั้แ่เริ่มการประลอง ทุกครั้งที่พวกเขาเอ่ยปาก
ขอให้หยุดการประลอง แต่เ้าตัวหน้าด้านนี้ก็จะเอ่ยปากแก้ตัวสารพัด
แม้แต่เด็กประถมที่เป็คู่ประลองยังรู้สึกเห็นใจ ใช้เพียงฝ่ามือฟาดออกไปอย่าง
ระมัดระวังและอ่อนโยน ราวกับกลัวว่าร่างกายฟองสบู่ของอีกฝ่ายจะแตกสลายไป
การประลองในคราวนี้เหมือนกับการเล่นตบแปะ แต่เด็กหนุ่มกับรับมืออย่างยากลำบาก
ราวกับเป็การต่อสู้อันดุเดือดและพ่ายแพ้ไป พ่ายแพ้แก่คู่ประลองเด็กที่ตนท้าทายและเลือกมาเอง
เหล่าผู้คนที่รายล้อมต่างกัดฟัน จ้องมองไปที่เด็กหนุ่มอย่างโหดร้าย ราวกับรู้ด้วยสัญชาตญาณ
เด็กหนุ่มรีบเงยหน้า ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ยปาก
"เอาละนี้ก็จะเย็นมากแล้วข้าพึ่งจำได้ว่า คุณป้าเ้าของบ้านเด็กกำพร้าฝากข้าซื้อน้ำปลาในตอนรุ่งเช้า
ข้าต้องรีบกลับไปเข้านอน หากช้ากว่านี้อาจเลยเวลาปิดประตู ข้าไม่อาจทนต่อความหนาวเหน็บในยามค่ำคืน
มันอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและผิวพรรณของข้าได้......การปรลองในครั้งนี้ถือซะว่า
ไม่เคยเกิดขึ้น!!!! ถือเป็โชคดีของเ้า!เด็กน้อย"
เด็กหนุ่มรีบพุ่งทะยานออกไปจากกลุ่มคนอย่างเต็มฝีเท้า ราวกลับหวาดกลัวต่อคำพูดที่เขาจะได้รับ
และไม่ยินดีที่จะอยู่ฟังคำตอบ
กลุ่มคนได้แต่มองการจากไปของเด็กหนุ่ม แม้จะโกรธในความหน้าด้านของเขาแต่ไม่มีใครคิดลงมือ
นี้ไม่ใช่เื่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกและได้แต่ถอนหายใจ
เด็กหนุ่มที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเอาเป็เอาตาย และหยุดพักเหนื่อยหอบเป็ระยะๆ
เขาเป็เด็กกำพร้า อายุ14ปี มีชื่อว่า 'ชาล บัค ไมท์ตี้'
รูปลักษณ์ของเขา มีผมสีดำ ทรงผมยุ่งเหยิงปราศจากการดูแล สายตาแหลมคมชั่วร้าย
โดยธรรมชาติทอประกายสีแดงดูดิบเถื่อน ขอบตาคล้ำเล็กน้อยใบหน้าซูบตอบ
ริมฝีปากซีดเรียวบางชั่วร้าย ร่างกายเรียวเล็กและผอมแห้ง เมื่อมองดูโดยรวมแล้ว
ราวกับศูนย์รวมความโชคร้าย
แต่ถึงจะมีจะมีร่างกายอ่อนแอ แต่ฝีปากของเขาเข้าขั้นอัจฉริยะ
เขาคือ อดีตอัจฉริยะที่มากล้นด้วยพร์ ในโลกที่ผู้คนสามารถควบคุมพลังเวทย์ในร่างกาย
เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองนั้น เพียงอายุ12ปี ตัวเขาก็บรรลุถึงระดับ พื้นฐานขั้นสูงอีกเพียงก้าวเดียว
ก็จะบรรลุในระดับพลังขั้น มืออาชีพ
ในขณะที่เด็กรุ่นเดียวกันยังอยู่เพียง ระดับควบคุมพลังเวทย์
แต่กับประสบอุบัติเหตุาเ็สาหัส วงจรเวทย์ในร่างกายเสียหายรุนแรง ทำลายพร์
และระดับพลังจนสิ้นสูญ ปัจจุบันระดับพลังกลับตกต่ำลงเหลือเพียง ควบคุมพลังเวท เท่านั้น
ในขณะที่ ชาล กำลังวิ่งกลับบ้านอย่างเหนื่อยหอบอยู่นั้น
"ยี้ฮ่า~น้องสาว ว่างอยู่รึเปล่าพวกพี่ชายนะรู้จักร้านคาร์เฟ่อร่อยๆบรรยากาศดีๆอยู่ด้วยนะ ไปกับพวกเราเถอะน่า"
"ว่าแต่น่ารักจังเลยนะชื่ออะไรงั้นเหรอสาวน้อย นี้ๆไม่ต้องห่วงเห็นแบบนี้พวกพี่ชายน่ะเป็สุภาพบุรุษนะ คั้กๆๆ"
กลุ่มชายฉกรรณ์3คนที่ดูราวกับหลุดออกมาจากหนังยุค วันสิ้นโลก กำลังรุมล้อมสาวน้อยคนหนึ่ง
ด้วยคำหว่ายล้อมที่ดูขัดแย้งกับสารรูปโดยสิ้นเชิง
"ปล่อยนะ!! ก็บอกว่าฉันมีแฟนอยู่แล้วไง ฟังไม่รู้เื่รึไง!!"
"ช่างหัวไอ้คุณแฟนไก่อ่อน แล้วมาสนุกกับพวกเราดีกว่า คิกๆๆ"
ชาล ที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญ เขาตอบรับถึงสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาปั้นสีหน้า
เข้มขรึมเดินเข้าหากลุ่มชายฉกรรณ์อย่างองอาจ
"พวกเ้าหยุดเดียวนี้!!" ชาล เดินพลางะโออกไปแต่เมื่อพบเห็ยใบหน้าของเด็กสาว ตัวเขาเองก็ถึงกับสั่นสะท้าน!!
"อ่ะ!! ชาลลล"
เด็กสาวที่เห็นการปรากฏตัวของ ชาล ร้องออกมาด้วยความดีใจก่อนจะรีบวิ่งมาเกาะแขน
หลบซ่อนอยู่ด้านหลัง
"หาา....ไอ้หนุ่มนายเป็ใครอย่ามายุ่งกับเื่ของพวกผมนะเฮ้ยยย!!"
"ถูกต้อง พวกเรานะเห็นอย่างนี้แต่ก็เป็สุภาพบุรุษนะ ไปซะ!!แล้วเราจะไม่เอาเื่นาย"
"ใช่ปล่อยเธอมาให้พวกเราซะ"
ชาล ขมวดคิ้วกลุ่มคนตรงหน้าคำพูดนั้นดูสุภาพอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เขากำลังสนใจเด็กสาว
ที่กำลังเกาะแขนเขาด้วยใบหน้าที่กำลังดีใจและเขินอาย
"หึ!! หมอนี้ก็เป็แฟนฉันยังไงละ ทีนี้ก็เข้าใจแล้วสินะเลิกตามตื้อซักทีได้ไหมย่ะ"
เธอป่าวประกาศเสียงดัง!!!
"ห่ะ!!! เอ้!!!"
"หือ....อะไรนะ!!!???"
"ไม่จริงน่าดูๆแล้วเป็ไอ้ไก่อ่อนจริงๆหรือเนี้ย!!..."
ชาล ใสะดุ้งตัวโยน เด็กสาวนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็เพื่อนสมัยเด็กของเขานั้นเอง
เด็กสาว หน้าตาน่ารักผู้มาพร้อมทรงผมหางม้า สีฟ้าครามสดใส ชื่อของเธอคือ โซระ
และกำลังจ้องมอง ชาลด้วยสายตาไม่พอใจ
"นี้ชาล!!! ทำไมนายถึงต้องใไปด้วยละ หมายความว่ายังไงกันย่ะหาาา!!"
"ปะ..เปล่าๆๆ.....เดียวนะ!นี้ฉันไปเป็แฟนเธอตอนไหนกัน??"
"นี้นายคิดจะปฏิเสธงั้นเหรอ!! ทั้งๆที่เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้วแท้ๆ!!"
กำปั้นเล็กๆของเธอกำลังเริ่มทุบตี เด็กหนุ่ม
"โอ้ยยย เดียวเซ่!!มันเจ็บนะถึงจะอยู่ด้วยกันมานานก็เถอะ แต่พวกเราไม่ได้เป็อะไรกันซักหน่อย"
"คนชั่ว!! ทั้งที่ทำไปขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แล้วเด็กๆพวกนั้นละ!! ทั้งที่พวกเด็กๆก็รู้เื่นี้แท้ๆ
นี้นายยังไม่คิดที่จะยอมรับอีกงั้นเหรอ เ้าสารเลวว!!"
เธอยังคงทุบตีอีกฝ่ายต่อไป จนการพูดคุยของทั้งสองดึงดูดความสนใจจากผู้คนโดยรอบ
"คนชั่ว!!"
"ดูนั้นสิ เมื่อกี้ได้ยินว่ามีเด็กกันแล้วด้วยนะ แต่เหมือนฝ่ายชายจะไม่ยอมรับ....เลวมากจริงๆ!!"
"ฮึ้ม...ไอ้หมอนั้นเป็ศัตรูของผู้หญิง"
"ข้าสาบาน หากเกิดเหตุการณ์นี้กับน้องสาวข้า ข้าจะขออัดเขา300ยก!!"
ซุบซิบๆๆ
เสียงนินทาจากผู้คนเริ่มดังขึ้น ชาล เองก็อยากจะร้องไห้ด้วยความสงสัยว่าทำไมเื่ราว
ถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้
แม้แต่กลุ่มชายฉกรรณ์ต้นเื่ยังมองมาที่เขาด้วยสายตา เหยียดหยาม!!
"สวะเอ้ย!!"
"นายมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย"
"ทำไมผู้หญิงดีๆถึงต้องตกเป็เหยื่อของสวะแบบนี้ด้วยนะ"
พวกมันมองอย่างดูถูกและพากันเดินจากไป
หลักจากทุบตีอีกฝ่ายจนพอใจ เด็กสาวก็ลากเด็กหนุ่มกลับไป ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่กำลังมองมาอย่างเวทนา