บทที่ 16 ความรุ่งเรืองของเมืองหลวงไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาอีกต่อไป
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ด้วยเฮ่อจือหร่านปกป้องสกุลโม่ และไม่ลังเลที่จะลงมือกับเฉาเหริน ทำให้เขาสามารถสรุปได้อย่างหนึ่ง
นั่นคือ ตอนนี้นางไม่ได้คิดร้ายต่อสกุลโม่
เมื่อได้ยินเสียงดังปัง เ้าหน้าที่ทั้งหมดต่างวิ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ตามทิศทางของเสียง และเมื่อเห็นว่าเหล่าสตรีในจวนไม่มีอันตรายแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงะโหายตัวไปจากจุดนั้น
ไม่ว่าด้านนอกจะวุ่นวายแค่ไหน เมื่อเฮ่อจือหร่านเข้าไปยังมิติลับแล้ว นางก็ได้พบเื่น่าประหลาดใจครั้งใหญ่
ทั้งมีดสั้น ปืนพกขนาดเล็ก และสไนเปอร์ที่นางหยิบออกมาเมื่อครู่ ต่างเพิ่มจำนวนขึ้นอีกอย่างละหนึ่ง
สำหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็ของดี ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะสามารถช่วยป้องกันตัวระหว่างเดินทางได้
หลังจากรออยู่ในพื้นที่มิติสักพัก เฮ่อจือหร่านจึงออกมา บรรดาเ้าหน้าที่ทั้งหมดหายไปแล้ว เหล่าพี่สะใภ้ก็กลับไปแล้วเช่นกัน
นางรีบะโลงจากต้นไม้ กลับไปยังเรือนหอ
เห็นพี่สะใภ้ทั้งหลายกำลังประคองร่างโม่จิ่วเยี่ยก้าวผ่านประตูภายใต้การควบคุมของเ้าหน้าที่
เ้าหน้าที่ยังคอยเร่งรัดอยู่เรื่อย ๆ
“เร็วหน่อย อย่าเชื่องช้า”
โม่จิ่วเยี่ยถูกพี่สะใภ้หลายคนประคองไปยิ่งรู้สึกละอายใจ
เป็เพราะเขาไร้ความสามารถ ทำให้พวกพี่สะใภ้ต้องเผชิญกับความยากลำบาก ซ้ำยังต้องดูแลเขาอีก
เมื่อเห็นพี่สะใภ้ทั้งหลายคงจะเดินทางลำบาก เฮ่อจือหร่านจึงนึกถึงเกวียนที่เพิ่งถูกเ้าหน้าที่พบ
“ช้าก่อน”
หัวหน้าเ้าหน้าที่คนนั้นหันกลับมา เอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “มีอะไร”
“ไม่ใช่ว่าพวกท่านกำลังรีบร้อนจะไปส่งพวกเราที่ชานเมืองหรอกหรือ” เฮ่อจือหร่านถามกลับเสียงราบเรียบ
“แล้วอย่างไร” ปฏิกิริยาแรกของเ้าหน้าที่คือสตรีนางนี้จะต้องวางแผนเล่นกลบางอย่าง เพราะเห็นกับตาตอนที่นางสบทนาตอบโต้แม่ทัพเฉาเหริน
เฮ่อจือหร่านชี้ไปยังพี่สะใภ้ทั้งสี่ที่คอยประคองชายหนุ่ม “ท่านก็เห็นแล้ว คนที่ถูกเนรเทศออกจากจวนสกุลโม่ นอกจากสามีข้าแล้วล้วนเป็สตรี คงเดินทางเร็วไม่ได้”
“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร” เ้าหน้าที่ถาม
“เมื่อครู่ตอนที่พวกท่านตรวจค้นข้าวของ มีเกวียนไม้เล่มหนึ่ง มันไม่ได้มีค่าอะไร หากให้สามีข้าขึ้นนั่งไปจะได้เดินทางเร็วขึ้น”
เ้าหน้าที่กลอกตาไปมา
“ได้ เกวียนไม้นั้นเ้าเอาไปใช้เถอะ”
พวกเขานำเกวียนไม้มายกตัวโม่จิ่วเยี่ยขึ้นไปนั่ง เฮ่อจือหร่านลากเข็นสามีออกไปด้วยตัวเอง
พี่สะใภ้ทั้งหลายต่างมองเฮ่อจือหร่านด้วยสายตาชื่นชม
เมื่อมีเกวียนไม้ ทั้งประหยัดเวลาและแรง ในไม่ช้า เ้าหน้าที่ก็คุมตัวทุกคนมาถึงหน้าจวน
ตอนนี้ด้านหน้าจวนฮู่กั๋วกงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
มีคนที่ตั้งใจจะมาชมดูความวุ่นวาย และยังมีอีกสองสามคนที่เป็ครอบครัวของพี่สะใภ้ เมื่อได้ยินว่าองค์จักรพรรดิทรงมีพระราชโองการตรวจค้นสกุลโม่ก็รีบมาหาบุตรสาวของตัวเอง
ผลคือ พวกเขายังไม่ทันได้เห็นคนจากจวนเดินออกมา ก็ต้องใกับเสียงหนึ่งที่ดังขึ้น
จากนั้นก็ได้เห็นกับตาว่าหลังศีรษะของเฉาเหริน มีแผลเปิดขนาดใหญ่ และเืไหลออกมา ร่างของเขาตกจากหลังม้ากระแทกพื้น
มีคนไปเชิญผู้ตรวจการเมืองหลวงมาแล้ว
ผู้ตรวจการเมืองหลวงไม่กล่าวอะไรมาก สั่งให้คนตรวจาแ
เห็นได้ชัดว่าาแที่ทำให้เฉาเหรินเสียชีวิตคือแผลเปิดใหญ่ที่มีเืไหลด้านหลังศีรษะของเขา
อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับไม่สามารถระบุได้ว่าเป็อาวุธลับชนิดใดกันแน่
เฉาเหรินถือเป็ขุนนางที่ได้รับพระบัญชามาจากองค์จักรพรรดิ การเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ถือเป็เื่ใหญ่ไม่น้อย
ถึงแม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นด้านนอกจวนฮู่กั๋วกง แต่เื่ที่โม่จิ่วเยี่ยถูกองค์จักรพรรดิลงโทษโบยห้าสิบไม้เมื่อคืนก็รู้โดยทั่วกันแล้ว พวกเขาได้ยินว่าชายหนุ่มถูกคนหามกลับมา ย่อมไม่มีทางลงมือกับเฉาเหรินได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คนในสกุลโม่เคลื่อนไหวลำบาก มีเพียงสตรีอ่อนแอ ยิ่งไม่สามารถเป็ผู้ต้องสงสัยได้
หลังคิดไปมา ผู้ตรวจการเมืองหลวงรู้สึกว่าตัวเองไขคดีนี้ไม่ได้ จึงรีบสั่งให้คนนำศพของเฉาเหรินไปยังศาลต้าหลี่
เมื่อคนสกุลโม่ออกมา ศพของเฉาเหรินก็ไม่อยู่แล้ว
คนส่วนใหญ่ที่เห็นเหตุการณ์นี้ต่างวิ่งไปตามดูต่อที่ศาลต้าหลี่
ส่วนคนที่เหลืออยู่มีเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนเป็ญาติครอบครัวของพวกพี่สะใภ้
คนแรกที่วิ่งเข้ามาคือครอบครัวของเฝิงฉุยเหลี่ยน พี่สะใภ้สาม
ตระกูลเฝิงมีตำแหน่งและฐานะไม่สูงมาก ย่อมไม่มีสิทธิ์ขอเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ
พวกเขาเห็นเฉาเหรินนำคนเดินมายังจวนฮู่กั๋วกง จึงส่งคนออกไปสืบข่าวและได้ยินเื่นี้
มารดาของพี่สะใภ้สามร้องไห้อ้อนวอนให้บุตรชายพานางมาด้วยกัน
“ฉุยเหลี่ยน ลูกสาวของแม่ แม่ไร้ความสามารถ ช่วยอะไรเ้าไม่ได้เลย… ฮือ ๆ ๆ ...”
ฮูหยินผู้เฒ่าเฝิงกุมมือบุตรสาวร้องไห้น้ำตานอง
เฝิงฉุยเหลี่ยนเห็นมารดาก็โผเข้ากอดร้องไห้โฮเช่นกัน
ภาพนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างน้ำตาคลอ
ฮูหยินผู้เฒ่าเฝิงร่างกายสั่นเทิ้ม แอบหยิบถุงเงินออกจากอกเสื้อยัดใส่มือเฝิงฉุยเหลี่ยน
“แม่ออกมาอย่างรีบร้อน ไม่ได้เตรียมอะไรไว้มาก เงินพวกนี้เป็เงินส่วนตัวของแม่ทั้งหมด เ้าเก็บไว้ให้ดี หากถึงยามฉุกเฉินระหว่างทาง”
หากไม่ใช่เพราะเงินที่ซ่อนอยู่ในเสื้อตัวในถูกค้นเก็บไป เฝิงฉุยเหลี่ยนคงไม่อยากรับเงินมาจากมารดา
แต่นางคิดว่า คนสกุลโม่ไม่ได้นำของอะไรติดตัวไปด้วย หากไม่รับเงินถุงนี้ไว้ เกรงว่ายากที่จะมีชีวิตรอดจนถึงซีเป่ย
นางถือถุงเงินที่มารดาให้ไว้แน่น สะอื้นเอ่ยว่า “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้า มีแม่สามี สะใภ้คนอื่น และน้องเก้าอยู่ด้วย พวกเราจะต้องเดินทางไปถึงซีเป่ยได้อย่างปลอดภัยแน่นอน”
ขณะนั้น มารดาของสะใภ้สี่จากตระกูลเซียวก็มาถึง พวกเขาแอบยัดถุงเงินให้เซียวฉิงเอ๋อร์เช่นกัน
พวกเขานำสัมภาระที่จัดเตรียมมาส่งให้ แต่เ้าหน้าที่กลับปฏิเสธไป
เหตุผลคือ นักโทษไม่มีสิทธิ์ใช้สิ่งของเหล่านี้
คนอื่น ๆ ที่ไม่มีครอบครัวมาส่ง ต่างมองพี่สะใภ้ทั้งสองตาละห้อย
เฮ่อจือหร่านกำลังคิดว่า คนจากตระกูลเฮ่อจะมาส่งนางด้วยหรือไม่
สุดท้าย ตระกูลเฮ่อก็ไม่ได้ส่งใครมา
เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว เ้าหน้าที่จึงเร่งให้คนสกุลโม่ออกเดินทาง และไล่คนจากตระกูลเซียวและตระกูลเฝิงที่มาส่งกลับไป
พวกเขาเหม่อมองประตูใหญ่อันโอ่อ่าของจวนฮู่กั๋วกงอีกครั้ง ฮูหยินผู้เฒ่าก้าวเท้าเดินนำไปก่อน
โม่หานเยี่ยยังใกลัวอยู่บ้าง เดินติดตามหลังมารดาอย่างใกล้ชิด
เฮ่อจือหร่านใช้เกวียนไม้ลากโม่จิ่วเยี่ยตามมา ต่อด้วยพี่สะใภ้ทั้งแปด
ระหว่างทาง ท้องถนนคึกคัก เสียงร้องเรียกขายของจากพ่อค้าแม่ค้าดังมาเป็ระยะ
ในตอนนี้คนสกุลโม่รู้กระจ่างแจ้งในใจว่า นับจากนี้ ความรุ่งเรืองของเมืองหลวงไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาอีกต่อไป...
ภายใต้สายตาจับจ้องของชาวบ้าน พวกเขาถูกเ้าหน้าที่ควบคุมตัวเดินทางออกนอกประตูเมือง
นอกจากสะใภ้สามและสะใภ้สี่ที่ได้พบครอบครัวแล้ว เฮ่อจือหร่านกับพี่สะใภ้อีกเจ็ดคนล้วนไม่ได้เห็นครอบครัวตนเองมาส่ง
เหล่าพี่สะใภ้ซึ่งเดิมทียังมีความหวังอยู่บ้าง ตอนที่ก้าวออกนอกประตูเมืองไปแล้ว ความหวังทั้งหมดก็หายไปโดยสิ้นเชิง
เริ่มเข้าใจถึงความผันแปรไปของโลก คนในครอบครัวที่สนิทสนมกันดี มาตอนนี้กลับไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้ามาสักครั้ง
เฮ่อจือหร่านไม่ได้คิดมากกับเื่นี้นัก ในเมื่อตอนนี้นางก็ถือว่าตัวเองเป็คนนอกแล้ว จึงไม่ได้คาดหวังอะไรกับบิดามารดาเ้าของร่างเดิม
คนทั้งกลุ่มต่างครุ่นคิดเื่ของตนเอง รู้ตัวอีกทีก็มาถึงชานเมืองแล้ว
สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดคือนอกจากเ้าหน้าที่ที่ควบคุมพวกเขาแล้ว ยังมีนักโทษที่ถูกเนรเทศเหมือนกันอีกมากมาย
และเมื่อดูจากกลุ่มนักโทษเ่าั้ ก็สามารถบอกได้ว่า พวกเขาถูกเนรเทศทั้งครอบครัวเช่นกัน