[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    134 ไม่ได้นัดแนะเลย

    คำถามของนักศึกษาชายคนหนึ่งดึงความสนใจของคนอื่นให้คิดตาม การต่อสู้ที่จบลงไปเมื่อครู่ไม่ได้ใช้มานาอาศัยเพียงแค่ความคล่องตัวเท่านั้น


    หากต้องการวัดความสามารถของทักษะจำเป็นต้องใช้มานาและใช้อีกหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อนของพวกเขาที่แพ้ถูกจำกัดพลังเอาไว้เยอะมากจึงไม่แปลกที่จะแพ้


    “ อืม…ถามได้ดี แล้วก็ดีเหมือนกันที่ถามเพราะถ้าหากเรียนไปแล้วผลที่ออกมาไม่เป็นเหมือนที่หวังแล้วจะโทษฉันอีก งั้นเอาแบบนี้มีใครอยากจะลองต่อสู้กับเพื่อนใส่แว่นคนนี้ไหม แต่ใช้ทุกอย่างเลยนะแล้วก็ขอคนที่เลเวลไม่ห่างกันมากด้วยเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุด ”


    เด็กหนุ่มเดินลงมาจากอัฒจันทร์เขาเป็นคนที่สอบถามอาจารย์ ความจริงแล้วเขาไม่ได้มีจุดประสงค์จะดูถูกแต่อย่างใด เขาต้องการกลายเป็นผู้แข็งแกร่งจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เดินบนเส้นทางที่ถูกต้องโดยไม่ได้ลงไปเดินแวะข้างทางเพราะฝึกทักษะไม่ถูกจุด


    “ ผมเองครับอาจารย์ เลเวลของผมเยอะกว่าเขาแค่ 3 เลเวลไม่น่าจะห่างกันมาก ”


    “ ได้สิ เอาล่ะเตรียมตัวให้พร้อมฉันจะให้เพื่อนนายแสดงพลังของทักษะที่ฉันปรับแก้ไป ”


    เฉินห่าวเข้าไปกระซิบข้างหูของเด็กชายสวมแว่นแล้วบอกให้เขาลองโคจรมานาในรูปแบบของทักษะฝ่าเท้าสายลม การต่อสู้เมื่อครู่จบลงได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจการโคจรมานาเพราะกฎห้ามใช้มานา แต่ตอนนี้กลับต่างออกไปเพราะต้องใช้ทุกอย่างเพื่อเอาชนะ


    เด็กชายสวมแว่นตาทำตามคำแนะนำก่อนจะพบว่าร่างกายของเขาแปลกไป จู่ๆเขาก็เริ่มเข้าใจวิธีการโคจรมานาในแบบที่ถูกต้อง แม้จะมีบางจุดที่ยังควบคุมได้ไม่เต็มที่ ในตำแหน่งที่คิดว่าควบคุมได้ยากกลับง่ายหลังจากอาจารย์เหวินใช้นิ้วจิ้มลงมาราวกับช่วยเขาเปิดทางในการโคจรมานา


    “ เอาล่ะ ฉันเตรียมตัวให้เพื่อนนายเสร็จแล้ว ครั้งนี้จะใช้การต่อสู้ 3 ครั้ง หากใครชนะ 2 ครั้งถือว่าชนะไป ”


    เฉินห่าวอธิบายกติกาแล้วปล่อยให้เด็กชายทั้ง 2 ต่อสู้กัน เพียงแต่ว่าเด็กทั้ง 2 กลับยังไม่ลงมือ คนหนึ่งชักดาบแล้วนำชุดเกราะพร้อมรบออกมาสวมใส่ ส่วนอีกฝ่ายสวมใส่ชุดเกราะที่สร้างมาจากเทคโนโลยีเพื่อเสริมความสามารถทางด้านร่างกาย


    “ ไม่เริ่มล่ะ ” เฉินห่าวสงสัยเหตุใดนักศึกษาจึงไม่เริ่ม


    “ อาจารย์ครับ ไม่เปิดม่านพลังก่อนเหรอครับ ” เด็กชายสวมแว่นเป็นคนเอ่ย พวกเขาจำเป็นต้องมีม่านพลังป้องกันเพื่อไม่ให้บาดเจ็บหนัก  


    “ โอ๊ยไม่ต้อง แค่การต่อสู้ของนักศึกษาไม่มีใครตายหรอก เอาเลยต่อยกันเลย ถ้าหากว่ามีอะไรพลาดฉันจะช่วยเองหรอก ฉันไม่ได้มาเป็นอาจารย์สอนพิเศษเพราะจับสลากหรอกนะ ต่อยเลย ”


    เด็กทั้งสองพยักหน้าให้อาจารย์สอนพิเศษแล้วมองอีกฝ่าย การต่อสู้ครั้งนี้จริงจังกว่าเดิมเพราะพวกเขามีโอกาสตายได้หากอาจารย์เข้ามาช่วยไม่ทัน


    “ ระวังด้วยดาบของฉันไม่มีตา ”


    “ หมัดของฉันก็เหมือนกัน ”


    ร่างของชายถือดาบพุ่งเป็นเส้นตรงมาด้วยความเร็วพร้อมกับดาบที่ชูไปบนศีรษะเตรียมฟาดฟันลงมา


    เด็กชายสวมแว่นเห็นช่องว่างมากมายจึงหลบไปทางฝั่งขวาปล่อยให้ดาบพุ่งผ่านไป เขาแอบตกใจเช่นกันไม่คิดว่าตนเองจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขนาดนี้  ความสามารถในการต่อสู้ของเขาพุ่งสูงขึ้นมากหลังจากฝึกทักษะจากอาจารย์เหวิน ยิ่งเมื่อได้ใช้กับชุดเกราะที่มีการคำนวณการเคลื่อนไหวศัตรู เขาจึงรู้สึกไม่ต่างจากมองเห็นอนาคตข้างหน้าได้เลยด้วยซ้ำ


    ดาบที่พุ่งผ่านตวัดไปในแนวขวางไล่ตามฟัน เขาเห็นการโจมตีอันน่ากลัวนี้ทิ้งตัวลงไปทางซ้ายมือจนราวกับคนกำลังจะล้มตัวลงนอน แต่เมื่อร่างเกือบจะถึงพื้นเขาทำเพียงก้าวเท้าอีกนิดร่างก็เด้งขึ้นมาหลังจากหลบดาบพ้นราวกับว่าศีรษะของเขามีแม่เหล็กขั้วเดียวกันกับพื้นดิน ไม่ว่าเขาจะทิ้งตัวอย่างไรก็ไม่มีทางตัวติดพื้น


    นักศึกษาที่อยู่บนอัฒจันทร์มองการต่อสู้ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาเห็นภาพเดิมๆนั่นก็คือชายสวมแว่นกำลังหลบการโจมตีของอีกฝ่ายพ้นราวกับว่ามันเป็นการโจมตีของเด็ก


    ไม่ว่าศัตรูของเขาจะเรียกใช้สกิลอีกกี่ครั้งเขาก็สามารถหลบมันพ้นจนทำให้จุดที่เขาเคยยืนเต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหาย หลายคนรู้สึกตกใจเพราะหากทักษะนี้ถูกฝึกจนสำเร็จคงจะเป็นทักษะเท้าที่อันตราย มันสามารถหลบแล้วก็เข้าประชิดตัวได้ง่ายๆจนมีแม่เหล็กผลักเข้าและผลักออก


    ผัวะ!


    หมัดเหล็กกระแทกเข้าที่กลางอกของชายถือดาบจนกระเด็นออกไปไกลสร้างความตกใจให้นักศึกษาเมื่อเห็นว่าผลแพ้ชนะปรากฎออกมาแล้ว


    การต่อสู้ครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหลังจากที่พวกเขายืนหอบหายใจสักพัก 


    การต่อสู้ในครั้งที่สองชายถือดาบเปิดใช้งานพลังทุกอย่างราวกับเขาต้องการจะสังหารอีกฝ่ายให้ได้ เด็กชายสวมแว่นตาเอาจริงเช่นกันเพราะรู้ว่าการออมมืออาจจะทำให้เขาตาย  บริเวณสนามตอนนี้ไม่มีพลังแต่อย่างใดถ้าพวกเขาไม่เอาจริงคงตายอย่างแน่นอน


    เสียงกระทบกันระหว่างหมัดและดาบเริ่มถี่ขึ้น จากเดิมชายสวมแว่นตาสามารถหลบการโจมตีของอีกฝ่ายพ้น ความเร็วของดาบที่ใช้ออกในครั้งนี้กลับเร็วขึ้นจนต้องยกหมัดและปลอกแขนของชุดเกราะขึ้นมาป้องกัน


    ถึงอย่างนั้นเขากลับหลบและป้องกันได้เช่นเดิมราวกับว่าเลเวลของอีกฝ่ายที่สูงกว่าไม่มีผล


    “ แม่เจ้า แม้จะมองดูตัวเลขแล้วน้อยก็เถอะ แต่การที่คู่ต่อสู้เลเวลมากกว่า 3 แล้วยังรับมือได้นานแบบนี้ ทักษเท้าบ้านั่นน่ากลัวเป็นบ้าเลย ”


    แม้จะดูทุลักทุเลชายสวมแว่นกลับป้องกันการโจมตีได้ทั้งหมด บางครั้งเขาหลบพ้น บางครั้งเขาก็พลาดจนต้องยกมือขึ้นมาป้องกันทว่าเขากลับเป็นฝ่ายตื่นเต้น การที่สามารถหลบและป้องกันได้ตลอดเปิดโอกาสให้เขาได้วิเคราะห์คู่ต่อสู้และคำนวณวิธีที่จะเอาชนะอีกฝ่าย จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่ 5 เขาก็เห็นช่องว่างบริเวณขาซ้ายจึงเตะเท้าเข้าไปบริเวณนั้นอย่างจังจนอีกฝ่ายเซไปด้านซ้ายเล็กน้อย


    ชายสวมแว่นไม่รอช้าเมื่อเปิดช่องว่างได้แล้วจึงซัดหมัดเข้าที่กลางลำตัว ต่อให้คู่ต่อสู้ของเขาจะยกดาบขึ้นมาป้องกันได้แรงกระแทกที่เกิดขึ้นมหาศาลพอจะส่งชายที่เสียหลักพุ่งออกไปไกล


    เพียงแต่ว่าด้านหน้าของเขากลับมีด้ายเล็กๆพุ่งเข้ามารัดหมัดเอาไว้ ทางฝั่งของชายถือดาบถูกด้ายมัดเข้าที่แขนเช่นเดิมเพื่อไม่ให้โจมตีสวนกลับแต่อย่างใด


    นักศึกษาที่มองอยู่ด้านบนล้วนตกใจว่าผลที่ออกมาใครจะเป็นผู้ชนะเพราะอาจารย์เข้ามาหยุดก่อน


    “ เกือบไปแล้ว เกือบไปแล้ว ดีนะที่เข้ามาหยุด ”


    ทุกคนอยากรู้ว่าใครเป็นผู้ชนะจึงเงียบแล้วรอฟังที่อาจารย์จะอธิบาย


    “ สงสัยล่ะสิว่าฉันหยุดก่อนทำไม คืองี้ คนที่ถือดาบจะบาดเจ็บหนักเลยล่ะ ไม่ใช่เพราะจุดที่ถูกต่อยนะ แต่เป็นแรงที่เกิดจากการต่อยจากเจ้าชุดเกราะนี่ ”


    เฉินห่าวตบไปที่ชุดเกราะของชายสวมแว่นตา เขาถ่ายเทพลังทั้งหมดไปที่หมัดจึงทำให้การโจมตีเมื่อครู่รุนแรงพอจะล้มมอนสเตอร์ในระดับเดียวกัน


    หลังจากอธิบายจบไปแล้วหลายคนพยักหน้า แต่ก็มีหลายคนคิดว่าเฉินห่าวกลัวว่าเด็กที่ตัวเองเทรนจะแพ้ ถึงอย่างนั้นไม่มีใครออกความคิดเห็นพวกเขายังคงนั่งฟังเช่นเดิมรอให้หมดคาบ


    “ เอาล่ะมีใครอยากจะสอบถามฉันอีกไหม ”


    “ อาจารย์ครับผมมีคำถาม ” เด็กชายร่างกายผอมสูงถามอาจารย์ด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง


    “ ผมจะรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์และเขาไม่รู้จักกันมาก่อน ”


    “ หมายถึงใครคนใส่แว่นนี่เหรอ ”


    “ ใช่ครับ แล้วก็คนแรกที่ท้าทายชายคนนี้ด้วย ”


    “ หมายถึงเด็กกล้ามโตที่แพ้ไปคนแรกเหรอ… นั่นสินะ ถ้าหากฉันต้องการสร้างความประทับใจในวันแรก จ้างเด็กกล้ามโตนี่ให้เลือกคนที่อ่อนแอที่สุด ซึ่งชายสวมแว่นก็ตรงเป้า ฉันก็เลยไปสอนเขาก่อนจะมาที่นี่ พูดง่ายๆก็คือ ฉันจ้างนักศึกษาพวกนี้ทั้งหมดเพื่อจัดฉากให้ดูเหมือนฉันเป็นอาจารย์ที่แข็งแกร่ง  …….อืมที่นายพูดก็มีเหตุผล งั้นเอางี้  ให้พวกนายโหวตคนที่อยากให้ฉันแนะนำมาสักคน แล้วก็เลือกคู่ต่อสู้ให้เขาด้วย ถ้าคนที่ฉันชี้แนะชนะได้อีก  ไม่ต้องถามแล้วนะว่าฉันจัดฉากหรือเปล่า”


    เฉินห่าวทำเพียงยิ้มให้นักศึกษาด้วยท่าทางเอ็นดู เด็กเหล่านี้คือสมาชิกร้านและพื้นฐานเส้นสายที่เขาจะสร้างในอนาคต หากเขาทำให้เด็กเหล่านี้รักสุดหัวใจ การจะพูดคุยกับผู้ปกครองเด็กเหล่านี้คงจะง่ายขึ้น


    “ ผมเองครับ ”


    “ ให้ฉันไปเองค่ะ ”


    นักศึกษาหลายคนเลือกที่จะเสนอตัวเอง แต่กฎของพวกเขาคือให้ส่วนมากโหวตเลือกคนที่เขาจะต้องสอน ส่วนคู่ต่อสู้จะถูกเลือกหลังจากที่ได้คนฝึกทักษะจากอาจารย์สอนพิเศษ


    เมื่อการโหวตเริ่มต้นขึ้นทุกคนมองข้าม 10 อันดับแรกของห้องเรียนเพราะแข็งแกร่งเกินไป ต่อให้จะไม่ได้รับการชี้แนะจากอาจารย์คนใหม่พวกเขาก็เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ด้วยความสามารถของตนเอง หากจะให้เป็นคู่ต่อสู้ของคนที่อาจารย์เหวินสอนก็ดูจะไม่เป็นธรรม ดังนั้นทุกคนจึงเลือกเพื่อนในห้องที่คิดว่าน่าจะเหมาะที่สุด


    สุดท้ายแล้วคนที่ทุกคนเลือกให้อาจารย์เหวินฝึกทักษะฝ่าเท้าวายุให้คือหญิงสาวสวมแว่นกอดหนังสือด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ เธอไม่มีพื้นฐานในการต่อสู้เลยเพราะเป็นนักเวทที่เน้นโจมตีจากแนวหลัง เธอชื่นชอบการระเบิดวงกว้างมากจึงไม่ค่อยชอบการเข้าประชิดตัวใคร


    ส่วนคู่ต่อสู้ของเธอคือชายตัวใหญ่สูง 2 เมตรผิวคล้ำหน้าตาดุดัน ถึงแม้จะไม่ได้แข็งแกร่งจนติดท็อปของห้อง ระดับของเขากลับไม่ได้ห่างจากเด็กสาวกอดหนังสือมากนัก หากวัดกันด้วยเลเวลพวกเขาทั้งสองห่างกันเพียงแค่ 3 เลเวลเท่านั้น แต่หากวัดกันที่การต่อสู้พวกเขาก็มีรูปแบบที่ต่างกัน หนึ่งคนเน้นเข้าทำลายระยะใกล้ ส่วนอีกหนึ่งเน้นการทำลายระยะไกลก่อนที่ศัตรูจะเข้าถึงตัว


    “ โอเคแล้วนะ มีใครอยากจะเปลี่ยนอะไรอีกไหม ”


    เฉินห่าวสอบถามนักศึกษา ไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนอะไรอีกแล้ว ดูเหมือนว่าทุกคนอยากจะเห็นเขาเปลี่ยนสาวน้อยนักเวทให้กลายเป็นสาวน้อยหมัดหนัก เฉินห่าวไม่คิดอะไรมากครั้งนี้เขาขอเวลาเพียง 30 นาทีเพราะใกล้จะหมดเวลาสอนแล้ว เขาจำเป็นต้องเหลือเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อแนะนำวิธีฝึกทักษะฝ่าเท้าสายลมให้นักศึกษาในคลาส เพื่อที่สัปดาห์ต่อไปเขาจะสอนต่อ


    หลังจากมติเป็นเอกฉันท์เฉินห่าวจึงแนะนำวิธีฝึกทักษะ ครั้งนี้เขาใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดตั้งแต่เริ่มเพราะเวลามีน้อย เด็กสาวคนนี้จึงเหมือนถูกรางวัลที่ 1 เพราะพัฒนาการในการฝึกของเธอจะไปได้ไกลกว่าคนอื่นๆ เมื่อเทียบเวลาแล้วเธอคงไม่ต่างจากคนที่ฝึกมาเป็นเวลา 8 - 9 สัปดาห์


    “ เอาล่ะต่อไปฉันจะสอนต่อยหมัดให้สักหน่อยนะเพราะการต่อสู้เป็นระยะประชิด ”


    แม้จะหวาดกลัวแต่ก็พยักหน้ารับฟังอาจารย์เหวินจนสุดท้ายพวกเขาก็เตรียมตัวกันเสร็จ