“เย็นพรุ่งนี้ผมจะพาแพรวลดามาทานอาหารที่บ้านด้วยนะครับ อยากจะให้พ่อกับแม่ได้รู้จักเธอเสียที”
วราบอกขณะที่ทานอาหารเช้าด้วยกันบนโต๊ะโดยที่ไม่มีน้องสาวอยู่ด้วยวารินแกล้งนอนตื่นสายและคิดหลบหน้าหลบตาไปจนกระทั่งร่องรอยความบอบช้ำบนใบหน้าจะหายดี
“เอาสิจ๊ะ”
มารดาตอบรับ ไหน ๆทั้งตนและสามีก็เตรียมสนับสนุนกรชนกเต็มที่แล้ว ครั้นจะตัดสิทธิ์แพรวลดาออกจากการเป็ว่าที่สะใภ้โดยที่ยังไม่ทันได้รู้จักกันก็ดูจะเป็การลำเอียงเกินไปจึงคิดจะให้โอกาสอีกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และเผื่ออภิเชษฐ์เปลี่ยนใจ เื่วุ่นวายของบุตรชายจะได้ไม่เกิดขึ้น
งามพรรณรู้ดีว่าหากลูกของตนไม่มั่นใจกับผู้หญิงคนไหนก็คงไม่คิดจะพามาเปิดตัวกับครอบครัวหรอกเสียแต่ว่าดันมาผิดจังหวะไปหน่อยเท่านั้นเองหากพามาเร็วกว่านี้สามีเธอคงไม่มีข้อคัดค้านอะไร ทว่า ตอนนี้เขามีคนที่หมายมั่นไว้ในใจแล้วจะด้วยผลประโยชน์ที่ตามมาหรืออะไรก็ตามที
แพรวลดายิ้มหวานสดใสในชุดแม็กซี่เดรสทรงยาวลายดอกไม้สีสด แต่งแต้มใบหน้าอย่างเป็ธรรมชาติโชว์ผิวผ่องใสเดินก้าวเคียงคู่กับวราเข้ามาในบ้านนับเป็ครั้งแรกที่ชายหนุ่มพาเธอมารู้จักกับพ่อแม่ของเขา หญิงสาวก็เลยคิดจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใหญ่ฝ่ายชายโดยการหอบหิ้วข้าวของจากต่างประเทศติดไม้ติดมือมาฝาก
“สวัสดีค่ะ”
“ไหว้พระเถอะจ้ะ เชิญนั่ง” งามพรรณยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น
“แพรวเค้าเพิ่งไปสิงคโปร์มามีของมาฝากด้วยนะครับ”
วราที่นั่งชิดตัวแทบจะติดกันกับหญิงสาว เอ่ยเริ่มต้นประโยคขึ้นมาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์เบื้องต้น
“ช่างมีน้ำใจจริงเลย ไปเที่ยวมาหรือจ๊ะ”
“เปล่าค่ะ แพรวไปทำงาน”
“แพรวเค้าเป็ยูทูบเบอร์รายการท่องเที่ยวน่ะครับก็เลยเดินทางบ่อย ๆ ตอนนี้ทางช่องมีคนติดตามกี่ล้านคนแล้วนะ?” หันไปถามด้วยแววตาหวานซึ้งไม่ปิดบัง
“หนึ่งล้านคนแล้วค่ะ”
“อู้ว! ดีจัง”
มารดาต่อบทสนทนากับคนรักของลูกชายไปเรื่อย ๆ โดยมีวราเป็คนเสริมทัพให้ตลอดส่วนอภิเชษฐ์ที่นั่งอยู่ข้างกันไม่พูดอะไรสักคำั้แ่แพรวลดามาถึงมีเพียงการรับไหว้และยิ้มต้อนรับเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะนั่งเงียบทำเป็ยุ่งกับอุปกรณ์ไอแพดของตน
“แล้วไปมากี่ประเทศแล้วจ๊ะเนี่ย?” ถามต่อแต่แอบหยิกสามีหมับเข้าให้เมื่อสะกิดดี ๆ แล้วเขายังทำเป็นิ่งเฉยไม่สนใจแขก
“ห้าหกประเทศเองค่ะ ่แรกจะเน้นอันซีนในไทยก่อน”
“เออ แล้ววิกกี้ไปไหนแล้วเนี่ยยังไม่ลงมาเลยจะได้ตั้งโต๊ะกันเสียที” เป็ประโยคแรกที่อภิเชษฐ์เอ่ยขัดขึ้นมาหลังโดนภรรยาสะกิดแรงจนต้องแอบลูบหน้าขาตัวเอง
“นั่นสิครับ ผมก็ลืมไปเลย”
“คุณวิกกี้ไม่อยู่ค่ะ ไปเที่ยวกับเพื่อน”
นงนุช สาวใช้ที่วารินจ้างให้เป็สายลับแอบเอาอาหารขึ้นไปส่งบนห้องพร้อมช่วยปกปิดอาการป่วยของเธอเป็คนตอบคำถามขึ้นมาแทน
“ไปเที่ยวหรือ เห็นรถยังจอดอยู่นี่นา”
“เอ่อ...มีเพื่อนมารับค่ะ”
พี่ชายไม่พอใจเล็กน้อยทั้งที่ส่งข้อความไปบอกแล้วว่าวันนี้จะพาแขกคนพิเศษมาร่วมทานอาหารที่บ้านด้วย แล้วอย่างนี้แพรวลดาจะคิดมากไหมว่าน้องสาวของเขาไม่อยู่เพราะไม่เต็มใจในการต้อนรับเธอ
“สงสัยจะเถลไถลจนลืมน่ะ ช่างเถอะ ไปบอกให้แม่อรตั้งโต๊ะเลยแล้วกัน”
อภิเชษฐ์พูดแล้วลุกนำไปเป็คนแรก ท่าทางวันนี้ของบิดาดูขรึมแปลกๆ ทำให้ลูกชายอดสะกิดใจไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าเพราะมีเื่งานเคร่งเครียดให้ต้องคิดอยู่ในหัวหรือเปล่าครั้นรับประทานอาหารร่วมกันเป็ที่เรียบร้อยบิดาก็ขอตัวขึ้นห้องของตนโดยทันทีไม่ได้อยู่พูดคุยกับแพรวลดาต่อเหมือนครั้งที่กรชนกมา ฝ่ายมารดา นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยกันสักพักก็ตามสามีขึ้นไปสุดท้ายจึงเหลือหนุ่มสาวคู่รักนั่งดูอัลบั้มครอบครัวด้วยกันเพียงสองคน
หลังจากที่กรชนกคัดเลือกคนที่จะไปทำงานที่โรงแรม พร้อมจัดระบบการทำงานร่วมกับผู้จัดการฝ่ายแล้ว ครรชิตก็ขอประเดิมจัดฉลองวันเกิดให้กับชนาภา
งานนี้นอกจากจะเป็การช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับกรชนกเป็การเอาใจภรรยาสาวแล้วยังเป็การแสดงภาพลักษณ์ครอบครัวอบอุ่นกลมเกลียวระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงที่มีวัยไม่ต่างกันมากให้ใครต่อใครได้อิจฉาเล่น เขาได้ขอให้กรชนกเล่นเปียโนโชว์แขกในวันนั้นด้วยดังนั้นก่อนวันงานที่จะมาถึง หญิงสาวจึงต้องมานั่งไล่นิ้วฝึกทบทวนบทเพลงที่ไม่ได้เล่นมานาน
ตอนเป็เด็กบิดามักจะสนับสนุนให้เธอทำกิจกรรมหลายอย่างทั้งดนตรีกีฬา การแสดงและงานวิชาการ บุตรสาวก็สามารถคว้ารางวัลและใบประกาศนียบัตรมาให้ครรชิตได้ชื่นชมพร้อมคุยโอ่กับเพื่อนฝูงของเขาได้เมื่อก่อนเธอก็ดีใจมากที่ได้ทำให้บิดามีความสุข แต่พอเริ่มโตขึ้นมาก็กลับรู้สึกเบื่อหน่ายและอึดอัดเป็บางครั้ง
ความคิดในอดีตที่เคยกลัวว่าหากบิดาแต่งงานใหม่จะมีลูกคนใหม่แล้วลืมเธอไปกลายเป็เสียดายขึ้นมาแทนเพราะหากเขามีลูกเพิ่มอีกสักคนคงจะได้แบ่งความสนใจทุ่มเทออกไปจากตัวเธอบ้าง
ครรชิตมีความสุขกับการได้มอบความรักให้กับลูกสาวเพียงคนเดียวของตนความรักที่เปรียบเสมือนกรงทองอันงดงามแข็งแกร่งและกรอบชีวิตที่เป็คนขีดเส้นกำกับให้ไม่ว่าจะเป็ชื่อเสียง เงินทอง ความสุขสบาย หญิงสาวมีพร้อมทุกอย่าง ยกเว้นก็แต่เพียงเื่เดียวที่กรชนกไม่มีนั่นคือ‘อิสระ’ ซึ่งเป็อิสระคนละอย่างกับที่บิดาเข้าใจ
มือเรียวที่กดไล่ตามโน้ตเริ่มเล่นเองตามแต่ใจเธอไม่อยากเล่นเพลงของใครแล้ว อยากจะสร้างทำนองเฉพาะของตนขึ้นมาใหม่ให้เคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณภายในหัวใจที่เรียกร้องอยู่ลึกๆ
อิสระ เสรี ไม่มีกรอบธรรมเนียม ไร้กฎกติกา
หญิงสาวเริ่มจะเบื่อกับชีวิต เบื่อกับทุกอย่างรอบกายเบื่อสิ่งแวดล้อมสะดวกสบายที่มันไม่มีอะไรให้ท้าทายตื่นเต้น
เหตุผลที่เธอปลุกปั้นสตาร์คลับขึ้นมาก็เพราะมันเป็อะไรที่ยากลำบากและดูจะท้าทายความสามารถของตนแรก ๆ พ่อของหล่อนก็คัดค้านไม่เห็นด้วย คิดว่าหญิงสาวควรจะทำอย่างอื่นมากกว่า แต่เธอก็ดึงดันเอาแต่ใจจะทำให้ได้เลยเกิดความกระตือรือร้นรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนให้กระหายชัยชนะอยู่ตลอดเวลา
และเพราะความมุ่งมั่นตั้งใจที่ครรชิตได้เห็น เขาจึงเปลี่ยนใจหันมาสนับสนุนลูกสาวอย่างเต็มที่เมื่อมีแบ็คใหญ่อย่างท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็ข้าราชการพลเรือนสามัญฝ่ายบริหารระดับสูงหนุนหลัง ธุรกิจของเธอที่ทำว่าจะยากในตอนแรกจึงประสบความสำเร็จโดยง่ายภายในสามปีก็เจริญเติบโตรวดเร็ว มีพนักงานในความดูแลหลายร้อยคน
“ว๊าย! นี่อย่าบอกนะว่าจะเล่นเพลงนี้ในวันเกิดฉันน่ะได้อับอายขายขี้หน้ากันแน่”
เสียงแหลมบาดหูของชนาภาดังขึ้นมาขัดจังหวะการบรรเลงเพลงที่ไม่เป็เพลงของกรชนกหญิงสาวทำหน้าเบื่อถอนหายใจแล้วหันกลับไปถามด้วยน้ำเสียงไม่ไพเราะเหมือนที่เ้าตัวพูด
“มีอะไร?”
“ยัยเมรีนำชุดจากห้องเสื้อมาแล้ว ไปเลือกดูสิ”
แม่เลี้ยงสะบัดหน้าหันให้ลูกเลี้ยงแสนเ็าของตน ก่อนจะเดินส่ายตูดนำออกไป
ชนาภาหยิบชุดจากห้องเสื้อขึ้นลองทาบตัวแล้วตัวเล่า ทั้งติ ทั้งชมทั้งวิจารณ์จุกจิกแต่ก็ยังไม่มีชุดไหนที่จะถูกใจหล่อนสักชุด หันไปเหล่ตามองชุดที่กรชนกเลือกให้กับตัวเองแล้วหล่อนก็คว้าเอาเกาะอกสีทองประดับเลื่อมเงินระยับวิบวับนั้นขึ้นมาดู
“อุ๊ย! ชุดนี้สวยดีเด่นมาก อลังการเหมาะสมกับการเป็เ้าของงานเลี้ยงหน่อย”
หล่อนนำชุดนั้นมาทาบกับตัวแล้วก้าวฉับ ๆ ไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ออกมาลองเดินให้ดูชนาภาหมุนซ้าย หมุนขวาก่อนจะปรายตามาทางลูกเลี้ยงที่ก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ของตน ทำท่าไม่อินังขังขอบกับการถูกแย่งชุดจึงลองถามความคิดเห็นออกไป
“ชุดนี้เป็อย่างไรบ้าง”
“ก็สวยดี”
กรชนกตอบ เงยหน้าขึ้นมามองนิดนึงแล้วลุกขึ้นไปเลือกชุดใหม่ให้กับตัวเองอย่างเฉื่อยชา
แม่เลี้ยงพอใจกับการเอาชนะเธอที่ไม่โต้ตอบอะไรเลยจึงเผยยิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดี
“สุดท้ายก็คือการเลือกเครื่องประดับเอ...จะเอาสร้อยเพชรเส้นไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย”
“เอาโต ๆ สิ งานสำคัญทั้งทีไม่ได้ใส่บ่อย ๆก็ต้องโชว์กันหน่อย”
ชนาภายิ้มถูกใจกับคำแนะนำ ถูกต้องแล้วงานสำคัญทั้งทีมีของดีก็ต้องนำออกมาอวดบารมีกันหน่อย
“โอเค งั้นเอาชุดนี้แล้วกัน ลูกเนตรล่ะจ๊ะ จะเลือกเส้นไหนดีเอ่ย”
น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลที่ปกติมักจะใช้พูดเวลาอยู่ต่อหน้าบิดาของกรชนกเท่านั้นแต่เวลาอยู่ด้วยกันลำพังจะเป็อีกแบบหนึ่งเหมือนที่เมื่อตะกี้ไปยืนแวด ๆ ใส่ในห้องเปียโนแต่พอเปลี่ยนมาพูดแบบนี้ทีไรทำให้หญิงสาวมีความรู้สึกอยากจะถ่ายหนักขึ้นมาเสียเหลือเกิน
“ไม่ใส่หรอกค่ะ” พูดหวานตอบกลับไป แว้ดใส่ก็ร้ายกลับ หวานมาเธอก็อ่อนให้
“ไม่ได้นะจ๊ะ ใส่นิดใส่หน่อยให้สมกับเป็ลูกสาวของท่านปลัดฯ บ้างเดี๋ยวพวกปากหอยปากปูจะว่าแม่มาแย่งใส่เสียหมด เอาเส้นเล็ก ๆ นี่ดีใหม่เส้นขนาดนี้ก็สวยดี ตกลงเอาเส้นนี้แหละเนาะ”
จัดแจงเลือกเครื่องประดับให้หญิงสาวเสร็จสรรพด้วยนิสัยเ้ากี้เ้าการที่มีอยู่เป็ทุนดิมจากนั้นก็ลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดเดิม แต่พอกลับมากรชนกก็ไม่อยู่บ้านแล้ว
“อ้าว! แล้วนี่ยายเนตรไปไหนแล้วล่ะ?”
“ออกไปทำงานแล้วค่ะ” เมรีตอบ
“ออกไปเมื่อไหร่ จะออกไปทำไมแต่หัววัน แล้วดูซิ! มาทิ้งกล่องเครื่องเพชรไว้แบบนี้เกิดถูกคนนอกฉกไปจะว่ายังไงยัยนี่ ทำไม่รู้ความเอาเสียเลยนะ”
ชนาภาต่อว่าลูกเลี้ยงของตน ความที่คำพูดนั้นไปกระทบคนนอกอย่างพนักงานห้องเสื้อเข้าหล่อนจึงยื่นปากตวัดตาใส่ด้วยความไม่พอใจ ‘คนรับใช้ออกจะยืนค้ำหัวเต็มบ้านใครมันจะกล้าขโมยได้ หล่อนก็ไม่โง่ขนาดนั้นหรอกไม่เหมือนบางคนที่ถูกลูกเลี้ยงหลอกให้ใส่ชุดลิเกแก้บนออกงาน ยังไม่รู้ตัวอีกนี่แหละหนาที่เขาว่ามีเงินทองมากมายก็ไม่อาจซื้อรสนิยมได้’
ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังขนาดใหญ่กรชนกได้นัดแนะพีอาร์ที่ผ่านการคัดเลือกให้ย้ายไปประจำยังโรงแรมแกรนด์ปัณฑามาเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อปรับการแต่งกายให้ดูดีมีระดับ แตกต่างจากสตาร์คลับที่เป็ชุดสั้นวาบหวิวค่อนข้างเปิดเผยเนื้อนวลอวดแขกเรียกลูกค้า
“ชุดนี้เป็ไงบ้างคะเลดี้?”
หนึ่งในลูกน้องสาวสวมชุดเดรสทรงยาวสีดำผ้าเรียบแต่แหวกข้างหลังลึกไปถึงบั้นเอวเดินมาอวดโฉม
“ดูดี ดูแพง ดูลึกลับและน่าค้นหาแบบนี้แหละไม่ต้องโชว์เยอะ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอ”
“แล้วชุดนี้ล่ะคะ”ลูกน้องอีกคนเดินออกมาในห้องลองเสื้อในชุดเกาะอกสีแดงซีทรูกระโปรงสั้นบานสุ่ม
“ชุดนี้สวยนะ แต่...ฟังนะพี่ขอร้องเลยสาว ๆ ทุกคนว่าห้ามใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่าให้ใส่เฉพาะเดรสยาวเท่านั้นจำไว้ว่าภาพลักษณ์ของพีอาร์เล้าจน์โรงแรมจะต้องไฮโซ แพง มีระดับ อย่าติดจากสตาร์คลับมาใช้เข้าใจไหม”
“เข้าใจค่า”
บรรดาลูกน้องตอบรับขึ้นพร้อมกันแข็งขันกับคำกำชับของบอสสาวต่างช่วยกันเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาเดินอวดโฉมอย่างสนุกสนาน เดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางที่เลดี้บอสเป็คนรูดบัตรออกให้ก่อน.....