ตัดสินใจอย่างไรข้าจะไม่บังคับ”เสียงของนายน้อยซานดังขึ้นอีกครั้ง สายตาอันอ่อนโยนของเขาเปลี่ยนเป็คมกล้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
อึดใจต่อมาขอทานคนแรกก็ลุกขึ้นเดินออกไป โดยไม่เอ่ยอะไรออกมา คนที่สอง คนที่สามเดินตามออกไปเรื่อย ๆ
ผมเฝ้ามองทุกอย่างอยู่เงียบๆไม่เอ่ย หรือถามอะไรออกมาทั้งนั้น ผมเข้าใจดีว่า ทุกคนย่อมมีความคิดเป็ของตัวเองมีทางเลือกแล้วพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เลือก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผมอะไรก็ตามผมจะไม่บังคับใคร
ผ่านไปครึ่งชั่วยามคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมเหลืออยู่เพียง 3 ใน 10 ส่วนของขอทานทั้งหมด
“ชัดแล้วว่าพวกท่านทุกคนที่อยู่ตรงนี้เลือกที่จะเข้าร่วมกับเราทุกท่าน จำวินาทีแห่งความยากลำบากของพวกท่านเอาไว้ ต่อแต่นี้ลุกขึ้นสู้ไปกับข้า..ก้าวไปกับข้า...เราจะร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกัน”ผมพูดออกมาเสียงดังถ้อยคำของผมดังก้องเข้าไปในจิตใจของทุกคนที่อยู่ตรงนี้ แววตาที่เคยไร้ประกายของพวกเขากลับมาคมกล้าขึ้นอีกครั้ง
ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้หนึ่งในพวกเขาก้มหัวลงจรดพื้น ร่ำร้องคำขอบคุณออกมาเสียงดัง
“ขอบคุณคุณชาย! ขอบคุณคุณชาย! ขอบคุณคุณชาย!” พริบตาเดียวขอทานทั้งหมดล้วนทำตามมันผู้นั้นไม่เว้นแม้แต่ อี้หลัน
“ก้าวไปกับท่านอย่างนั้นหรือ....”อี้หลันทวนคำที่นางได้ยิน
ผมไม่ได้กล่าวคำหรือพูดขัดอะไรขึ้นมาขณะที่พวกเขาแสดงอารมณ์เ่าั้ออกมาผ่านไปหลายอึดใจ ทุกคนก็สงบลง
“ทุกคนลุกขึ้น”ผมพูดขึ้นอีกครั้ง
“ลุงหม่า ท่านจัดการที่เหลือด้วยนะขอรับ ข้ากับท่านแม่จะไปซื้อเสื้อผ้าฝ้ายสำหรับพวกเขาก่อน”
“นายน้อยวางใจได้เลยขอรับ!”หม่าเหลียงรับคำ
เื่อาหารเขามีเพียงพอจะขาดก็แต่ที่พัก ความเป็จริงถึงจะไม่มีที่พัก มันก็ไม่ต่างกันเท่าไร เพราะการอยู่ที่นี่พวกเขาก็นอนกลางดินกินกลางทรายเหมือนกัน
พวกเขาก็แค่เปลี่ยนที่ซุกหัวนอนใต้แผ่นฟ้าเดียวกันก็เท่านั้นหม่าเหลียงจัดการคนที่เหลือให้เตรียมตัว เพียงไม่นานคนทั้งหมดก็พร้อม
“ท่านลุง!!! ลุงหม่าเหลียง..”เด็กชายตัวเล็กร้องเรียก หม่าเหลียงเสียงดัง
“อ้าๆๆ อย่าวิ่งสิ เดี๋ยวก็ล้อมเอาหรอก”
“ท่านลุง ข้าดีใจที่สุดที่ท่านกลับมารับพวกเรา”
“อ้าๆๆ ลุงจำสัญญาที่ให้ไว้กับเซียวเฟิงได้เสมอ”
“สัญญาของท่าน..ไม่ใช่ว่าเป็สัญญาของนายน้อยซานหรือแต่เอาเถอะท่านไม่ทิ้งพวกเราก็ดีมากแล้ว”เซียวเฟิงยิ้มอย่างมีความสุข
“ฮ้าๆๆ เด็กโง่ ข้าจะทิ้งพวกเ้าได้อย่างไร เ้าก็เป็หลานรักของข้าเชียวนะ”
“ท่านลุง นายน้อยเป็คนดีจริงๆ อาหารของนายน้อยอร่อยมาก” เซียวหลินพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ฮ้าๆ ใช่แล้ว นายน้อยเป็คนดีมีความสามารถ โตขึ้นพวกเ้าต้องเอาอย่างนายน้อยรู้ไหม”
“ข้ารู้ ข้าจะต้องเป็คนดีเหมือนนายน้อยขอรับ”เด็กชายเอ่ยออกมาเสียงใส แววตาเต็มไปด้วยความสุข
“จริงด้วยท่านลุง พวกเราพบพี่สาว อี้หลันไปด้วยได้ไหมขอรับ นางเป็คนดีมากแบ่งหมั่นโถวให้ข้ากับพี่สาวกินด้วยละ”
“ฮ้าๆๆแน่นอนนายน้อยพูดแล้วใครยินดีไปเราก็รับหมด”หม่าเหลียงหัวเราะ
“พี่สาว พี่สาวทางนี้ค่ะ”เซียวหลินร้องเรียก
อี้หลันยืนอยู่ไม่ไกลนางเดินเข้ามาหาคนทั้งสามทันที ในถือชามกระเบื้อง สวมเสื้อผ้าฝ้ายเปื้อนดิน หน้าตามอมแมมตามแบบฉบังของขอทานมาตรฐาน
นางส่งรอยยิ้มอันสดใสมาให้คนทั้งสาม
“พี่อี้หลัน นี่ท่านลุงหม่าของข้า” เซียวหลินแนะนำ
“คารวะท่านลุงหม่า” อี้หลันค้อมหัวลงคารวะอย่างงดงาม หม่าเหลียงผงะนิดหนึ่งเมื่อถูกคารวะ
“คุณหนูอี้! ข้าไม่กล้า…”หม่าเหลียงผงะถอยหลังเขาพูดตะกุกตะกัก เพราะความใ
เื่ราวของอี้หลันเป็ที่กล่าวขานกันไปทั่วไม่เพียงแค่หัวเมืองเล็กๆ นี้ แต่ทั่วทั้งเมืองหน้าด่าน ต่างได้ยินข่าวของนาง
หญิงสาวผู้น่าสงสารถูกบังคับจากตระกูลของพ่อเลี้ยงให้แต่งงานกับนายน้อยเสเพลของสกุลฟาง
นางกลายมาเป็ขอทานจริงๆนางไม่ยอมรับโชคชะตาที่ถูกผู้อื่นกำหนดให้ ช่างเด็ดเดี่ยวเสียจริง
“ท่านอย่าเรียกแบบนี้เลย ข้าไม่ใช่คุณหนูอี้อีกแล้ว ตอนนี้ข้าเป็เพียงขอทานคนหนึ่งเท่านั้น”นางพูดออกมาด้วยความเด็ดเดี่ยว
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่บุคคลไร้ความสามารถเพียงแต่ไร้อำนาจเท่านั้น มองดูนางก็อดเป็ห่วงนายน้อยของไม่ได้ แต่ยังดีที่มีนายท่านอยู่หม่าเหลียงจึงคลายกังวลลงไปได้
“ข้านับถือความเด็ดเดี่ยวของท่านจริงๆ เื่ร้ายๆ ได้ผ่านไปแล้ว ข้าเชื่อว่าแต่นี้ต่อไปเื่ดีๆจะเข้ามาในชีวิตของท่านแน่นอน”หม่าเหลียงพูดขึ้น
“ขอบคุณท่านลุงหม่า สำหรับคำอวยพร อี้หลันซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก แล้วท่านจะไปกับพวกเราหรือไม่”
“คนจรอย่างข้า ไม่มีทางเลือกมากนัก หวังเพียงว่า ความสามารถของข้าจะเป็ประโยชน์แก่คุณชายซาน”สายตาของนางมองทอดออกไปยังทิศทางที่ซานหลงเดินจากไป
“นายน้องต้องดีใจแน่ๆ ที่ได้คนมีความสามารถอย่างคุณหนูไปช่วยงาน” หม่าเหลียงพูดออกมาอย่างจริงใจ
“เขาคนนั้น้าทำอะไรหรือ ถึงได้รับคนยากไร้ไปดูแลมากเพียงนี้” นางถามออกมาด้วยความใครรู้
“งานของนายน้อยมีมากมายพวกเราต้องทำงานตามความสามารถที่แต่ละคนมี เช่นตัดไม้ ขุดหลุม ล่าสัตว์ ขุดหน่อไม้อะไรพวกนี้”หม่าเหลียงตอบออกมาซื่อๆ
“อย่างนั้นหรือ…”อี้หลันคิด
“อ้า นี้ก็ใกล้มืดแล้วเราต้องรีบกลับ มืดค่ำจะเดินทางลำบาก”หม่าเหลียงอุทานออกมาพูดจบเขาก็พาหลานๆ และอี้หลันเดินนำไปทันที ขอทานกว่า 40 คนเดินตามพวกไปทันที
“ท่านลุงงานของนายน้อยมีมากจริงๆ หรือ แล้วนายน้อยจะให้ข้าทำงานหรือเปล่า” เด็กชายตัวเล็กถาม
“อ้าๆๆ ไม่หรอก นายน้อยใจดีจะมาก งานที่ให้ทำก็เพื่อตัวพวกเราเองทั้งนั้น เด็กน้อยอย่างพวกเ้าก็แค่ตั้งใจฟังสิ่งที่นายน้อยสอนก็พอ”
“สอนเหรอ เขาสอนสิ่งใดพวกท่าน” เสียงของอี้หลันถามแทรกขึ้นมา
“สอนการดำรงชีพ นายน้อยสอนพวกเราหาอาหาร ปรุงอาหาร ล่าสัตว์ สร้างบ้าน สอนทุกอย่างที่จำเป็ต่อการดำรงชีวิตที่พวกเราไม่เคยรู้นายน้อยอธิบาย ทำให้ดู จนพวกเราทำเป็โดยไม่หวงวิชาสักนิด พ่อแม่ของข้ายังไม่เคยสอนเื่พวกนี้แก่ข้าเลยท่านรู้หรือเปล่า ต้นไผ่อ่อนในซุปกวางที่ท่านกิน นายน้อยเป็คนสอนวิธีเก็บ วิธีเลือกวิธีปรุงพวกมันเป็อาหาร จนออกมาอร่อยแบบนั้นแหละ”หม่าเหลียงเริ่มโม้
“ท่านบอกว่าสิ่งที่อยู่ในซุปกวางคือต้นไผ่อ่อนที่ทั้งขมและเฝื่อนอย่างนั้นหรือ”อี้หลันถามออกมาด้วยความใ
“ใช่แล้ว ท่านนึกไม่ถึงละสิ ข้าเองก็ใกับรสชาติของมันเหมือนกัน หน่อไผ่ที่ทั้งขมและเฝื่อนแบบนั้นนายน้อยยังเอามาทำเป็อาหารที่อร่อยขนาดนี้ได้”หม่าเหลียงยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจราวกับว่าตัวเองเป็นายน้อยซาน
“พวกเ้าจำกวีที่นายน้อยพาท่องได้หรือเปล่า พวกเ้าต้องท่องมันให้ขึ้นใจนะ มันเป็กวีที่ดีมากๆเต็มไปด้วยคำสอนที่เรียบง่าย เราต้องท่องทุกครั้งก่อนกินข้าวนะรู้ไหม”น้องรองพูดแทรกขึ้นมา
“ใช่ๆเ้าสองพูดถูก”หม่าเหลียงพูดขึ้นราวกับเพิ่งคิดออก
“ท่านลุง ข้ายังจำไม่ได้ ท่านลุงพาข้าท่องได้ไหมขอรับ”
“ฮ้าๆๆ ได้สิได้ เ้าท่องตามลุงนะ”
“ขอรับ”
“โสยงหมี่ฟ่าน. โสโหย่ฉือวู่ ปี้ซือเฉียน ปู้ซื่อเชี่ยว.....” เสียงท่องกวีพิจารอาหารดังก้องขึ้น เพียงไม่นานเหล่าขอทานทั้งหมดที่เดินตามมาก็ท่องตาม เมื่อกวีถูกท่องเป็ภาษาจีนโบราณมันทำให้แต่ละถ้อยคำมีมนต์ขลังอย่างน่าอัศจรรย์
เสียงกระวีดังก้องไปตลอดทางลูกเด็กเล็กแดงของชาวบ้านต่างท่องตามอย่างสนใจ โดยที่เ้าของกวี ที่ดังอย่างไม่ตั้งใจ
ไม่รู้เลยว่าบทพิจารอาหารสมัยประถมของเขาจะกลายเป็สิ่งที่มีคุณค่า และมีมนต์ขลังขนาดนี้
ผมจัดการซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็ไม่ว่าจะเป็จอบ เสียม เคียวเกี่ยวข้าว เชือกฟ้า เกลือ และชุดผ้าฝ้ายใหม่ จำนวน 50 ชุด
ทำให้เงินที่ขายเนื้อหมูมาได้ถูกใช้ไปจนหมดชุดผ้าฝ้ายต้องเดินซื้อถึง 5 ร้านกว่าจะครบคนขายยิ้มแก้มปริ ที่เจอลูกค้าใจป๋าอย่างเรา
“ท่านแม่ เรายังต้องซื้ออะไรอีกหรือไม่” ซานหลงถามมารดา
“แม่คิดว่าครบแล้วนะ หรือเ้าว่าเราควรซื้ออะไรเพิ่มอีก”
“เปล่าขอรับท่านแม่ ข้าจะบอกว่าเงินของเราหมดแล้ว แฮ่ๆ ....” ...มุกฝืดสิ้นดี..ท่านแม่ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น
“ที่แม่ก็มีอีกเยอะ เ้าจะเอาเท่าไหร่ละ” ....
“ที่ข้าก็มีอีก 30 ทอง” เขาไม่ได้บอกว่าที่หมดนะคือเงินขายเนื้อของวันนี้
“อ่าวไหนบอกว่าอัดหมด” ...นี้ท่านแม่ไม่เข้าใจมุกควายของผมไม่พอ ยังเข้าใจผิดกันไปใหญ่หรือเข้าใจถูกหว่า ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ
“ไม่มีอะไรแล้ว เราก็รีบกลับกันดีกว่า”เซียวยี่พยักหน้ารับพวกเราทั้งคณะจึงเร่งฝีเท้าขึ้น ไม่นาน พวกเราก็กลับมาถึงบ้าน
ที่ท่าน้ำมีหมูป่าตัวใหญ่นอนอยู่ 5 ตัว บิดากับคนของจิวเถาล่าพวกมันมาได้หมาดๆ ข้างเพิงที่พัก มีท่อนไม้แห้งกองเรียงกันอยู่กองโตนั้นคงเป็ไม้ฟืนที่พวกเขาเก็บมาด้วย
เมื่อเห็นพวกเราขนของใช้กลับมามากมายทุกคนก็กรูกันออกมารับข้าวของนั้นไปจัดการต่อ
ชุดผ้าฝ้ายถูกนำไปรอไว้ที่ลานฟางจุดที่พวกเรานั่งกินข้าว เมื่อตอนเที่ยง