เมื่อจบเื่ของฟ่านเหมยเหมยถึงแม้ในใจจะไม่ได้อยากจะให้หล่อนไปอยู่ถึงแดนใต้แค่อยากจะให้แยกบ้านกันอยู่เพราะไม่อยากจะอยู่ร่วมชายคากับหล่อนอีกต่อไป แต่เมื่อบทลงโทษออกมาแล้วก็ยากจะขัดดีเหมือนกันให้หล่อนไปเจอกับโลกภายนอกบ้างโลกที่ไม่ใช่ใครก็ได้ที่หล่อนจะดูถูกหรือรังแก
" ขอบคุณมากนะคะท่านประธานรวมถึงคณะกรรมการด้วย "เล่อเยียนค้อมคำนับกล่าวขอบคุณด้วยใจจริง
" ไม่เป็ไรหรอก ผิดก็ว่าไปตามผิด ทุกคนฟังไว้เื่ที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าได้เอาไปพูดต่อให้เกิดความเสียหายเด็ดขาด" ประธานกล่าวย้ำ
" ไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะส่วนเธอรีบไปเก็บข้าวของพรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้า "พูดจบประธานก็เดินออกจากบ้านไป
" ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งหล่อนจะเป็คนที่ถูกทิ้งแบบฉัน หล่อนจะได้เข้าใจว่าการที่เป็คนถูกลืมมันรู้สึกยังไง" ฟ่านเหมยเหมยจดจำบัญชีแค้นนี้ไว้ในใจเธอสัญญากับตัวเองว่าต้องมีชีวิตรอดกลับมาจากแดนใต้ให้ได้ แก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย
" นี่หล่อน" ยวี่ไท่อดไม่ได้ที่จะตะคอกเพื่อเตือนสติหล่อนเป็แบบนี้โทษใครได้นอกจากตัวเอง
" ปล่อยไปเถอะ ผู้สูญเสียความซื่อสัตย์ เหมือนสูญเสียแล้วทุกสิ่ง "เล่อเยียนไม่สนใจคำก่นด่าสาปแช่งของฟ่านเหมยเหมยแต่รีบจูงมือของสองสาวเข้ามายังห้องของตัวเอง
" หล่อนไม่น่าห้ามไว้เลย คนอย่างฟ่านเหมยเหมยหากไม่สั่งสอนคงไม่เข็ดหลาบ" หม่ายวี่ไท่โมโหเกินต้าน
" ปล่อยหล่อนไปเถอะ แค่นี้ก็คงไม่เหลือใครแล้วล่ะแดนใต้ใช่ว่าจะสุขสบายเหมือนที่นี่เห็นเขาว่ากันดารกว่านี้มาก"หมี่เมี่ยนรีบเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
" จริงซิ เกือบลืมเื่สำคัญไปเลย "เกิดเื่มากมายจนเล่อเยียนเกือบจะลืมส่วนแบ่งของทั้งสองสาวที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาจนเกือบจะเอาตัวไม่รอดจากคำพูดของคนคนเดียว
" นี่ส่วนแบ่งของพวกเธอห้ามปฏิเสธเด็ดขาดไม่งั้นฉันจะไม่รับความช่วยเหลือใดๆ อีก"เล่อเยียนรีบเอามือกอดอกก่อนที่สองสาวจะยัดถุงเงินนั้นคืนกลับมาให้เธอตามเดิม
" ไม่มีทางซะหรอก ฉันทำงานสมควรได้รับค่าตอบแทน แต่ที่เธอให้มามันมากเกินไปเกิดมายังไม่เคยจับเงินเยอะขนาดนี้น้ำใจของเธอฉันขอรับไว้แต่เงินนี้ขอรับเพียงส่วนเดียว "
พูดจบทั้งหมี่เมี่ยนและยวี่ไท่หยิบเงินไปคนละ10 หยวนเท่านั้น ในถุงนั้นมีเงินอยู่ 100 หยวนซึ่งมันมากเกินไปจริงๆ พวกเธอไม่ได้ลงทุนสักเหมาจะได้มากมายขนาดนั้นได้ไงกัน
" ทำงานก็ต้องได้เงินพวกเธอวางใจเถอะฉันไม่ขาดทุนแน่นอน "เล่อเยียนจนปัญญาหรือต้องให้เธอบอกว่ากำไรเธอนั้นมากกว่าพวกเธอกี่เท่า
" สำหรับพวกเราแค่นี้เพียงพอแล้วจริงๆไหนจะอาหารที่เธอแบ่งให้ในแต่ละมื้ออีก ไม่พูดเื่นี้แล้วรีบพักผ่อนเถอะฉันขอไปนอนกอดเงินที่หามาได้ด้วยตัวเองให้ชื่นใจหน่อย "ว่าแล้วทั้งสองรีบวิ่งกลับไปยังห้องของตัว เล่อเยียนได้แต่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจคนบางคนสมัยนี้จิตใจใสซื่อบริสุทธิ์จนน่าใจริงๆ
เดือนสุดท้ายของฤดูร้อนและเข้าสู่การเก็บเกี่ยว่สุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงซึ่งถือว่าเป็งานที่หนักมากเพราะต้องสู้กับแดดที่แรงจนบางคนถึงกับขั้นเป็ลมแดด
ทางด้านของหลี่เล่อเยียนก็หนีไม่พ้นถึงแม้ว่าจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหนเธอรู้สึกว่าร่างกายของเธออ่อนแอลงเรื่อยๆเหนื่อยง่าย ไม่อยากทำอะไรเลยง่วงนอนตลอดเวลาเหมือนคนนอนไม่พอทุกคนได้แต่ส่ายหน้ากับอาการของเธอหากไม่รู้ว่าเธอเป็สาวโสดคงคิดว่าเธอท้องเป็แน่
ทางด้านแม่เฒ่าเว่ยที่คอยสังเกตอาการก็แอบคับข้องใจไม่น้อยเพราะเธอตั้งท้องลูกถึง4 คนจะดูไม่ออกเลยหรือว่าอาการที่หลี่เล่อเยียนเป็คืออะไรเมื่อสังเกตว่าไม่ค่อยมีคนสนใจเธอจึงแอบกระซิบถามกับเล่อเยียน
" หนูเล่อเยียนจ๊ะ เป็ยังไงบ้าง"่นี้เธอห่างหายจากการตีสนิทว่าที่ลูกสะใภ้พอสมควรเพราะดูเหมือนลูกชายเธอจะไม่สนใจหลี่เล่อเยียนเหมือนก่อนเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนี้กันนะ
" ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะคุณป้า สงสัยแดดจะแรงจริงๆอีกอย่างคือกลิ่นเหงื่อค่อนข้างแรงมากนะคะ " เธออยากจะบอกแม่เฒ่าเว่ยไปตรงๆ ว่าตอนนี้เธอเหม็นกลิ่นตัวของหล่อนมากแต่ไม่กล้าพูดได้แต่บอกทางอ้อมไปเผื่อเธอจะเอะใจบ้าง
" อืม .... ทำงานตากแดดมีกลิ่นตัวบ้างเป็ธรรมดาเออนี่หนูหลี่เย็นนี้....."ยังไม่จะได้พูดอะไรต่อเล่อเยียบรีบยกมือแล้วจากนั้นก็
อ๊วกกกกกกอ๊วกกกกกกก
เธออาเจียนจนไม่มีแรงจะเปล่งเสียงอีกทั้งตอนนี้ในท้องเธอไม่มีอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่ากับถั่วเขียวต้มน้ำตาลเธอทานได้แค่นี้จริงๆ กินได้แค่นี้จะไปเอาแรงที่ไหนทำงานกันเป็ลมก็คงไม่แปลก
" ว้ายย ตายแล้วยยยย คุณแม่คะ "สะใภ้ใหญ่บ้านเว่ยโวยวายเพราะตอนนี้แม่สามีเธอเปื้อนไปด้วยอ้วก
" ไม่ ไม่เป็ไร ไปดูหนูเล่อเยียนเถอะ "แม้จะแทบอาเจียนตามแต่เฒ่าเว่ยยังคงรักษาท่าทางไว้ไม่แสดงท่าทีว่ารังเกียจแต่อย่างใด
" อย่าค่ะ อย่าเข้ามา กลิ่นตัวพวกคุณรุนแรงมาก "เล่อเยียนจำต้องพูดออกไปเธอทนไม่ไหวแล้ว
" นี่หล่อน ... ทำตัวแบบนี้ท้องรึเปล่ารอบเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่" ถ้าจะมีคนปากไวรองลงมาจากฟ่านเหมยเหมยคงจะหนีไม่พ้นสะใภ้ใหญ่แห่งบ้านเว่ย
" พูดอะไรของคุณ เกี่ยวอะไรกับประจำเดือนแล้วอีกอย่างเพื่อนของฉันจะท้องได้ยังไงอย่ามาพูดจาชุ่ยๆ นะ" หม่ายวี่ไท่เก็บอาการไม่อยู่ชี้หน้าด่ากราดสะใภ้ใหญ่เว่ยจนต้องหลบไปอยู่หลังแม่สามีแทบไม่ทัน
" นั่นสิ เธอจะท้องได้ยังไงพวกเราอยู่ด้วยกันตลอด" หมี่เมี่ยนรีบสมทบเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด
แต่ทางด้านของคนที่นอนหมดแรงใต้ร่มไม้นั้นตาค้างไปแล้วเธอมาอยู่ในร่างนี้ได้เดือนกว่าแต่เดือนที่แล้วรอบเดือนยังไม่มา เธอคิดว่าอาจจะมา่ต้นเดือนก่อนที่เธอจะมาอยู่ในร่างนี้แต่เมื่อ่ต้นเดือนที่ผ่านมานี้ก็ยังไม่เห็นมาเลย เธอลืมเื่นี้ไปได้ไงนะ
'หลี่เล่อเยียน เธอนี่ช่างขยันเซอร์ไพรส์กันเก่งจริงๆ เลยนะ ยังมีเื่อะไรอีกมั้ยฉันเริ่มจะเป็บ้าแล้วนะฉันอยากจะะโใส่หน้าเธอดังๆ ซะจริงยัยตัวแสบ'
" เอาล่ะๆ ขอโทษแทนลูกสะใภ้ฉันด้วยแล้วกันเธอไม่มีหัวคิดสักเท่าไหร่หนูหลี่รีบกลับไปพักผ่อนเถอะดูท่าวันนี้คงทำไม่ไหวแล้วล่ะ "แม่เฒ่าเว่ยถึงแม้ภายในใจจะเห็นด้วยกับลูกสะใภ้เกินครึ่งแต่เธอก็ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าหล่อนจะท้องหรือจะท้องกับลูกชายหล่อนกันนะ่สิ้นเดือนที่ผ่านมาหล่อนบอกว่าไปหาลูกชายเธอที่โรงงานมานี่นา
" คราวหลังก็ระวังคำพูดด้วยนะคะ ฉันคงไม่ได้ใจดีบ่อยๆ ไปเถอะเล่อเยียน"ยวี่ไท่ที่ไม่รับแม้กระทั่งคำขอโทษกล้าดียังไงมาใส่ร้ายเพื่อนสาวผู้หยิ่งในศักดิ์ศรีของเธอแบบนี้
" อืม " เล่อเยียนที่ตอนนี้ใจลอยไปถึงห้องพักแล้วเธออยากจะหยิบที่ตรวจครรภ์ที่ซื้อติดมาพร้อมกับยาคุมในมิติออกมาซะเดี๋ยวนี้ซ้ำอยากจะลากเล่อเยียนตัวดีมาตีสักสิบทีกับเื่ที่หล่อนก่อ
เมื่อกลับมาถึงบ้านเล่อเยียนรีบขอตัวไปอาบน้ำล้างตัวที่เลอะไปด้วยอ้วกของตัวเองพร้อมทั้งไม่ลืมที่จะเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนด้วย เธอใช้เวลาทำใจในห้องน้ำนานมากอ่านวิธีใช้งานไม่ต่ำกว่าสิบรอบ อ่านจนเข้าใจทะลุปรุโปร่งโดยไม่ต้องพึ่งคำแนะนำอีกติดปัญหาอยู่อย่างคือเธอฉี่ไม่ออก
' เอายังไงดี รอตรวจตอนเช้าดีมั้ยนะ แต่ฉันทนรอไม่ไหวแล้วนะ น้ำใช่ต้องกินน้ำ '
หลังจากที่ทะเลาะกับตัวเองในห้องน้ำดึงทึ้งผมตัวเองอยู่ก็นานก็ได้เวลาออกจากห้องน้ำเพื่อไปหาน้ำดื่มให้มันขับถ่ายออกมาจะได้ใช้ที่ตรวจได้สักทีส่วนสองสาวที่เป็ห่วงว่าเพื่อนจะล้มในห้องน้ำต้องคอยเดินไปเดินมาตลอดทางเดินหน้าห้องน้ำราวกับเดินสวนสนาม
" ฉันนึกว่าหล่อนจะนอนในนั้นซะแล้ว" ยวี่ไท่อดไม่ได้ที่จะพูดจาประชดหล่อนไม่รู้รึไงว่าทุกคนเป็ห่วง
" ก็กะว่าจะนอนอยู่เหมือนกันนะแต่ติดที่ว่ามีพวกถ้ำมองมาเดินไปเดินมาหน้าห้องน้ำน่ะ" เล่อเยียนตอบยิ้มๆ พร้อมกับเดินนำไปยังโถงบ้าน
" นี่...พูดจายียวนแบบนี้แสดงว่าหายดีแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อยพวกฉันเป็ห่วงแทบแย่" หมี่เมี่ยนพูดยิ้มๆ อย่างดีใจ
" ไม่เป็อะไรมากหรอก แค่เพลียแดดน่ะ "เล่อเยียนกล่าวย้ำเพื่อให้เพื่อนสบายใจอีกรอบทั้งที่ลึกๆ แล้วเธอกังวลกับเื่นั้นมาก
จะว่าไปอาการของเธอนั้นคล้ายกับคนตั้งครรภ์มากเหนื่อยง่าย ได้กลิ่นอะไรก็เหม็น เบื่ออาหารทั้งๆ ที่เธอเป็คนกินได้ทุกอย่างไม่เลือกกินแต่่นี้กินได้แต่ถั่วเขียวต้มน้ำตาลไหนจะอาการเวียนหัว่เช้าๆ อีกอะไรจะประจวบเหมาะกันขนาดนั้น
ถ้าเกิดท้องตอนนี้จะทำยังไงจะไม่ถูกตราหน้าว่าเป็หญิงใจง่ายแม่ดอกบัวขาวหรอกนะคิดแล้วก็ปวดใจหากเป็ยุคที่จากมาเธอจะไม่แคร์อะไรเลยผู้หญิงเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะแยะแต่กับยุคสมัยนี้นั้นต้องผัวเดียวเมียเดียวจนกว่าจะตายจากเฮ้อ...ยิ่งคิดยิ่งเครียด
" ฉันอยากจะดื่มน้ำสักหน่อยน่ะ " เผื่อจะถ่ายเบาออกคำนี้ได้แต่พูดในใจคนเดียว
" ได้ ได้ ฉันไปเอามาให้ดีกว่ารอสักครู่นะจ๊ะ " หมี่เมี่ยนขันอาสารีบเดินไปหยิบโถดินเผาใส่น้ำทันที
" ขอบใจพวกเธอมากนะ ขาดงานเพราะฉันอีกจนได้ "เล่อเยียนพูดอย่างสลดใจเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ภาระของเพื่อนตลอดตั้งมาถึงจนตอนนี้
" มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ตกลงเป็เพื่อนกันแล้วจะทิ้งเธอได้ยังไง" หมี่เมี่ยนที่ยกโถดินเผาใส่น้ำเดินมาถึงพอดีจึงพูดเสริมทัพไม่ให้เล่อเยียนคิดมาก
จริงอยู่ว่ามาถึงแรกๆ พวกเธอค่อนข้างกังวลว่าจะใช้ชีวิตยังไงให้อยู่รอดแต่พอได้มารู้จักกับหลี่เล่อเยียนไม่มีคำว่าอดตายในหัวของพวกเธออีกเพราะมั่นใจว่าหล่อนจะไม่ทิ้งเพื่อนแน่นอนและก็เป็จริงดังที่คิดเพราะไม่ว่าหลี่เล่อเยียนจะกินอะไรพวกเธอก็จะได้กินเช่นเดียวกับหล่อนเสมอ
" เธอรีบเข้าห้องไปพักผ่อนเถอะ เย็นนี้ฉันจะต้มโจ๊กฟักทองให้เธอกินนะ "หมี่เมี่ยนรับอาสาทำอาหารที่ตอนนี้เธอแทบจะเป็แม่ครัวประจำบ้านไปแล้วมีแบ่งอาหารให้กับฮุ่ยหลินบ้างเป็บางครั้งเพราะตอนนี้หล่อนเหมือนตัวคนเดียวในบ้าน
หลังจากพูดจบก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะตัวเล่อเยียนเองก็เพลียจากอาการอาเจียนตลอดทั้ง่บ่ายเหมือนกันถ้านับจากเหตุการณ์วันนั้นถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเกือบสามเดือนแต่เธอไม่แม่นเื่วันที่ด้วยความทรงจำเลือนรางเหลือเกินตอนนี้ได้แต่กินน้ำให้ปวดฉี่เร็วๆ เท่านั้น
ก๊อก ก๊อกก๊อก
" เล่อเยียนตื่นหรือยัง ออกมาทานข้าวเย็นก่อนเถอะ "หมี่เมี่ยนเห็นว่าตอนนี้เลยเวลาอาหารเย็นมาเยอะแล้วจึงตัดสินใจไปเคาะห้อง
" อือ.... เดี๋ยวฉันออกไป "เล่อเยียนที่สะลึมสะลือจากอาการตื่นนอนขานรับพร้อมกับตั้งสติเพื่อที่จะเดินออกไปนอกห้องพบว่าเวลานี้ค่ำมืดจนเลยเวลาอาหารเย็นมาพอสมควร
" นี่ฉันหลับไปนานขนาดนี้เลยหรือเนี่ย "ไปถึงโถงห้องก็รีบเดินไปนั่งกับยวี่ไท่ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
" ่นี้หล่อนขี้เซาเกินไปแล้วนะแอบทำอะไรขายอดหลับอดนอนแล้วไม่บอกพวกเราหรือเปล่า "ยวี่ไท่หลี่ตาพร้อมทั้งจ้องมองด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
" ขายใครล่ะยังเข็ดไม่หายหมดตัวปัญหาฟ่านเหมยเหมยไปแล้วไม่รู้จะมีใครมาเพิ่มอีก่นี้ขอพักสมองก่อน"เล่อเยียนตอบไปพร้อมทั้งลูบแขนตัวเองไป
" ่เก็บเกี่ยวฉันแทบจะคลานกลับห้องรู้สึกว่าพวกเราจะดูคล้ำๆ กันนะ " หมี่เมี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย
" ไม่ดำซิแปลกแดดแรงขนาดนี้หน้าฉันรู้สึกเหมือนจะมีฝ้าขึ้น "เล่อเยียนเล่นบทใหญ่ไว้ก่อน จริงๆ เธอแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลยออกจะผิวขาวผุดผ่องขึ้นด้วยซ้ำแต่ติดตรงที่ออกจะผอมลงนิดหน่อยอาจจะเพราะทานอะไรไม่ค่อยได้
" หล่อนน่ะซิแปลก ่นี้รู้สึกว่าจะดูผิวพรรณสวยกว่าแต่ก่อนอีกนะ "ยวี่ไท่ขมวดคิ้วให้กับความเป็ลูกรักของ์ของหลี่เล่อเยียน
" งั้นหรือ "เล่อเยียนยักไหล่เพราะเธอเห็นด้วยว่า่นี้ผิวพรรณเธอดูดีมากจริงๆ หรืออาจจะเพราะเธอกินวิตามินบำรุงร่างกายด้วยทุกคืนกันนะ
" รีบๆ ทานเถอะก่อนที่อาหารจะเย็นไปซะก่อน "หมี่เมี่ยนบอกเพื่อนทานข้าว
" เออจริงซิฉันได้ยินข่าวว่ามีปัญญาชนมาใหม่ เห็นว่าเป็ผู้ชายหล่อมาก"หมี่เมี่ยนข่าวไวเสมอเพราะเธอเข้าได้กับทุกคนจึงไม่แปลกถ้สเธอจะรู้ข่าวก่อนใคร
" ข่าวไวสมกับเป็เธอจริงๆ" หม่ายวี่ไท่ที่เรียกได้ว่าตัวติดกับหล่อนแทบจะตลอดเวลายังไม่รู้ข่าวนี้เลยส่ายหัวให้กับความกว้างขวางของเธอ
" แน่นอนจ้ะ 555555 " หมี่เมี่ยไม่ถ่อมตนใดๆนานวันเข้าเธอเริ่มจะแสดงตัวตนของตัวเองออกมาว่าจริงๆ แล้วเธอก็มีอีกหลายๆ ด้านที่ยังไม่เผยออกมาเช่นกัน
ปัง ปัง ปังปัง
" มีใครอยู่มั้ยครับ "
กรี๊ดดดดดดดดน้องเป็อาร้ายยยย
จริงๆคงเดาถูกแหล่ะหรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้นะกริ้วๆๆๆ