โอสถล้างไขกระดูกมีสรรพคุณต่างจากผลจื่อฮวาผลจื่อฮวาจะช่วยในการทะลวงขั้นพลัง ส่วนยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกช่วยรวบรวมพลังิญญาจึงเป็สิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ยิ่งเป็โอสถชั้นดี ก็ย่อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ไม่ว่าไช่เหยาจะพอใจหรือไม่แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธคำพูดของซ่งอวี้หลางได้ ด้วยรู้ดีว่าหากเขาหมดรักเมื่อใด ตนคงตกที่นั่งลำบากแน่ดังนั้นจึงเชื่อฟังทุกอย่าง และพยายามมิให้เขาโกรธ
นางจึงยอมแพ้ไปอย่างจำใจ
“คุณชายลู่ ยินดีด้วยเ้าค่ะผลจื่อฮวาเหล่านี้เป็ของท่านแล้ว” จีหย่าหันไปมองลู่เฉิน ก่อนกล่าวยินดี
“ขอบคุณมากๆ!” ลู่เฉินยิ้ม พลางประสานมือคารวะ “แต่ว่า... ผู้ดูแลจีหย่า ตอนนี้ข้ายังไม่สะดวกจ่ายขอจ่ายภายหลังได้หรือไม่?”
ทั้งเนื้อทั้งตัวลู่เฉินมีเงินอยู่เพียงสองหมื่นห้าพันเหรียญทองเท่านั้น เขาใช้เงินประมูลแหวนปริภูมิไปแล้วหนึ่งหมื่นสามพันเหรียญตอนนี้จึงเหลือเพียงหนึ่งหมื่นสองพันเหรียญเท่านั้น ไม่พอจ่ายค่าประมูลผลจื่อฮวา แม้จะได้เงินจากลู่ปิงเยวี่ยมาอีกหนึ่งหมื่นหกพันเหรียญก็ตาม
ได้ยินคำพูดของลู่เฉินคนอื่นๆ ก็ลอบยิ้มเยาะด้วยความสะใจ
โดยเฉพาะหวังเสี้ยวเทียนและไช่เหยาที่รู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น
ตามกฎของหอว่านเป่านั้นผู้ที่ชนะการประมูลจะต้องจ่ายเงินทันทีที่ได้รับของ น้อยคนนักที่จะได้รับการยกเว้นแม้แต่หวังเสี้ยวเทียนก็ยังไม่อาจค้างเงินค่าประมูลได้ หากเป็คนใหญ่คนโตเช่นบิดาเขาก็ว่าไปอย่าง
หวังเสี้ยวเทียนและคนอื่นๆต่างคิดว่าลู่เฉินคงจะจบสิ้นแล้ว
“เ้าโง่นั่น กล้าประมูลโดยไม่มีเงินอย่างนั้นหรือ!”
หวังเสี้ยวเทียนร้องะโพลางกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก
“ได้เ้าค่ะ! มิใช่เื่ใหญ่อันใด”
หวังเสี้ยวเทียนและคนอื่นๆที่กำลังยิ้มเยาะ กลับต้องผงะ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง เมื่อได้ยินคำพูดของจีหย่า
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ลู่เฉินผู้นี้ มีอภิสิทธิ์ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
ก่อนเริ่มงานประมูลลู่เฉินขอหารือกับผู้ดูแลจีหย่าเป็การส่วนตัว นางก็มิได้บอกปัด ตอนนี้ยังยอมให้เขาจ่ายเงินประมูลในภายหลังอีก!
“ประหลาดนัก!”
ผู้เข้าร่วมการประมูลส่วนใหญ่เริ่มมีความคิดเปลี่ยนไป
“ทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่! เป็ไปได้หรือไม่ ว่าจะใกล้ชิดสนิทสนมกันโดยที่พวกเราไม่รู้??” หลายคนเริ่มพูดจาว่าร้าย
ไม่อย่างนั้นจีหย่าจะยอมลู่เฉินขนาดนี้ได้หรือ?
มีความเป็ได้อีกอย่างนั่นคือ ลู่เฉินอาจจะมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเถ้าแก่หอว่านเป่า หรือว่า... ลู่เฉินจะเป็บุตรชายนอกสมรสของเขา? แต่ว่าบิดาของลู่เฉิน คือลู่อีโจวมิใช่หรือ?
“เอาละทุกท่านต่อไปจะเป็การประมูลผลจื่อฮวาถาดที่สอง มีทั้งหมดห้าผล นายท่านและนายหญิงทั้งหลายการประมูลผลจื่อฮวาในวันนี้ มีเพียงสองถาดเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ นี่เป็ผลจื่อฮวาถาดสุดท้ายหากปล่อยให้หลุดมือไป ก็ไม่มีโอกาสแล้วนะเ้าคะ” จีหย่าเอ่ย
“สามหมื่นเหรียญทอง” พอนางกล่าวจบ ลู่เฉินก็เสนอราคาทันที
“ลู่เฉิน เ้า...”
ไช่เหยาหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหตวัดสายตาแข็งกร้าวไปมองเขาทันที ใช่ว่าจะไม่เคยพบลู่เฉินมาก่อน กล่าวได้ว่า ตอนนางไปหาลู่ปิงเยวี่ยที่จวนสกุลลู่นางก็เจอเขาหลายครั้ง ครานั้น หากมิใช่เพราะลู่ปิงเยวี่ย ลู่เฉินผู้นี้คงมิได้อยู่ในสายตานาง
ทว่าก่อนที่นางจะพูดก็ถูกซ่งอวี้หลางที่นั่งอยู่ข้างๆ ยกมือปรามไว้เสียก่อน
ซ่งอวี้หลางหันไปมองลู่เฉินก่อนแผ่จิตสังหารออกมาเล็กน้อย
จิตสังหารของผู้ฝึกตนระดับก่อ์หาใช่เื่ตลกแน่นอนว่าจุดประสงค์ที่แผ่มันออกมา ก็เพื่อข่มคนที่มีพลังต่ำกว่าให้ยอมสยบแทบเท้า
กระนั้นที่นี่คือหอว่านเป่า ซ่งอวี้หลางจึงต้องข่มใจเอาไว้อย่างหนัก เพื่อมิให้พลั้งเผลอปะทุจิตสังหารรุนแรง
ดวงตาคมปรายมามองลู่เฉิน
“เ้าคือลู่เฉินแห่งสกุลลู่อย่างนั้นหรือ?” ซ่งอวี้หลางมองอีกฝ่าย
ั้แ่ก้าวเข้ามาในห้องนี่เป็ครั้งแรกที่เขาเผชิญหน้ากับลู่เฉิน เพราะก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มเพียงให้ความสนใจกับลู่ปิงเยวี่ยมิได้ใส่ใจลู่เฉินที่อยู่ข้างๆ แม้แต่น้อย
เพราะเด็กหนุ่มผู้นี้ มิได้มีความโดดเด่นอันใด
หากลู่เฉินมิได้ทำให้เขาประหลาดใจถึงเพียงนี้อีกฝ่ายคงไม่ต่างจากธาตุอากาศในสายตาเขา
“ใช่แล้ว!” ลู่เฉินเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ จิตสังหารที่ฝ่ายตรงข้ามแผ่ออกมาทำให้เขารู้สึกกดดัน ทั้งยังนึกโมโหเล็กน้อย
ท่าทีของซ่งอวี้หลางในตอนนี้กำลังดูถูกอยู่ชัดๆ ราวกับว่าตนเป็เพียงมดตัวจ้อย เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
“งานประมูลวันนี้ มีผลจื่อฮวาเพียงสองถาดเท่านั้นก่อนหน้านี้ เ้าก็ประมูลผลจื่อฮวาไปแล้วถาดหนึ่ง ดังนั้นถาดที่สองนี้ข้าว่าเ้ายอมแพ้เสียเถอะ” ซ่งอวี้หลางพูดเบาๆ
ด้วยน้ำเสียงสุขุมที่เขาเอ่ยหากเป็คนอื่นคงจะไม่ต่อต้าน และยอมทำตามอย่างว่าง่าย
แต่สำหรับลู่เฉิน พอได้ยินคำพูดของซ่งอวี้หลางก็ลอบยิ้มเยาะในใจ
จะอวดดีเกินไปแล้ว!
ซ่งอวี้หลาง คือผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งเป็อันดับต้นๆของเมืองชิงเฟิง ด้วยอำนาจและความแข็งแกร่งของเขา ทุกคำพูดจึงแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามจนไม่มีผู้ใดกล้าต่อต้าน
แต่มิใช่ลู่เฉิน
“คุณชายซ่ง ท่านจะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูก! ผลจื่อฮวาคือสินค้า ไม่ว่าผู้ใดก็ร่วมประมูลได้ดังนั้นใครเสนอราคาสูงสุด ย่อมได้ การที่คุณชายซ่งมาบอกให้ข้ายอมแพ้การประมูลเช่นนี้ไม่ถือว่ากำลังทำผิดกฎอยู่หรอกหรือ?” ลู่เฉินถามกลั้วหัวเราะ
“หืม?” ซ่งอวี้หลางขมวดคิ้วฉับ ก่อนกระตุกยิ้มมุมปาก “พูดเช่นนี้ คิดจะหักหน้าข้าหรือ?”
“คุณชายซ่งเข้าใจผิดแล้วข้ามิได้อยากมีเื่กับท่าน แต่ข้าก็้าผลจื่อฮวาเช่นกัน ดังนั้น ข้าจึงไม่อาจยอมแพ้ได้ขอรับ” ลู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ
“ดี... ดียิ่ง!” ซ่งอวี้หลางเหยียดยิ้ม ก่อนหันไปมองเขาอีกครั้ง
ถึงจะกล่าวเช่นนั้นแต่ลู่เฉินก็สังเกตเห็นแววตาวาวโรจน์ของอีกฝ่าย ดูเหมือนตนจะกลายเป็ศัตรูของซ่งอวี้หลางไปเรียบร้อยแล้ว
ถูกอีกฝ่ายหมายหัวเช่นนี้ลู่เฉินย่อมไม่อาจวางใจ กับหวังเสี่ยวเทียนเขายังพอเพิกเฉยได้แต่กับซ่งอวี้หลางผู้นี้... คงต้องรีบฝึกพลังแล้ว เพราะตอนนี้เขายังห่างชั้นกับอีกฝ่ายอยู่มาก
“มีศัตรูรอบตัวเช่นนี้ข้าคงต้องรีบแข็งแกร่งเสียแล้ว” ลู่เฉินพึมพำ จมอยู่ในห้วงภวังค์ของตัวเอง
“ลู่เฉิน...” ลู่ปิงเยวี่ยอดเป็ห่วงเขามิได้
ในงานประมูลครั้งนี้ลู่เฉินสร้างความขุ่นเคืองให้ใครหลายคน สำหรับไช่เหยาคงไม่น่าเป็ห่วงนักแต่กับหวังเสี้ยวเทียนและซ่งอวี้หลางนี่สิ ขนาดในเมืองชิงเฟิงยังมีน้อยคนนักที่จะกล้าตั้งตนเป็ศัตรูกับพวกเขา
“พี่ปิงเยวี่ย ไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอกขอรับ” ลู่เฉินหันไปมองนาง พลางพยักหน้าให้
ลู่ปิงเยวี่ยถอนหายใจเล็กน้อยมิได้เอ่ยอันใดอีก เพราะถึงเกลี้ยกล่อมไปก็ไร้ประโยชน์
ลู่เฉินชนะการประมูลผลจื่อฮวาถาดที่สองมาได้ด้วยเงินสามหมื่นเหรียญทอง เท่ากับว่าราคาประมูลผลจื่อฮวา รวมเป็เงินทั้งสิ้นหกหมื่นเหรียญทอง
“แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน! ของชิ้นต่อไปได้แก่...”
เสียงของจีหย่า เรียกความสนใจของทุกคนเบื้องล่างได้อีกครั้ง
“โอสถล้างไขกระดูกชั้นดีเ้าค่ะ!”
“ซึ่งยาอายุวัฒนะเหล่านี้จะนำออกมาประมูลครั้งละห้าขวด หลายท่านคงจะทราบดีอยู่แล้ว ว่าโอสถล้างไขกระดูกชั้นดีคือสิ่งใดเช่นนั้นข้าจะไม่พูดให้มากความ”
“ยาอายุวัฒนะหนึ่งชุดราคาประมูลจะเริ่มที่สองหมื่นเหรียญทอง และต้องเพิ่มราคาครั้งละหนึ่งพันเหรียญทองเริ่มประมูลได้!” จีหย่าคลี่ยิ้ม แล้วโบกมือ
ราคาเริ่มต้นของโอสถล้างไขกระดูกนั้นสูงกว่าผลจื่อฮวามาก
ในหอว่านเป่ายาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกขั้นสามัญ จะมีราคาอยู่ที่แปดร้อยเหรียญทอง กระนั้นยังก็ค่อนข้างหายากแม้ในเมืองชิงเฟิงจะมีหมอยาระดับสูงอยู่ แต่ผู้ฝึกตนขั้นล้างไขกระดูกก็มีเป็จำนวนมากโอสถย่อมไม่เพียงพอต่อทุกคน
“สามหมื่น!” ซ่งอวี้หลางยกมือขึ้น เสนอราคาออกมาเป็คนแรก
เมื่อเห็นเขาเปิดประเดิมหลายคนก็ใจแป้ว ไม่กล้าประมูลแข่งกับเขา
มิใช่ทุกคนจะมีความกล้าเช่นลู่เฉินหากทำให้ซ่งอวี้หลางขุ่นเคืองเข้าละก็ นับจากนี้ ชีวิตของพวกเขาคงจะไม่สงบสุขแน่ต่อให้โดนอีกฝ่ายสังหาร ตระกูลของตนก็คงไม่กล้าทวงความยุติธรรมให้
“ข้า้ายาชุดนี้” หลังเสนอราคาแล้ว ซ่งอวี้หลางก็เอ่ยขึ้นลอยๆ โดยมิได้หันไปมองผู้ใด
“หากพี่ซ่ง้า ข้าย่อมไม่ประมูลแข่ง”
“แหะๆ! ข้าด้วย... ข้ายอมแพ้ ไม่ขอประมูลแข่งกับท่าน”
หวังเสี้ยวเทียนและคนอื่นๆก็กล่าวเช่นเดียวกัน
ได้ยินเช่นนั้นซ่งอวี้หลางจึงพยักหน้าอย่างพอใจ
จีหย่าที่ยืนอยู่บนเวทีรู้สึกขัดใจเล็กน้อย แต่ก็เอ่ยอันใดมิได้ เพราะคุณชายผู้นี้ยังมิได้ผิดกฎการประมูล
“เช่นนั้นยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชุดนี้ เป็ของคุณชายซ่งแล้ว ยินดีด้วยเ้าค่ะ!” เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดประมูลแข่งจีหย่าจึงจำใจต้องประกาศออกมา
หลังประกาศผล ซ่งอวี้หลางก็หันไปมองลู่เฉินก่อนกระตุกยิ้มร้ายเพราะคิดว่าอีกฝ่ายยอมแพ้ ไม่กล้าประมูลสู้ เพราะครั่นคร้ามต่ออำนาจของตน
แต่กระนั้น ใช่ว่าเขาจะปล่อยคนผู้นี้ไปง่ายๆเพราะตอนที่เขาบอกให้ลู่เฉินยอมแพ้ เด็กหนุ่มกลับเลือกที่จะหักหน้าเขา ดังนั้น เขาจะทำให้ลู่เฉินต้องชดใช้
“เอาละทุกท่านต่อไปเป็การประมูลโอสถล้างไขกระดูกชั้นดีชุดที่สองเริ่มประมูลที่สองหมื่นเหรียญทองเ้าค่ะ” จีหย่ากล่าว
“สามหมื่นเหรียญทอง ยาอายุวัฒนะชุดนั้นข้าก็้าเช่นกัน” ซ่งอวี้หลางเสนอราคาเป็คนแรกอีกครั้ง
ตอนนี้ มีผู้เข้าร่วมการประมูลบางคนเริ่มไม่พอใจแล้วแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอันใด ทว่าหลายคนเริ่มอยากจะประมูลแข่ง เพื่อ่ชิงโอสถล้างไขกระดูก
แม้จะเป็ซ่งอวี้หลาง ก็ใช่ว่าจะยอมให้ได้เสียเมื่อไร?
หากเขาเอายาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชั้นดีทั้งหมดไปแล้วคนอื่นๆ เล่า? แม้ตระกูลซ่งจะ้ายาเ่าั้แต่ตระกูลของพวกเขาก็อยากได้เช่นกัน!
“วันนี้ ไม่ว่าจะมีการประมูลยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกกี่ชุดข้าก็้าเพียงสองชุดเท่านั้น นอกเหนือไปจากนี้ ข้าจะไม่เข้าร่วมประมูลอีก” ซ่งอวี้หลางตระหนักดี ว่ามีหลายคนไม่พอใจกับการกระทำของเขาดังนั้น ประโยคนี้จึงเป็การอธิบายให้ทุกคนได้รับรู้
ทันทีที่ทุกคนได้ยินเช่นนั้นคนที่คิดจะประมูลแข่งจึงต้องรามือ ยอมให้ซ่งอวี้หลางชนะไปอีกครั้ง