บทที่ 50 พยายามแสดงให้ดีที่สุด
กงเจ๋ออวี้มองเธอแวบหนึ่ง แล้วอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง “มันก็แค่ข่าวลือ”
จวีซือหนานวางตะเกียบลง เธอรู้สึกเศร้าหมองอย่างน่าประหลาด หญิงสาวเท้าคางมองกงเจ๋ออวี้แล้วถามเบา ๆ “ครอบครัวคนรวยแบบคุณ มักจะมีการแต่งงานในเชิงธุรกิจใช่ไหม”
“อืม”
กงเจ๋ออวี้พยักหน้าเบา ๆ อย่างเรียบเฉย ถึงแม้ลึกแล้ว ๆ เขาจะไม่รู้ว่าเธอต้องการจะสื่ออะไรกันแน่
จวีซือหนานเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าภรรยาของกงเจ๋ออวี้ในอนาคตจะเป็นใครกันนะ...
“ฉันอิ่มแล้ว!”
หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทันทีที่หันหลัง ก็ถูกคนด้านหลังเรียกไว้ “เดี๋ยวก่อน”
เธอหันกลับไป ก็เห็นกงเจ๋ออวี้เดินมาหาเธอแล้ว
เมื่อเห็นแขนเสื้อของจวีซือหนานพับขึ้นมา กงเจ๋ออวี้ก็ยกมือขึ้นจัดแขนเสื้อให้เธออย่างเอาใจใส่ ทันทีที่มือใหญ่ของเขาวางลงบนข้อมือของตัวเอง จวีซือหนานก็รีบโบกมือทัดทาน “ขอบคุณค่ะคุณกง ฉันทำเองได้!”
เธอรีบชักแขนกลับ ก้มหน้าจัดแขนเสื้อด้วยท่าทางร้อนรน
กงเจ๋ออวี้ยื่นมือออกไปจับแขนของเธอกลับมาอีกครั้ง “เธอเป็นแฟนฉัน การดูแลเธอเป็นเรื่องที่ฉันควรทำ!”
“...”
ชั่วขณะหนึ่ง เมื่อมองสายตาอันอ่อนโยนของกงเจ๋ออวี้ จวีซือหนานก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะละลายไปแล้ว หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็ยังคงดึงมือกลับมาเช่นเดิม
หญิงสาวก้มหน้าลงพยายามปิดบังความประหม่าเอาไว้ “พวกเราแค่แกล้งเป็นคู่รักกัน ไม่จำเป็นต้องดูแลฉันขนาดนี้หรอกค่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของกงเจ๋ออวี้ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาก้มหน้ามองใบหน้าสวย ๆ ของเธอด้วยแววตายากจะคาดเดา จากนั้นก็เสียงเย็นชาขึ้นมาเล็กน้อย “ฉันบอกไปแล้วว่า ถึงจะเป็นการแสดงก็ต้องทำให้ชิน”
จวีซือหนานเบนสายตาไปทางอื่น “ต่อหน้าคนอื่นฉันจะแสดงได้ดีกว่านี้ แต่เวลาที่เราอยู่กันตามลำพังก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกนะ!”
ถ้าแสดงได้ดีเกินไป เธอกลัวว่าตัวเองจะเผลอคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา!
“ถึงจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ก็อาจจะมีคนเพิ่มขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ถ้าเผลอทำพลาดไปจะแย่เอานะ! เธอก็รู้ดี!”
จวีซือหนานไม่ได้พูดอะไรต่อในเรื่องนี้ เธอพยักหน้าให้เขาเบา ๆ “โอเคค่ะ แต่ตอนนี้ฉันต้องไปทำงานก่อนละ! ขอบคุณที่ให้ฉันค้างเมื่อคืนนี้แล้วกันนะคะ!”
“ฉันจะไปส่งเธอ!”
กงเจ๋ออวี้ลุกขึ้นยืนตาม
“ไม่ต้องหรอกค่ะ!” จวีซือหนานโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ฉันไปเองได้!”
สีหน้าของกงเจ๋ออวี้ดูหม่นลงไปบ้าง เขามองจวีซือหนานด้วยความไม่พอใจ “การปรับตัวให้เข้ากับความดีของฉันมันยากขนาดนั้นเลยหรือไง”
จวีซือหนานเงยหน้าขึ้น ชั่วขณะหนึ่งเธอก็รู้สึกงุนงงและสับสน
สำหรับการแสดงออกที่ดูจริงใจเกินไปนี้ เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะตอบรับยังไง เธอกะพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะก้มหน้าตอบ “คุณกง คุณวางใจได้ ฉันจะพยายามแสดงให้ดีที่สุด ต่อหน้าคนอื่นฉันจะทำตัวให้ชินกับทุกสิ่งดี ๆ ที่คุณมอบให้ แต่ในเมื่อเราแค่แกล้งทำเป็นแฟนกัน เวลาปกติเราก็ควรเว้นระยะห่างกันจริง ๆ จะดีกว่านะคะ”
กงเจ๋ออวี้จ้องมองใบหน้าของเธอด้วยสายตาเย็นชาโดยไม่พูดอะไรสักคำ เขาคว้าเสื้อสูทจากเก้าอี้แล้วเดินโทง ๆ ออกไปในทันที
จวีซือหนานมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยสีหน้างุนงง
เธอไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงโกรธได้ขนาดนั้น ตอนแรกก็คิดจะตามออกไป แต่กลัวว่าจะยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้น เมื่อคิดดีแล้ว เธอก็เลยตัดสินใจว่า ‘ช่างมันเถอะ’
เลขาของกงเจ๋ออวี้เดินเข้ามาหาจวีซือหนาน แล้วเอ่ยปากขึ้นอย่างสุภาพ “คุณจวี ท่านประธานสั่งให้ผมเตรียมรถไว้พาคุณไปส่งที่บริษัท ถ้าคุณจะไปก็บอกผมได้เลยครับ”
จวีซือหนานยิ้มและพยักหน้ารับ
“รอสักครู่นะคะ ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปกันเลย”
“ได้ครับ”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง จวีซือหนานก็เดินมาที่รถพร้อมกับสวมรองเท้าส้นสูง
คนขับรถรีบวิ่งไปเปิดประตู แล้วผายมือออก “คุณหนูจวี เชิญครับ เดินช้า ๆ นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
พูดจบจวีซือหนานก็แทรกตัวนั่งเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถโรลส์รอยซ์ก็มาจอดที่หน้าตึกของบริษัท SEC
จวีซือหนานสะพายกระเป๋าลงจากรถ เดินไปที่ชั้นหนึ่ง ทันใดนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นในทันที