บทที่ 23 กำจัดสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่ไร้ประโยชน์นี่ทิ้ง
แผ่นหลังเซี่ยจื่ออวี้และอินเสินเกร็งขึ้นมา เสียงนี้ฝังอยู่ในกระดูกเป็ความกดดันที่ไม่ยอมเลือนหายไปจนแผ่นหลังรู้สึกชาหนึบ
มีเพียงเด็กน้อยเท่านั้นที่เงยหน้าขึ้นอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นชายวัยกลางคนตรงหน้าดวงตาก็เป็ประกาย ในขณะเดียวกัน ดวงตาของชายคนนั้นก็หยุดลงยังร่างของเด็กน้อย
ดวงตาสีดำขลับล้ำลึกราวกับดวงตาทั้งสองข้างคือดวงดาวสุกสกาว
เพียงไม่กี่วินาทีในความเงียบงันอันแปลกประหลาด อินเสินเป็คนแรกที่ตอบสนองออกมา เขาพยายามทำให้ตัวเองวางเด็กน้อยลงอย่างเป็ธรรมชาติ หลังจากให้ซิงซิงนั่งบนเตียงแล้ว อินเสินก็เดินไปข้างกายชายคนนั้นและก้มหัวเล็กน้อย
“พ่อครับ”
เสิ่นเฉินโจวพยักหน้าให้เล็กน้อยอย่างไม่ได้ใส่ใจอินเสิน
เขาเพียงแค่มองซิงซิงเท่านั้น
ในดวงตาของเสิ่นเฉินโจวไม่มีความรู้สึกอะไร เหมือนเวลาปกติที่เขาบรรยายอยู่ในมหาวิทยาลัย
แต่ท่าทางของเขากลับทำให้ในใจอินเสินตื่นตระหนก
และเซี่ยจื่ออวี้ก็ฝืนลุกขึ้นมาจากเตียง
“พ่อครับ...”
เสิ่นเฉินโจวโบกมือขณะที่เดินไปข้างเตียง
“จื่ออวี้ าเ็หนักขนาดนี้อย่าเคลื่อนไหวซี้ซั้วจะดีกว่า”
เป็เื่ยากที่เขาจะพูดอย่างเป็ห่วงออกมาแบบนี้กับพวกลูกของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเซี่ยจื่ออวี้หรืออินเสินก็ต่างรู้สึกเกรงกลัวเพราะเหตุนี้
เซี่ยจื่ออวี้เหลือบมองซิงซิงที่จ้องมองพ่อของเขาอยู่ข้างเตียง หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นมา
“พ่อครับ ผมขอโทษที่สร้างปัญหาให้พ่อ...”
คำพูดของเขายังไม่ทันจบ เสิ่นเฉินโจวก็ส่งสัญญาณให้เขาเงียบปาก
เซี่ยจื่ออวี้กัดฟันแน่น ไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักประโยค จะทำอย่างไรดี สุดท้ายพ่อก็รู้เื่การมีอยู่ของซิงซิงแล้ว เขาควรจะทำยังไง… ซิงซิงควรจะทำยังไง!
แต่ซิงซิงที่กำลังตื่นตระหนกไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพี่หกของตัวเองกำลังเป็ทุกข์ที่สุด ดวงตากลมโตของเธอมองเสิ่นเฉินโจวที่กำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ และเห็นบรรยากาศหนักอึ้งรอบกายของเขา
นี่เป็ครั้งแรกที่เจอคนที่มองไม่เห็นฮวงจุ้ย...ถึงขั้นไม่มีวิธีตั้งเส้นฮวงจุ้ยขึ้นมาด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมีความรู้สึกที่เฉียบแหลมหยั่งรากลึกมากที่สุดอยู่ในเืและกระดูกของเธอด้วย
เมื่อเห็นเสิ่นเฉินโจวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายเซี่ยจื่ออวี้ก็เกร็งเขม็ง เขากำลังคิดว่าตอนนี้จะอุ้มซิงซิงวิ่งหนีไปดีไหม
ในขณะที่อินเสินหลุบตาลงด้วยใบหน้าที่มองความรู้สึกไม่ออก แต่ปลายนิ้วกลับกระชับฝ่ามือเข้าเล็กน้อย
ในที่สุดเซี่ยจื่ออวี้ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตอนที่กำลังคิดจะโผเข้าไปปกป้องซิงซิง ซิงซิงก็โผเข้าไปข้างหน้าก่อนแล้ว!
จากนั้นเสียงนุ่มนวลของเด็กน้อยซึ่งแฝงความยินดีอย่างถึงที่สุดก็ดังขึ้น ทำให้เกิดช่องว่างในบรรยากาศอันหนักอึ้งที่กดทับอยู่ขึ้นมา...
“พ่อคะ!”
เด็กน้อยที่ใบหน้าเล็กขึ้นสีแดงเรื่ออย่างมีความสุข รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นพ่อของตัวเองจนมองข้ามรายละเอียดอื่น ๆ ไปโดยสิ้นเชิง
เธอกางแขนทั้งสองข้างออกไปอย่างเป็ธรรมชาติ โผเข้าไปหาเสิ่นเฉินโจว...
ลูกตาของเซี่ยจื่ออวี้หดแคบลง แม้แต่อินเสินที่เงียบสงบที่สุดก็ยังเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกตะลึง
ในดวงตาของเสิ่นเฉินโจวเผยความตกตะลึงที่มองไม่ออกเล็กน้อย ไม่นานก่อนที่เด็กน้อยจะชนเข้ากับเขาเพียงเสี้ยววินาที เขาก็ยกมือขึ้นมาดันหน้าผากเธอไว้
มือสั้นของซิงซิงยื่นไปกลางอากาศโบกไปมาสองครั้งอย่างสับสน ไม่ว่าอะไรก็ล้วนััไม่ได้ เธอดูเหมือนแกะน้อยที่กำลังมึนงงซึ่งใช้หัวแนบกับมือเรียวยาวข้างนั้น
แต่ความสุขก็ยังคงเป็ความสุข
เธอคิดว่าพ่อกำลังเล่นกับเธอ
“พ่อคะ พ่อคะ พ่อคะ~”
เธอเรียกไปพลางกอดแขนของเสิ่นเฉินโจวไว้ แขนเล็กอันนุ่มนิ่มยึดข้อมืองดงามเอาไว้ในทันที และดึงมือของเสิ่นเฉินโจวกลับ
เขาลูบข้อมือตัวเองในขณะที่รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป สุดท้ายก็เผยความรู้สึกหมดความอดทนออกมา
“คนดีคนเลวก็ยังแยกแยะไม่ได้ ช่างเป็สัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่โง่เขลาเสียจริง”
เสียงของเขากดต่ำมาก นำพารอยยิ้มเยาะที่ไม่ชัดเจนมาด้วย แม้จะยังดูอ่อนโยนแต่คนที่คุ้นเคยกับเขาที่สุดจะรู้ว่าเขาหมดความอดทนแล้ว น้อยครั้งที่เสิ่นเฉินโจวจะอารมณ์แปรปรวน แต่จำต้องยอมรับว่าเมื่อครู่เขารู้สึกแปลกใจจริง ๆ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีลูกเล็ก
เด็กตัวน้อยมักจะความรู้สึกไวเหมือนกับเป็สัญชาตญาณของสัตว์ตัวน้อย ดังนั้นแม้เขาจะดูมีท่าทีสง่างามและอ่อนโยนอย่างไร จะหลอกพวกผู้ใหญ่ได้อย่างไร แต่เด็กตัวน้อยก็มักจะกลัวเขาเสมอ
นับเป็ครั้งแรกที่มีเด็กโผเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใสเปล่งประกายแบบนี้
เสิ่นเฉินโจวรู้สึกแปลกใจและรู้สึกขำในเวลาเดียวกัน เด็กน้อยคนหนึ่งหากแม้แต่สัญชาตญาณในการแยกแยะดีชั่วก็ยังสูญเสียไปแล้ว นั่นก็ยิ่งนับว่าเป็ขยะ
เสิ่นเฉินโจวยืนตัวตรงก้มลงมองเด็กหญิงตรงหน้า
แต่ััอ่อนนุ่มของเด็กน้อยที่มือเมื่อครู่กลับยังไม่หายไป
เซี่ยจื่ออวี้โอบซิงซิงกลับมาจากมือของเสิ่นเฉินโจวทันที
เด็กน้อยมองอย่างไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ ซิงซิงไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบตัวเอง
แต่...
ตอนที่พี่หกกับพี่ใหญ่เห็นตัวเองครั้งแรก ไม่ใช่ว่าก็ล้วนดูไม่ชอบเธอเหรอ ทว่าตอนนี้พี่หกดีกับเธอแล้ว พี่ใหญ่ก็ดีมากเหมือนกันแถมยังกอดเธอด้วย! หรือพ่อก็จะล้วนเป็แบบนี้เหมือนพวกพี่ชายนะ!
ซิงซิงถูกเซี่ยจื่ออวี้อุ้มไว้ในอ้อมแขนโดยที่ยังเอียงหัวมองไปทางเสิ่นเฉินโจว หลังจากสบเข้ากับดวงตาดำขลับเ็าของเสิ่นเฉินโจวก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุขยิ่ง
พ่อมองหนู! พ่อจะต้องใส่ใจซิงซิงแน่นอน!
เด็กน้อยยิ้ม ดวงตาที่เดิมทีกลมโตจึงโค้งขึ้นมา
ดวงดาวบนท้องฟ้ากลับกลายเป็พระจันทร์เสี้ยว ใบหน้าเล็กจ้ำม่ำเต็มไปด้วยเนื้อหนังโดยมีลักยิ้มเล็ก ๆ อยู่ทั้งสองข้าง
เดิมทีเธอก็ดูงดงามน่ารักอยู่แล้ว เมื่อยิ้มขึ้นมาก็ยิ่งทำให้คนรู้สึกใจอ่อนยวบ
เสิ่นเฉินโจวเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปมองเซี่ยจื่ออวี้
“รู้ไหมว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้เป็ฝีมือใคร?”
เซี่ยจื่ออวี้สูดหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่ง ก่อนจะดึงความสนใจของตัวเองออกจากร่างของซิงซิงและสงบอารมณ์ลง
“พอจะรู้ครับ”
เสิ่นเฉินโจวพยักหน้า “ก็ไม่ได้โง่”
เซี่ยจื่ออวี้เม้มปากพลางกระชับมือที่กอดซิงซิงให้แน่นขึ้น
“ขอโทษครับพ่อ ผมไม่ควรโกหกพ่อั้แ่แรก ผมอยากรับซิงซิงมาเป็น้องสาวจริง ๆ เธอสำคัญมาก พ่ออย่า...”
“อย่าอะไร?” เสิ่นเฉินโจวยิ้มอย่างอ่อนโยน “ฆ่าเธอ?”
ท้ายประโยคอันแ่เบาทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของเซี่ยจื่ออวี้แดงก่ำทันที
อินเสินเงยหน้าขึ้นมาทันทีและเปิดปาก แต่ก็เห็นเพียงเสิ่นเฉินโจวลูบปลายนิ้วโดยที่น้ำเสียงไม่เปลี่ยนแปลงและกล่าวอย่างอ่อนโยน
“ซิงซิงเป็เด็กกำพร้าจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลานเทียน กลางดึกคืนหนึ่งได้หนีออกมาเจอแกเข้า จากนั้นแกก็พากลับบ้าน ทั้งยังขอความช่วยเหลือจากอินเสินเพื่อแลกเปลี่ยนกับการไปเรียนต่อต่างประเทศ”
เขารู้ทุกอย่างแต่กลับรอมาถึงตอนนี้จึงเพิ่งค่อย ๆ พูดออกมา
“เซี่ยจื่ออวี้ ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าแกจะใจบุญขนาดนี้”
เซี่ยจื่ออวี้รู้สึกเย็นะเืไปทั่วทั้งร่าง
“ฉันเคยบอกพวกแกนานแล้วว่าคนที่มีจุดอ่อนไม่มีทางทำเื่สำคัญสำเร็จ เซี่ยจื่ออวี้ ฉันคงสั่งสอนแกน้อยเกินไป”
เสิ่นเฉินโจวมองเซี่ยจื่ออวี้
สันหลังของเด็กหนุ่มขึงตึงขึ้นมาทั้งยังสั่นสะท้าน บนแขนที่กอดซิงซิงเต็มไปด้วยาแ แต่กลับยังกอดเ้าก้อนแป้งน้อยเอาไว้แน่น
ใบหน้าของเสิ่นเฉินโจวไม่มีคลื่นอารมณ์แม้แต่น้อย
“รอให้แผลหายดีแล้วก็ออกนอกประเทศไป ส่วนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนี่ก็ให้อินเสินจัดการซะ”
อินเสินที่อยู่ข้างหลังเสิ่นเฉินโจวตอบรับเสียงต่ำ “ครับ”
เซี่ยจื่ออวี้กลับเงยหน้าขึ้นมาทันที “ไม่! ทำไมพ่อถึงตัดสินใจอะไร...”
คำพูดของเขาถูกฝ่ามือเดียวของเสิ่นเฉินโจวทำให้กลืนกลับลงไปในลำคอ
“มีดที่ฉันลับคมมาก็สามารถทำลายได้ง่าย ๆ แกเข้าใจใช่ไหม? เซี่ยจื่ออวี้”