The players think Im a hidden NPC ผู้เล่นคิดว่าผมเป็น NPC ลับ

    ชั่วพริบตา

            "พวกเราชอบงานศิลป์ค่ะ"

            แต้มตรังคะพูดกับเจตจำนงที่มองไม่เห็น

            "ชื่อไอดี.. ชื่อของพวกเราก็ล้อมาจากเ๱ื่๵๹นั้น ฉันเป็๲จิตรกร ส่วนขีดขุนเขานักเขียนอักษรวิจิตร ถ้าเกิดว่ามีทักษะที่ทำให้เราสามารถดึงความสามารถมาใช้ได้ก็ดีค่ะ"

            ก่อนหน้าที่จะสามารถเข้าสู่ระบบเกมได้ พวกเขาพิจารณาเกี่ยวกับชื่อที่จะใช้อยู่หลายวันเนื่องจากมันจะถูกนับเป็๞หนึ่งในลายเซ็นสำคัญ

            สุดท้ายก็ได้ชื่อ 'แต้มตรังคะ' และ 'ขีดขุนเขา' นี้มา ถือเป็๲ชื่อที่จะใช้แยกกัน หรืออยู่รวมกันก็ได้ ชื่อของเธอถ้าให้แปลง่าย ๆ ก็คือการแต้มคลื่น ส่วนขีดขุนเขานั้นเป็๲อะไรที่ตรงตัวอยู่แล้ว หากจะนำมาใช้รวมกัน ก็คงจะเหมือนกับการใช้ปลายพู่กันเล่มหนึ่งแต้มไปที่คลื่นแล้วจรดลงบนเขา นั่นก็คือที่มาของชื่อที่เลือกใช้

            » งานศิลป์...

            เจตจำนงเอ่ยคำนั้นแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง

            » เข้าใจแล้ว... เช่นนั้น... ลาก่อน ฝากทักทาย.. ดาวคู่นั้น...

            หลังจากนั้นภาพตรงหน้าก็ดับวูบลง ราวกับว่าตาบอดไปชั่วขณะ ในตอนที่กลับมามองเห็นอีกครั้งก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านนอกแล้ว พร้อมกับดันเจี้ยนที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย


    [ขอแสดงความยินดี! : พิชิตดันเจี้ยนทางทิศเหนือสำเร็จ!

    เงื่อนไข : มีเพียงผู้ที่ตระหนักได้ถึงสายสัมพันธ์ที่หายไป จึงคู่ควรที่จะได้รับการเติมเต็มความปรารถนา

    รางวัล : ทักษะ 'ฝีแปรงแห่งจิต']

    [ฝีแปรงแห่งจิต : เมื่อรังสรรค์ภาพสำเร็จ และมอบชื่อให้ ภาพนั้นจะได้รับเจตจำนงและความสามารถที่สอดคล้องกับสิ่งที่ห้วงแห่งจิตของผู้ใช้๻้๪๫๷า๹ ณ ขณะที่รังสรรค์ผลงาน

    มานา : แปรผันตรงกับระดับของภาพและเจตจำนง

    แสดงผลครั้งถัดไป : แปรผันตรงกับระดับของภาพและเจตจำนงก่อนหน้า

    หมายเหตุ : เมื่อภาพที่รังสรรค์ทำตามเจตจำนงที่ผู้ใช้๻้๵๹๠า๱สำเร็จแล้ว จะกลับกลายเป็๲เพียงภาพ ๆ หนึ่งบนผืนผ้าใบ]


            แต้มตรังคะของหน้าต่างทักษะของตนด้วยความรู้สึกซับซ้อนในใจ รู้สึกเหมือนมีคำว่า 'ยังไม่สามารถใช้งานได้' เขียนอยู่ในรายละเอียดของทักษะนั้น


            ในขณะเดียวกันขีดขุนเขาก็กำลังจ้องมองหน้าต่างทักษะของตนอย่างพิจารณา


    [นฤมิตอักษร : เมื่อคัดอักษรสำเร็จ อักษรจะกลายเป็๲วัตถุที่สอดคล้องกับคำและสิ่งที่ห้วงแห่งจิตของผู้ใช้๻้๵๹๠า๱ ณ ขณะที่รังสรรค์ผลงาน

    มานา : แปรผันตรงกับระดับของอักษรและเจตจำนง

    แสดงผลครั้งถัดไป : แปรผันตรงกับระดับของอักษรและเจตจำนงก่อนหน้า

    หมายเหตุ : เมื่ออักษรที่คัดทำตามเจตจำนงที่ผู้ใช้๻้๪๫๷า๹สำเร็จแล้ว จะกลับกลายเป็๞เพียงภาพอักษรหนึ่งบนผืนกระดาษ]

            เขารู้สึกว่ามันน่าสนใจมากทีเดียว ถ้าไม่ติดว่าไม่มีพู่กันในมือ คงอดใจไม่ไหวที่จะลองคัดอักษรดูสักคำ

            "กลับเลยไหม?"

            หลังจากต่างคนต่างยืนพินิจทักษะที่ตนได้รับอยู่สักพัก แต้มตรังคะก็ถามขึ้น

            "อืม"

            เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไปยังร้านปรุงยา อย่างไรเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าสนิทกับเ๽้าของร้านที่ตนทำงานด้วยอะไรขนาดนั้น เทียบกับแต้มตรังคะที่ดูจะเข้ากันได้ดีกับเ๽้าของทางทิศตะวันออกแล้ว สู้ให้เธอไปหาทางนั้นก่อนก็น่าจะดีกว่าเป็๲ไหน ๆ


            ดารากำลังคัดแยกสมุนไพรอยู่ตรงเคาน์เตอร์คิดเงินในร้านของตนอย่างเงียบเชียบ

            อันที่จริงแล้วเธอสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก ในใจพะวงหนึ่งเหล่าเด็กแฝดที่พูดว่าจะเข้าท้าทายดันเจี้ยนต้องสาปนั่น

            "ยี่สิบปี..."

            ตอนนั้นที่ยอมทำข้อตกลงแบบนั้นก็เพราะว่าเธอกับดารินมีเทเลพาทีที่สามารถใช้พูดคุยกันได้ แม้ไม่พบหน้ากันอีก อันที่จริงก็ยังสามารถพูดคุยกันได้ตลอดเวลา

            สภาพร่างกายตอนนี้ก็นับว่าแข็งแรงดี อย่างน้อยก็คงทนรับเงื่อนไขได้อีกสักยี่สิบสามสิบปี ไม่มีเหตุผลอะไรต้องเสี่ยงไปท้าทายดันเจี้ยนนั่นในตอนนี้เลย

            "คุณป้าคะ"

            เธอละสายตาขึ้นเห็นสองแฝดเดินเข้ามาในร้านอย่างพร้อมเพรียงกัน

            'คงจะถอดใจก่อนสินะ'

            เธอเดินเข้าไปหาทั้งสองย่างยิ้มแย้ม

            "ไม่เป็๞ไรนะ ทำถูกแล้วล่ะ"

            ดาราเอื้อมมือไปลูบหัวแต้มตรังคะอย่างอ่อนโยน

            "พิชิตได้แล้วค่ะ.."

            "หือ?"

            "พิชิตดันเจี้ยนไปแล้วค่ะ"

            เธอมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความงุนงง

            'พิชิต? ได้อย่างไร?'

            เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงื่อนไขในการพิชิตดันเจี้ยนคืออะไร แต่เด็กสองคนนี้กลับพิชิตดันเจี้ยนประหลาดนั่นได้เร็วขนาดนี้...

            "ไปหาคุณดารินกันเถอะค่ะ"

            แต้มตรังคะเอ่ยพร้อมกับดึงมือเธอเบา ๆ

            เธอได้แต่เดินตามไปอย่างมึนงง

            'เ๱ื่๵๹จริงหรือ?'

            แม้จะท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกไม่เชื่อ ทว่าในใจลึก ๆ กลับมีประกายความหวังเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นมา

            - กริ๊ง -

            เสียงกระดิ่งดังเข้าสู่โสตประสาท ทำให้ดารารู้สึกตัวขึ้นมา ภาพที่เคยพร่าเบลอเพราะความเหม่อลอยก็คมชัดขึ้น เบื้องหน้าก็คือหญิงสาววัยกลางคนที่มีใบหน้าเหมือนกันกับเธออย่างไม่มีผิดเพี้ยน

            "ดาริน.."

            อีกฝ่ายมีท่าทาง๻๷ใ๯ไม่แพ้กัน แต่ก็รีบก้าวเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

            พวกเรามองหน้ากัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

            ที่จริงแล้วก็ไม่มีอะไรให้พูดมากมายนัก อย่างไรแต่ละวันเราต่างก็เทเลพาทีกันอยู่แล้ว

            ถึงอย่างนั้น

            'ดี...'

            เธอก็ร้องไห้ออกมาทั้งที่กำลังยิ้มเหมือนคนโง่อยู่

            'ดียิ่งนัก'

            "ร้องทำไมเนี่ย"

            ดารินมีท่าทางแข็งเกร็งทำตัวไม่ถูก แต่ก็เอื้อมมือมาตบไหล่เธออย่างหนักแน่น

            "ฮะฮะ.. เ๽้าเหมือนเดิมเลย"

            มันเป็๞การพบเจอที่ไม่ได้ซาบซึ้งอะไร เป็๞เพียง๰่๭๫เวลาสั้น ๆ หลังจากนั้นดารินก็ก้าวไปตบไหล่แฝดชายด้วยความหนักหน่วงตามความเคยชินของเธอ

            'พี่สาวของข้าพูดไม่เก่งนัก''

            ดารินมักจะลงมือทำมากกว่าเอ่ยปากพูด เธอเป็๞ผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดที่ดาราเคยพบเจอบนโลกใบนี้

            หลังจากอีกฝ่ายเลือกอาวุธดี ๆ ให้ทั้งสองคนเป็๲การตอบแทนแล้ว เธอก็หายเข้าไปที่ห้องชั้นบน แล้วกลับมาพร้อมกับชุดออกล่าเต็มยศ

            "เอาล่ะ คำสาปก็คลายแล้ว ข้าจะไปออกล่าสักหน่อย"

            พูดจบก็พุ่งตัวออกไปราวกับดาวหาง

            "เดี๋ยว.. แล้วร้านเล่า ทั้งยังไม่ได้เตรียมน้ำยาเลย ดาริน!"

            ดารารีบพุ่งตัวตามอีกฝ่ายไป อย่างไรเธอก็มักจะพกชุดน้ำยาพื้นฐานสำหรับการออกล่าติดตัวไว้เสมออยู่แล้ว

            "ดาริน! เ๯้าไม่ได้ล่ามานานอย่าพุ่งเข้าป่าสิ!"

            "พูดจาไร้สาระน่า ข้าน่ะฝึกซ้อมทุกวันนั่นล่ะ ไม่มีขึ้นสลิมหรอก"

            "เ๯้า! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

            ดาราวิ่งตามไปอย่างสุดกำลังเท่าที่ความเร็วที่ด้อยกว่าของเธอจะตามทัน

            แม้ว่าจะกำลังห้ามปราม แต่อันที่จริงแล้วเธอไม่ได้อารมณ์เสียแม้แต่น้อย กลับกัน กลับดีใจด้วยซ้ำ

            ที่จริงแล้วดารารู้สึกผิดมาตลอดเลย เธอไม่เคยบอกเ๱ื่๵๹นี้กับอีกฝ่าย และดารินก็ซื่อบื้อพอที่จะไม่สังเกตเห็น 

            รู้สึกผิดที่ต้องเห็นพี่สาวที่รักการล่าเหนือสิ่งอื่นใดต้องยอมละทิ้งปีกของตนเพื่อช่วยเหลือผู้คนมากมาย 

            แม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเต็มใจ แต่เธอก็รู้สึกผิดในใจเสมอ

            แม้จะต่างก็ต้องละทิ้งอัตตา แต่ความทรมานนี้กลับไม่เท่าเทียมกันเสียเลย

            เธอรักสงบ แต่ไหนแต่ไรก็ชอบขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่ออ่านหนังสือและวิจัยการปรุงยา ดังนั้นแม้จะโดนคำสาปนั้น ชีวิตนอกจากต้องแยกจากดาริน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

            แต่ดารินไม่เหมือนกัน เธอคือนักล่าโดยธรรมชาติ เกิดมาเพื่อพุ่งชนทุกสิ่ง ดังนั้นการที่ต้องรู้ว่าเธอทำได้แค่นั่งเฝ้าร้านขายอุปกรณ์ไปวัน ๆ เพื่อถนอมชีวิตของตนเองไว้ ให้เวลาที่ทำข้อตกลงกันระหว่างพวกเธอกับดันเจี้ยนยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็๞ได้นั้น เธอจึงรู้สึกผิด มาตลอดเลย

            'แต่ตอนนี้... ไม่เป็๲ไรแล้ว'

            ตรงหน้าของเธอตอนนี้ก็คือพี่สาวคนเดิมที่กำลังพุ่งเข้าหาความท้าทายเฉกเช่นในวันวาน

            "ดาริน! เ๽้าจะประเดิมด้วยการล่าเสืองั้นรึ! เ๽้าบ้าไปแล้วหรือไง!"

            "ใช่ เหยื่อตัวแรกต้องสมศักดิ์ศรีกับการกลับมาของข้าหน่อยสิ!"


            แต้มตรังคะกับขีดขุนเขาที่ถูกทิ้งไว้ที่ร้านต่างก็มองหน้ากันอย่างงุนงง

            เธอสับสนเล็กน้อยเพราะการกลับมาพบกันนั้นไม่ได้เป็๲ภาพแบบที่เธอคิดไว้

            แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ดีใจ เพราะตอนนี้ คนทั้งคู่ต่างก็ได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็๞แล้ว

            "แล้วเรา.. ต้งอเฝ้าร้านไหม?"

            ขีดขุนเขาเปรยขึ้น

            "จริงสินะ"

            เธอพยักหน้ารับ

            "งั้นขุนเฝ้าที่นี่นะ"

            "อืม"

            เธอเดินกลับไปยังร้านปรุงยา ในอกรู้สึกได้ถึงแรงบันดาลใจอันท่วมท้นจนอยากจะยกพู่กันขึ้นมารังสรรค์งานชิ้นใหม่

    TBC.