EP13: การเตรียมพร้อม: อาวุธและความรู้จากอนาคต
การค้นพบว่าการหายตัวไปของ ลุงวิเชียร ในปัจจุบันมีรากฐานมาจากความพยายามของ ‘พวกเขา’ ที่จะควบคุมรอยแยกมิติในปี 2533 ทำให้ความตื่นตระหนกของผมแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่น
นี่ไม่ใช่แค่การกลับบ้าน แต่เป็การปกป้องอนาคตของทุกคน รวมถึง เกล้า ในวัยเด็กด้วย
ผมใช้เวลาที่เหลืออยู่ในวันนั้น (18 พฤศจิกายน) อยู่ที่อู่ของดอน โดยที่เราช่วยกันวางแผนอย่างลับ ๆ เพื่อให้ดูเหมือนว่า ‘เชียร ขจรเดช’ กำลังซ่อมรถและเตรียมตัวกลับไปสำรวจป่าตามปกติ
“ผม้าอุปกรณ์ดอน” ผมกล่าวอย่างหนักแน่น “ถ้าพวกเขาใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ผมต้องมีเครื่องมือที่จะ ก่อกวน การทำงานของมันได้”
ดอนมองผมอย่างประเมิน “มึงจะเอาอะไรวะ? กูเป็แค่ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์นะเว้ย!”
“คุณมี เครื่องเชื่อมโลหะ ไหมดอน?” ผมถาม “แบบที่ใช้ไฟฟ้าแรงสูง”
“มีสิ! แต่จะเอาไปทำไมวะ?”
“สนามแม่เหล็กที่รบกวนเวลาอย่างรุนแรง สามารถถูกรบกวนกลับได้ด้วยคลื่นไฟฟ้าที่มีความถี่สูงและไม่เสถียร” ผมอธิบายทฤษฎีง่าย ๆ ตามความรู้ฟิสิกส์สมัยใหม่ที่ผมจำได้ “ผม้า สร้างความปั่นป่วน ให้กับ รอยแยกมิติ ที่มาบดงงู และเครื่องเชื่อมที่แปลงไฟแรงสูงและมีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาอย่างรุนแรง... อาจเป็เครื่องมือที่ดีที่สุดที่เรามีในยุคนี้”
ไอ้ดอนเริ่มตระหนักถึงความร้ายแรงของแผนการนี้ “มึงจะเอาเครื่องเชื่อมไปลัดวงจรอะไรบางอย่างเหรอ?”
“ผมจะทำให้ รอยแยกมิติ เกิดความไม่เสถียรที่สุดเท่าที่จะทำได้” ผมตอบ “นั่นอาจเป็โอกาสเดียวที่ผมจะสามารถทำลายกลไกของพวกเขาได้ และอาจเป็โอกาสเดียวที่ ลุงเชียร ตัวจริงจะกลับเข้าร่างได้”
ไอ้ดอนตกลงที่จะเตรียมเครื่องมือให้ผม โดยสัญญาว่าจะหาเครื่องเชื่อมแบบพกพาที่ดีที่สุดให้ และแปลงมันเพื่อให้สามารถแปลงกระแสไฟฟ้าได้อย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ เขายังให้ ไฟฉายขนาดใหญ่ ที่มีแบตเตอรี่สำรองหลายชุด และ มีดเดินป่า ที่ลับคมอย่างดีมาให้ผมอีกด้วย
“ส่วนเื่ อาวุธ ล่ะเชียร... หรือเกล้า” ไอ้ดอนถามอย่างลังเล
ผมัั ปืนพกขนาดเล็ก ที่เหน็บไว้ที่กางเกง
“ผมจะใช้ปืนของลุงเชียร” ผมตอบ “แต่ผมจะใช้มันในกรณีที่จำเป็ที่สุดเท่านั้น ผมมาที่นี่เพื่อ แก้ไข ไม่ใช่ ทำลาย”
ก่อนที่จะแยกจากกัน ผมถามดอนเกี่ยวกับ เส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด ในการเข้าสู่ มาบดงงู เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับ รถกระบะสีดำ ขององค์กร
“พวกมันมักจะเข้าจากทางถนนหลักที่ตัดผ่านแปลงยางพารา” ดอนชี้บนแผนที่แบบร่าง “มึงต้องเดินอ้อมจากทาง ห้วยน้ำใส ซึ่งเป็ทางที่รกร้างและเดินยากมาก นั่นเป็ทางที่พวกมันไม่น่าจะตั้งด่านไว้”
ผมขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านพร้อมกับ เครื่องเชื่อมที่ถูกดัดแปลง ซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแเีในกระเป๋าเดินทางเก่า ๆ
เมื่อมาถึงบ้านในตอนเย็น ผมกลับพบว่า น้าฉัตร กำลังยืนคุยอยู่กับพ่อของผมที่ใต้ถุนบ้าน
“อ้าว! คุณเชียรกลับมาแล้วเหรอครับ!” น้าฉัตรยิ้มกว้าง แต่ั์ตาของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกหนาวสั่น
“ใช่ฉัตร... เพิ่งกลับจากอู่ดอน” ผมตอบอย่างเป็กลางที่สุด พยายามรักษาระยะห่าง
“ดีแล้วครับ! ผมเพิ่งคุยกับคุณอา (พ่อของเกล้า) ว่า ่นี้คุณเชียรควร พักผ่อน ให้มาก ๆ อย่าเพิ่งเข้าไปในป่าเลยนะครับ! พวกผมเพิ่งเคลียร์พื้นที่แถว มาบดงงู เพื่อเตรียมสำรวจแร่อยู่ อาจจะมี สัตว์ดุร้าย หรือ เครื่องมือหนัก ของพวกเราตกค้างอยู่แถวนั้น อาจจะอันตรายได้นะครับ”
คำเตือนของน้าฉัตรไม่ได้แสดงความห่วงใย แต่เป็การ ข่มขู่ อย่างชัดเจน เขารู้ว่าผมกำลังวางแผนที่จะไป มาบดงงู และนี่คือการส่งสัญญาณเตือนสุดท้าย
“ขอบใจที่เตือนนะฉัตร” ผมตอบด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทำ “ลุงก็คิดจะไปสำรวจที่นั่นอยู่พอดี แต่ถ้ามี โครงการพิเศษ ของทางการเข้าไปทำอยู่ ลุงก็คงจะเลี่ยง ๆ ไปก่อนดีกว่า”
ผมตั้งใจใช้คำว่า ‘โครงการพิเศษ’ เพื่อวัดปฏิกิริยาของน้าฉัตร และมันก็ได้ผล ั์ตาของน้าฉัตรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะรีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“อ๋อ! ครับ! โครงการพิเศษ... ใช่ครับ! ควรเลี่ยงครับ! ไว้เสร็จงานแล้วค่อยมาสำรวจนะครับ!”
น้าฉัตรแยกตัวจากไปในที่สุด แต่ผมรู้แล้วว่า การโจมตี ต้องเกิดขึ้นในคืนนี้ ก่อนที่น้าฉัตรจะวางกำลังคนของ ‘พวกเขา’ ดักรอผมที่ ห้วยน้ำใส
ผมตัดสินใจว่าคืนนี้... เชียร ขจรเดช จะต้องเข้าป่า และ เกล้า จะต้องหาทาง ยุติ วัฏจักรเวลาที่บิดเบือนนี้ให้ได้...
*โปรดติดตามตอนต่อไป*