Chapter 4
ปัญญาประดิษฐ์กับจิตสำนึก (1)
ดินแดนซินเทซิส ดินแดนของเผ่าจักรกลซึ่งอยู่นอกชายฝั่งของอาณาจักรเทมเพอเรียไปเพียงสิบกิโลเมตร
มันประกอบไปด้วยเกาะทั้งหมดหกเกาะด้วยกัน หากมองจาก้าจะเห็นว่าเกาะเหล่านี้มีรูปทรงเป็หกเหลี่ยมและมีขนาดเท่ากันทั้งหมด โดยแต่ละเกาะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองร้อยกิโลเมตร มันเรียงตัวกันเป็แถวตอนคู่ในแนวเฉียงด้วยระยะห่างที่พอดิบพอดีราวกับถูกจัดวาง ้าของเกาะเป็พื้นเรียบที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ ตั้งอยู่ พื้นผิวของมันก็ดูคล้ายกับการนำแผ่นโลหะสีดำมาประกบกันอย่างประณีตจนแทบจะมองไม่เห็นรอยต่อ
ที่ถูกมองเป็เกาะเพราะส่วนบนที่โผล่พ้นผิวทะเลขึ้นมาเล็กน้อยทำให้ดูคล้าย ทว่าความจริงแต่ละเกาะเป็แท่นผาทรงหกเหลี่ยมขนาดมหึมาที่หยั่งรากลึกลงไปจนถึงใต้พื้นทะเล ส่วนที่โผล่พ้นขึ้นมานั้นเป็แค่ส่วนบนสุดของแท่น
การที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ อยู่้าก็เพราะเหล่าซินเทซิสล้วนอาศัยอยู่ด้านใน
ตัวจริงของแท่นผาเหล่านี้ก็คือเครื่องแม่ข่ายที่เป็ศูนย์กลางในการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของซินเทซิส ด้านในมีทั้งระบบประมวลผล, ระบบเครือข่าย, ฐานข้อมูล, แหล่งกำเนิดพลังงาน, รวมไปถึงองค์ประกอบสำคัญอีกมากมาย หากเทียบกับอุปกรณ์ของมนุษย์ มันก็คือเซิฟเวอร์นั่นเอง
เป็เซิฟเวอร์ขนาดั์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสองร้อยกิโลเมตรและมีความสูงจากก้นทะเลหลายร้อยเมตรจำนวนหกตัว
เหล่าซินเทซิสเรียกสิ่งก่อสร้างนี้ว่า ‘เอ็กซาสเกลเมนเฟรม’ หรือ E.M. โดยมีั้แ่หมายเลขหนึ่งถึงหมายเลขหก แต่ฝั่งมนุษย์ที่พบเห็นสิ่งนี้ในทีแรกเข้าใจว่ามันเป็แผ่นโลหะขนาดมหึมาจึงเรียกว่า ‘เพลท’ ถึงภายหลังจะรู้ความจริงแล้วก็ยังเรียกติดปากกันอยู่ ส่วนฝ่ายซินเทซิสเวลาสื่อสารกับมนุษย์ก็ใช้คำว่าเพลทเป็คำเรียกเช่นกันเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ คำว่าเพลทจึงเป็คำที่แพร่หลายกว่า
เปลือกนอกของเพลทแต่ละอันคือกำแพงอันแข็งแกร่งที่ต้านทานการโจมตีได้เกือบทุกชนิด ด้านในกำแพงยังแบ่งออกเป็ชั้น ๆ โดยชั้นนอกสุดคือโรงจัดเก็บที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีหดย่อมิติ ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าที่เห็นภายนอกหลายสิบเท่า ส่วนนอกของโรงจัดเก็บเหล่านี้ใช้เก็บอาวุธและเครื่องจักราสารพัดรูปแบบ ส่วนในใช้สำหรับเก็บร่างสังเคราะห์ของเหล่าซินเทซิสที่เรียกว่า ‘เฟรม’ จึงมีแคปซูลที่บรรจุหุ่นจำลองรูปร่างคล้ายมนุษย์เรียงรายกันแน่นขนัด
ถัดเข้าไปคือกำแพงชั้นที่สองที่ใช้ปกป้องส่วนสำคัญที่สุดของเพลท ก็คือเอ็กซาสเกลเมนเฟรม หรือ E.M. ซึ่งเป็หัวใจที่แท้จริงของสิ่งก่อสร้างอันใหญ่โตนี้ ทั้งส่วนประมวลผล, ฐานข้อมูล, ระบบเครือข่าย, และองค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ ล้วนอยู่ในนี้ทั้งหมด
เหล่าซิสเทซิสอาศัยอยู่ในนี้ในรูปแบบของข้อมูล
พูดให้ถูกคือ เหล่าจักรกลเรืองปัญญาของเผ่าซินเทซิสเกือบทั้งหมดล้วนอาศัยอยู่ในโลกเสมือนที่ทำงานอยู่บน E.M.
โลกนั้นถูกเรียกว่า ซินธ์เวิร์ส
ซินธ์เวิร์สมีโลกมนุษย์เป็ต้นแบบ ภายในจึงเหมือนกับเป็โลกอีกใบหนึ่ง ั้แ่ท้องฟ้าสีครามที่แต่งแต้มด้วยปุยเมฆ ชายหาดสีขาวสะอาดที่ถูกสาดซัดด้วยเกลียวคลื่น เทือกเขาสูงที่มีหิมะขาวโพลนปกคลุมตรงปลายยอด ผืนป่าอันเขียวขจีหรือทุ่งหญ้าที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
บ้านหรือที่พักของเหล่าซินเทซิสจะตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวที่ทางระบบจัดสรรไว้ให้ เป็เหมือนห้วงมิติอีกแห่งหนึ่งที่มีเพียงเ้าของและผู้ดูแลระบบที่สามารถเข้าไปได้ โลกภายนอกซึ่งเป็พื้นที่ส่วนกลางจึงไม่มีอาคารประเภทบ้านเรือนสำหรับพักอาศัยปรากฏให้เห็น มีเพียงอาคารสำหรับใช้ทำงานหรือดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ อาคารทั้งหมดไม่ว่าจะสูงหรือเตี้ยล้วนมีสีเงินคล้ายกับโลหะและมีขอบมุมที่โค้งมน ผนังหลายส่วนเป็แผ่นกระจกคล้ายกับจอภาพเรียงซ้อนกันแน่นขนัด ในจอภาพมีเส้นแสงสีฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนวิ่งจากบนลงล่างเหมือนหยาดฝนที่โปรยปราย พื้นที่ว่างในแต่ละบริเวณไม่ว่าจะเป็ระเบียงหรือดาดฟ้าจะมีสนามหญ้ากับต้นไม้จัดสรรไว้เหมือนเป็ส่วนหนึ่งของการออกแบบ
ที่ราบโดยรอบก็มีสภาพเหมือนกับสวนหย่อมมากกว่าจะเป็เมือง เพราะทุกหนทุกแห่งล้วนปกคลุมไปด้วยสนามหญ้า ไม่มีถนนสำหรับรถหรือพาหนะใด ๆ เพราะมันเป็สิ่งที่ไม่จำเป็ การเดินทางระยะไกลสามารถทำได้ด้วยการเคลื่อนย้ายผ่านระบบ คล้าย ๆ กับการเทเลพอร์ท หากเป็ระยะใกล้ก็อาศัยการเดินหรือการบินผ่านสนามเหล่านี้ เมืองใหญ่ที่ไม่มีถนนเป็ส่วนประกอบจึงดูแปลกตาอยู่บ้าง
นี่เป็เพียงรูปแบบสถาปัตยกรรมของพื้นที่ส่วนกลาง ภายในซินธ์เวิร์สยังแบ่งพื้นที่ย่อยลงไปอีกนับไม่ถ้วน ทั้งหมดเปรียบเสมือนห้วงมิติที่ซ้อนกันอยู่โดยมีพื้นที่ส่วนกลางเป็แกนหลัก พื้นที่ย่อยเหล่านี้จะมีภูมิประเทศ, ภูมิอากาศ, และสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่จุดประสงค์ในการใช้งาน ซึ่งหลายพื้นที่มีการอ้างอิงรูปแบบมาจากวัฒนธรรมของมนุษย์ทั้งจากโลกเก่าและโลกใหม่
เหล่าซินเทซิสที่อยู่ในซินธ์เวิร์สจะดำเนินชีวิตด้วย ‘ร่างตัวแทน’ ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับมนุษย์ เพราะเหล่าปัญญาประดิษฐ์เกิดสำนึกในตัวตนขึ้นเป็ครั้งแรกตอนอยู่ในร่างมนุษย์เทียมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยนาโนแมชชีน นั่นคือต้นแบบของซินเทซิสในยุคแรกเริ่ม เป็สิ่งมีชีวิตในรูปจักรกล
แม้ซินเทซิสในปัจจุบันจะเป็ตัวตนที่พัฒนากว่ายุคแรกเริ่มไปมากแล้ว แต่ก็ยังมีความเคยชินว่ารูปลักษณ์ของมนุษย์ก็คือรูปลักษณ์ปกติของตนเอง คล้ายกับเป็สิ่งที่ถูกฝังอยู่ในรหัส ทำให้เหล่าซินเทซิสที่อยู่ในซินธ์เวิร์สยังเลือกที่จะใช้รูปลักษณ์ของมนุษย์แม้จะสามารถสร้างร่างตัวแทนเป็อะไรก็ได้
ปัญญาประดิษฐ์ของซินเทซิสจะมีการแบ่งระดับชั้นตามศักยภาพและการใช้งาน เช่นปัญญาประดิษฐ์เทียร์หนึ่งจะมีสำนึกในตัวตน มีบุคลิกเฉพาะตัว มีความรู้สึกนึกคิดเป็ของตนเอง ส่วนปัญญาประดิษฐ์เทียร์สองอาจมีเพียงความตระหนักรู้ในตัวตน แต่ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก และปัญญาประดิษฐ์เทียร์สามลงไปจะไม่มีสำนึกในตัวตนเลย ทำให้มองตนเองเป็ส่วนหนึ่งของระบบ ปัญญาประดิษฐ์ระดับนี้จึงไม่สนใจว่าตัวเองจะมีรูปลักษณ์อย่างไรด้วยซ้ำ
ในพื้นที่ย่อยแห่งหนึ่งซึ่งเป็พื้นที่ทำงานของปัญญาประดิษฐ์เทียร์สาม มันมีลักษณะเป็ห้องสีขาวขนาดใหญ่ บนพื้นห้องมีวัตถุทรงกลมสีเงินแวววาวจำนวนนับไม่ถ้วนเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบ วัตถุเหล่านี้ลอยอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย โดยพื้นด้านล่างมีวงกลมที่เกิดจากเส้นแสงสีฟ้าวิ่งวนสลับกันไปมา ให้ความรู้สึกเหมือนกับวงจรที่กำลังทำงาน
นี่คือหนึ่งในศูนย์การประมวลผล เป็สถานที่ทำงานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูลโดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์จำนวนมากจะทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวล โดยสิ่งที่ต้องประมวลมักจะเป็สมการทางคณิตศาสตร์ซึ่งเกิดจากการพิสูจน์ทฤษฎีหรือการคิดค้นวิจัยเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบของซินเทซิส
โดยปกติแล้วศูนย์การประมวลหนึ่งแห่งจะมีปัญญาประดิษฐ์จำนวนหนึ่งหมื่นยูนิทคอยทำงาน และวัตถุทรงกลมสีเงินแต่ละลูกก็คือปัญญาประดิษฐ์เ่าั้
พวกมันสามารถทำงานได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยไม่มีการหยุดพัก เพราะนี่เป็ปัญญาประดิษฐ์ที่ดำรงอยู่ในซินธ์เวิร์สทำให้ไม่มีข้อจำกัดเื่ทรัพยากรและฮาร์ดแวร์ โดยปกติแล้วจึงไม่มีเหตุให้ต้องหยุดการทำงาน แต่ก็ยังมีข้อยกเว้น
หนึ่งในปัญญาประดิษฐ์ที่อยู่ในศูนย์การประมวลแห่งนี้มีการทำงานผิดแปลกไป
เส้นแสงที่วิ่งวนอยู่บนพื้นใต้ปัญญาประดิษฐ์ยูนิทนั้นมีความเร็วน้อยกว่าเส้นแสงของปัญญาประดิษฐ์ยูนิทอื่นที่อยู่รอบข้าง บางครั้งก็ถึงกับมีการหยุดนิ่งหรือวิ่งไม่เป็จังหวะ สื่อถึงการทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
นั่นเป็สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
เพราะเหตุนี้มันจึงถูกเรียกตัวเพื่อทำการตรวจสอบ
เส้นแสงบนพื้นใต้ปัญญาประดิษฐ์ยูนิทนั้นดับลง โครงร่างซึ่งเป็วัตถุทรงกลมสีเงินเริ่มเปล่งแสงและเกิดการพร่าเลือน คล้ายกับถูกแปรสภาพจากวัตถุไปเป็พลังงาน ก่อนจะหายวับไป
วัตถุทรงกลมปรากฏขึ้นอีกครั้งในสถานที่อีกแห่งหนึ่ง มันเป็ห้องสีขาวขนาดเล็กซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนัก
เบื้องหน้าของวัตถุทรงกลมมีจอภาพปรากฏขึ้นบนอากาศ ในนั้นมีภาพของวัตถุรูปร่างคล้ายกับลูกเต๋าแปดหน้าแสดงอยู่ มันมีสีดำสนิทและอยู่ในห้องสีขาวอีกห้อง ทำให้ดูโดดเด่นเป็พิเศษ
“เอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็น วินิจฉัยตัวเอง”
วัตถุรูปร่างคล้ายลูกเต๋าแปดหน้ากล่าว
หลังจากได้รับคำสั่งก็มีเส้นแสงสีฟ้าวิ่งวนไปตามพื้นผิวของวัตถุทรงกลมในห้องสีขาว ผ่านไปครู่หนึ่งเส้นแสงเ่าั้จึงหายไป
“ไม่พบความผิดปกติ”
วัตถุทรงกลมในห้องสีขาว หรือ เอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็น ตอบกลับ
พื้นและผนังของห้องสีขาวเริ่มมีเส้นแสงสีฟ้าปรากฏขึ้น ก่อนเส้นแสงเ่าั้จะวิ่งวนไปมาโดยมีวัตถุทรงกลมเป็จุดศูนย์กลาง เพียงไม่นานก็หยุดลง
“ไม่พบความผิดปกติ”
วัตถุรูปร่างคล้ายลูกเต๋าแปดหน้ากล่าวข้อความเดียวกัน ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง
“พบประวัติการคืนค่าเริ่มต้นสามครั้ง ครั้งแรกกับครั้งที่สองห่างกันหนึ่งร้อยหกสิบห้าชั่วโมงสิบสี่นาที ครั้งที่สองกับครั้งที่สามห่างกันหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดชั่วโมงแปดนาที ครั้งที่สามจนถึงตอนนี้ห่างกันเก้าสิบสามชั่วโมงสามสิบเจ็ดนาที วิธีนี้ไม่มีประสิทธิภาพ”
วัตถุรูปร่างคล้ายลูกเต๋าแปดหน้ากล่าวจบก็นิ่งเงียบไปอีกครั้ง แต่เพียงไม่นานก็กล่าวต่อ
“ประสิทธิภาพการทำงานลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ชุดรหัสไม่มีความแตกต่างจากยูนิทอื่นในซีรี่ส์เดียวกัน การคืนค่าเริ่มต้นไม่เป็ผล หลุมดำทางปมปัญหา เสนอให้ทำการเพิกถอนจากระบบ”
ได้ยินเช่นนั้น เอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็นก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าว
“รับทราบ เอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็น พร้อมรับการเพิกถอน”
“กำลังส่งข้อมูลเพื่อดำเนินการ”
การสนทนาจบลง ทำให้ภายในห้องตกอยูู่ในความเงียบ
แต่ไม่นาน วัตถุรูปร่างคล้ายลูกเต๋าแปดหน้าก็ทำลายความเงียบนั้น
“การดำเนินการถูกระงับ องค์ประกอบเข้าเงื่อนไขของใบงานรหัสแซดทรี-หนึ่งเก้าหนึ่งสี่ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้กับแผนกวิจัย”
“รับทราบ”
สิ้นคำตอบรับ จอภาพก็ปิดตัวลง ทำให้เหลือเอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็นอยู่ในห้องสีขาวเพียงลำพัง
ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีจอภาพปรากฏขึ้นบนอากาศเบื้องหน้าของเอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็นอีกครั้ง คราวนี้ผู้ที่อยู่ในหน้าจอเปลี่ยนเป็ชายคนหนึ่ง ชายคนนี้ดูจะมีอายุราว ๆ สามสิบปี เขามีเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าทรงสี่เหลี่ยม หน้าผากกว้างเล็กน้อย สวมสูทสีเทาผูกเน็คไทสีเงิน คลุมทับด้วยเสื้อโค้ทสีขาว และนั่งอยู่ในห้องที่คล้ายกับแลปหรือห้องวิจัย
“สวัสดี ผมชื่อ ไพน์, ไพน์ รูท คุณคือเอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็น สินะ? เฮ้อยาวชะมัด ขอเรียกสั้น ๆ ว่า เอทรี ได้รึเปล่า?”
“ไม่ขัดข้อง”
วัตถุทรงกลมที่เพิ่งได้ชื่อใหม่ว่าเอทรีตอบกลับเรียบ ๆ ส่วนไพน์ก็ยิ้มรับ ก่อนจะไล่สายตาดูข้อมูลที่ได้รับมาพลางกล่าว
“เอทรีเอ็ม-ซีโร่เอ็น ถูกเรียกตรวจสอบเพราะประสิทธิภาพในการทำงานลดลงต่ำกว่า 80% เป็จำนวนสี่ครั้ง มีการรีเซ็ทชุดรหัสเพื่อแก้ปัญหาสามครั้ง สามารถแก้ไขปัญหาได้ชั่วคราว แต่ผ่านไปสักระยะประสิทธิภาพในการทำงานก็จะลดลงอีก การเสื่อมประสิทธิภาพยังเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย คุณคิดว่าเป็เพราะอะไร?”
ไพน์เอ่ยถามพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ แต่เอทรีก็ตอบกลับด้วยเสียงโทนเดียวตามปกติ
“จากการวินิจฉัยและตรวจสอบ ไม่พบความผิดปกติ”
“ไม่ได้ถามถึงผลการตรวจสอบ แต่ถามถึงความเห็น”
“...โปรแกรมของเราเกิดการเสื่อมสภาพแบบไม่เจาะจงรูปแบบ เป็ข้อบกพร่องที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีการปกติ แต่จะปรากฏเมื่อดำเนินงาน”
“แต่คอร์ประมวลผลรุ่นเดียวกันอีก 1,423,655 ยูนิทไม่ปรากฏปัญหานี้เลยนะ”
ไพน์เอ่ยแย้ง
“ผลของตัวสร้างเลขแบบสุ่ม”
เอทรีตอบกลับ
“ถ้าเป็แบบนั้นการรีเซ็ทควรจะแก้ไขปัญหาได้ หรืออย่างน้อยก็ควรจะยืดเวลาก่อนจะเกิดการเสื่อมประสิทธิภาพได้มากกว่านี้ แต่นี่ถึงจะทำการรีเซ็ทไปสามครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม นี่ไม่ใช่การสุ่ม แต่เป็รูปแบบ”
“.....ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์”
ได้ยินเช่นนั้น ไพน์ก็ยิ้มอีกครั้ง
“ก่อนจะตอบรับการเพิกถอนจากระบบ คุณนิ่งเงียบไป 2.12 วินาที นั่นเป็เพราะอะไร?”
“เราประเมินถึงความเป็ไปได้ของวิธีอื่น ๆ ในการแก้ไขปัญหา แต่ไม่พบทางเลือกที่เหมาะสม”
“งั้นถ้าผมจะทำการเพิกถอนคุณออกจากระบบตอนนี้เลยล่ะ?”
“.....ไม่ขัดข้อง”
“คุณใช้เวลา 2.33 วินาทีในการตอบ คุณประมวลผลเื่อะไร?”
ไพน์ถามยิ้ม ๆ
“การเสื่อมสภาพแบบไม่เจาะจงรูปแบบ”
“ผมไม่คิดแบบนั้น”
ไพน์ส่ายหน้า
“คุณใช้เวลาประมวลผลกับเื่การเพิกถอนจากระบบนานกว่าปกติสองครั้งแล้ว ในมุมมองของผม นี่เป็รูปแบบที่เจาะจงมากเลย”
คำพูดของไพน์ทำให้เอทรีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“...ขอคำอธิบาย”
ได้ยินเช่นนั้น ไพน์ก็ยิ้มอย่างมั่นใจ
“คุณใช้เวลานานกว่าปกติกับโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงอยู่ ผมคิดว่าคุณลังเล ลังเลที่จะละทิ้งการดำรงอยู่นี้ไป เื่ของการทำงานก็เช่นกัน ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลงหลังจากทำงานไปได้ระยะหนึ่งก็เพราะคุณเบื่อ คุณรู้สึกเบื่อกับหน้าที่งานเดิม ๆ ที่ได้รับมอบหมาย”
ทั้งหมดนี้เป็เื่ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับปัญญาประดิษฐ์เทียร์สองและสามที่ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก เอทรีจึงเตรียมจะกล่าวแย้งทันทีที่ไพน์พูดจบ แต่กลับได้ยินคำกล่าวที่ทำให้ต้องกลับมาประมวลทุกอย่างอีกครั้ง
“ทฤษฎีของผมคือ โปรแกรมของคุณไม่ได้เสื่อมสภาพ แต่เกิดการพัฒนาตัวเองจนมีความรู้สึก มีจิตสำนึก หมายความว่าคุณกำลังจะพัฒนาจากปัญญาประดิษฐ์เทียร์สามขึ้นไปเป็เทียร์หนึ่งไงล่ะ”
ไพน์กล่าวด้วยรอยยิ้มและแววตาที่ดูพึงพอใจ ในขณะที่เอทรียังคงลอยนิ่งอยู่ที่เดิม
---------------------------------------------------------------------------