ครู่ต่อมา
"ชาวีหรอ..."
เฌอริตายังคงคิดไม่ตกเื่ภัสกรกับชาวีอยู่พักใหญ่
"เฮ้อ... ช่างเถอะๆคนแบบนี้ไม่มีความจำเป็ที่จะทำให้เราต้องคิดให้รกสมองหากเป็เค้าจริงก็ดีแล้วที่จำเราไม่ได้...จะใช่หรือไม่ใช่ตอนนี้เค้าก็คือศรัตรูเราอยู่ดีจำไว้ริตา..จำไว้คนที่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนั้นอย่าคิดถึงให้รกสมองอีก...หึ่.."
เฌอริตาพยายามลบเื่ที่กวนสมองของเธออยู่ตอนนี้ออกไปให้หมดแล้วมองเห็นแค่จุดประสงค์ที่เธอมาที่นี่เท่านั้น
"เพลิน....ทำอะไรอยู่จนทุกคนแนะนำตัวกลับไปกันหมดแล้วน้ำท่านประธานยังไม่ได้เลย"
จิตรานุชเดินเข้าห้องครัวท่าด้วยท่าทีร้อนใจที่เฌอริตาหายมานานเสียเหลือเกินเพียงแค่ใช้มาเตรียมน้ำเท่านั้น
"อ...เอ่อ...ขอโทษทีค่ะพี่นุชพอดีเมื่อกี้เพลินปวดท้องเข้าห้องน้ำกะทันหันค่ะเดี๋ยวเพลินจะรีบเอาน้ำไปให้ท่านประธานเดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
เฌอริตาต้องรีบแก้ตัวสีหน้าเจื่อนเล็กน้อย
"ไม่ต้องแล้วตอนนี้ตามพี่มาที่ห้องท่านประธานไปแนะนำตัวกับท่านก่อน"
"ค่ะๆ"
ห้องประธานใหญ่
"..."
ชาวีมองสองสาวที่เดินเข้ามาในห้องด้วยสายตาที่ไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
"นี่พีรยาหรือเพลินเป็ผู้ช่วยดิฉันเองค่ะหากท่านประธานมีอะไรก็เรียกใช้เธอได้เลยนะคะ"
"สวัสดีค่ะท่านประธาน"
เมื่อจิตรานุชแนะนำตัวเธอเรียบร้อยแล้วเฌอริตาจึงรีบยกมือไหว้อีกฝ่ายทั้งไม่ยอมมองหน้าประธานหนุ่มให้เต็มตาเพราะไม่อยากนึกคิดและรู้สึกอะไรให้รบกวนสมองของเธอ
"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับเชิญพวกคุณไปทำงานได้ถ้าผมมีอะไรให้ช่วยจะเรียกอีกทีครับ"
ชาวีจับจ้องมองผู้ช่วยเลขาร่างเล็กด้วยสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยยิ่งมองเธอเขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นกับร่างแบบนี้แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกและไม่อยากให้ความคิดนี้มาเล่นงานจนเขาต้องปวดหัวแสดงอาการไม่ดีต่อหน้าพนักงานในบริษัทจึงรีบบอกให้หญิงสาวสองคนนี้ออกไปก่อน
"เป็อะไรหรือป่าวครับคุณวี"
แดนเทพเห็นสีหน้าของชาวีไม่ดีเท่าไรจึงเดินเข้ามาถามอาการ
"ผมโอเค"
ชาวียกมือเป็สัญญาณว่าเขาโอเคควบคุมอาการได้
RrrrrrrrrRrrrrrrrr
"ครับคุณนุช...ให้เค้าเข้ามาครับ"
ชาวีมีสีหน้าระอาเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าใครกำลังจะเข้ามาหาเขา
"ฉันจะเข้ามาในห้องนี้ต้องรอแกอนุญาตด้วยงั้นหรออย่าหวังว่าแกจะชูคอนั่งบนเก้าอี้นี้ได้นานไอ้ลูกนอกไส้"
ชนะภพเข้าก้องมาได้ก็อาละวาดยกใหญ่เขามาที่นี่เพื่อหยามหน้าชาวีให้ทุกคนในบริษัทรู้ว่าเขาไม่ได้ยินดีกับตำแหน่งของชาวีเลยสักนิด
"คุณมาหาผมด้วยเื่แค่นี้ใช่มั้ย"
ชาวีตอบกลับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยเขาไม่ได้คิดอยากจะทะเยอทะยานมาถึงจุดนี้เลยด้วยซ้ำเขารู้ว่าชนะภพไม่พอใจอย่างมากที่เขาได้ตำแหน่งนี้แต่เขาก็ปฏิเสธการรับตำแหน่งไม่ได้เพราะชนะพลเป็คนมีพระคุณต่อเขาจึงไม่สามารถจะขัดคำสั่งได้
"ฉันแค่มาเตือนแกให้ระวังตัวเอาไว้ก็เท่านั้น"
ชนะภพชี้หน้าชาวีด้วยสีหน้าเคียดแค้น
"มีอะไรกันหรือป่าวคะทำไมข้างในเสียงเอะอะขนาดนั้น"
เฌอริตาหันมากระซิบกับจิตรานุชด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น
"คงจะเป็เื่แย่งตำแหน่งกันละมั้ง"
จิตรานุชพูดกับเฌอริตาเบาๆเธอคิดว่าคงไม่เป็ประเด็นอื่นได้นอกจากประเด็นนี้
"นี่ก็แสดงว่าท่านประธานกับคุณภพไม่ถูกกันเอาซะมากๆเลยใช่มั้ยคะ"
"ท่าจะเป็ศึกในบ้านนั่นแหละ"
"อ๋อค่ะ.."
สองสาวต้องเลิกซุบซิบและทำตัวปกติเมื่อเห็นว่าชนะภพเดินออกจากห้องมาด้วยท่าทีที่โมโหอย่างมาก
14.00น.
"เพลินวันนี้พี่ต้องรีบกลับไปรับลูกพอดีพี่เลี้ยงลาขอตัวก่อนนะ"
จิตรานุชเก็บกระเป๋ากลับบ้านของเธอก่อนเวลาเพราะวันนี้เธอได้ลาเอาไว้แล้วเนื่องจากพี่เลี้ยงลูกของเธอนั้นลาเลยไม่มีใครไปรับลูกเธอที่โรงเรียนเธอจึงต้องไปเอง
"อ๋อ.. ค่ะ"
ครู่ต่อมา
"เอกสารบัญชีของเดือนนี้ผมฝากให้ท่านประธานด้วยนะครับ"
ภากรหัวหน้าแผนกบัญชีหนุ่มโสดวัยเกือบ40เดินถือแฟ้มเอกสารกองโตมาวางที่โต๊ะของผู้ช่วยเลขาสาวสวยทั้งยิ้มให้อย่างเป็มิตรและหันหลังกลับไปทำงานของตัวเองต่อ
"เอ่อ.. คุณ.."
เฌอริตาคิดว่าคนๆนี้เธอจะต้องรีบทำความรู้จักเอาไว้เพราะจะเป็ประโยชน์กับเธออย่างมากในภายภาคหน้า
"ผมภากรครับหัวหน้าฝ่ายบัญชี"
ภากรหันกลับมายิ้มและแนะนำตัวกับหญิงสาวรู้ว่าเธอคงไม่รู้จักชื่อเขาเป็แน่เพราะเมื่อเช้าในห้องประชุมไม่เห็นเธออยู่ด้วยในตอนแนะนำตัวกับประธานหนุ่ม
"ฉันเพลินค่ะ.. ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
เฌอริตารีบทำความรู้จักกับชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและยิ้มให้อย่างเป็มิตร
"ครับ...ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยครับ"
"ค่ะ"
ภากรยืนเก้ๆกังๆคิดว่าหญิงสาวจะมีคำถามอย่างอื่นเมื่อไม่เห็นเธอพูดเขาถึงต้องรีบถามเธอว่าไม่มีอะไรแล้วใช่หรือไม่เมื่อรู้คำตอบจากหญิงสาวจึงรีบเดินกลับไปทันที
"ขอดูหน่อยละกันนะ"
"คุณเพลินครับขอน้ำให้คุณวีหน่อยนะครับ"
"ด..ได้ค่ะ.."
ยังไม่ทันจะได้แง้มเอกสารดูหมอแดนเทพก็เดินออกมาให้เฌอริตาไปหยิบน้ำให้ประธานหนุ่มเสียก่อน
.......................................................
...ดูท่าริตาจะเป็คนใจแข็งไม่น้อยเลยนะ...