คู่สามีภรรยาไม่คาดคิดว่าบุตรสาวจะไม่ตอบคำถามทั้งยังถามกลับด้วย แต่ก็ยังตอบโดยไม่รู้ตัว “อร่อย!”
หลินเสวี่ยจู๋เอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ถูกต้องแล้วเ้าค่ะ เมื่อก่อนตอนครอบครัวพวกเรามีของดีๆ ก็มักถูกขโมยกินหมดแต่ระหว่างทางที่ถูกเนรเทศ พวกเราไม่มีทางเก็บซ่อนของดีๆ ได้ทุกครั้ง พวกท่านคิดว่าตอนที่ครอบครัวพวกเรากินไก่ขอทานไข่นกต้ม และกระต่ายป่าย่าง คนอื่นกินอันใดเ้าคะ?”
เหวินซิ่วชิงย้อนความทรงจำเล็กน้อย“ขนมปังน่ะสิ บางครอบครัวก็ขุดผักป่ากิน ส่วนคนที่เหลือข้าไม่ได้สนใจ”
หลินเฉิงจางกลับเข้าใจสิ่งที่บุตรสาว้าจะสื่อเขาลดเสียงลงเอ่ย “เ้าหมายถึงครอบครัวเรากินของดีกว่าครอบครัวอื่น ทำให้สะดุดตาเกินไปง่ายที่จะถูกคนอิจฉาใช่หรือไม่?”
หลินเสวี่ยจู๋พยักหน้าสีหน้าดูพึงพอใจที่บิดาเข้าใจ “ตอนนี้เพิ่งออกเดินทาง ทุกคนยังพอมีของกินติดตัวอยู่บ้างทว่าหากผ่านไปนานพวกเขาจะหิวจนบ้าคลั่ง เพื่อไม่ให้พวกเขาทำเื่ชั่วร้ายแม้ว่าครอบครัวเราจะมีคนมาก แต่ส่วนใหญ่ก็เป็สตรีที่แต่งงานแล้วเมื่อประสบอันตรายย่อมสู้ไม่ไหว ดังนั้น...”
นางไม่ต้องพูดต่อคู่สามีภรรยาก็เข้าใจ
ทั้งสองคนสบตากันด้วยท่าทางปลื้มอกปลื้มใจอีกครา
หลินเสวี่ยจู๋ไม่ต้องใช้ความคิดก็รู้ว่าพวกเขากำลังนึกชื่นชมว่าบุตรสาวเติบโตขึ้นอีกแล้วมือเล็กๆ โบกไปโบกมาอย่างโอ้อวดเล็กน้อย “วางใจเถิดเ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่หลายวันมานี้ลูกสังเกตดูแล้วแม้ว่าสามคนนี้จะร่างกายกำยำ แต่ไม่เคยรังแกคนที่อ่อนแอ นิสัยคงไม่แย่นัก”
สีหน้าของหลินเฉิงจางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ“เ้าสังเกตพวกเขาั้แ่เมื่อไรกัน?”
บุตรสาวยุ่งอยู่กับการสานตะกร้าตลอดไม่ใช่หรือ? แล้วยังคอยมอบหมายงานให้พวกเขาไม่น้อยจะมีเวลาไปสังเกตผู้อื่นได้อย่างไร?
หลินเสวี่ยจู๋กล่าว“สังเกตอยู่ตลอดเ้าค่ะ พวกเขาสามคนอายุมากและเป็โสด เพราะสภาพครอบครัวไม่ดี จึงไม่อยากแต่งภรรยานั่นทำให้พวกเขาไร้ข้อผูกมัด เหมาะกับความ้าของลูกอย่างยิ่งเ้าค่ะ”
‘เอาเถิด’ หลินเฉิงจางครุ่นคิด ‘ถึงอย่างไรบุตรสาวของเขาก็ฉลาดเฉลียวยิ่งกว่าสามคนนั้น’
เมื่อเหล่านักโทษกินอาหารเสร็จขบวนก็เดินหน้าต่อ
หลินเสวี่ยจู๋ทำงานไม่หยุดมือถึงตอนพลบค่ำก็สานตะกร้าหวายได้เจ็ดแปดใบแล้ว ตะกร้าเหล่านี้ปากแคบก้นกว้าง นางใช้เชือกป่านมัดเข้าด้วยกัน
ทันทีที่ผู้คุมสั่งให้ตั้งค่ายพักแรมนางก็หยิบตะกร้าวิ่งไปที่ลำธารอย่างรวดเร็ว
หลินเสวี่ยหลานคิดที่จะตามนางไปทว่าผู้ใดจะคาดคิดว่าเมื่อคลาดสายตา คนก็หายไปเสียแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะโกรธเคืองอย่างยิ่ง
หลินเสวี่ยจู๋วิ่งหนีสายตาของผู้คนเมื่อพบลำธารที่มีสายน้ำไหลเอื่อย ก็บิขนมปังสีดำออกเป็ชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในตะกร้าหวายจากนั้นก็โยนตะกร้าหวายลงไปในลำธารโดยให้ปลายเชือกห้อยอยู่บริเวณพื้นดินข้างลำธาร แล้วใช้หินก้อนใหญ่ทับเชือกไว้
หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยว่าไร้ข้อผิดพลาดนางก็เติมน้ำพุจิติญญาลงในถุงใส่น้ำทั้งห้าใบตามปกติจากนั้นเดินเลียบลำธารไปยังต้นน้ำ คิดที่จะหาของที่สามารถเก็บเข้ามิติได้
นางเจอเห็ดเป็จำนวนมากแต่กลับแยกไม่ออกว่าอันไหนกินได้อันไหนกินไม่ได้ทำได้เพียงเก็บเห็ดสีเทาไปให้แม่นมหม่าเลือก
หลังจากเก็บเห็ดได้ตะกร้าใหญ่นางก็เห็นคนในขบวนเดินผ่านมา
หลังจากพบเห็ด คนผู้นั้นก็ราวกับพบสมบัติก็ไม่ปานรีบเก็บเห็ดแล้วใช้เสื้อผ้าห่อทันที
ผู้คนทยอยกันมามากขึ้นเรื่อยๆพวกเขาต่างจับจ้องไปที่เห็ด
แม้แต่หลินเสวี่ยหลานก็มานางจงใจเหลือบมองหลินเสวี่ยจู๋ราวกับจะพูดว่า ‘ข้าเองก็หาอาหารได้โดยไม่ต้องพึ่งเ้า’
หลินเสวี่ยจู๋รีบร้อนเปลี่ยนสถานที่ถอนขนแกะ[1] ไม่สนใจอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ นางเดินเลียบลำธารต่อไปยังต้นน้ำ
ไม่รู้ว่าเดินมานานเพียงใดหลินเสวี่ยจู๋ก็พบอ่างเก็บน้ำที่ล้อมรอบไปด้วยต้นกก ต้นกกถือเป็ของดี ทั้งดอก ใบราก และลำต้นสามารถใช้เป็ยาได้ นอกจากนี้ ลำต้นยังสานเป็เสื่อฟางได้ และดอกกกก็นำมายัดไส้ในผ้าห่มได้
หลินเสวี่ยจู๋พลันเกิดความคิดบางอย่างนางเก็บต้นกกทั้งหมดเข้าไปในมิติ เมื่อเดินต่อไปก็พบผลไม้อีกหลายต้น
ผลไม้ป่ามีคุณภาพไม่ดีนักทั้งเปรี้ยวทั้งฝาด แต่หลินเสวี่ยจู๋ไม่ปล่อยให้เสียเปล่า นางเก็บเข้าไปในมิติทั้งหมดถึงกินไม่ได้ก็เอาไว้ดูเล่น
เดินไปอีกสักพักหลินเสวี่ยจู๋ก็เห็นหลินเฉิงเหยาและเจี่ยงฉีซวงยืนอยู่ใต้ต้นไม้เมื่อทั้งคู่เห็นนางก็โบกมือให้ด้วยความตื่นเต้น นางจึงรีบวิ่งไปหา
หลินเฉิงเหยาชี้ไปที่ผลไม้สีเหลืองอมเขียวบนต้นไม้“หลานสาว นี่คืออู๋ฮ่วนจื่อ เป็ของดีเชียว”
เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋ไม่เข้าใจเจี่ยงฉีซวงก็เอ่ยเสริม “กิ่ง เปลือกไม้ เมล็ดและรากของอู๋ฮ่วนจื่อล้วนใช้เป็ยาได้ เนื้อผลไม้หากใส่ลงไปในน้ำ ถูแล้วจะเกิดฟองตอนเด็กข้าเล่นบ่อย”
ถูแล้วเกิดฟอง?
หลินเสวี่ยจู๋นึกถึงข้อมูลที่น้อยคนรู้ทันทีว่ากันว่าอู๋ฮ่วนจื่อคือครีมอาบน้ำจากธรรมชาติ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จู่ๆนางก็ตระหนักได้ว่าตนเองไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว
นี่เป็เื่ที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด?
หลินเสวี่ยจู๋ตัวสั่นสะท้านรีบเอ่ยกับหลินเฉิงเหยา “ท่านอา พวกเราเก็บอู๋ฮ่วนจื่อกลับไปกันเถิดเ้าค่ะ”
หลินเฉิงเหยาได้ยินก็แหงนหน้ามองผลไม้ที่อยู่บนต้นไม้อย่างกระอักกระอ่วนพลางทอดถอนใจ “มันสูงเกินไป ข้าปีนไม่ถึง”
หลินเสวี่ยจู๋ไร้คำพูดในนิยายบอกว่าหลินเฉิงเหยาคือเด็กที่ดื้อที่สุดในสกุลหลินไม่ใช่หรือ?
ตอนเด็กลอบออกจากจวนเป็ประจำวิ่งซนไปทั่วทุกที่ เขาซุกซนประสาอะไร แม้แต่ต้นไม้ยังปีนไม่เป็!
เจี่ยงฉีซวงเห็นท่าทางประหลาดใจของหลินเสวี่ยจู๋ก็รีบเอ่ยเสริม“ครั้งหนึ่งอาของเ้าปีนต้นไม้ ทว่ากลับพลัดตกลงไปในทะเลสาบ จากนั้นมาจึงกลัวการปีนต้นไม้น่ะ”
หลินเฉิงเหยาได้ยินเช่นนั้นไม่รู้เหตุใดถึงได้อับอายขึ้นมา เขาเกาศีรษะพลางเอ่ย “และก็เป็ตอนนั้นที่ข้าได้รู้จักกับอาสะใภ้ของเ้า”
หลินเสวี่ยจู๋พยักหน้าพร้อมกับยิ้มแหยๆเนื้อเื่นี้ไม่ต้องให้หลินเฉิงเหยาเล่านางก็จำได้อย่างถี่ถ้วน
เอาล่ะ ในเมื่อสองคนนี้ช่วยนางไม่ได้นางก็ได้แต่ลงมือทำเองแล้ว
หลินเสวี่ยจู๋ยื่นตะกร้าที่เต็มไปด้วยเห็ดให้หลินเฉิงเหยาก่อนจะพับแขนเสื้อแล้วปีนต้นไม้อย่างรวดเร็ว
หลินเฉิงเหยาสำลักด้วยความใทว่าทำได้เพียงะโอยู่ใต้ต้นไม้ “หลานสาว เ้าระวังหน่อย อย่าตกลงมาเล่า ข้าไม่อยากอธิบายกับบิดาเ้านะ”
เมื่อเขาะโเป็รอบที่หกอู๋ฮ่วนจื่อหลายสิบพวงก็หล่นลงมาเต็มศีรษะ
หลินเฉิงเหยารีบดันเจี่ยงฉีซวงไปด้านข้างส่วนตนเองก้มลงเก็บอู๋ฮ่วนจื่ออย่างรีบร้อน
ขณะที่เก็บก็มีอู๋ฮ่วนจื่อพวงใหม่ตกลงมาบนศีรษะกับแผ่นหลังของเขา
“เฮ้อ หลานสาว เ้าใจเย็นหน่อยอย่าตกลงมานะ” หลินเฉิงเหยาะโต่อโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
เพียงครู่หนึ่งความวุ่นวายก็จบลง
หลินเฉิงเหยาเห็นหลินเสวี่ยจู๋กำลังไถลตัวลงมาจากต้นไม้ก็รีบวิ่งไปรับ
เขายื่นมือออกไปแต่หลินเสวี่ยจู๋กลับไถลลงมาอีกทางด้วยกลัวว่าจะทำให้เขาาเ็
สองอาหลานได้แสดงให้เห็นถึง‘หลานสาวที่ปีนต้นไม้ได้กับท่านอาที่ไร้ความสามารถ’ เสียแล้ว
เจี่ยงฉีซวงเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็ปิดปากแล้วหัวเราะจนตาหยี
เมื่อเก็บอู๋ฮ่วนจื่อเสร็จแล้วหลินเสวี่ยจู๋ก็ขอให้หลินเฉิงเหยากับเจี่ยงฉีซวงนำตะกร้าหวายที่เต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆกลับไปที่ค่าย
หลังจากพวกเขาเดินจากไปไกลนางก็ย้ายต้นอู๋ฮ่วนจื่อเข้าไปในมิติทั้งต้น
เมื่อได้ครีมอาบน้ำฟรีแล้วนางก็เดินเล่นอีกพักหนึ่ง ก่อนจะกลับไปที่ค่ายพักแรม
เมื่อใกล้จะถึงนางก็หยิบต้นกกแห้งออกมาจากมิติแล้วเดินฮัมเพลงมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
หูอี้ถ่งเห็นหลินเสวี่ยจู๋เป็คนแรกจึงเดินไปต้อนรับนางด้วยสายตาเฉียบคม แล้วรับต้นกกจากมือนางไปวางกองไว้ในจุดที่ห่างจากกองไฟ
หลินเสวี่ยจู๋เช็ดเหงื่อที่ไม่มีอยู่บนหน้าผากก่อนจะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “วันนี้มีของอร่อยอันใดกินหรือเ้าคะ?”
.............................
[1] ถอนขนแกะหมายถึง รับของถูกหรือของฟรี