แต่บริเวณรอบนอกของหลังเขาย่อมไม่มีสัตว์ป่าให้ล่าต้องเข้าไปในป่าลึกสักหน่อยถึงจะมี
ไม่นานเซียวหยวนหมิงก็พบไก่ป่าตัวหนึ่งเดินเตาะแตะดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ตอนนี้มันกำลังจิกกินแมลงและใบหญ้าอ่อนๆ ใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากพวกเขา
เซียวหยวนหมิงค่อยๆหยิบลูกแก้วออกมา น้าวหนังสติ๊ก แล้วเล็งเป้า
ทันใดนั้นซูเจียวเจียวก็ได้ยินเสียง‘ปึก!’ ลูกแก้วพุ่งเข้าชนหัวไก่ป่าตัวไก่ยังไม่ทันส่งเสียงร้องก็กระพือปีกเฮือกสุดท้าย แล้วล้มลงแน่นิ่งไปไม่รู้เป็นตายร้ายดี
“อาหมิงสุดยอดไปเลย!”
ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยแววตาชื่นชมเปี่ยมไปด้วยความสุข
พอพูดจบซูเจียวเจียวก็วิ่งออกไปเก็บไก่ป่าตัวนั้นกลับมา
ไก่ป่าถูกหนังสติ๊กกระแทกหัวลูกแก้วยังคงฝังอยู่ในหัว ตายสนิทแล้ว
บนใบหน้าของเซียวหยวนหมิงปรากฏรอยยิ้ม“เดี๋ยวตอนเย็นผมจะทำน้ำแกงไก่ให้พวกคุณกินนะ” เขายื่นมือรับไก่ป่า แล้วใส่ลงในตะกร้าสานที่สะพายหลังไว้
เซียวหยวนหมิงเดินลึกเข้าไปอีกไม่นานก็เจอกระต่ายป่าอีกสองตัวพวกมันถูกเซียวหยวนหมิงยิงเข้าที่หัวแม่นยำอย่างไม่มีใครเทียบได้ซูเจียวเจียวรู้สึกตื่นเต้นอยากลองเล่นหนังสติ๊กบ้าง
เซียวหยวนหมิงสอนซูเจียวเจียววิธีเล่นหนังสติ๊กแต่น่าเสียดายที่ซูเจียวเจียวเล็งไม่แม่น แถมแรงก็ไม่พอทำให้ไก่ป่าตัวหนึ่งตกใจจนวิ่งหนีหายเข้าไปในพุ่มไม้ในพริบตา
ไก่ป่าตกใจไปแล้วการจะหามันเจออีกครั้งคงเป็นเรื่องยาก
ซูเจียวเจียวจึงตัดสินใจเลิกพยายามเธอยังคงรอให้เขาเป็นฝ่ายล่ามาให้กินดีกว่า
“เจียวเจียว คุณรอผมตรงนี้นะ เดี๋ยวผมจะไปจับมันกลับมาเอง” เซียวหยวนหมิงจ้องมองพุ่มไม้แห่งหนึ่งด้วยดวงตาสีดำเป็นประกายเขาเพิ่งจะพบว่าไก่ป่าที่หนีไปเมื่อครู่กลับเดินเตาะแตะกลับมาอีกครั้งอย่างงงๆ
ซูเจียวเจียว"…"
พลังของคนนำโชคช่างน่าอัศจรรย์นัก
เซียวหยวนหมิงหยิบลูกแก้วใส่ลงในหนังสติ๊กแล้วยกขึ้นเล็ง จากนั้นก็ค่อยๆ ย่องเข้าไปหาไก่ป่าตัวนั้น เมื่อระยะใกล้พอเขาก็ยิงออกไป
เซียวหยวนหมิงยิงโดนเป้าหมายอย่างง่ายดายแล้วเก็บไก่ป่าที่ตายแล้วกลับมา
เมื่อเห็นไก่ป่าสองตัวและกระต่ายป่าสองตัวในตะกร้าซูเจียวเจียวก็ยกมุมปากขึ้นด้วยความสุขใจ คิดในใจว่านี่คงพอให้กินได้อีกนาน
“ไม่รู้ทำไม วันนี้โชคดีเป็นพิเศษ พวกเราเพิ่งจะขึ้นเขามาได้ไม่นานก็ล่าไก่ป่าได้สองตัว กระต่ายป่าได้สองตัวแล้ว” เซียวหยวนหมิงเองก็รู้สึกอารมณ์ดีไม่น้อย
เมื่อก่อนเขาก็ถือว่าโชคดีไม่น้อยเช่นกันทุกครั้งที่ขึ้นเขาไม่เคยกลับมือเปล่า มักจะได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอแต่ก็ต้องใช้แรงไม่น้อย ไม่เหมือนวันนี้ที่ราบรื่นและรวดเร็วขนาดนี้
ซูเจียวเจียวกล่าวว่า“พออารมณ์ดี ครอบครัวราบรื่น โชคลาภก็จะตามมา”
“นั่นก็เพราะผมมีคุณ คุณคือคนที่นำโชคมาให้ผม” เซียวหยวนหมิงจับมือเธอแล้วยิ้มร่า
เซียวหยวนหมิงเห็นว่ายังเช้าอยู่จึงบอกว่าจะไปเก็บสมุนไพรเพิ่ม ซูเจียวเจียวไม่มีข้อโต้แย้ง เธอเดินตามหลังเขาไปพร้อมทั้งถามว่าเขาจะเก็บสมุนไพรอะไร แล้วเธอก็ช่วยเก็บ
ซูเจียวเจียวจ้องมองในป่ามือถือไม้เท้า เดินไปพลางใช้ไม้เท้าตีพุ่มไม้ไปพลาง
ทันใดนั้นซูเจียวเจียวก็เท้าพลิกล้มลงไปนอนคว่ำกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ซูเจียวเจียวกระตุกมุมปากด้วยความหงุดหงิดโชคดีที่ไม่เจ็บนักเธอกำลังจะลุกขึ้นก็พลันเห็นพุ่มไม้เบื้องหน้ามีเห็ดสีดำน้ำตาลขนาดใหญ่คล้ายหูช้างนี่มันเห็ดหลินจือไม่ใช่หรือ?
“อาหมิง อาหมิง! มานี่เร็วเข้า!”
ซูเจียวเจียวตะโกนด้วยความตื่นเต้นเธอไม่ยอมลุกขึ้น ยังคงจ้องมองเห็ดหลินจือเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
เซียวหยวนหมิงได้ยินเสียงร้องของซูเจียวเจียวก็รีบวิ่งเข้ามาทันทีคิดว่าซูเจียวเจียวเกิดเรื่องอะไรขึ้นแต่พอเห็นซูเจียวเจียวนอนคว่ำอยู่กับพื้นก็ยิ่งเป็นห่วง เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปหาอยากจะช่วยพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น
“เจียวเจียว คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
ซูเจียวเจียวกลับคว้ามือที่เขายื่นมาช่วยแล้วชี้ไปยังสิ่งของเบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น “อาหมิงดูสินี่เห็ดหลินจือใช่ไหม?”
เซียวหยวนหมิงมองตามสายตาของเธอนี่มันเห็ดหลินจือจริงๆ ด้วย!
แถมไม่ใช่แค่ดอกเดียว!
มีหลายดอกเลย!
ที่สำคัญคือเห็ดหลินจือเหล่านี้มีขนาดใหญ่มาก!
ดอกที่ใหญ่ที่สุดก็ขนาดเท่าชามน้ำแกงแล้ว!
นี่คงเป็นจอมราชันย์เห็ดหลินจือเป็นแน่!
ดูจากอายุแล้วอย่างน้อยก็นับพันปี!
ส่วนอีกสามดอกที่เหลือก็ไม่เล็กนักขนาดเท่าชามใหญ่! อย่างน้อยก็น่าจะมีอายุห้าร้อยถึงหกร้อยปี!
“เห็ดหลินจือจริงๆ ด้วย เจียวเจียว คุณนี่โชคดีจริงๆล้มแล้วดันมาเจอจอมราชันย์เห็ดหลินจือเข้าแบบนี้” เซียวหยวนหมิงหัวเราะยกมุมปากขึ้นอย่างขบขัน ไม่รู้ว่าภรรยาเขาโชคดีปานใดจะบอกว่าน่าอัศจรรย์ก็คงไม่เกินเลย
ไม่แปลกใจที่ทุกคนต่างบอกว่าภรรยาของเขาคือดาวนำโชค เป็นขวัญใจ
เรื่องนี้เป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
หากภรรยาของเขาไม่ใช่ดาวนำโชคละก็คราวที่แล้วพวกเขาคงไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยใช่ไหม?แถมโสมร้อยปีในครั้งนั้นก็เป็นภรรยาของเขาที่พบเห็นรวมถึงจอมราชันย์เห็ดหลินจือในครั้งนี้ด้วย!
“จอมราชันย์เห็ดหลินจือ?” ซูเจียวเจียวถามอย่างสงสัย
เซียวหยวนหมิงพยักหน้า“ใช่แล้ว คุณดูสิ เห็ดหลินจือดอกนี้ใหญ่มาก ขนาดเท่าชามน้ำแกงอายุของมันอย่างน้อยก็นับพันปีแล้ว”
“พันปี?!”
ซูเจียวเจียวตกใจจนอ้าปากค้างดวงตากลมโตเบิกกว้าง
คุณพระช่วย!
จอมราชันย์เห็ดหลินจืออายุพันปีแบบนี้ไม่กลายเป็นเซียนไปแล้วหรือ!
“ใช่ ส่วนดอกอื่นๆ ก็มีอายุห้าร้อยถึงหกร้อยปี” เซียวหยวนหมิงมองภรรยาของเขาที่อ้าปากค้างด้วยความตกใจดวงตากลมโตเป็นประกาย เขายิ้มอย่างขบขันแล้วยื่นมือไปบีบแก้มของเธอ “ภรรยา คุณนี่โชคดีจริงๆ”
ไม่คิดเลยว่าเจียวเจียวจะมีมุมที่น่ารักและอ่อนโยนเช่นนี้
“เร็วเข้า! พวกเราเก็บพวกมันกลับบ้านกันเถอะ!” ซูเจียวเจียวกลับมามีสติอีกครั้งทั้งตัวตื่นเต้นแทบคลั่ง
รวยแล้วรวยเละแล้ว!
พลังของคนนำโชคไม่ได้มีไว้ประดับบารมีจริงๆ!
เซียวหยวนหมิงเก็บเห็ดหลินจืออย่างระมัดระวัง
ซูเจียวเจียวจ้องมองเห็ดหลินจือในมือของเขาด้วยแววตาเป็นประกายแล้วถามว่า “เห็ดหลินจือพวกนี้จะขายได้สักเท่าไรนะ?”
“แม้ว่าเห็ดหลินจือจะไม่ได้มีสรรพคุณเท่าโสมแต่ก็เป็นสมุนไพรที่มีคุณค่ามาก เห็ดหลินจือธรรมดาหนึ่งชั่งสามารถขายได้ราคา 30ถึง 100 หยวน”
พูดไปเซียวหยวนหมิงก็ชั่งน้ำหนักจอมราชันย์เห็ดหลินจือในมือ“จอมราชันย์เห็ดหลินจือดอกที่ใหญ่ที่สุดน่าจะมีน้ำหนักประมาณสี่ชั่งกว่าส่วนดอกอื่นๆ ก็สองถึงสามชั่งราคาของเห็ดหลินจือพวกนี้สูงกว่าโสมร้อยปีที่เคยได้มามากนัก ในตัวอำเภอเล็กๆแห่งนี้คงไม่มีใครจ่ายราคาที่สูงขนาดนั้นได้ หากนำไปขายถูกๆ ก็จะน่าเสียดายพวกเราควรเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยหาโอกาสที่เหมาะสมในอนาคตเพื่อนำไปขาย”
ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย“ฉันก็คิดแบบนั้นเลยค่ะ! อาหมิง คุณนี่ฉลาดจริงๆ เลย!”
เห็นไหมเล่าไม่ต้องให้เธอเตือนเลย ชายหนุ่มของเธอก็คิดการณ์ไกลไว้แล้ว
สมแล้วที่เป็นคุณเซียวผู้มากความสามารถในโลกธุรกิจในอนาคตแม้ปกติจะดูเงียบขรึม แต่เรื่องธุรกิจเขากลับเก่งกาจไม่เบา!
เซียวหยวนหมิงถูกซูเจียวเจียวชมเช่นนั้นใบหน้าของชายฉกรรจ์ก็แดงระเรื่อเล็กน้อยทำไมถึงรู้สึกเหมือนภรรยาของเขากำลังชมเด็กน้อยอย่างนั้นเล่า?
แต่ถึงกระนั้นการถูกภรรยาของตัวเองชมก็ทำให้เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
เซียวหยวนหมิงปูหญ้าแห้งลงในตะกร้าแล้ววางเห็ดหลินจือที่เก็บได้ลงไป จากนั้นก็คลุมด้วยใบไม้อีกชั้นหนึ่งจนมองไม่เห็น