บทที่ 23 ความลับที่สำคัญที่สุด
“ฮึก...”
เสิ่นเจียถูกเสิ่นเมิ่งบีบคอ ตัวแนบชิดติดกำแพง ใบหน้าของเสิ่นเจียเริ่มบวมช้ำ ริมฝีปากกลายเป็สีม่วงคล้ำ แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความสะใจ มองการกระทำของจางเชี่ยนที่กำลังกดโทรศัพท์มือถืออย่างแรง รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
‘ฉันไม่แพ้! ฉันยังไม่ได้แพ้! ฉันปกป้องความลับที่สำคัญที่สุดไว้ได้!’
เสิ่นเจียเลื่อนสายตาไปบนบนเวที สบตากับเสิ่นจงเฉิน แล้วเบือนหน้าหนีไปอย่างรวดเร็ว
เสิ่นเมิ่งจ้องมองใบหน้าที่ยังคงเปื้อนยิ้มของพี่สาวคนสนิทตรงหน้า ฟันกัดแน่นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ มือของเธอออกแรงบีบมากขึ้น ความคิดที่บ้าคลั่งผุดขึ้นมาในใจ
“เมิ่งเมิ่ง หยุดนะ!” ในที่สุดเสิ่นจงเฉิงที่เงียบอยู่นานก็มีปฏิกิริยา เขาพุ่งเข้ามาพยายามแยกมือของเสิ่นเมิ่งออก พร้อมกับะโเสียงดัง “อย่าทำเื่โง่เขลา เมิ่งเมิ่ง!”
“พ่อ พ่อไม่รู้...” เสิ่นเมิ่งไม่ยอมปล่อยมือ ความคิดที่บ้าคลั่งเข้าครอบงำหัวสมองของเธอ! เธอต้องฆ่าผู้หญิงสารเลวคนนี้!
เสิ่นจงเฉินบนเวทีสังเกตเห็นเจตนาของเสิ่นเมิ่ง เขาก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก็หยุดชะงัก เขาไปไม่ได้
เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นบนหน้าผากของเสิ่นจงเฉิง ฝ่ามือของเขาวางทับบนมือของเสิ่นเมิ่ง เปลี่ยนเป็น้ำเสียงที่นุ่มนวล “เด็กดี พ่อรู้ทุกอย่าง รู้ว่าลูกน้อยใจ รู้ว่าลูกโกรธ แต่เราอย่าทำเื่โง่เขลาเลยนะลูก เพื่อผู้ชายแบบนี้ มันไม่คุ้มหรอก เมิ่งเมิ่ง...”
“พ่อ...” น้ำตาของเสิ่นเมิ่งไหลออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว คำพูดของเสิ่นจงเฉิงเหมือนลูกศรเล็ก ๆ ที่อ่อนโยน ทิ่มแทงหัวใจของเธอ ทำให้จมูกของเธอแสบร้อน ดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัว
พ่อโง่ของเธอ ยังคงคิดว่าเธอโกรธขนาดนี้เพราะรับไม่ได้ที่เสิ่นเจียกับเมิ่งเจียงอวี่มีความสัมพันธ์กัน
พ่อของเธอที่รักหน้าตา ชอบะโเสียงดัง อารมณ์ร้อนแรง กลับมาปลอบโยนเธออย่างอดทนและอ่อนโยนต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้...
น้อยใจ แน่นอนว่าน้อยใจ เสิ่นเมิ่งไม่เพียงแต่น้อยใจ แต่ยังรู้สึกผิดหวัง
‘ฉันมันไร้ประโยชน์ โอกาสของฉันมีไม่มาก อุตส่าห์วางแผนมาอย่างดีแล้ว ทำไมถึงล้มเหลวได้ล่ะ?’
ความรู้สึกนี้ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เจตนาฆ่าของเสิ่นเมิ่งเริ่มจางหายไป เสิ่นจงเฉิงจึงถือโอกาสนี้แกะมือของเธอออก ดึงเสิ่นเจียออกจากมือของเสิ่นเมิ่ง จากนั้นจึงกอดลูกสาวของตัวเองไว้แน่น ฝ่ามือลูบหลังเธอเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม
“ไม่ร้องนะลูก พ่อรู้ว่าลูกน้อยใจ เป็ความผิดของพ่อเอง พ่อไม่เชื่อใจลูก ทำร้ายลูกสาวตัวเอง”
“ฮือ ๆ” น้ำตาของเสิ่นเมิ่งไหลออกมาไม่หยุด
อ้อมกอดที่กว้างใหญ่ อบอุ่น และคุ้นเคยนี้ กระตุ้นให้เกิดอารมณ์มากมายในใจของเธอ
ไม่ใช่แค่น้อยใจและหมดหนทาง แต่ยังมีความรู้สึกผิดและความไม่สบายใจคับแน่นในอก ชาติที่แล้วเธอสิ้นหวังจึงหนีตามเมิ่งเจียงอวี่ ทำให้พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาสิบเก้าปีเสียใจอย่างมาก ขณะขับรถออกไปก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่
เสิ่นเมิ่งคิดมาตลอดว่าสาเหตุที่พวกเขาประสบอุบัติเหตุครั้งนั้นเป็เพราะตัวเธอเอง นี่เป็ความเสียใจอย่างใหญ่หลวงในใจของเธอ
ชาตินี้เธอจะไม่ยอมให้พวกเขาเป็อะไรไป เธอจะอยู่เคียงข้างพวกเขาไม่จากไปไหนอีกแล้ว!
เสิ่นจงเฉิงปลอบลูกสาว ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดอย่างมาก เป็เพราะความสงสัยและไม่ไว้ใจของเขาเอง เื่ราวทั้งหมดในวันนี้จึงเกิดขึ้น เขากอดไหล่ของเสิ่นเมิ่ง หันไปกระแอมไอใส่กลุ่มนักข่าวที่กำลังถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่ง แล้วพูดขึ้นว่า
“นักข่าวทุกท่าน วันนี้ลำบากพวกคุณที่สละเวลามา เื่ราวในวันนี้เป็เื่เข้าใจผิด ผมขอโทษลูกสาวของผมเสิ่นเมิ่งอย่างจริงใจ ณ ที่นี้”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง มองไปที่พี่ชายของเขาที่มีสีหน้าซีดเซียว ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดต่อ
“นอกจากนี้ ผมมีเื่จะขอร้องทุกท่าน เกี่ยวกับวิดีโอเมื่อครู่นี้... เื่น่าอับอายในครอบครัวไม่ควรถูกเปิดเผย ผมหวังว่าทุกท่านจะช่วยผมปกปิดเนื้อหาในวิดีโอที่ฉายออกไป ผมยินดีมอบสินน้ำใจให้กับทุกท่านอย่างงาม”
เสิ่นจงเฉิงเอ่ยปากขอร้องด้วยตัวเอง แน่นอนว่านักข่าวทุกคนต้องให้เกียรติกับประธานบริษัทเสิ่นกรุ๊ป ยิ่งไปกว่านั้นยังมีซองแดงหนา ๆ ให้อีกด้วย นักข่าวทุกคนจึงยอมทำตาม ยินยอมที่จะปกปิดเื่นี้
อย่างไรก็ตาม เสิ่นเมิ่งที่อยู่ด้านข้างกลับหยิบไมโครโฟนอีกตัวขึ้นมา