บทที่ 15 ครอบครัวเฝ่ยประชุม
เฝ่ยไป๋ลู่เผยยิ้มมุมปาก “ได้ ฉันจะไม่ไล่เธอไป แต่ทว่าฉัน้าให้ครอบครัวรับฉันกลับไปอย่างเปิดเผย!”
เฝ่ยมาเห็นด้วย “ได้ ก็ควรจะเป็ตามนี้ แต่การเตรียมตัวสำหรับเื่พวกนี้ต้องใช้เวลา ขึ้นรถก่อนเถอะ พ่อจะพาลูกกลับบ้าน จะได้ไปทำความรู้จักกับคนในครอบครัว”
จะพากลับไปครอบครัวเฝ่ย? เื่อะไรล่ะ เขาว่ายังไงก็ต้องตามนั้นรึไง?
“ยอมรับว่าเป็ญาติเมื่อไหร่ ก็จะกลับไปตอนนั้น” ทำไมเฝ่ยไป๋ลู่จะมองความคิดเขาไม่ออก เธอจึงปฏิเสธไปอย่างเด็ดขาด
ตอนที่เธอเดินผ่านเขา หญิงสาวก็ยกโทรศัพท์ขึ้น พร้อมกับเผยยิ้มอันใสซื่อบริสุทธิ์ออกมา “ฉันลืมบอกคุณ เมื่อกี้ฉันไลฟ์สดอยู่ตลอด ดังนั้นทำตามที่พูดด้วยล่ะ”
ใบหน้าของเฝ่ยมาพลันแข็งทื่อไป
ไลฟ์สด?
ชาวเน็ตทั่วประเทศได้ยินที่เขาเพิ่งพูดไปงั้นเหรอ?
อันที่จริง นั่นเป็แค่คำพูดเอาใจเฝ่ยไป๋ลู่ไปอย่างนั้นเอง แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็หลักฐานมัดตัว ทำให้แผนของเขาต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!
เฝ่ยไป๋ลู่มองใบหน้าที่โกรธจัดจนซีดเผือดของอีกฝ่าย ขณะเผยยิ้มบาง ๆ และเดินทอดน่องจากไป
แรกเริ่มเดิมทีเธอไม่มีความตั้งใจกลับไปหาครอบครัวเฝ่ย แต่หลังจากพบกับเฝ่ยมา เธอก็เปลี่ยนใจในชั่วพริบตา ตอนที่เธอเกิด ครอบครัวเฝ่ยขโมย ‘หยดเืหัวใจ’ ของเธอไป และตอนนี้ เธอจะเอามันกลับมาด้วยตัวเอง!
ตามโชคชะตาที่กำหนด แผนภูมิชีวิต*[1] ของเฝ่ยมาควรจะถูกตัดออกั้แ่หลายปีก่อนแล้ว แต่เขาอาศัยหยดเืหัวใจที่ขโมยไปจากเธอเพื่อยืดชีวิตออกไปอีกหลายปี
ตอนนี้แผนภูมิชีวิตของเขาพังทลาย จึงคิดจะใช้กลอุบายเก่า ๆ หลอกเธอกลับไปตระกูลเฝ่ย
สำหรับตะกูลเฝ่ยแล้ว เธอคือเนื้อพระถังซัมจั๋ง*[2] ทุกคนต่างกระเหี้ยนกระหือรืออยากกัดกิน
ดวงตาเฝ่ยไป๋ลู่เย็นเยือก และไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด
[ลูกสาวตัวจริงตัวปลอม? ไป๋ลู่เป็ลูกสาวครอบครัวเฝ่ยที่ร่ำรวยงั้นเหรอ? นี่มันละครน้ำเน่าอะไรกันเนี่ย?]
[เยี่ยมมาก กินแตง*[3]แถวหน้า ขายเมล็ดแตงแถวหน้า…]
[ครอบครัวเฝ่ยดีมากเลยอ้า เนื้อทั้งนั้นจะตัดตรงไหนก็เจ็บ เลยเลี้ยงดูให้อยู่บ้าน]
[มีแค่ฉันที่รู้สึกหายใจไม่ออกแทนไป๋ลู่งั้นเหรอ? เดิมตัวเองเป็ลูกสาวครอบครัวร่ำรวย อาหารเลิศรสเสื้อผ้าเลิศหรู ไม่ต้องกังวลเื่กินอยู่ ผลสุดท้ายชีวิตกลับตาลปัตร ตกต่ำจนต้องขอให้ชาวเน็ตช่วยบริจาคเงิน…]
[เฝ่ยชิงรั่วคนนั้นน่าสงสารที่สุดแล้วว่าไหม? เดิมคิดว่าตัวเองเป็คุณหนูใหญ่ของบ้านเศรษฐี แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเธอเป็ตัวปลอม ต่อจากนี้จะได้รับการปฏิบัติในฐานะลูกสาวบุญธรรมที่อาศัยอยู่บ้านคนอื่น ใครจะทนความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังได้กัน? ยังไงก็เหอะ เฝ่ยไป๋ลู่มาทีหลังนะ ก็ให้เธอเป็ลูกสาวบุญธรรมก็ได้นี่นา…]
ในโลกออนไลน์ถกเถียงกันยกใหญ่ และการกระทำของเฝ่ยไป๋ลู่ก็ทำให้ครอบครัวเฝ่ยต้องโกลาหลวุ่นวายไปหมด
เฝ่ยชิงรั่วร้องไห้จนตาบวมแดง พิงคุณแม่เฝ่ยอย่างเศร้าโศกเสียใจ
แน่นอน เฝ่ยเฉิงย่อมเ็ปหัวใจอย่างมาก และเกลียดเฝ่ยไป๋ลู่ตัวสร้างปัญหาจนคันฟันยิบ ๆ “ผมคัดค้านที่จะรับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาั้แ่แรกแล้ว! ตอนนี้ยังเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น ทุกคนในเมืองเจียงกำลังมองดูความวุ่นวายของครอบครัวเฝ่ยเราอยู่! ต่อจากนี้พวกคุณจะปล่อยให้พี่สาวออกไปเจอสังคมยังไง? คนอื่น ๆ จะพากันดูถูกเธอ…”
คำพูดของเขาสะกิดาแของเฝ่ยชิงรั่ว ทันทีที่ถูกเฝ่ยไป๋ลู่เปิดโปง ตอนนี้คนในกลุ่มคนรวยทุกระดับต่างก็รู้แล้วว่าเธอเป็ลูกสาวบุญธรรม
เธอไม่สามารถหยุดร้องไห้และห้ามการสะอึกสะอื้นได้เลย พอเฝ่ยมาได้ยิน เขาจึงพลอยเสียใจไปด้วย
“เฝ่ยเฉิง ส่งพี่สาวของเธอกลับไปพักที่ห้อง ส่วนที่เหลือพวกเราจะจัดการเอง”
เฝ่ยเฉิงกระทืบเท้าด้วยความโกรธ “ทำไมต้องให้ผมออกไปด้วย? ผมไม่ใช่เด็กแล้ว เื่ใหญ่ขนาดนี้ผมเองก็อยากมีส่วนร่วมด้วย!”
เฝ่ยเฉิงต่อต้าน เขาไม่อยากถูกแยกออกไปเพราะเป็เด็ก และการจ้องตาเฝ่ยมาตอนนี้ก็คือการท้าทายอำนาจของพ่อ
เฝ่ยมาตีหน้านิ่ง เฝ่ยชิงรั่วเห็นแล้วก็รีบดึงเฝ่ยเฉิงมา กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย น้องชาย นายช่วยพาฉันไปหาคุณหมอประจำตระกูลหน่อยได้ไหม?”
พอเฝ่ยชิงรั่วพูดแบบนี้ เฝ่ยเฉิงไม่เต็มใจแค่ไหนก็ทำได้แค่ไปด้วยเท่านั้น
รอกระทั่งคนอื่น ๆ ไปแล้ว เฝ่ยอวี้ถึงแสดงความไม่พอใจออกมา “พ่อแค่รับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาก็พอแล้ว ทำไมต้องต้องจัดพิธีรับญาติด้วย? ตอนแรกก็พูดไว้ดิบดีว่าจะรับเธอกลับมาเงียบ ๆ แล้วประกาศกับคนนอกว่าเป็ลูกสาวบุญธรรม แต่ตอนนี้กลายเป็ชิงรั่วที่เป็ลูกสาวบุญธรรม เพราะเื่วุ่นวายนี้ ทุกคนเลยกำลังรอดูความโกลาหลในบ้านเรา”
คุณแม่เฝ่ยเองก็พูดว่า “พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับเด็กนั่นั้แ่แรกแล้ว จ่ายเงินนิดหน่อยแล้วกำจัดทิ้งก็ได้ แต่คุณดันทุรังจะรับกลับมาให้ได้ ดูจากนิสัยเธอแล้วคงเลี้ยงไม่เชื่อง ทั้งยังไม่ได้คิดถึงครอบครัวเราเลยสักนิด เทียบกับชิงรั่วไม่ได้เลย”
ชิ่งรั่วคือลูกสาวที่เธอปลูกฝังและเลี้ยงดูอย่างดี เก่งทุกด้าน ออกไปข้างนอกก็ควรค่าแก่การพาไปด้วย คนอื่น ๆ ต่างพากันชื่นชมความสามารถในการเลี้ยงดูลูกของเธอ ต่างกับเฝ่ยไป๋ลู่ เด็กคนนั้นมีแต่จะทำให้เธอถูกคุณนายที่ร่ำรวยคนอื่น ๆ หัวเราะเยาะ
เฝ่ยมาตีหน้าบูดบึ้ง “ตอนนั้นฉันแค่พูดเพื่อเอาใจเธอ ใครจะคิดว่าเธอจะมีแผนการเ้าเล่ห์ที่ลึกซึ้งขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่าจะถ่ายทอดสด ตอนนี้ทุกคนรู้หมดแล้ว ถ้าเราไม่รับเธอกลับมาอย่างเปิดเผย ครอบครัวเฝ่ยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? มีก็แต่รู้สึกผิดกับชิงรั่ว”
เห็นเฝ่ยอวี้กับแม่เฝ่ยต่อต้าน เฝ่ยมาก็ถอนใจอย่างช่วยไม่ได้ “พวกเธออย่าตำหนิฉันที่ยืนกรานรับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาเลย เื่มาถึงขั้นนี้ ฉันทำได้แค่สารภาพกับพวกเธอ ไม่นานมานี้อาจารย์หลินทำนายว่าชะตาชีวิตของเฝ่ยไป๋ลู่คือล้างผลาญหกชั่วโคตร หากเธอขัดแย้งกับตระกูลเฝ่ย ชีวิตของเธอจะยิ่งดี และโชคของครอบครัวเราจะอ่อนแอ”
“ดังนั้นฉันจึงทำได้แค่ควบคุมเฝ่ยไป๋ลู่ไว้ในมือเผื่อไว้ก่อนเท่านั้น เพื่อคุ้มครองโชคครอบครัวเฝ่ยของพวกเราให้อยู่ยาวนาน เมื่อมีพรแห่งโชคแล้ว ไม่แน่ พอถึงเวลานั้นงานของอวี้เอ๋อร์อาจจะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นก็ได้”
ที่แท้เป็เช่นนี้! พอเขาบอกว่าดวงชะตาของเฝ่ยไป๋ลู่กับเขาขัดแย้งกัน อาการต่อต้านบนใบหน้าของเฝ่ยอวี้ก็หายไป แต่เฝ่ยอวี้ก็ยังกังวลอยู่บ้าง “ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบไปรับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาเถอะครับ”
ผู้นำที่อยู่เหนือเขาเหมือนจะได้ตำแหน่งใหม่แล้ว และตำแหน่งที่ว่างอยู่ เขาจะต้องเอามาให้ได้!
เฝ่ยมาพยักหน้า “ฉันเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ที่รัก เธอรีบจัดงานเลี้ยงเถอะ พวกเราจะต้องรับเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาให้ไว”
การทำนายดวงชะตาของอาจารย์หลินไม่มีผิดพลาด คุณแม่เฝ่ยจึงยอมพยักหน้า
เฝ่ยชิงรั่วแอบฟังอยู่ที่ชั้นบน เธอใจนลมหายใจอ่อนแรงลงไปหลายส่วน ทว่าในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดี
ที่แท้ชะตาชีวิตของเฝ่ยไป๋ลู่คือการล้างผลาญหกชั่วโคตร ยิ่งชีวิตของเฝ่ยไป๋ลู่ย่ำแย่ลง ครอบครัวเฝ่ยก็จะยิ่งดีขึ้น!
รอเฝ่ยไป๋ลู่มากลับมาที่ครอบครัวเฝ่ยก่อนเถอะ เธอจบไม่สวยแน่!
ยกเว้นเฝ่ยเฉิงที่ถูกกันออกมา คนของครอบครัวเฝ่ยกำลังรีบจัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับญาติกันอย่างขะมักเขม้น
พิธีต้อนรับญาติของเฝ่ยไป๋ลู่จะจัดขึ้นในอีกสามวัน และเชิญคนมีชื่อเสียงมาร่วมงานจำนวนมาก
[ดูเหมือนครอบครัวเฝ่ยจะให้ความสำคัญไป๋ลู่มากนะ ถึงได้จัดงานต้อนรับญาติไวขนาดนี้]
[วันนี้จะได้เห็นทั้งลูกสาวตัวจริงและตัวปลอมแล้ว ไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะตีกันหรือเปล่า? พวกคุณคิดว่าระหว่างลูกสาวตัวจริงกับตัวปลอม ใครจะชนะ?]
เฝ่ยไป๋ลู่ถ่ายทอดสดตามคำขอของชาวเน็ต ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างมารอดูเพื่อซุบซิบนินทากันอย่างสนุกสนาน
[มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าครอบครัวเฝ่ยร่ำรวยมาก สังสรรค์กันอย่างครึกครื้น หรูหราฟุ้งเฟ้อไปหมด ชีวิตไป๋ลู่ดีจริง ๆ เลย! ฉันเองก็อยากคิดว่าตัวเองเป็ลูกสาวตระกูลมั่งคั่งที่ถูกสับเปลี่ยนตัว แล้วจู่ ๆ ก็รวยขึ้นมา~]
หรูหราฟุ้งเฟ้อ? ชีวิตดี?
มุมปากของเฝ่ยไป๋ลู่เผยรอยยิ้มเล็ก ๆ อยู่ตลอด
ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะบอกแฟนคลับคนนี้ดีหรือเปล่า ว่าคฤหาสน์ครอบครัวเฝ่ยที่ดูหรูหราพร่างพราว คือสถานที่สกปรกซึ่งซ่อนความโสมมและชั่วร้ายเอาไว้
แม้แต่ในอากาศก็ยังมีกลิ่นที่ทำให้คนรู้สึกไม่สบายฟุ้งกระจายไปทั่ว ถ้าอยู่นานจะส่งผลต่อโชคลาภของตัวเอง
แค่ดูพลังงานสีดำในตัวของสมาชิกตระกูลเฝ่ยแต่ละคน ก็รู้แล้วว่าผลที่จะตามมานั้นร้ายแรงเพียงใด
“พี่ไป๋ลู่ คุณหิวไหม? ฉันเอาเค้กมาให้…”
เฝ่ยชิงรั่วแต่งตัวอย่างประณีต สวมชุดเ้าหญิงติดพู่ห้อย เมื่อเทียบกับเฝ่ยไป๋ลู่ที่แต่งตัวสบาย ๆ แล้ว เธอจึงดูเหมือนตัวเอกของวันนี้มากกว่า
[ลูกสาวตัวปลอมออกมาแล้ว! สวยงามและสง่างามจัง! เข้ากับภาพลักษณ์ของคุณหนูบ้านรวยที่ฉันจิตนาการไว้เลย!]
[มาแล้วเหรอ? มาแล้วงั้นเหรอ? ด่ากันเลย! ฉันคิดถึงภาพลูกสาวจริงกับลูกสาวปลอมหยุมหัวกันมากที่สุด!]
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ใช่ยิ้มหลายครั้ง “ดูจากหน้า เธอน่าจะเกิดก่อนฉันสองชั่วโมง มาเรียกฉันว่าพี่ เธอละอายบ้างไหม?”
“ฉันไม่รู้ว่าพวกเราใครเกิดก่อน แต่พ่อให้ฉันเรียกคุณว่าพี่ …ฉัน งั้นฉันเรียกคุณว่าน้องสาวละกัน” สีหน้าของเฝ่ยชิงรั่วรู้สึกผิดและเขินอาย เธอขบริมฝีปากพลางขมวดคิ้ว “น้องไป๋ลู่ คุณอยากกินเค้กไหม? ฉันเห็นคุณอยู่คนเดียว กินเค้กเสร็จแล้วฉันจะพาคุณไปทำความรู้จักเพื่อนคนอื่น ๆ นะ”
พูดจบแล้วก็วางเค้กลงบนมือเฝ่ยไป๋ลู่
“ไม่จำเป็…” เฝ่ยไป๋ลู่ถอยหลังสองสามก้าว พลันเฝ่ยชิงรั่วก็ร้องอุทานออกมา ดวงตาเธอกลายเป็สีแดงก่ำ มองเค้กที่ตกใส่ชายกระโปรงอย่างทำอะไรไม่ถูก “โธ่…”
จริตที่น่าสงสารนี้ เหมือนจะบอกทุกคนว่าตัวเองถูกรังแกไม่มีผิด
[ไป๋ลู่ร้ายกาจไปหน่อยนะ ไม่กินก็บอกว่าไม่กินสิ เทใส่คนอื่นทำไม?]
[เหมือนพล็อตในนิยายเลยอะ นางรองที่ชั่วร้ายชอบใช้แผนร้ายประเภทนี้ใส่นางเอก]
[ถ้าเป็ฉันนะ ถึงจะไม่ชอบลูกสาวตัวปลอม แต่ก็จะไม่ทำแบบนี้ มันลดค่าตัวเองไปหน่อย…]
[1] แผนภูมิชีวิต คือ รายละเอียดในดวงชะตาชีวิต หรือภาพรวมของดวงชะตา
[2] พระถังซัมจั๋ง พระจากเมืองถังผู้อัญเชิญพระไตรปิฎก เป็ผู้มีบุญมาเกิด เหล่าปีศาจ้ากินเนื้อเพราะอยากเป็ะ
[3] กินแตง คือ สอดรู้สอดเห็นเื่ชาวบ้าน