บทที่ 28 เอ๊ะ! พลังเติมเต็มให้อัตโนมัติ
ในคลังสมบัติ เจียงหลิงเทียนนั่งขัดสมาธิซึมซับเคล็ดวิชาลับที่อยู่ในเืสีทอง มุมปากของเขาก็อดไม่ได้ที่จะโค้งขึ้นเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาต้องมีความสุขมาก เพราะสิ่งที่ได้รับมานั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน!
เผ่าห้วงมิตินี้นับว่ามีวาสนาต่อเขาจริง ๆ ก่อนหน้านี้ช่วยให้เขาหลอมรวมกระดูกสันหลังัได้สำเร็จ
มาคราวนี้ยังมอบเคล็ดวิชาลับระดับสูงสุดให้เขาอีก หากมีโอกาส เขาคงต้องแวะไปเยี่ยมเยียนพวกมันเสียหน่อยแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหลิงเทียนก็เริ่มดำดิ่งสู่การหลอมรวมพลังสายเื และตั้งใจศึกษา ‘เคล็ดวิชาลับอักษรเจ่อ’ อย่างละเอียด
ทว่าเจียงหลิงเทียนกลับพบว่า ความทรงจำที่สืบทอดมานี้เริ่มเลือนรางลงเรื่อย ๆ
ดูเหมือนจะเป็เพราะพลังไม่เพียงพอ?
เมื่อััให้ละเอียด เจียงหลิงเทียนก็ถึงบางอ้อในทันที
“ที่แท้ปฐมบรรพชนเผ่าอสูรห้วงมิติตนนี้ ไม่ได้ทิ้งเพียงวิชาการหลอมรวมอันแปลกประหลาดไว้ในเืหยดนี้เท่านั้น แต่ยังมีพลังสายเืของตัวมันเองแฝงอยู่ด้วย การจะกระตุ้นเืสีทองนี้ จำเป็ต้องอาศัยการบูชายัญด้วยพลังสายเืของผู้แข็งแกร่งเท่านั้น…ตอนนี้พลังสายเืที่ปฐมบรรพชนเผ่าอสูรห้วงมิติทิ้งไว้ใกล้จะหมดลงแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่การสืบทอดกำลังจะสิ้นสุดลง”
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด เจียงหลิงเทียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะในเวลานี้ เขาจะไปหาพลังสายเืของผู้แข็งแกร่งระดับะมาจากที่ไหนกัน
คำว่า ‘ะ’ นั้น ถือเป็ตัวตนที่ไร้พ่ายภายใต้ขอบเขตว่าที่จักรพรรดิแล้ว
……
ในขณะเดียวกัน ณ ส่วนลึกของโลกแห่งความว่างเปล่า พระราชวังหินสีเขียวโบราณหลังหนึ่งลอยละล่องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ภายในพระราชวัง ตัวตนโบราณหลายตนพลันตื่นขึ้นจากภวังค์
“นั่นคือกลิ่นอายของท่านปฐมบรรพชน! สมบัติสืบทอดของเผ่าเราถูกกระตุ้นขึ้นแล้ว?!”
เสียงที่กึกก้องกังวานสะท้อนไปทั่วห้วงมิติ ภายในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ที่นี่คือดินแดนบรรพชนของเผ่าอสูรห้วงมิติ!
“ข้าก็ััได้เช่นกัน นี่คือกลิ่นอายพลังสายเืของปฐมบรรพชนจริง ๆ”
“เมื่อล้านปีก่อน สมบัติสืบทอดของเผ่าเราถูกจักรพรรดิชิงแห่งเผ่ามนุษย์่ชิงไป ตอนนี้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นแล้ว หรือว่าปฐมบรรพชนกำลังจะกลับมา?!”
ในเผ่าอสูรห้วงมิติ มีตำนานกล่าวขานกันว่า หากผู้ใดจากเผ่าอื่นที่มีพร์สูงส่งบังอาจโลภอยากได้สมบัติสืบทอดของเผ่าพวกเขา
จะถูกปฐมบรรพชนกลืนกินและหลอมรวมกลายเป็ร่างจำแลงของปฐมบรรพชนที่จุติลงมาสู่โลกใบนี้!
นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่ปฐมบรรพชนทิ้งไว้ให้กับเผ่าพันธุ์ของตน!
ร่างสูงใหญ่ทว่าดูชราภาพสามร่างเดินออกมาจากวิหารใหญ่ มองไปทางทิศตะวันออกไกลโพ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร เมื่อล้านปีก่อน จักรพรรดิชิงบุกเข้ามาในดินแดนบรรพชนและสังหารหมู่ไปทั่ว ทำลายเผ่าอสูรห้วงมิติจนบอบช้ำ และนับแต่นั้นมาเผ่าของพวกเขาก็ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
จนถึงปัจจุบัน แม้แต่ผู้บำเพ็ญจากเผ่ามนุษย์ในทวีปตงโจวก็แทบจะกดขี่พวกมันจนแทบหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
หากปฐมบรรพชนจุติลงมา เผ่าพันธุ์ของพวกมันย่อมกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง!
“เอ๊ะ? ทำไมข้ารู้สึกว่าพลังสายเืของปฐมบรรพชนกำลังอ่อนกำลังลงล่ะ?”
คนชราทั้งสามมองหน้ากันด้วยความใ!
“ปฐมบรรพชนนั้นคือตัวตนที่ก้าวข้ามโลกใบนี้ไปนานแล้ว และได้จากโลกเสวียนเทียนไปเมื่อล้านปีก่อน แม้แต่ในหมู่ว่าที่จักรพรรดิก็ยังนับว่าไร้พ่าย หรือว่าปฐมบรรพชนจะเผชิญกับศัตรูที่แข็งแกร่ง จนทำให้การสร้างร่างจำแลงไม่อาจสำเร็จลงได้?!”
“ต้องมีผู้แข็งแกร่งระดับว่าที่จักรพรรดิกำลังขัดขวางแผนการของปฐมบรรพชนอยู่แน่!”
ระดับว่าที่จักรพรรดิ เป็สิ่งที่ผู้แข็งแกร่งระดับะไม่อาจจินตนาการได้
บรรพชนระดับะทั้งสามของเผ่าห้วงมิติในตอนนี้ ทำได้เพียงคิดไปว่ามีตัวตนในระดับเดียวกันกำลังขัดขวางแผนการของปฐมบรรพชนอยู่!
ท้ายที่สุดแล้ว ในยุคสมัยแห่งการ่ชิงนี้ หากคนอื่นอ่อนแอลง ก็ย่อมหมายถึงโอกาสของตนที่จะได้บรรลุเป็จักรพรรดิ การต่อสู้นั้นโหดร้ายอย่างยิ่ง
“แย่แล้ว! หากเป็ไปตามแนวโน้มนี้ พลังสายเืของปฐมบรรพชนกำลังจะเลือนหายไป!” สีหน้าของคนชราคนหนึ่งเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
“พวกเราลองกระตุ้นพลังสายเืของตนเองดูดีหรือไม่ เพื่อช่วยปฐมบรรพชนสักแรง” อีกคนเอ่ยด้วยท่าทางเคร่งเครียด
หืม?! นั่นก็เป็วิธีที่น่าจะใช้การได้!
สายตาของอีกสองคนพลันเป็ประกาย
เผ่าอสูรห้วงมิตินั้นต่างจากเผ่าพันธุ์อื่น เพราะพวกเขายึดถือพลังสายเืเป็ใหญ่
ผู้ที่มีพลังสายเืระดับต่ำ เพียงแค่กระตุ้นรากฐานของตนเอง ก็สามารถบูชายัญพลังสายเืให้แก่ปฐมบรรพชนได้
ด้วยเหตุนี้ เผ่าอสูรห้วงมิติจึงไม่เคยใส่ใจความเป็ตายของอสูรระดับต่ำเลยแม้แต่น้อย
“เื่นี้ยังไม่แน่ชัด เพื่อป้องกันความผิดพลาด ข้าจะลองทดสอบดูก่อน”
“ดี งั้นข้าจะไปเรียกรวมตัวคนในเผ่า เ้าสามไปคุ้มกันพี่ใหญ่!”
ร่างทั้งสามแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนอย่างรวดเร็ว ความกระวนกระวายใจบนใบหน้ายังคงไม่จางหาย
……
“หมดแล้ว... แค่นี้เองรึ?”
เจียงหลิงเทียนััได้ว่าในร่างกายมีหยดเืสีทองเหลืออยู่อีกไม่ถึงสองในสิบส่วน เขาก็รู้สึกพูดไม่ออก พลังสายเืที่ปฐมบรรพชนเผ่าอสูรห้วงมิติทิ้งไว้นี่ช่างน้อยนิดเหลือเกิน
เจียงหลิงเทียนจะไปรู้ได้อย่างไรว่า พลังสายเืของเขาเตรียมไว้สำหรับร่างจำแลง ไม่ได้เตรียมไว้ให้เขามาใช้เป็เชื้อเพลิงแบบนี้…
และตัวเคล็ดวิชาลับอักษรเจ่อ นั้นแบ่งออกเป็สามระดับ
กายาะ ตราบใดที่กระดูกยังอยู่ ร่างกายจะฟื้นฟูได้ไม่จำกัด
เืะ ตราบใดที่ยังมีเืเหลืออยู่หยดเดียว ก็สามารถสร้างร่างกายขึ้นใหม่ได้
ิญญาะ จิติญญาไม่อาจถูกทำลาย ต่อให้เหลือเศษเสี้ยวจิติญญาเพียงนิดเดียว ก็ยังสามารถฟื้นคืนชีพได้
แต่เจียงหลิงเทียนตอนนี้ แม้แต่ระดับแรกเขาก็ยังฝึกไม่สำเร็จ พลังก็ดันจะหมดเสียแล้ว
ถ้าต้องจบลงตรงนี้ หยดเืสีทองนี้สำหรับเจียงหลิงเทียน ก็คงเป็ได้เพียงแค่ตัวช่วยให้เขาทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดโกลาหลเท่านั้น
สำหรับคนทั่วไป นี่ถือเป็เื่น่ายินดีจนต้องจุดธูปบอกบรรพบุรุษแล้ว แต่สำหรับเจียงหลิงเทียนที่เห็นวิชาลับอักษรเจ่ออยู่แค่เอื้อม มีหรือที่เขาจะยอมแพ้
เจียงหลิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
ทว่าในวินาทีถัดมา พลังสายเืของปฐมบรรพชนที่เหลืออยู่เพียงสายใยเดียวพลันสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่ามันได้รับพลังงานเสริมจากที่ไหนสักแห่ง
ในชั่วพริบตา เจียงหลิงเทียนก็มี ‘เชื้อเพลิง’ อีกครั้ง ทำให้เขาสามารถหลอมรวมและศึกษาเืสีทองต่อไปได้!
เอ๊ะ?
ในเื่นี้ เจียงหลิงเทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
แต่ช่างเถอะ ในเมื่อสามารถศึกษาต่อได้ก็ถือเป็เื่ดี!
……