อรุณแรกของวันกำลังฉายแสงเจิดจ้า ชายาตัวเล็กยังนอนหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มๆ หากเเต่ว่าบุรุษผู้คุ้มคลั่งได้ฟื้นตัวจากฤทธิ์ยา มานั่งมองดูใบหน้าของสตรีตรงหน้าแล้วยิ้ม ภาพและร่องรอยของเมื่อคืนมันยังฝังลึกเป็แผลอยู่ตามร่างกายของนาง ในตอนนั้นเองเสียงกุกกักที่อยู่ด้านนอกทำให้อี้เฉียนต้องรีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวซูเจินไว้ ส่วนตนเองนั้นก็รีบเดินไปนั่งดื่มชาที่โต๊ะเสมือนว่าตนเพิ่งเข้ามา
"ซูเจิน เ้าตื่นรึยัง ข้าเอา……ท่านพี่?"
"ใช่ข้าเอง…เหตุใดเ้าจึงมองพี่ของเ้าเช่นนั้นล่ะอี้เถียน?"
"ท่านพี่..มาตั้งเเต่เมื่อไหร่? อาฉางบอกว่าท่านอ่านตำราอยู่ที่จวน แล้วทำไมท่านถึง…"
"ข้าเพิ่งเดินเข้ามาก่อนเ้า ไม่นานนี่เอง…" อี้เถียนมองหน้าผู้เป็พี่อย่างมีพิรุธ อี้เฉียนเองก็กลัวว่าน้องชายจะจับได้ว่าเมื่อคืนเขาค้างที่นี่ บุรุษไม่รอช้าเขารีบเบี่ยงหน้าหลบสายตาและหันไปรินชาใส่จอกแล้วซดไปสองอึกเต็มๆ อี้เถียนล้มเลิกการจับพิรุธไปชั่วขณะ ในมือของเขามีจานขนมหยุนลี่ที่ซูเจินชอบ เขาเดินปรี่เข้าไปหาซูเจินที่เตียงเเต่ทว่าซูเจินนั้นยังหลับอยู่ ด้วยความที่กลัวน้องชายรู้ว่าภายใต้ผ้าห่มนั้นซูเจินยังเปลือยเปล่า อี้เฉียนรีบวิ่งเข้ามาเเย่งจานขนมจากอี้เถียนไปทันที
"นางยังไม่ตื่นตอนนี้หรอก ขนมนี่ข้าขอละกันนะ อ้ะอื้ม!!
"เฮ้!..อะไรกันเนี้ยท่านพี่ ท่านชอบกินขนมหวานตั้งเเต่เมื่อไหร่กัน?"
"ก็เมื่อครู่นี้ไง พอได้ดื่มชาร้อนๆข้าก็อยากตบด้วยของหวานทันที ขอบใจเ้ามากนะอี้เถียน"
"ถ้าท่านอยากกิน ข้าก็ยินดีจะยกให้ ว่าเเต่ท่านพี่มาที่นี่ตั้งเเต่เช้าเลย…คงไม่ใช่ว่าเมื่อคืนท่านพี่ค้างที่นี่หรอกใช่ไหม!!?"
"อึ่ก..อะเเค่ก อะเเค่กๆๆ..สะอึก อื้ม!!" อี้เฉียนกำลังพยายามกินขนมเพื่อลดอาการวิตกเพราะกลัวน้องจับพิรุธได้ กลับแสดงพิรุธออกมาโดยการสำลักทันทีหลังจากที่อี้เถียนพูดจบ น้ำชาร้อนๆถูกรินใส่จอกอีกสองจอกแล้วยกซดรวดเดียว ทำเอาอี้เรียนยิ่งสงสัยกับพิรุธของพี่ชายมาก
"ท่านพี่…วันนี้ท่านดูแปลกๆไปนะ มีอะไรที่ท่านยังไม่บอกข้ารึป่าว?"
"ไม่มี…เ้าก็รู้ว่าข้าไม่เคยปิดบังอะไรเ้า…เ้ามาก็ดีแล้ว ข้าจะบอกเ้าว่าคืนนี้ข้ายกให้เ้าก่อนเพราะข้าจะต้องไปอ่านตำราปรุงยาให้จบน่ะ"
"ถ้าเป็เื่นี้ ทำไมท่านพี่ไม่ไปบอกข้าที่จวนแล้วทำไมท่านต้องมาที่นี่…เเต่เช้า..ไม่สิ เช้ามากๆด้วย ท่านมีอะไรหรือเปล่า?"
"ไม่มี..นี่…เ้าจะสงสัยอะไรข้านักหนา ข้ามาบอกเเค่นี้ล่ะ ขอตัวกลับจวนก่อน เ้าก็อย่ากวนใจนางล่ะ ข้าไปล่ะ" อี้เฉียนลุกขึ้นยืนปัดเศษขนมออกจากเสื้อผ้า มือสองข้างไขว้ไปข้างหลังจากนั้นเขาก็เดินออกประตูไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครั้นเมื่อพ้นประตูอี้เฉียนลอบถอนหายใจแบบโล่งก่อนจะรีบเดินกลับจวนตนเองไป เป็จังหวะเดียวกันกับที่ซูเจินตื่นพอดี
"ท่านพี่นะท่านพี่..ทำตัวแปลกๆ สงสัยจะอ่านตำรามากเกินไป!"
"พูดกับใครอ่ะ?"
"ก็พูดกับท่านพี่น่ะสิ…นี่ซูเจินเ้ารู้อะไรไหม ข้าตั้งใจจะเอาขนมหยุนลี่มาให้เ้า เเต่ท่านพี่น่ะสิ กินคนเดียวหมดจานเลย..แล้วนี่เ้าเป็ยังไงบ้าง?"
"อย่าเข้ามา!!!" ซูเจินะโห้ามไม่ให้อี้เถียนเข้ามาใกล้ นางแหกปากเสียงดังลั่น พร้อมกับใบหน้าที่จริงๆทำเอาอี้เถียนถึงกับต้องหยุดชะงักด้วยความใ ซูเจินค่อยๆเปิดผ้าห่มขึ้นเพื่อมองข้างในและผลสรุปที่ได้คือนางอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า หากอี้เถียนเข้ามาใกล้นางตอนนี้เขาต้องเปิดผ้าห่มขึ้นเเน่ๆ
"ซูเจิน เ้าเป็อะไร ทำไมเ้าถึงทำหน้าเช่นนั้น!!ข้างในนั้นมันมีอะไรงั้นหรือ?"
"ไม่มี..ไม่มีอะไรเลย…ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ท่านช่วยออกไปก่อนได้ไหม ข้ารู้สึกว่าข้ายังอยากจะพักผ่อนอีกหน่อย ส่วนเื่ขนมอ่ะ ไว้วันหลังท่านค่อยเอามาให้ข้าก็ได้นะ"
"ทำไมวันนี้ถึงมีเเต่คนทำตัวแปลกๆ"
"ไม่มีอะไรหรอก เอาเป็ว่าท่านกลับไปก่อนละกันนะ"
"คืนนี้ข้ามาค้างกับเ้า เตรียมตัวด้วยนะแล้วไว้ข้าจะเอาขนมหยุนลี่มาฝากเ้าด้วย ดีไหม?"
"ได้..ดี..ดีมากเลย..ถ้าไม่มีอะไรเเล้ว ฉันนอนนะ"
"อืม…งั้นข้าขอตัวก่อนนะ"
"ได้" ซูเจินรีบสอดมือเข้าไปในผ้าห่มแล้วดึงขึ้นมาคลุมโปรง ส่วนอี้เถียนนั้นก็เอาเเต่แปลกใจเพราะการกระทำของพวกเขาทั้งสองคนนั้นแปลกมากๆ เเต่อี้เถียนก็ทำได้เเค่เก็บความสงสัยเอาไว้แล้วเดินออกจากจวนไปอย่างเงียบๆ เมื่อเสียงเดินของอี้เถียนออกไปพ้นประตู ซูเจินรีบลดผ้าห่มลงมาปกปิดส่วนสำคัญแล้ววิ่งไปที่กล่องเก็บเสื้อผ้าทันที นางต้องรีบเเต่งตัวก่อนที่ใครจะเข้ามาอีก ในตอนนั้นเอง
"ทูนพระชายา พระสนมลีเสด็จมาเพคะ!!"
"ฮ้ะ!!..บอกนางรอแปปนึง ข้าทำธุระอยู่ แปปนึง โอ้ย!..จะขยันมาอะไรนักหนาเนี้ย…อีตาบ้าอี้เฉียนลุกไปตอนไหนไม่บอกเลย ดีนะที่อี้เถียนไม่รู้ โอ้ย!!ต้องรีบแล้วๆ อ้า!!มันมัดยังไงวะเนี้ยเนี้ยยากจัง"
"พระชายาเพคะ พระสนมลีบอกว่าจะไปรอพระชายาที่ศาลากลางน้ำนะเพคะ"
"เอ้า..นางไปแล้วหรอ?"
"เพคะ"
"โอเคๆ..ตอนนี้ข้างนอกมีใครอยู่บ้าง?"
"ตอนนี้มีเเต่ข้าผู้เดียวเ้าค่ะ"
"อ่อ..งั้นเ้าเข้ามาหาข้าข้างในหน่อยสิ"
"เ้าค่ะ…พระชายาเรียกข้า มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือเพคะ?
"ไอ้ชุดนี่มันใส่ยังไงอ่ะ ช่วยหน่อยสิ"
"เพคะ" สาวใช้ในจวนช่วยซูเจินใส่เสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนที่นางจะออกไปสมทบกับสนมลีที่ศาลากลางน้ำ วันนี้เป็วันที่พวกเขานัดการเย็บหมอนนุ่นชุดใหม่ ถึงเเม้ว่าตอนนี้ร่างกายจะไม่เอื้ออำนวย เเต่นัดก็ต้องเป็นัด ซูเจินจำใจต้องเดินด้วยท่าทางแปลกๆแบบนั้นเพื่อไปพบกับสนมลี โดยที่ไม่อาจจะให้ใครล่วงรู้ได้ว่าที่นางต้องเดินด้วยท่าทางขาแยกเช่นนี้ เพราะสาเหตุอะไร….