“เควียร์”
“…เริ่มกันเถอะครับ อีกไม่นานซันไชน์คงมาถึง”
เควียร์ลงจากยานไพรอทมายืนข้างๆ เรนเดลล์ มือเรียวหยิบเอากระบองยืดไฟฟ้าที่ติดอยู่ข้างเอวเรนเดลล์มาถือไว้ เ้าของอาวุธมองตามมือของอีกฝ่ายไปอย่างเผลอไผล หวนนึกไปถึงความทรงจำในอดีตตอนที่ทะเลาะกับหัวหน้าหน่วยแล้วได้าแกลับมาเต็มอก เป็มือเรียวสวยนั้นของเควียร์ที่ช่วยรักษาให้
เรนเดลล์ยกมือขึ้นมาปิดที่ปากของตนเองพลางใช้สายตาวาวมองมาที่เควียร์ คนที่มองเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงนเล็กน้อย ก่อนจะเสตามองไปทางสัตว์ประหลาดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เราจะล่อให้เอง”
เรนเดลล์พยักหน้าตอบรับ พร้อมทั้งโยนอุปกรณ์สำหรับลอยตัวเหนืออากาศไปให้น้องเล็ก มือเรียวคว้ารับเอาไว้ก่อนจะทำการติดตั้งไว้ที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง
“ระวังตัวด้วย”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นไล่หลังเมื่อเควียร์ก้าวขาวิ่งขึ้นไปบนอากาศ เควียร์ตวัดกระบองยืดออกจากกันจนเกิดเสียง ก่อนที่มือเรียวจะเริ่มฟาดอาวุธไปตามทางที่ตนวิ่งผ่าน อากาศโดยรอบถูกอัดแน่นเปลี่ยนให้เป็ก้อนเมื่อถูกกระบองฟาดลงมาจึงเกิดคลื่นอากาศและเสียงส่งไปถึงสัตว์ประหลาดระดับเจ็ดที่ซ่อนตัวอยู่
โดยปกติพวกมันจะซ่อนตัวอยู่หลังพลังงานของประตูมิติ ยกตัวอย่างเช่นสัตว์ประหลาดที่เกิดจากประตูลมจะพรางตัวด้วยสายลม เพราะอย่างนั้นเควียร์จึงต้องสร้างคลื่นรบกวนเพื่อดึงความสนใจให้สัตว์ประหลาดโผล่ออกมา
“…”
เรนเดลล์เงยหน้ามองไปที่เควียร์นิ่ง ภายในอกรู้สึกแปลกชวนหวั่นใจ เพราะถึงแม้เควียร์จะพยายามสร้างเสียงรบกวนขนาดไหนแต่สัวต์ประหลาดที่ได้รับรายงานมากลับยังไม่ปรากฏขึ้นให้เห็นแม้แต่เงา
ตึง!
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำได้เพียงเชื่อใจและหันมาจัดการภารกิจของตนแทน เรนเดลล์เปิดตึงผนึกเมื่อฝูงสัตว์ประหลาดระดับกลางโผล่ออกมาหวังโจมตีเควียร์ ผนึกสีเงินถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วล้อมรอบฝูงของพวกมัน
พรึบ!!
เมื่อผนึกสร้างเสร็จ ปีกสีขาวก็งอกออกมาจากหลังของเรนเดลล์ทันที ร่างสูงสยายปีกออกกว้างก่อนจะพุ่งตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า ดาบยาวประจำตัวปกคลุมไปด้วยพลังเวทต่อสู้
ลูกครึ่งเทวทูตคืออีกชื่อเรียกของ เรนเดลล์ วาเลนเซียร์ เป็ตัวตนของลูกผสมระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าซิกิลลาที่หาได้ยาก ร่างกายเป็มนุษย์และมีปีกขนาดใหญ่ใช้เวทเสริมความแข็งแรงได้
ครืน!!!
ปัง!!
“เควียร์!”
ร่างของเควียร์กระเด็นออกมาจากแรงะเิที่เกิดขึ้น อากาศโดยรอบจับตัวแข็งคล้ายเศษแก้วพุ่งไปรอบทิศทาง ดีที่เควียร์รีบใช้กระบองปัดป้องเอาไว้ได้ทันการ
กรร!!!
เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดดังขึ้นเรียกความสนใจของทั้งสอง ขนาดมหึมาของมันทำเอาตาเบิกโพลงไปชั่วขณะ
"แจ้งข้้อมูล..สัตว์ประหลาดระดับสองปรากฏ"
เรนเดลล์เปิดเครื่องมือสื่อสารแจ้งข่าวไปยังส่วนฐานทัพทันที ร่างสูงรีบบินเข้าไปหาเควียร์เมื่อเห็นสัตว์ประหลาดกำลังปีนออกมาจากรอยแตกของมิติ ขาหน้าของมันจับที่รอยแยกส่วนตัวก้าวออกมาจนเกิดแรงะเืโดยรอบ
“แบบนี้แย่แน่”
เควียร์ตั้งท่าดึงเอาอาวุธปืนออกมาใช้เมื่อเห็นว่าไม่ได้มีแค่สัตว์ประหลาดระดับสองที่โผล่ตัวออกมา สัตว์ปีศาจระดับเจ็ดรูปร่างส่วนหัวคล้ายม้าส่วนตัวคล้ายวัวอีกทั้งยังมีปีกบิน มันพุ่งตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน
ปัง! ปัง!
อาวุธยิงสุญญากาศถูกใช้ยิงสัตว์ประหลาดระดับเจ็ดทันทีที่มันเข้าประชิด แรงยิงถููกปรับระดับให้รุนแรงมากขึ้นกว่าภารกิจก่อนหน้าทำให้เควียร์กระเด็นถอยตามแรงดัน
“อึก”
“เป็อะไรไหม”
ดีที่เรนเดลล์บินมารับเขาเอาไว้ทำให้แผนหลังกระแทกเข้ากับอกแกร่งของอีกฝ่ายพอดี
กรรร!!
เพล้ง! เพล้ง!
“เวร”
เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดระดับสอง ดันขึ้นเป็เท่าตัวเมื่อตัวของมันหลุดออกมาจากรอยแยกมิติ แรงสั่นะเืโดยรอบทำให้แม้แต่ผนึกที่เรนเดลล์สร้างขึ้นเกิดรอยร้าว สัตว์ประหลาดระดับกลางใช้จังหวะนั้นรวมฝูงทำลายผนึกจนแตกออก
หากกล่าวว่าภารกิจครั้งนี้ถึงคราวซวยของพวกเขาก็คงไม่มากเกินไปนัก เลวร้ายถึงขนาดเรนเดลล์สบถคำหยาบออกมาเสียเต็มเสียง
ปัง!!!
เสียงทุบอากาศของสัตว์ประหลาดระดับสองทำให้พื้นที่โดยรอบคล้ายกลายเป็มหาสมุทร อากาศมีแรงดันมากขึ้นจนรู้สึกจุกในอก ปีกของเรนเดลล์ยากจะกระพือจนลู่ลงแนบร่างกาย ดีที่ยังมีอุปกรณ์ลอยเหนืออากาศไม่อย่างนั้นเขาคงจะตกลงพื้นเหมือนนกปีกหัก
“คุณเควียร์!!!”
“อ๊ากกกอะไรวะเนี่ย”
“กรี๊ด!!”
พอเหล่าซันไชน์มาถึงพื้นที่ภารกิจก็ทำเอาเควียร์คิ้วกระตุก สมาชิกทีมบีหลังก้าวขาลงจากพาหนะเดินทางก็ถูกสัตว์ระดับกลางที่หลุดออกจากผนึกพุ่งโจมตีทันที เสียงร้องโวยวายดังลั่นจนดึงดูดความสนใจของสัตว์ประหลาดระดับสูงไปด้วย
เควียร์และเรนเดลล์รีบผละออกจากกันแบ่งออกไปคนละทางเพื่อกำจัดสัตว์ประหลาดระดับสูงคนละตัว
เคร้ง! เคร้ง! ฉึบ
เสียงการเข้าปะทะกันของเรนเดลล์และสัตว์ประหลาดระดับสองดังให้ได้ยินไม่ขาดสาย ต่างจากเสียงกรีดร้องด้านล่างที่รบกวนสมาธิของเควียร์ เควียร์เปลี่ยนจากอาวุธปืนปากกระบอกยาวมาเป็ อาวุธปืนหน้าไม้เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพ
ปั๊ก! ปัง!
โฮกกก!!
สัตว์ประหลาดกางปีกบินเข้าหาเควียร์ทุกครั้งที่ถูกยิงสวน ลูกศรปืนยิงที่ทำจากแร่ไฟถูกยิงเข้าใส่กลางลำคอของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในยามที่มันจะตวัดขาหน้าตะปบทำร้ายเควียร์ เขาก็จะยิงะุแรงดันอากาศขนาดใหญ่สวนกลับทำให้ตัวของมันกระเด็นถอยหลัง สร้างระยะห่างจากตัวเควียร์
ถึงแม้พวกเขาทั้งสามฝ่ายจะรับมือกับสัตว์ประหลาดได้อย่างดี แต่หากไม่มีใครปิดประตูมิติในตอนนี้ ต่อให้จะสร้างความเสียหายต่อสัตว์ประหลาดมากแค่ไหนพวกมันก็จะได้รับพลังจากประตูมิติฟื้นคืนกลับมาอยู่ดี และหากปล่อยให้เวลายืดเยื้อมากขึ้น ความผิดปกติที่มีจะยิ่งสร้างรอยแยกมิติมากขึ้น
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจัดการประตูมิติก่อน
หลังจากที่เควียร์ตัดสินใจได้ เขาก็ลากสัตว์ประหลาดที่ติดพันต่อสู้กับตัวเองไปหาเรนเดลล์ทันที
“พี่!”
ปัง!
เควียร์ปรับะุปืนให้มีแรงดันอากาศเต็มพิกัด ก่อนจะหันตัวไปถีบเข้าที่สัตว์ปีศาจใช้ปืนยิงดันตัวมันให้ลอยไปอยู่ในรัศมีการต่อสู้ของเรนเดลล์
เ้าของเรือนผมสีขาวไม่ได้ตอบรับอะไร เขาใช้อาวุธในมือกวาดต้อนสัตว์ประหลาดระดับเจ็ดเอาไว้พร้อมกับรับการโจมตีของสัตว์ประหลาดระดับสอง ปล่อยให้เควียร์ไปจัดการปิดประตูมิติแทนตนเอง
พลังที่ล้อมรอบประตูมิติอยู่นั้นทำให้เควียร์หยุดชะงักไปชั่วครู่ บรรยากาศและเสียงซัวซ่าของลมคล้ายกับเสียงกระซิบของเหล่าิญญาทำให้เควียร์รู้สึกหูอื้ออึง ระดับประตูหนึ่งเดือนดูแข็งแกร่งเกินกว่าจะปิดได้ในไม่กี่นาที
ในใจของเควียร์ ไรท์ฮาร์ทแอบหวาดหวั่น คล้ายกับจะเดาสถานการณ์ออกว่าหากใช้แรงทั้งหมดที่มีปิดประตูมิติตัวเขาจะโดนกระแสย้อนกลับ
คงได้ไปเที่ยวเล่นนอกมิติอีกแน่
“เริ่มระบบแทรกแซงเข้าทำการปิดมิติ”
เควียร์จัดแจงติดตั้งเครื่องมือสำหรับปิดประตูมิติ กล่องสีดำเท่ากำมือเริ่มขยายใหญ่ขึ้นหลังจากถูกเปิดระบบ แสงสีฟ้าค่อยๆ ขยายออกเป็วางกว้าวคล้ายตาข่ายสายฟ้า มันครอบคลุมไปทั่วบานประตูที่ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อเชื่อมต่อทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว เควียร์จึงเดินขึ้นมาตรงกลางประตู มือเรียวโยนอาวุธปืนของตนเก็บเข้าที่ ก่อนจะดีดนิ้วเรียกเดธไซส์ เคียวขนาดใหญ่อาวุธสำหรับทำลายประตูออกมาถือไว้ในมือ
ซ่า! ซ่า!!
เสียงแทรกแซงของเครื่องมือที่เควียร์ติดตั้งเริ่มดังมากขึ้น เป็สัญญาณให้เควียร์ ง้างอาวุธทุบลงไปที่ใจกลางประตูมิติ
ตึง! ปัง!! ปัง!!
เสียงสะท้อนเมื่อประตูถูกทุบรุนแรงมากขึ้นจนตััวของเควียร์เริ่มยืนไม่นิ่ง รวมทั้งเสียงของสัตว์ปีศาจระดับสูงที่ะเืไปทั่วยิ่งทำให้การปิดประตูยากมากขึ้นไปอีกเท่า
พลังที่ล้อมรอบประตูอยู่ถูกดูดเข้าไปในอุปกรณ์แทรกแซง กล่องสีดำของมันขยายใหญ่จนเกือบถึงลิมิต นั่นยิ่งทำให้เควียร์ต้องรีบเร่งมือให้เร็วขึ้น เพราะหากอุปกรณ์รับพลังของประตูมิติไม่ไหวประตูมันจะส่งพลังเ่าั้มาทำลายเควียร์แทน
ปัง!! ปัง!!!
“โถ่เว้ย! แตกสักที!”
เควียร์สบถออกมาเต็มเสียงเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนของอุปกรณ์ แขนเรียวง้างเคียวสุุดแขนก่อนจะเหวี่ยงมันลงมาเต็มแรงจนเกิดเสียงปัง แต่แทนที่จะเกิดรอยร้าวประตูมิติกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน กระแสพลังที่ถูกดูดเริ่มล้วนออกมาจนร่างกายเควียร์ััได้ ขาของเขาเริ่มชาและรู้สึกเหมือนกระแสไฟช็อต เสียงครืนคาดอื้ออึงดังก้องภายในหูส่งผลไปที่ทัศนียภาพที่เขามองเห็น ร่างกายเริ่มโงนเงน
ไม่ว่าอย่างไรเควียร์ก็เป็หนึ่งในเฮย์ลิออท ต่อให้จะมีเพียงเขาที่เป็มนุษย์โดยสมบูรณ์ไม่ได้มีพลังแฝงของเผ่าพันธุ์อื่นเหมือนอีกสี่คน แต่เขาก็เข้ามาอยู่ในหน่วยด้วยความสามารถระดับสูง เพราะอย่างนั้นถึงจะเป็ประตูมิติที่มีโอกาสปิดยากมากแค่ไหน เขาก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดพ่ายแพ้ให้มันในไม่กี่นาที
ติ้ง ติ้ง ปัง!!!!!!
เรนเดลล์ที่กำลังแทงดาบเข้าที่คอของสัตว์ประหลาดระดับเจ็ดรีบหันมองไปทางต้นเสียงทันทีด้วยความเป็ห่วง แรงะเิขนาดใหญ่แผ่กว้างออกมาจนทางเขาเองก็รับรู้ได้
ปัง!!!!!
ยังไม่ทันที่ฝุ่นจากการะเิรอบแรกจะหมดไป เสียงกระแทกที่ดังกังวานกว่าครั้งก่อนๆ ก็ตามมาติดๆ ถึงเรนเดลล์จะรู้สึกเป็ห่วงอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่เขาก็ต้องหันกลับไปสนใจสัตว์ประหลาดระดับสูงอีกตัวที่ฟาดหางมาทางเขาก่อน
“แค๊ก!”
เควียร์ยกมือขึ้นกุมที่อกหลังจากรับแรงกระแทกของกระแสพลังที่พุ่งกลับมา มองรอยร้าวที่ถูกทุบจนแตกของประตูมิติด้วยความภูมิใจเล็กน้อย ก่อนจะยิงะุปืนไฟไปที่รอยร้าวสลับกับง้างเคียวทุบ แม้ทุกครั้งจะได้รับพลังตีกลับจนร่างเริ่มโงนเงนเควียร์ก็ยังคงไม่หยุดมือ
ประตูที่มีอายุน้อยแม้จะมีสัตว์ประหลาดระดับสูงเฝ้าแต่ใช้เดธไซส์ทุบสองสามครั้งก็แตก แต่ในครั้งนี้เควียร์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็ชาวเหมืองที่พยายามขุดวางะเิหาแร่อย่างเอาเป็เอาตาย แอบคิดติดตลกไปว่าถ้าเลิกเป็หน่วยรบคงจะลองไปเป็นักขุดเหมืองดู ไม่แน่ว่าเขาอาจจะรุ่งโรจน์ในสายงานนี้
แป๊ก!..แป๊กๆ .. เปรี้ยง!!
“เฮือก!!”
ในจังหวะที่ง้างเคียวเตรียมจะทุบประตูมิติอีกครั้ง ตัวเครื่องมือที่คอยดูดพลังรบกวนเกิดแตกออกจากกัน ทำให้พลังของประตูถูกดึงกลับไปที่เดิม
“เฮงซวย”
เควียร์เบิกตาโพลงเมื่อรอยร้าวของประตูกำลังเริ่มสมานเข้าหากัน พร้อมทั้งยังส่งพลังมาที่ตัวของเควียร์จนรู้สึกช้าไปทั้งร่างคล้ายโดนฟ้าผ่า
เควียร์กัดฟันกรอดมือเรียวเร่งง้างทุบเคียวลงที่รอยแตกเร็วขึ้นเพื่อหวังว่ามันจะหยุดการผสานได้
ปัง! ปัง!
ลูกะุอัดอากาศถูกยิงเข้าที่เดิมย้ำๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็ปลายเคียวแหลมคมทุบตามหลัง ใบหน้าของเควียร์เริ่มเคร่งเครียดมากขึ้น ยิ่งประตูมิติเริ่มดึงพลังไปไว้ที่จุดเดียวเควียร์ยิ่งเร่งมือสุดกำลังหวังว่าเขาจะกะเทาะรอยร้าวได้มากขึ้นก่อนมันจะยิงพลังใส่เขา
ครืนน!!!
ปัง!!!!!
“แค๊ก!!”
กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วปาก ร่างกายถูกกระแทกด้วยพลังจนกระเด็นออก ั์ตาของเควียร์พร่ามัวไปขั่วขณะ
“ระวังตัวหน่อยสิ”
แผ่นหลังของเควียร์ถูกโอบไว้ด้วยแขนแกร่งของใครบางคน เสียงทุ้มแหบพร่าที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว เขาหันมองหน้าคนด้านหลังก่อนจะสบเข้ากับั์ตาสีม่วง
“อีรอส”
“พักก่อน”
อีรอส เทมเพสต์
เ้าของเรือนผมสีดำ ดวงตาคมเรียวหรี่สีม่วง จมูกโด่งเป็สัน ปากหยักบาง ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบ ชายผู้ดูเย่อหยิ่งสูงส่งทุกการกระทำ
“พี่สามมาได้ยังไง”
“มาจับเด็กดื้อหนีออกจากบ้าน”
เควียร์เสสายตาหันมองไปทางอื่นทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ
“...ปล่อยก่อน”
เควียร์ผลักแขนแกร่งที่กำลังโอบเอวของตนออกเพื่อจะกลับไปจัดการประตูมิติอีกครั้ง
“เหนื่อยก็อยู่เฉยๆ”
เสียงทุ้มพร่าชวนจั๊กจี้หูดังขึ้นพร้อมกระชับอ้อมแขนแน่น เควียร์จึงปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบหันกลับไปสำรวจประตูมิติที่ตนทำรอยร้าวทิ้งไว้ หวังให้มันยังมีล่องลอยหลงเหลือ แต่สายตากับสะดุดไปที่ใจกลางประตู มันโดนน้ำแข็งกัดกร่อนไปทั่วและกำลังไล่ลามไปรอบๆ
“พี่อีรอสยิงเข้าจังหวะพอดีเลย”
“โอกาสที่น้องเล็กสร้างให้ไงครับ”
“….รีบจัดการให้เสร็จเถอะครับ”
“ได้ครับ”
อีรอสเรียกเดธไซส์ของตนเองออกมา มันมีขนาดใหญ่กว่าของเควียร์ไม่มากนักแต่กลับมีน้ำหนักมากกว่าเป็เท่าตัว เควียร์เห็นว่าอีรอสกำลังจะง้างอาวุธเขาจึงจะผละตัวออกให้อีกฝ่ายขยับได้สะดวก แต่แทนที่อีรอสจะปล่อยมือเขากับยิ่งรัดเอวบางของเควียร์เอาไว้แน่นพร้อมทั้งพาลอยไปด้านหน้าของประตูมิติ เคียวเดธไซส์ถูกทุบลงบนน้ำแข็งที่กำลังกัดกินประตูมิติเพียงครั้งเดียวเสียงร้าวของประตูก็ดังขึ้นทันที
ครืนน!!
ก่อนที่จะทุบลงไปเป็ครั้งสุดท้าย พลังของประตูมิติสร้างกระแสลมขึ้นมาจนเริ่มก่อตัวเป็พายุ ั์ตาคมมองเค้าลางนั้นเพียงครู่เพื่อพิจารณา ก่อนจะฟาดเคียวในมือลงเต็มแรง เสียงประตูแตกดังเพล้งบานประตูข้างหนึ่งเปิดแง้มออก
“เดี๋ยว! อึ๊ก”
ครืนนน เปรี้ยง!!
“!!!!”
พลังของประตูถูกพังทลายลงทันทีแต่ก่อนที่ประตูมิติจะเลือนรางแล้วปิดตัวลงช่องว่างที่แง้มออกเล็กน้อยเมื่อครู่ดูดเอาลมและสิ่งของโดยรอบเข้าไป ไม่เว้นแม้แต่เควียร์และอีรอส
“อั๊ก!!”
“เควียร์!!”
เควียร์เหมือนถูกดูดเข้าไปในพายุทำลายล้างขนาดใหญ่ ด้านในร่างกายถูกบีบอัดจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นเื สมองขาวโพลน ดวงตาพร่าเลือนหนักขึ้นจนฝืนลืมตาไม่ไหว แต่ก่อนที่จะหมดสติเขารับรู้ได้ถึงอ้อมกอดของคนที่โดนดูดเข้ามาในประตูมิติด้วยกัน พร้อมทั้งเสียงร้องเรียกดังลั่นที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนของเรนเดลล์
หลุดเข้ามาในมิติครั้งนี้จะไปโผล่ที่ไหนกันนะ
เควียร์ได้แต่นึกคิดกังวลอยู่แบบนั้น ก่อนจะหลับไปในแขนแกร่ง
-------------------------------------------
นี่เป็การกลับมาเขียนบรรยายอย่างจริงจังของไรท์เลยค่ะ ไม่รู้ว่าภาษาพอจะอ่านไหลลื่น นักอ่านพอจะอ่านเข้าใจง่ายบ้างมั้ย อีกทั้งเื่นี้ฉากต่อสู้เยอะอยู่เหมือนกันค่ะ และเราไม่ค่อยถนัดมาก หวังว่ารี๊ดจะสนุกไปกับเนื้อหานะคะ