หากถามชวีหนานอีตอนนี้เกลียดใครที่สุด? ก็เป็นปีศาจสาวน่ะสิไม่แปลก!
แม้ไม่มีหลักฐาน ไม่รู้ว่าสิ่งที่เข้าไปในตัวของไป๋จื่อชีคืออะไร แต่ในเมื่อสิ่งนั้นรู้ว่าเขาเป็นใคร ทั้งสามารถทรมานเขาให้ยุ่งเหยิงอลหม่าน นอกจากภูตสาว ก็ไม่มีอย่างอื่นให้เขาคิดได้
เขารู้ว่าตลอดมานี้ปีศาจสาวซ่อนตัวอยู่ในเขตลิ้วเหอ ไม่ได้จากไปไหน ที่น่าแค้นใจคือ เขาไม่มีวิชาอาคมติดตัว มิเช่นนั้นต้องจัดการนางจนกลายเป็นเศษฝุ่นควันลอยฟุ้งเป็นแน่!
หืม? ไม่ใช่สิ ปีศาจสาวสำหรับเขาแล้วมีเหตุให้ยกโทษให้ แต่เหตุใดจึงไปทรมานไป๋จื่อชี? หรือเป็นเพราะไป๋จื่อชีก็ทำผิดต่อนางเหมือนกัน?
ลวี่เยา!
ชวีหนานอีนึกถึงลวี่เยาขึ้นทันใด
หากกล่าวถึงคนที่ทำผิดต่อไป๋จื่อชี แล้วยังสามารถใช้ชีวิตรอดปลอดภัยได้อยู่ นอกจากลวี่เยาก็คือเขา
เพียงแต่ หากลวี่เยาเป็นปีศาจสาวจริง มีความสามารถทะลวงสวรรค์ได้ แล้วเหตุใดจึงยังอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์? นางต้องการแสวงหาทรัพย์ แสวงหาตัณหา แสวงหาชีวิต ยังมีอะไรที่นางแสวงหามาไม่ได้อีก? ต่อให้ต้องการแม่น้ำภูเขาที่งามตระการตา กลัวว่าก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสักเพียงใด
เฮ้อ...เขตลิ้วเหอจะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก ก็ยังไม่รู้จริง ๆ ว่าปีศาจสาวนั่นซ่อนตัวอยู่ที่ใด และยังต้องการทำสิ่งใดอีก!
จิตใจชวีหนานอีสับสนวุ่นวาย มาถึงฮัวหยุนตู้ ไม่ลังเลเกรงใจก้าวเข้าไปข้างใน เดินไปถึงลานด้านหลังอย่างคล่องแคล่วคุ้นเคย ตะโกนบอกฮัวชิงหร่านที่งีบพักอยู่บนเรือท้องแบน
ฮัวชิงหร่านลุกขึ้นจากเรือ เพราะถูกแสงอาทิตย์สาดส่องแก้มจึงแดงเล็กน้อย ขับกับใบหน้าที่งดงามดั่งหยกดูมีความเมามาย คล้ายเทพตกสวรรค์ที่เมาตกลงมาบนโลกมนุษย์ ในความประณีตสง่างามย้อมด้วยความเฉิดฉายสวยหรูเช่นนั้น
ฮัวชิงหร่านยิ้มอ่อนไปทางชวีหนานอี พยักหน้ารับ รอยยิ้มนั่น ทำให้ดอกบัวที่อยู่ล้อมรอบตัวเขาถูกบดบังขาดสีสันในทันใด ทั้งหมดกลายเป็นฉากเสริมให้เด่น
ชวีหนานอีหรี่ตาที่เรียวยาว คิดจะหยอกล้ออีกฝ่ายสองสามประโยค ก็กลัวกล่าวลึกซึ้งไปจะล่วงเกินนายท่านที่ไม่เคยแปดเปื้อนไปด้วยฝุ่น จึงนำคำกล่าวนั้นกลืนกลับลงท้อง เฮ้อ หากมิใช่เพราะเรื่องนี้เกินกำลังของตน ไหนเลยเขาจะมาเข้มงวดเคร่งครัดเพียงนี้ แม้คำกล่าวหยอกล้อสนุกสนานก็ล้วนต้องคิดตรึกตรองหลายตลบ จนฝืนกลืนกลับลงท้องในที่สุด ช่างเป็นการอดกลั้นอัดอั้นเสียจริง!
ฮัวชิงหร่านค่อย ๆ ก้าวขึ้นฝั่ง กางร่มเคลือบน้ำมันสีเขียวเข้มหนึ่งคันอย่างเอื่อยเฉื่อย คำกล่าวไร้สาระเพียงหนึ่งประโยคก็ไม่มี แค่แสดงท่าทีเชื้อเชิญสื่อให้ชวีหนานอีนำไปก่อน
ชวีหนานอีถาม “เหตุใดจึงไม่พบหรูเหยียน?”
ฮัวชิงหร่านตอบ “นางไปรักษาโรคการกุศล”
ชวีหนานอีกล่าวชม “หรูเหยียนไม่เพียงโดดเด่นงดงาม ทุ่มเทให้บ้านเมือง ยังมีดวงใจดั่งโพธิสัตว์ที่เห็นอกเห็นใจเมตตาช่วยเหลือมวลมนุษย์ นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก”
ฮัวชิงหร่านกลับหัวเราะ ไม่กล่าวไม่จา
ชวีหนานอีกล่าวต่อ “ใช่แล้ว คืนวันก่อนข้าประสบพบเจอเรื่องแปลกประหลาด ไป๋จื่อชีนั่นคล้ายกับต้องมนตร์ปีศาจเข้าสิงร่าง ทำท่าทางน่าเกลียดร้อยแปด ชิงหร่านทราบหรือไม่ เรื่องนี้ควรจัดการเช่นไร?”
นัยน์ตาฮัวชิงหร่านเป็นประกายแวววับ กล่าวถาม “คนผู้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง?”
ชวีหนานอีกล่าวตอบ “ไม่เป็นอะไร เมื่อคืนวานกลับทั้งกระโดดโลดเต้น ยังร้องเพลงรัก ๆ ใคร่ ๆ เพลงหนึ่ง ไปจนกระทั่งลามกอนาจาร”
ฮัวชิงหร่านหันศีรษะมาทันใด มองไปที่ชวีหนานอีถาม “ร้องว่าอย่างไร?”
ชวีหนานอีตะลึงงงเล็กน้อย จากนั้นจึงฮัมเพลงร้องเลียนแบบว่า “เจ้าชู้หนอเจ้าชู้ พอไม่ระวังก็กลายเป็นทะลึ่ง ทะลึ่งหนอทะลึ่ง ดีไม่ดีก็ตามน้ำไหลไป ตามน้ำหนอตามน้ำ ค่อย ๆ ปล่อยตามไปก็ลามกเหมือนกัน ลามกเหมือนกันหนอลามกเหมือนกัน นกยวนยาง คอพัวพันแกว่งน้ำไหล หนึ่งดอกเก๊กฮวยรอชายเที่ยวหา” ในทำนองแปลกประหลาดนั่นดูเหมือนความตลกขบขันที่โอหังไร้ความเกรงกลัวอย่างหนึ่ง เมื่อตอนที่ร้องครั้งแรกก็รู้สึกไม่รื่นหู แต่หลังจากร้องไปสองรอบ กลับรู้สึกมีความหมายแฝงอยู่
ฮัวชิงหร่านเก็บซ่อนกำปั้นไว้ภายใต้แขนเสื้อกว้าง กำแน่นเป็นตาย คล้ายว่าเป็นความเจ็บปวดบางอย่างที่เก็บไว้ในใจอย่างสุดกำลัง ทั้งยังเหมือนเป็นความต้องการจะบีบคนร้องเพลงให้ตาย ให้สาสมแก่ใจ
หลังจากที่ชวีหนานอีร้องเพลงไปสองรอบ เขายิ้มอย่างขี้เล่นกล่าว “ช่างน่าสนใจ”
ฮัวชิงหร่านคลายมือออก เงยหน้าเหม่อมองไกลออกไป กล่าวติดตลก “ช่างลามกเลวทรามเสียจริง”
ชวีหนานอีหัวเราะเหอะ ๆ กล่าว “คิดไม่ถึง ของบ้าบอนั่น ยังเป็นฝีมือด้านเจ้าชู้ลามกสูง”
ฮัวชิงหร่านกล่าว “ภูตผีปีศาจสัตว์ประหลาด ชอบเข้าสิงร่างคนเป็นที่สุด กินอิ่มพลังลมปราณ”
ชวีหนานอีเลิกคิ้วถาม “ชิงหร่านรู้สึกจริง ๆ หรือว่า สิ่งที่เข้าไปในร่างของไป๋จื่อชีคือภูตผีปีศาจสัตว์ประหลาด? โลกมนุษย์ต่างกล่าวว่ามีภูตผี แต่หนานอีตั้งแต่แรกจนกระทั่งตอนนี้กลับไม่เคยเห็นแม้สักตนเดียว กลับเป็นคนที่ดุร้ายเหี้ยมโหดน่าหวาดกลัวกว่าผีร้ายเสียอีก”
ฮัวชิงหร่านเคร่งขรึมครู่หนึ่ง กล่าว “โลกมนุษย์มีมนุษย์ นรกก็มีภูตผี เพียงแต่ มนุษย์และผีมีเส้นทางแตกต่างกัน แค่ไม่รุกรานกันและกัน หลังคนตาย กลายเป็นผี แน่นอนว่าย่อมมีที่ที่พวกเขาต้องไป หากฝ่าฝืนขัดขืนอยู่ในโลกมนุษย์มิกล้าจากไป สร้างความหายนะต่อโลกมนุษย์ ก็จะมียมทูตคอยจับกุม เมื่อนักพรตเต๋าพบเจอ ก็จะลงมือปกป้องกฎแห่งธรรมชาติ”
ชวีหนานอีกล่าวหยอกล้อ “ที่แท้ ชิงหร่านกับยมทูตทำก็คือผู้ร่วมงานกันนี่เอง”
ฮัวชิงหร่านไม่สนใจการหยอกล้อของชวีหนานอี กล่าวต่อ “เจ้าว่าผู้ที่ถูกสิงร่างกลับร้องเพลงเนื้อหารัก ๆ ใคร่ ๆ เช่นนี้แล้วคงมิใช่ผีร้ายหมายเอาชีวิต หรือหากเป็นภูตผีที่เดิมเต็มไปด้วยความอาฆาตเคียดแค้น จะมีกะจิตกะใจร้องเพลงรัก ๆ ใคร่ ๆ เช่นนั้นได้อย่างไร ถ้าใช่ภูตผีคงกลัวจะถูกพบเจอ จึงเพียงแอบขโมยสิงร่าง ดูดกินพลังลมปราณของมนุษย์จนสะอาดหมดจดแล้วค่อยจากไปอย่างเงียบ ๆ ในมุมมองของคนภายนอก ผู้ที่ถูกภูตผีสิงร่างกับคนธรรมดาทั่วไปนั้นไม่แตกต่าง ดังนั้น...” เขาหันศีรษะ มองไปทางชวีหนานอี ประกายตาร้อนผ่าวและอันตราย “ชิงหร่านคาดเดาว่า ไป๋จื่อชีนั่นน่าจะถูกคนร่ายมนตร์หุ่นเชิดใส่”
ชวีหนานอีถาม “มนตร์หุ่นเชิดเป็นอย่างไร?”
ฮัวชิงหร่านกล่าว “มนตร์หุ่นเชิด คือการผูกมัดจิตวิญญาณของผู้ถูกร่ายมนตร์ หลังจากนั้นให้ผู้ร่ายมนตร์ครอบงำร่างกายของผู้ถูกร่ายมนตร์ เพื่อบรรลุจุดประสงค์บางอย่างที่ไม่ให้คนรู้” เขายกมุมปากขึ้นเบา ๆ “หากเป็นคนที่มีวิทยายุทธทั่วไปร่ายมนตร์นี้ ต้องเป็นการทำลายลมปราณอย่างรุนแรง ทว่าฟังหนานอีกล่าว ผู้ร่ายมนตร์นั่นเพียงหยอกล้อแกล้งไป๋จื่อชีเล่น จากที่เห็นนี้ ผู้ร่ายมนตร์นั่นต้องเป็นผู้บำเพ็ญขั้นสูงแน่นอน เวทมนตร์ต้องห้ามเช่นนี้ จึงนำมาใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว”
ชวีหนานอีแอบตระหนกตกใจ กล่าวถาม “หากชิงหร่านประลองฝีมือกับผู้ใช้มนตร์นั่น สามารถมีวิธีชนะหรือไม่?”
แววตาฮัวชิงหร่านมีประกายความเหี้ยมโหดดุดัน แต่ไม่นานกลับจางหายไปไม่พบ และกลายเป็นสงบนิ่งเช่นนั้นอีกครา กล่าวอย่างเฉยชาว่า “สู้ได้ แต่...คงแพ้”
ชวีหนานอีสูดหายใจเข้าทีหนึ่ง ขมวดคิ้วกล่าว “พูดแบบนี้ เจ้าก็รับมือนางไม่ไหวหรือ?!”
ฮัวชิงหร่านดวงตามองต่ำกล่าว “ก็มีวิธีอยู่บ้าง”
ชวีหนานอีครุ่นคิดตรึกตรองเคร่งขรึมขึ้น ใช่ สรรพสิ่งบนโลกมนุษย์ล้วนสนับสนุนและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน แค่ปีศาจสาวตนเดียว จะสามารถอยู่ยงคงกระพันไม่ถูกทำลายได้อย่างไร? ต้องมีวิธีรับมือนางสิ!
ทั้งสองไร้การสนทนาตลอดทาง ชวีหนานอีขี่ม้า ฮัวชิงหร่านนั่งเกี้ยว มุ่งตรงไปยังบ้านหลี่ต้าปิง
ชวีหนานอีควบม้าขึ้นไปเทียบข้างหน้าต่างเกี้ยวของฮัวชิงหร่าน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้ฟังรอบหนึ่ง เขารอดูปฏิกิริยาฮัวชิงหร่าน จึงมิได้บอกในส่วนที่ตนเองคาดการณ์ไว้
ทั้งคู่มาถึงนอกลานบ้านของบ้านหลี่ต้าปิง ชวีหนานอีกระโดดลงจากม้า รอฮัวชิงหร่านลงจากเกี้ยว
แต่รอแล้วรอเล่า ก็ไม่เห็นฮัวชิงหร่านลงมาเสียที
ขณะที่ชวีหนานอีกำลังจะร้องเรียก ก็ได้ยินเสียงถังโยวดังขึ้นจากปลายถนน ร้องตะโกนอย่างตื่นตกใจ “ตายแล้วแม่เจ้าประคุณทูนหัว ท่านพี่ ข้าหาท่านเจอจนได้! ข้าได้ยินว่าทารกน้อยของบ้านหลี่ต้าปิงอีกนิดเดียวก็จะถูกขโมยไปแล้ว วุ่นวายกันทั้งคืน ทำตกอกตกใจกันไปจนถึงขุนนงขุนนาง ข้ารู้เลยว่าท่านต้องอยู่ที่นี่แน่นอน!” น้ำเสียงทุ้มต่ำ และหน้าซาลาเปาขมวดเป็นก้อนเดียวกัน กล่าวอย่างเจ็บปวดหัวใจ “ท่านพี่ ท่านได้ส่งคนไปหาหลินเอ๋อร์ของท่านอาข้าหรือไม่? ท่านอาของข้าอยู่บ้านร้อนใจจนทนไม่ไหวแล้ว เป็นตุ่มพุพองที่ปาก พร่ำเพ้อรำพันถึงแต่หลินเอ๋อร์ของนางจนไม่กินไม่นอน เป็นเช่นนี้ต่อไปคงโง่แล้ว”
ลวี่เยายืนอยู่กับถังโยวเยื้องไปข้างหลัง เหมือนคนล่องหนไม่มีผิด ไม่ให้ความรู้สึกว่ามีตัวตน ทว่าชวีหนานอีกลับเหลือบมองเห็นนางแล้ว
ชวีหนานอีเดิมปวดศีรษะรุนแรง แต่พอได้มองตาที่เล็ก ๆ ใหญ่ ๆ ของลวี่เยาคู่นั้น อารมณ์ก็เบิกบานขึ้นมาทันที ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม กล่าวกับถังโยวว่า “เรื่องนี้ไม่ปกติเหมือนทั่วไป เจ้าอย่ากระสับกระส่ายรีบร้อน ข้าเชิญผู้เชี่ยวชาญมาดูแล้ว ต้องมีวิธีแน่นอน” กล่าวจบ ยกมือชี้ไปที่เกี้ยว
ในเกี้ยวเงียบสงัดไร้เสียง คนขับรถม้าถอยไปด้านข้างด้วยความเคารพ ชัดเจนว่ามิได้จะเรียกเตือนให้ฮัวชิงหร่านลงจากเกี้ยว ดูท่าทางแล้ว เคยชินจนเป็นปกติ
ชวีหนานอีเดินขึ้นไปข้างหน้าสองก้าว เคาะแผ่นกระดานรถ ร้องเรียก “ชิงหร่าน...ฮัวชิงหร่าน...จอมยุทธฮัว...”
ฮัวชิงหร่านยื่นมือที่บอบบางเหมือนเครื่องลายครามออกมา แหวกม่าน ท่าเดินลงจากรถม้านั้นสง่างาม เป็นดั่งเทพตกสวรรค์นอกโลกมนุษย์ไม่มีผิด ชุดคลุมสะบัดพลิ้ว อีกทั้งเป็นดั่งพระจันทร์ส่องสว่างสดใสเพียงหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ แก้มขวามีรอยสีแดงสองเส้น ดูท่าทางคงถูกแผ่นกระดานของรถบีบทับเป็นรอย โอ้ คนผู้นี้นอนหลับอยู่ในรถ แถมยังหลับสนิทเสียด้วย
ถังโยวเห็นบุรุษงดงามไร้เทียมทานฮัวชิงหร่าน อารมณ์ก็ร่าเริงสดใสโดยพลัน นางสลับขาสั้น ๆ ที่ใหญ่อ้วนเดินสองก้าวไปอยู่ด้านข้างฮัวชิงหร่านแล้วยืดเอวให้ตรง เก็บหน้าท้องให้แน่นกระชับ เงยหน้ายิ้มแย้มกล่าว “ท่านพี่ฮัว...”
ฮัวชิงหร่านที่กางร่มหยุดชะงัก พยักหน้าตามมารยาท แต่กลับไม่ตอบรับการขานเรียกของถังโยว
ชวีหนานอีสูดปากทีหนึ่ง ลอกเลียนท่าทางของถังโยว ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของฮัวชิงหร่าน กล่าวเสียงสูง “ท่านพี่ฮัว ท่านดูที่ตรงนี้มีที่แปลกประหลาดหรือไม่?”
“พรึบ...” ฮัวชิงหร่านกางร่มสีเขียว
ชวีหนานอีหลีกไปด้านหลัง หลบชะตากรรมอันเกิดจากขอบร่มที่เกือบบาดหน้า
“อูยย...” ถังโยวปฏิกิริยาเชื่องช้า ถูกขอบร่มฟาดเข้าที่หน้า แม้นางจะผิวหยาบหนังหนา ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ เอาไว้ แต่ก็ไม่สบายเอาอย่างมาก
ลวี่เยากลอกตามองฮัวชิงหร่าน แววตาลึก ๆ ซ่อนไว้ไม่แสดงออก ปิดบังซึ่งความอาฆาตแค้น
ทันใดนั้น ใต้ชุดคลุมของฮัวชิงหร่านมีเสียงอื้ออึงดังออกมา คล้ายเสียงมังกรคำราม!
นัยน์ตาของลวี่เยาหดเล็ก รีบก้มหน้า ไม่กล้ามองฮัวชิงหร่าน เจ้านี่ นำ “สามภพ” ของนางพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วย!
สีหน้าฮัวชิงหร่านเคร่งขรึม เขายกชุดคลุม ดึง “สามภพ” ออกมา กวาดตามองไปรอบ ๆ ในใจตื่นตระหนกกลัวอย่างแปลกประหลาด นอกจากตอนอยู่ที่ฮัวหยุนตู้ “สามภพ” เคยถูกเขาทิ้งไว้ในห้อง ส่วนเวลาอื่น ๆ เขานำมันพกติดตัวไว้ตลอด อย่างแรกเพราะกลัวว่านักพรตหญิงยังไม่ตายและมาตามล้างแค้น จะได้มีเครื่องเตือนภัย อย่างที่สองเพื่อหาตัวนักพรตหญิงนั่นให้เจอก่อนหนึ่งก้าว จัดการได้เรียบร้อยจะได้มีความสุข ส่วนอย่างที่สาม เป็นเพราะเขาชอบมัน
“สามภพ” นี้ดำเงาตลอดทั้งเล่ม กลับบางดั่งปีกแมลงปอ คมดุจน้ำค้างแข็งฤดูใบไม้ร่วง ถือไว้ในมือเบาเช่นขนนก ภายใต้การโบกสะบัดเห็นได้ชัดว่าคมกริบ พลังที่ไม่อาจหยุดยั้ง พันหมื่นคนก็ต้านไม่อยู่ สามารถตัดโดนขนที่ปลิวลอย จนกระทั่งตัดทองตัดหยก ชายธรรมดาทั่วไปคงไม่ชอบมันเพราะเบาเกิน ขาดราศีของนักรบม้าเหล็ก แต่ฮัวชิงหร่านกลับรักมันที่เบารวดเร็วเพียงอย่างเดียว จึงพกพาติดตัว
เวลานี้ “สามภพ” จู่ ๆ ส่งเสียงอื้ออึง พิสูจน์ได้ว่านักพรตหญิงต้องอยู่บริเวณนี้แน่นอน! ทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่ท่ามกลางผู้คนรอบ ๆ นี้
นัยน์ตาฮัวชิงหร่านว่องไวเฉียบคม ปราดตามองใบหน้าทุกคนที่ผ่านไป
ถังโยว มองรูปร่างก็รู้ไม่ใช่นาง หงซิ้ว มองความสูงก็รู้ไม่ใช่นาง ลวี่เยา เหตุใดไม่กล้ามองเขา?
เสน่หาชั่วกัลป์ เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้า ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebook แล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***