เมื่อเอกสารทุกอย่างถูกเขียนออกมาและทำสำเนาสำหรับเก็บเอาไว้ทุกฝ่ายแล้วเลขาธิการพรรคระดับหมู่บ้านและหัวหน้าหมู่บ้านก็เตรียมตัวกลับบ้านพรุ่งนี้ยังต้องไปจัดการเื่เอกสารที่ตัวอำเภออีก
แต่พอมองไปเห็นหลิวซือซือจึงได้เอ่ยถามขึ้น“แล้วเสี่ยวซือซือที่แสนอาภัพของพวกเราล่ะจะอยู่ต่อไปอย่างไร”
พ่อหลิวมองลูกสาวที่รีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็วแล้วก็เอ่ยขึ้นมา“่นี้ที่หลานยังเล็กก็คงให้อยู่บ้านหลังนี้ไปก่อนรอให้เธอมีลู่ทางก็ค่อยขยับขยายออกไปอยู่ต่างหาก”
คำพูดของพ่อสามีที่ออกมาในเชิงปกป้องน้องสาวสามีนี้ทำให้เหล่าพี่สะใภ้อีกสามคนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อาจพูดอะไรต่อหน้าสองผู้นำหมู่บ้านได้
“เอาอย่างนั้นก็ได้แต่ถ้าอยากจะออกไปอยู่ต่างหากที่หมู่บ้านเราก็มีบ้านดินเก่าๆหลายหลังเล็กหน่อยแต่สำหรับยัยหนูเสี่ยวซือซือกับหลานแฝดก็น่าจะพออยู่ได้ราคาไม่ได้แพงมากหรอกจ่ายให้หมู่บ้านแค่สิบหยวนเท่านั้นก็เข้าไปอยู่ได้เลย มีโฉนดด้วยนะ”ที่มันถูกเช่นนี้ก็เป็เพราะมันกันดารมากๆนั่นเอง
หลิวซือซือกำมือแน่นตอนนี้เธอมีเงินแค่ห้าหยวนที่ได้จากพี่สี่และพี่สะใภ้สี่เท่านั้นยังจะเอาเงินสิบหยวนมาจากที่ไหนกัน
“ถ้าลูกชายลูกสาวของฉันโตกว่านี้อีกสักหน่อยฉันจะไปติดต่อที่บ้านของลุงนะคะ”เธอพูดกับเลขาหมู่บ้านด้วยความนอบน้อม
“อืม ดีแล้วล่ะอดทนอีกหน่อยก็แล้วกันหมู่บ้านเราล้วนเห็นใจเธอไม่มีใครซ้ำเติมเธอหรอกนะเสี่ยวซือซือ”
“ฉันทราบค่ะ”คำพูดนี้พูดให้สวยหรูดูดีเท่านั้นดูเอาเถอะแค่คนในบ้านหลังนี้ก็มีไม่ต่ำกว่าสิบคนที่ดูแคลนเธอทั้งยังหาสารพัดเื่มาพูดกระแนะกระแหนเธอ
“อืมจัดการเื่เสร็จแล้วก็คงต้องกลับบ้านต่อไปใครจะแยกออกไปอยู่ต่างหากก็ลองพิจารณาบ้านดินที่ว่างๆดู หรืออยากจะสร้างขึ้นใหม่ก็ให้ไปติดต่อที่บ้านนะ”
พ่อหลิวและแม่หลิวต่างก็เดินไปส่งเลขาและหัวหน้าหมู่บ้าน
สะใภ้สามก็ได้ฉวยจังหวะที่พ่อแม่สามีเดินออกไปนี้มาพูดกับหลิวซือซือ “เงินห้าหยวนนี่เธอไม่คิดจะจ่ายหนี้ให้พวกเราบ้างเหรอน้องเล็ก”
หลิวซือซือรีบยัดเงินเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว“ฉันจะเก็บเอาไว้ก่อนค่ะ เผื่อมันจะเกิดดอกออกผล”
พี่สะใภ้สามเบ้ปากอย่างเหยียดหยันทันที“ฮึ!ไม่มีปัญญามากกว่า” ว่าแล้วเธอก็สะบัดหน้าเดินกลับไปยังพื้นที่ของตัวเอง
“น้องเล็กเธอก็อย่าคิดมาก”
“ฉันไม่ได้คิดมากหรอกค่ะพี่สี่แค่กำลังคิดว่าจะทำยังไงเงินห้าหยวนที่พี่กับพี่สะใภ้ให้มาจึงจะเพิ่มขึ้นฉันไม่แน่ใจว่าตอนนี้พวกเราสามารถค้าขายได้แล้วหรือยังคะ”
“ได้ยินมาว่าค้าขายได้แล้วแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังกังวลกลัวจะถูกจับก็เลยไม่ค่อยมีคนออกไปค้าขาย อย่าบอกนะว่าเธอจะค้าขาย”พี่สี่หลิวถามน้องสาวอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ถามเอาไว้เฉยๆค่ะตอนนี้ลูกของฉันยังเล็กจะไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวก”อีกอย่างหมู่บ้านสกุลหลิวก็เป็หมู่บ้านบนเขาที่อยู่ห่างไกลจากตัวตำบาลเป็สิบกิโลเมตรไม่ต้องกล่าวถึงตัวอำเภอ หรือตัวเมืองใหญ่เลย
“ลองไปดูตลาดนัดในตำบลดูสิซือซือพี่สะใภ้สี่มีญาติห่างๆคนหนึ่ง เขาลองเอาปลากับของป่าไปขายที่นั่นก็พอขายได้อยู่นะ”
“จริงเหรอคะพี่สะใภ้สี่”
“อืม จริงสิ”
“ฮึ! เป็ชาวนามีเกียรติดีๆกลับไม่ชอบจะไปค้าขายอะไรกัน อาชีพน่าอับอายขายหน้าถึงเพียงนั้นถ้าเธอไปค้าขายก็อย่าบอกใครนะว่ารู้จักกับฉันคนนี้”สะใภ้สามร้องแหวออกมาจากพื้นที่หลังม่านของเธอ
“ใช่แล้วล่ะน้องเล็กถ้าเธอไปค้าขายทำงานประเภทนั้นก็อย่าบอกใครล่ะว่าเป็น้องสาวของฉันคนนี้”พี่สามหลิวเอ่ยเสริมภรรยาของเขาเป็ปี่เป็ขลุ่ย
“รับรองฉันจะไม่บอกใครว่ารู้จักครอบครัวของพี่สามค่ะ”ว่าแล้วหลิวซือซือก็เดินกลับไปที่พื้นที่ส่วนตัวของเธอทันที
วันต่อมาแม้จะแยกบ้านและแบ่งเงินแบ่งอาหารกันแล้วแต่ทุกคนก็ยังไม่มีความสามารถจะแยกออกไปอยู่ต่างหากนั่นก็เพราะพวกเขามีเงินเพียงน้อยนิดเท่านั้นถ้าต้องไปซื้อบ้านดินหลังเล็กของหมู่บ้านหรือจะสร้างบ้านดินหลังใหม่ล้วนต้องจ่ายเงินทั้งนั้น
หลิวซือซือเองก็ตื่นั้แ่เช้า อาศัย่ที่สองแฝดยังไม่ตื่นเธอก็เดินออกจากบ้านไปยังสหกรณ์ร้านค้าของหมู่บ้านที่มีขนาดเล็กเธอนำเงินสองหยวนไปหาซื้อข้าวของเครื่องใช้อย่างละนิดอย่างละหน่อย
“ซือซือเป็เธอนี่เอง หายดีแล้วเหรอ”หญิงร่างผอมผิวกร้านแดดอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับหลิวซือซือร้องทักออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน
หญิงสาวหันกลับไปมองคนที่ร้องเรียกเธอก็ได้เห็นว่าเป็คู่กัดที่เคยแย่งชิงผู้ชายสารเลวคนนั้นกับเธอนั่นเอง “อืมมีอะไรหรือเปล่าลี่อิน”
ลี่อินไหนเลยจะชินกับท่าทีสุขุมแบบนี้ของอีกฝ่ายแต่ไม่ว่าจะชินหรือไม่เป้าหมายที่เธอร้องเรียกอีกฝ่ายเอาไว้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป“แล้วเป็ยังไงไปตามสามีกลับมา เขายินดีกลับมาอยู่กับเธอไหม”
“เธอถามเพราะอยากจะรู้ว่าเขาพักอาศัยอยู่ที่ไหนอย่างนั้นเหรอลี่อินเสียใจด้วยนะถึงฉันจะไม่อยากได้เขาเป็สามีแล้วแต่เธอก็คงไม่มีสิทธิ์”แล้วเธอก็เดินออกมาจากสหกรณ์ร้านค้าพร้อมกับข้าวของในมือ ถามแบบนี้คิดจะซ้ำเติมกันยังจะให้เธอพูดดีด้วยอย่างนั้นเหรอไม่รู้หรือว่าเ้าของเดิมของร่างนี้ะโน้ำตายไปแล้ว
“เชอะ!ถูกผู้ชายทิ้งล่ะไม่ว่ามีใครบ้างไม่รู้ว่าเธอถูกพวกเขาใช้เงินร้อยหยวนเพื่อแลกกับการไม่ต้องไปยุ่งกับพี่เฉินเธอน่าจะรู้นะว่าเขากับเธอมันไม่มีทางเป็ไปได้ั้แ่ต้นแล้วสมน้ำหน้าแย่งเขาไปจากฉันแล้วยังถูกคนอื่นแย่งต่อ”
หลิวซือซือหันขวับกลับไปมองคนที่ร้องประจานเธออยู่ที่สหกรณ์ร้านค้าครู่หนึ่งแต่ไม่นานก็ตัดใจหมุนตัวเดินกลับไปยังทิศทางเดิม
มาคิดดูดีๆแล้วถ้าเ้าของร่างเดิมไม่อยากเอาชนะลี่อินคนนี้ที่เป็คู่กัดกันมาั้แ่เด็กก็คงไม่มีการแต่งงานกับเฉินเหว่ยหงคนนั้น
คิดแล้วมุมปากของหลิวซือซือก็ยิ้มเหยียดออกมาน่าอดสูจริงๆที่ร่างกายนี้แปดเปื้อนเพราะผู้ชายสารเลวคนนั้นแต่ก็ยังมีเื่น่ายินดีอยู่อย่างก็คือสองแฝดที่เป็เหมือนความอบอุ่นให้หัวใจของเธอ
เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็นำเอาข้าวของที่ใช้เงินสองหยวนซื้อมาไปเก็บเอาไว้ในตะกร้าสานใบเล็ก
“ใช้จ่ายมือเติบราวกับว่าเป็ลูกคนรวยในเมืองแบบนี้คงไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้แน่ๆ”
“สะใภ้สาม!เธอหุบปากให้ฉันเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ทุกคนล้วนแยกบ้านกันแล้วเธอจะอะไรนักหนากับเสี่ยวซือซือของพวกเราถ้าเธอไม่พอใจก็ขนข้าวของออกไปอยู่ข้างนอกเลยไป!” แม่หลิวะโออกมาจากห้องครัวอย่างเดือดดาลไม่ต่างจากน้ำร้อนที่กำลังเดือดในหม้อ
“ฉันก็แค่กังวลว่าเธอจะใช้จ่ายจนไม่เหลือเงินแม้แต่เฟินเดียวเท่านั้นค่ะคุณแม่ถึงตอนนั้นใครจะรู้ล่ะว่าเธอจะมาขอเงินจากคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า”
“ขอหรือไม่ขอก็ไม่ใช่เื่ของเธอเงินนี่เป็เงินของพวกเราจะให้หรือไม่ให้ใครล้วนไม่เกี่ยวกับหล่อน”
“พอได้แล้ว” พี่สามหลิวกระซิบบอกภรรยาจากนั้นก็ลุกออกจากที่นอนเดินออกจากบ้าน เพื่อไปจัดการธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำส่วนรวมของหมู่บ้าน
สะใภ้สามได้แต่เบ้ปากก่อนจะถลึงตาไปทางหลิวซือซือซึ่งอีกฝ่ายก็เอาแต่เงียบไม่ตอบโต้ เห็นเธอเป็ตอไม้หรืออย่างไรกัน
เมื่อเก็บข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหลิวซือซือก็หยิบไข่ออกมาจากตะกร้าสองฟอง วันนี้เธอซื้อไข่จากสหกรณ์ร้านค้ามาหนึ่งชั่งในราคาสามเหมาคิดจะต้มไข่ให้ตัวเองและเผื่อคุณพ่อคุณแม่ด้วย จึงได้เดินถือไข่เข้าไปในห้องครัว
“หม้อเล็กว่างไหมคะแม่ฉันอยากจะต้มไข่สองฟอง”
“อยู่โน่นแน่ะเสี่ยวซือซือบ้านเราก็มีไข่ทำไมต้องไปซื้อให้เปลืองเงินด้วย” ยามพูดกับลูกสาวคนเล็กนั้นต่างกันอย่างลิบลับกับเวลาที่พูดกับเหล่าลูกสะใภ้แต่แม่หลิวก็หาได้สนใจพวกหล่อนอยู่แล้ว
“ฉันจะต้มเอาไว้กินแล้วก็ให้พ่อกับแม่ด้วยค่ะ”เธอเติมน้ำใส่หม้อใบเล็กจากนั้นก็ยกไปตั้งบนเตาเล็กแล้วก็ใส่ไข่สองฟองลงไปอย่างเบามือจากนั้นก็ปิดฝาเอาไว้แล้วก็นั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้น
“ไม่ต้องๆพ่อกับแม่ไม่ต้องกินไข่พวกนี้หรอก เธอต่างหากที่้าการบำรุง”
“ฉันซื้อมาหนึ่งชั่งมันยังเหลืออีกเยอะพอสมควรค่ะแม่แบ่งให้พ่อกับแม่คนละครึ่งฟองนะคะ”
“ลูกคนนี้นี่จะกตัญญูก็ต้องดูแรงกำลังของตัวเองเสียก่อน”
“ไม่รู้ล่ะค่ะ ฉันได้กินไข่ฉันก็จะแบ่งให้พ่อกับแม่ต่อไปถ้าฉันได้กินหูฉลามกินรังนกฉันก็จะแบ่งให้พ่อกับแม่กินเหมือนกัน”
แม่หลิวหัวเราะเบิกบานใจ ไหนเลยจะจำได้ว่าเมื่อครู่ยังเดือดดาลให้ลูกสะใภ้สามไปหยกๆ
“ได้ๆๆแม่จะรอว่าเธอจะเอาหูฉลามกับรังนกมาให้ตาแก่กับยายแก่อย่างพวกเราตอนไหน”
“ฉันรับรองได้เลยว่าแม่ไม่ต้องรอนานเป็สิบปี”เอ่ยจบหลิวซือซือก็เชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง เธอพูดได้เธอก็สามารถทำได้ ระหว่างนี้ก็ดูไปก่อนว่าใครหวังดีและจริงใจกับเธอพอถึงตอนที่เธอสุขสบายเธอจะนำพาพวกเขาให้สุขสบายไปด้วยกัน
เมื่อถึงเวลากินข้าวเช้าแม่หลิวก็แบ่งข้าวต้มให้ลูกสาวคนเล็กมาหนึ่งถ้วยส่วนหลิวซือซือก็แบ่งไข่ให้พ่อกับแม่คนละครึ่งฟองส่วนตัวเองกินครึ่งฟองที่เหลืออีกครึ่งฟองเก็บเอาไว้กินตอนเที่ยง
เหล่าหลานๆจากบ้านใหญ่บ้านรองและบ้านสามมองไข่ต้มของอาเล็กกันตาละห้อยแต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ได้มองนานเพราะถูกแม่ของพวกเขาบิดเอวไปคนละทีสองทีจึงได้จำใจก้มหน้ากินน้ำต้มข้าวต่อไปอย่างอนาถใจ
ใครบอกว่าแยกบ้านกันแล้วพวกเขาจะมีชีวิตที่ดีขึ้นมีแค่คุณปู่คุณย่า อาเล็กและก็บ้านของอาสี่เท่านั้นที่ได้กินดีขึ้นส่วนพวกเขาน่ะเหรอ เคยกินอย่างไรก็กินอย่างนั้นไม่สิน่าจะบอกว่าเลวร้ายยิ่งกว่าตอนไม่แยกบ้านเสียอีกเพราะคุณแม่ของพวกเขาบอกว่าทุกคนต้องประหยัดไม่อย่างนั้นจะไม่มีเงินสร้างบ้านใหม่และก็เหตุผลอีกมากมายที่พวกเขาฟังไม่เข้าหู
เมื่อกินข้าวเสร็จหลิวซือซือก็นำจานชามของพ่อแม่ไปล้างจากนั้นก็ไปยกตะกร้าเสื้อผ้าพ่อกับแม่มาไว้ เธอบอกพวกท่านว่าจะซักเสื้อผ้าให้เอง ซึ่งทั้งสองก็ไม่ว่าอะไรกลับยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขแล้วก็เดินออกจากบ้านเพื่อไปทำงานในแปลงนา
“อย่าคิดว่าประจบเอาใจคุณพ่อคุณแม่แล้วเธอจะได้เงินยี่สิบหยวนและอาหารในส่วนของพวกท่านนะเสี่ยวซือซือ ฮึ! แผนตื้นๆแค่นี้ใครเขาก็ดูออกกันทั้งนั้น” สะใภ้สามกระซิบเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างหมั่นไส้น้องสาวสามีที่ทำตัวเป็ปลิงดูดเืไม่ยอมย้ายออกไป
หลิวซือซือมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจนใจเธอี้เีจะสนใจอีกฝ่ายแล้วเพราะในมุมมองของนักเขียนแล้วสะใภ้สามก็ไม่ต่างจากตัวประกอบโง่ๆตัวหนึ่งเท่านั้นดังนั้นเธอจึงเดินผ่านหน้าอีกฝ่ายไปอย่างไม่คิดจะสนใจใยดี
สะใภ้สามได้แต่กระทืบเท้าเร่าๆมองตามแผ่นหลังหลิวซือซือไปอย่างเคียดแค้น
“พวกแกมองอะไร รีบไปทำงานสิ”เมื่อไม่มีที่ระบายก็เอาไปลงกับลูกชายลูกสาว
“ไปเดี๋ยวนี้แหละครับแม่”
ส่วนลูกสาวนั้นหวาดกลัวเกินกว่าจะต่อปากต่อคำกับผู้เป็แม่จึงได้แต่รีบวิ่งตามพี่ชายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อทุกคนออกไปทำงานหมดแล้วบ้านดินหลังเล็กจึงเงียบลง หลิวซือซือถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“แยกบ้านแล้วก็ยังอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเหมือนเดิมในอนาคตคุณพ่อคุณแม่จะอยากไปอยู่กับเราหรือเปล่านะ” เอ่ยกับตัวเองพลางเธอก็ยิ้มให้ลูกชายที่ตื่นก่อนน้องสาว“ว่าไงจ๊ะเสี่ยวเหว่ย นอนหลับสบายดีไหม หืม” เธออุ้มเขาออกจากเบาะ
เด็กน้อยเสี่ยวเหว่ยยิ้มร่าให้คุณแม่อย่างอารมณ์ดีก่อนที่ทั้งแขนและขาจะขยับไปมาอย่างกระตือรือร้น จนผู้เป็แม่เอาเขาเข้าเต้านั่นแหละเด็กน้อยจึงสงบลงได้
หลิวซือซือลูบศีรษะเล็กของลูกชายอย่างเอ็นดู“แล้วทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้นนะจ๊ะเสี่ยวเหว่ย ลูกกับเสี่ยวซือเย่อดทนหน่อยนะต่อไปแม่จะทำของกินอร่อยๆไปขายที่ตลาดนัดในตำบลถ้ามีเงินเก็บสักก้อนแม่จะพาลูกๆออกไปอยู่บ้านเราต่างหากดีไหม หืม”
เด็กน้อยเสี่ยวเหว่ยคล้ายจะฟังเข้าใจมือเล็กของเขาตบลงบนอกของผู้เป็แม่เบาๆราวกับ้าจะปลอบประโลมผู้เป็แม่อย่างไรอย่างนั้น
“อืม เข้าใจสินะ”ั้แ่ที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ของหลิวซือซือคนเก่าเธอก็คาดหวังอะไรบางอย่างกับลูกชายลูกสาวแต่ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่เพราะมีเวลาอยู่ด้วยกันยังไม่ถึงสองวันด้วยซ้ำ“ถ้าแม่มีเงินมากหน่อยจะส่งลูกกับเสี่ยวซือเย่ไปเข้าโรงเรียนนะจ๊ะ”เพราะว่าเ้าของร่างนี้ก็ได้เรียนหนังสือเหมือนกันแม้จะจบแค่ระดับประถมก็ถือว่ามีหน้ามีตาในหมู่บ้านไม่น้อย ไม่อย่างนั้นยุวปัญญาชนเฉินจอมสารเลวคนนั้นก็คงไม่เลือกแต่งงานกับเธอดังนั้นลูกชายลูกสาวของเธอก็ต้องได้เรียนหนังสือให้สูงที่สุดเท่าที่พวกเขาอยากจะเรียน
เด็กน้อยเสี่ยวเหว่ยผละออกจากเต้าแสนอร่อยจากนั้นก็มองหน้าผู้เป็แม่ เขาพยักหน้าน้อยๆแล้วก็ทำปากแจ๊บๆ จากนั้นก็ซุกหน้าเข้ากับเต้าแสนอร่อยอีกครั้ง
หลิวซือซือได้แต่หัวเราะอย่างมีความสุขเ้าเด็กน้อยคนนี้มีความลับอะไรกันนะ เธอชักจะอยากรู้เสียแล้วสิ