“คุณหนู!”เป่ยเป่ยสาวใช้คนสนิทของหลิงม่านเข้ามารับร่างไร้สติของผู้เป็นายของตนด้วยความใ
“หลิงม่าน!”หงเวยที่เห็นว่าหญิงคนรักของตนเป็ลมหมดสติทันทีที่เห็นใบหน้าของตนเขาก็ได้แต่เอ่ยเรียกหญิงคนรักของตนด้วยความตื่นตระหนก เพราะความกลัวของเขาได้เกิดขึ้นแล้วนั้นเอง
“พาคุณหนูหลิงไปพักที่เรือนของข้าเร็วเข้า”นางกวางที่เห็นสายตาเศร้าของบุตรชายของตนนางจึงได้เอ่ยสั่งเสียงเคร่งจึงทำให้เหล่าสาวใช้ที่ทำอะไรไม่ถูกเร่งเข้ามาช่วยพยุงตัวของหลิงม่านออกไปจากห้องของหงเวยในทันที
“ข้าคงจะอัปลักษณ์มากใช่หรือไม่ขอรับท่านแม่หลิงม่านจึงได้หมดสติลงไปเช่นนั้น ตอนนี้ข้าคงอัปลักษณ์เหมือนปีศาจร้ายใช่หรือไม่”หงเวยเอ่ยเสียงเศร้าเขามองตามหญิงคนรักของตนด้วยสายตาเศร้า
“ว้าย!ตายแล้วปีศาจ”เสียงแหลมกรี๊ดร้องเสียงดังทำให้นางกวางหันไปมองตามที่มาของเสียงอย่างไม่พอใจนัก
“เ้าพูดอะไรเหลวไหลสิ้นดี”นางกวางหันไปตวาดใส่อนุอี้(อี้เหยา)อดีตสาวใช้ของตนอย่างไม่พอใจในความปากเสียของอนุตรงหน้าของตน
“ข้าพูดจริงนิเ้าคะตอนนี้หน้าตาของนายน้อยช่างดูน่ากลัวนัก”อนุอี้เอ่ยพร้อมกับแสร้งมองมาที่หงเวยด้วยสายตาหวาดกลัว
“หากกลัวนักก็กลับไปต่อไปหากไม่จำเป็ก็อย่าได้ถือวิสาสะมาที่เรือนของข้ากับบุตรชายของข้าอีกหากไม่ได้รับอนุญาต”นางกวางเอ่ยพร้อมกับมองไปที่อดีตสาวใช้ของตนอย่างไม่พอใจ
“เชิญอนุอี้”เล่อเหยาแม่นมคนสนิทของนางกวางที่เห็นเช่นนั้นนางจึงได้ผายมือไปไล่อี้เหยาให้ออกไปจากเรือนด้วยสายตาไม่พอใจอี้เหยาที่เห็นเช่นนั้นนางก็ได้ยืนนิ่ง โดยไม่มีท่าทางไหวติงใดๆเพื่อเป็การประท้วงคำสั่งของนางกวางนางกวางที่เห็นเช่นนั้นจึงได้สั่งให้ลี่ฮวาและลี่ลี่ที่ยืนอยู่ลากอดีตสาวใช้ของนางออกไปให้พ้นจากสายตาของนางทันที
“ท่านไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับข้านะเ้าคะตอนนี้ข้าเป็อนุของนายท่านแล้วไม่ใช่สาวใช้ของท่านแล้ว ท่านไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับข้านะเ้าคะ”อี้เหยาร้องเสียงดังพร้อมกับเริ่มสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของสาวใช้ทั้งสองของนางกวาง
“เอะอะเสียงดังอะไรกัน”เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามเสียงดัง อนุอี้ที่เห็นเช่นนั้นจึงได้รีบสะบัดตัวออกจากสาวใช้ทั้งสองแล้วเข้าไปกอดที่แขนของนายท่านอินอย่าง้าออดอ้อน
“เ้ามาสร้างความวุ่นวายอะไรที่นี้”นายท่านอินหันมาเอ่ยถามอนุสาวของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เอ่อข้ามาเยี่ยมนายน้อยเ้าคะ”อี้เหยาเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่นายท่านอินด้วยสายตาหวานเชื่อม
“เ้าเป็แค่บ่าวรับใช้เท่านั้นอย่าได้มากวนฮูหยินของเ้าอีก กลับไปที่เรือนของเ้าเถอะ”นายท่านอินเอ่ยพร้อมกับปลดมือของอนุของตนออกจากแขนของตนด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วเดินเข้าไปดูอาการของลูกชายคนโตของตนทันที
“เชิญอนุอี้”ลี่ลี่ที่เห็นว่านายของตนเดินจากไปแล้วนางจึงได้หันมาเอ่ยกับอนุอี้แล้วผายมีไล่นางออกจากเรือนของหงเวยด้วยรอยยิ้มเหยียดหยันอี้เหยาที่เห็นเช่นนั้นนางจึงได้มองมาที่สองสาวใช้ด้วยสายตาไม่พอใจที่สาวใช้ของนางกวางไม่เคยให้เกียรตินางที่เป็เมียอีกคนหนึ่งของนายท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ฮูหยินอาเวยเป็เช่นไรบ้าง”จินอี้เดินเข้ามาเอ่ยถามฮูหยินของตนทันทีที่เข้ามาถึงพร้อมกับมองเลยไปที่ลูกชายของตนแต่เมื่อเขาได้เห็นสภาพของลูกชายของเขาในตอนนี้แววตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความใทันที
“ฮูหยินออกมาด้านนอกกับข้างหน่อยได้หรือไม่”จินอี้ที่กลัวว่าตนจะทำให้ลูกชายคนโปรดของตนเสียใจเขาจึงได้เรียกฮูหยินของตนให้ออกไปที่เรือนด้วยน้ำเสียงแ่นางกวางที่เข้าใจความคิดของผู้เป็สามีของตนนางจึงได้แต่พยักหน้าตอบแล้วขอตัวออกมาพบสามีของตนที่นอกเรือนด้วยสายตาเศร้า
“ฮูหยินทำไมเ้าไม่เคยบอกข้าว่าอาเวยมีแผลเป็ที่หน้าเกลียดเช่นนั้นอยู่บนใบหน้า”จินอี้เอ่ยถามฮูหยินของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“นั้นไม่ใช่แผลเป็แต่มันคือพิษต้องสาป หากเราสามารถหาบุบผาแดงของอาเวยพบเขาก็จะหายมาเป็ปกตินะเ้าคะ”นางกวางเอ่ยอธิบายให้สามีของตนฟังด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“แล้วบุบผาแดงของเ้าเป็ใครเล่า สตรีในแคว้นเซินมีเป็หมื่นเป็แสนเ้าคิดว่าเราจะสามารถตามหานางได้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ”จินอี้เอ่ยพร้อมกับมองไปที่ฮูหยินของตนด้วยสายตาลำบากใจ
“ท่านผู้เฒ่าต๋าบอกว่าดาวนำโชคของเขาจะฉายแสงในที่ที่มีบุบผาแดงอยู่”นางกวางเอ่ยตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“เ้าคิดว่าการตามหาคนคนหนึ่งเป็เื่ง่ายเช่นนั้นหรือ”จินอี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ข้าจะทำเพื่อลูกชายของข้าถึงท่านจะไม่เห็นด้วย ข้าจะต้องหาวิธีรักษาอาเวยลูกชายของข้าให้ได้”นางกวางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่ช่วยแต่ข้าเพียง้าจะบอกเ้าให้ทำใจเอาไว้เท่านั้นว่าเื่นี้อาจจะไม่สำเร็จเลยก็ได้”จินอี้เอ่ยพร้อมกับมองไปที่ฮูหยินของตนด้วยสายตาเศร้าเพราะเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมีต้นเหตุมาจากเขาทั้งสิ้น
“หากวันนั้นท่านไม่รับนางเข้ามาเป็อนุวันนี้ลูกชายของข้าคงไม่ต้องมาทุกทรมานเช่นนี้”นางกวางที่ต้องเก็บทนความเ็ปมานานเอ่ยระบายเื่ราวที่มีในใจของนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความเ็ป
“ฮูหยิน!”จินอี้ที่ไม่คิดว่าจะมีวันนี้เอ่ยเรียกฮูหยินของตนด้วยความใ
“ท่านคิดว่าข้าไม่รู้สึกเ็ปหรือเ้าคะที่ต้องทนเห็นท่านกอดหญิงอื่น มีลูกกับหญิงอื่น ข้าก็เป็คนนะเ้าคะข้ามีความรู้สึกแต่เพราะว่าข้าไม่ว่าอะไรอนุของท่านจึงได้หาญกล้าวางยาลูกชายของข้าเช่นนี้ ข้าดูแลพวกนางสามแม่ลูกอย่างดีไม่เคยคิดรังแกหรือรังเกียจพวกนางแต่ผลที่ได้กลับเป็นางทำให้ลูกชายของข้าต้องมีชีวิตที่ตายทั้งเป็เช่นนี้อีกทั้งท่านที่เป็พ่อของเขากลับไม่คิดลงโทษคนที่ทำร้ายเขาเลย ฮึกท่านยังมีความเป็คนอีกหรือเ้าคะปล่อยคนที่ทำร้ายลูกของเราไปเช่นนี้ได้อย่างไร”นางกวางที่ะเิเื่ทุกอย่างออกมาร้องไห้ออกมาเสียงดังพร้อมๆกับทุบลงไปที่อกของสามีของตนอย่าง้าระบายความเ็ป
“ฮูหยินข้าขอโทษที่ไม่สามารถลงโทษอี้เหยาได้ถึงแม้ข้าจะ้าลงโทษนางเพียงใดแต่เ้าอย่าลืมนะว่าข้าไม่ได้เป็พ่อของอาเวยคนเดียว ตอนนี้ข้ายังมีอวี้ม่าน(ลูกสาวของอนุอี้)กับเย่จิน(ลูกชายของอนุอี้)อีกด้วยเช่นนั้นแล้วข้าจึงไม่สามารถลงโทษนางได้อย่างโจงแจ้งมากนักแต่ข้าขอให้เ้าเชื่อว่าข้าจะลงโทษนางอย่างแน่นอน”จินอี้เอ่ยเสียงเย็นพร้อมกับดึงตัวของฮูหยินของตนเข้ามากอดเพื่อปลอบใจฮูหยินของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ข้าจะรอวันนั้นเ้าค่ะ”นางกวางที่ตอนนี้ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เอ่ยตอบสามีของตนออกมาเบาๆ
“ส่วนเื่บุบผาแดงนั้นเ้าไม่ต้องเป็กังวลไปเพราะข้าที่เป็พ่อของเขาจะเป็ผู้จัดการเื่นี้เอง”จินอี้เอ่ยเสียงเคร่งนางกวางที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่พยักหน้าตอบรับคำของสามีของตนด้วยสายเศร้า
หมู่บ้านเซินเฉียว
กลิ่นหอมของมันเทศฝานบางทอดราดด้วยน้ำตาลที่ได้จากอ้อยทำให้ครอบครัวของมี่เจินที่ได้ลิ้มรสอันหอมหวานของมันฉาบถึงกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ
“เ้าน้ำมันนี้ทำอาหารอร่อยๆออกมาได้หลายอย่างนะเ้าคะ”มี่จวนผู้ชื่นชอบของทอดหันมาเอ่ยกับพี่สาวของตนด้วยสายตาชื่นชม
“มันทำได้หลายอย่างก็จริงแต่หากกินมากๆเราก็จะป่วยได้นะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสามที่พวกเขานั้นสามารถมีความสุขได้จากเื่เล็กๆเช่นมันฉาบของนางด้วยรอยยิ้มมีความสุข
“เจินเออร์ปีนี้เ้าก็อายุสิบหกปีแล้วมีชายใดพอจะเข้าตาเ้าบ้างหรือไม่”มี่เฉิงเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ข้ายังไม่คิดเื่แต่งงานหรอกเ้าคะหากข้านั้นยังไม่สามารถทำให้ครอบครัวของเราอยู่อย่างมีความสุขได้ข้าก็จะไม่แต่งงานกับผู้ใดทั้งสิ้นเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นนั้นจึงทำให้มี่เฉิงผู้เป็พ่อได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะดูท่าแล้วลูกสาวคนโตของเขาคงเป็สาวเทื้อเสียแล้ว
“เช่นนั้นข้าจะช่วยพี่ใหญ่ด้วยอีกแรงขอรับ”มี่เฟิงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่พี่สาวของตนด้วยสายตาเคารพนับถือ
“ข้าก็ด้วยเ้าค่ะ”มี่จวนเอ่ยเสียงดังแต่เมื่อนางพบว่ามันฉาบเหลืออยู่ที่จานเป็แผ่นสุดท้ายแล้วนางจึงรีบใช้มือที่ว่างอยู่หยิบมันแผ่นสุดท้ายมาถือเอาไว้ซึ่งการกระทำของเด็กหญิงตัวน้อยนั้นก็ทำให้อีกสามชีวิตที่เหลือหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับความตะกละของนางเสียงดัง
“ท่านพ่อข้าได้ยินมาว่าของสดในตลาดราคาสูงมาก ท่านพ่อคิดเช่นไรขอรับหากเราจะเข้าไปหาของป่าในตอนนี้ท่านพ่อคิดว่าเราจะสามารถหาเงินได้ใน่ฤดูหนาวได้บ้างหรือไม่ขอรับ”มี่เฟิงที่คิดจะออกไปเสี่ยงภัยในป่าเอ่ยถามบิดาของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ก็น่าจะเหลือผักป่าอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าเหลือสัตว์ป่าตัวใหญ่ๆให้เราล่าแล้วละ”มี่เฉิงเอ่ยตอบพร้อมกับยกฟางที่พวกเขาใช้ห่มผักในแปลงที่ข้างสวนของตนขึ้นเพื่อดูว่าผักในแปลงนั้นยังอยู่ดีหรือไม่
“หัวไชเท้าพวกนี้น่าจะอยู่ได้อีกราวๆหนึ่งเดือน ส่วนผักกาดพวกนั้นก็เอาไปดองไว้ก่อนเพียงเท่านี้เราก็น่าจะมีอาหารเพียงพอให้ผ่านพ้นหน้าหนาวนี้ไปแล้วนะพ่อว่าเราคงไม่มีความจำเป็อะไรที่จะออกไปเสี่ยงตายในภัยหนาวเช่นที่เ้า้าหรอก”มี่เฉิงที่พึงพอใจในความเป็อยู่ของตนในตอนนี้เอ่ยบอกบุตรชายของตนเสียงเรียบ
“แต่ข้าคิดว่าเราสามารถอาศัยโอกาสนี้หาเงินมาเป็เงินทุนในการเริ่มปลูกข้าวในฤดูใบไม้ผลิได้นะขอรับท่านพ่อ”มี่เฉิงที่มีความคิดที่จะเริ่มเก็บเงินเพื่อเป็เงินใช้จ่ายในยามที่ครอบครัวของเขาเดือดร้อนเอ่ยบอกกับมี่เฉิงพ่อของตนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าเองก็เห็นด้วยกับอาเฟิงนะเ้าคะท่านพ่อ”มี่เจินที่มาทันได้ยินสิ่งที่น้องชายของตนเสนอเอ่ยสนับสนุนความคิดของน้องชายของตนด้วยสายตาเป็ประกายตื่นเต้นเพราะในอดีตที่นางยังเป็คนในยุคปัจจุบันนางเคยดูคลิปที่เป็วิธีหาปลาในหน้าหนาวซึ่งนางคิดว่านี้อาจจะเป็โอกาสอันดีที่นางนั้นจะลองใช้วิธีที่เคยดูมาเพื่อลองหาปลาในฤดูหนาวนี้นั้นเอง
“เฮ้อหากพวกเ้าคิดเช่นนั้น ในวันพรุ่งนี้พวกเ้าก็เอาหิมะถมลังไม้ให้ดีแล้วเราจะออกไปดูของที่ป่าก็ได้ แต่หากถึงยามเซิน(15.00-16.59)เมื่อใดพ่อก็จะพาพวกเ้ากลับบ้านของเราทันที เข้าใจหรือไม่”มี่เฉิงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ลูกๆของตนด้วยสายตาจริงจัง
“เ้าค่ะ/ขอรับ”มี่เจินและมี่เฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นพวกเขาจึงได้แต่รีบเอ่ยตอบรับมี่เฉิงด้วยน้ำเสียงยินดีแล้วรีบแยกย้ายกันไปเตรียมของของพวกเขาในทันที
“ถ้าเราจะขุดแผ่นน้ำแข็งที่ทะเลสาบเราต้องใช้อะไรในการขุดมันหรือเ้าคะท่านพ่อ”มี่เจินที่อยากลองทำอย่างในคลิปวิดีโอที่นางเคยดูในอดีตเดินกลับมาเอ่ยถามมี่เฉิงบิดาของนางด้วยสีหน้าใสซื่อนั้นจึงทำให้มี่เฉิงที่นั่งหน้าเคร่งอยู่ถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองบุตรสาวของตนด้วยสีหน้าสงสัยในทันที
“เ้าจะขุดไปทำไมกัน”มี่เฉิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
“ข้าจะตกปลาในหน้าหนาวเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“หน้าหนาวเช่นนี้พวกเราจะทำได้หรือแผ่นน้ำแข็งบางถึงเพียงนั้นเราจะไม่ตกลงไปตายในทะเลสาบหรือ”มี่เฉิงเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของบุตรสาวของตนนัก
“อีกอย่างอาการหนาวๆเช่นนี้เราคงไม่สามารถทนหนาวรอให้ปลากินเหยื่อหรอกพ่อกลัวว่ากว่าที่ปลาจะกินเหยื่อพวกเราอาจจะป่วยก่อนก็ได้นะ”มี่เฉิงเอ่ยอธิบายให้บุตรสาวของตนฟังด้วยท่าทีเคร่งเครียดเพราะดูท่าแล้วลูกสาวของเขาคงไม่ยอมเปลี่ยนใจง่ายเป็แน่
“ถ้าหากท่านพ่อกลัวข้ากับอาเฟิงจะไปกันสองคนก็ได้นะเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่บิดาของตนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เฮ้อ”มี่เฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจำยอมแล้วยอมลุงขึ้นไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อทำตามความ้าของลูกสาวของตนในทันทีมี่เจินที่เห็นท่าทางเช่นนั้นนางจึงได้แต่รีบไปหยิบจอกไปขุดดินที่ข้างแม่น้ำด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและเมื่อนางขุดไปได้ไม่นานนางก็สามารถรวบรวมเหยื่อสำหรับตกปลาในวันพรุ่งนี้ได้แล้วนางจึงได้รีบกลับบ้านของนางด้วยรอยยิ้มยินดี
“พรุ่งนี้เ้าต้องอยู่เฝ้าบ้านห้ามให้ผู้ใดเข้ามาในบ้านของเราในตอนนี้เข้าใจหรือไม่”มี่เฉิงที่กินข้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้หันมาเอ่ยสั่งลูกสาวคนเล็กของตนเสียงเคร่ง
“ข้ากลัวจังเลยเ้าค่ะไม่รู้ว่าป้าสะใภ้กับพี่ฮวาจะมาในวันพรุ่งนี้หรือไม่ท่านพ่อเราเลี้ยงหมาไว้สักตัวหรือสองตัวไม่ได้หรือเ้าคะ”มี่จวนที่คิดจะใช้หมาไล่สองแม่ลูกที่มักจะมาระรานครอบครัวของนางอยู่บ่อยๆหันไปเอ่ยบอกบิดาของตนด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“เฝ้าบ้านดีดีนะจวนเออร์เดี๋ยวพี่จะรีบไปรีบกลับเ้าอยู่ทางนี้ก็อย่ากินขนมมากนักเล่าเดี๋ยวตอนค่ำจะท้องอืดเอาได้”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับลูบหัวน้องสาวของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เ้าค่ะ ข้ารอนะเ้าคะ”มี่จวนเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่ายแล้วรีบส่งถุงใส่น้ำและอาหารพี่ชายของนางเพื่อเป็การบอกให้พวกเขาเร่งออกไปหาอาหารเข้าบ้านโดยเร็วเถอะ
“พวกเรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวต้องรีบวางกับดักแล้วยังต้องขุดหลุมอีก”มี่เฉิงเอ่ยเร่งลูกทั้งสองของตนมี่เฟิงและมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นพวกเขาจึงได้เร่งก้าวเดินตามหลังของผู้เป็บิดาของพวกเขาในทันที
“เราจะวางกับดักเอาไว้ก่อนแล้วเราค่อยกลับมาเก็บตอนกลับ มี่เฟิงเ้าไปวางกับดักทางนั้นส่วนทางนี้พ่อจะวางกับดักเอง”มี่เฉิงหันมาไปเอ่ยสั่งบุตรชายของตนแล้งนั่งลงที่กลางหิมะที่ขาวโพรนเพื่อเริ่มวางบ่วงล่อสัตว์ทันที
“ขอรับ”มี่เฟิงเอ่ยตอบรับอย่างแข่งขันแล้วเดินไปอีกทางทันที
“ท่านพ่อเช่นนั้นข้าจะขอตัวไปดูอะไรแถวๆก่อนนะเ้าคะ”มี่เจินที่เห็นว่าทั้งพ่อและน้องชายของนางกำลังยุ่งอยู่กับการวางกับดักเธอจึงคิดจะหาอะไรที่สามารถนำมาเป็อาหารในบริเวณใกล้เคียงที่พ่อและน้องชายของนางทำอยู่ในตอนนี้
“อย่าไปไกลนักละ”มี่เฉิงที่เห็นท่าทางกระตือรือร้นของมี่เจินก็ได้แต่เอ่ยเตือนนางด้วยความเป็ห่วง
“เ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบรับและเดินไปที่พุ่มต้นราสเบอร์รี่ที่อยู่ไม่ไกล แต่เมื่อนางเดินไปถึงพุ่มต้นราสป์เบอร์รี่นางกลับพบว่าเลยไปจากพุ่มราสเบอร์รี่นั้นมีต้นไม้คุ้นตาอยู่นางที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินไปยังต้นไม้ต้นนั้นด้วยสายตาตื่นเต้นทันที
“อ้อยเป็อ้อยจริงๆด้วย”มี่เจินที่เห็นว่าเป็ต้นอ้อยจริงๆ ร้องออกมาด้วยความยินดี นางไม่รอช้ารีบดึงมีดออกจากข้างเอวแล้วออกแรงฟันต้นอ้อยด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อได้ต้นอ้อยพอสมควรแล้วก็เป็เวลาพอดีกับที่มี่เฟิงเดินผ่านมาเห็นนางที่กำลังพยายามยกอ้อยรวบรวมลำอ้อยเป็มัดแล้วเตรียมจะยกมัดอ้อยใส่ตะกร้าของนางมี่เฉิงที่เห็นท่าทางทุลักทุเลเช่นนั้นของมี่เจินเขาจึงได้เดินเข้ามายกมัดอ้อยขึ้นหลังของตนแล้วเดินไปหามี่เฉิงผู้เป็พ่อของเขาทันทีมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่รีบสาวเท้าตามน้องชายของเธอไปด้วยรอยยิ้มบาง
“ท่านพ่อพวกเราทำงานเสร็จแล้วขอรับ”มี่เฟิงที่มาถึงเอ่ยรายงานมี่เฉิงด้วยน้ำเสียงเรียบมี่เฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาลูกทั้งสองของตน
“แล้วนั้นอะไร”มี่เฉิงที่เห็นว่าที่หลังของมี่เฟิงนั้นมีต้นไม้แปลกตาอยู่เขาจึงได้แต่เอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“มันเอาไว้ทำน้ำตาลเ้าค่ะมันจะช่วยทำให้อาหารของเรามีรสชาติอร่อยมากขึ้นเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบแล้วยกยิ้มให้กับบิดาของตนด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้น
“เฮ้อ เอาเถอะเราเสียเวลามามากแล้วเรารีบไปที่ทะเลสาเถอะจะได้รีบทำงานให้แล้วเสร็จเร็วๆ”มี่เฉิงเอ่ยแล้วก้าวเท้านำลูกทั้งสองของตนไปที่ทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลทันที
“เอาตรงนี้แหละ”มี่เฉิงที่หาพื้นที่ที่มีแผ่นน้ำแข็งหนามากพอที่จะสามารถขุดเจาะรูได้โดยที่ไม่ทำให้แผ่นน้ำแข็งโดยรอบแตก
“เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะเตรียมเบ็ดให้เ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับหยิบเบ็ดที่ทำจากไม่ไผ่ออกมาจากตะกร้าด้านหลังแล้วเริ่มนำเหยื่อมาเกี่ยวเข้ากับเบ็ดอย่างอารมณ์ดี และเมื่อนางจัดการทุกอย่างแล้วเสร็จก็เป็เวลาพอดีกับที่พ่อและน้องชายของนางขุดน้ำแข็งแล้วเสร็จพอดี
“นี้เป็ฟางที่ข้านำมาเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับวางฟางที่นางได้ม้วนเพื่อทำเบาะนั่งจากฟางให้กับพ่อและน้องชายของนางด้วยรอยยิ้มยินดี
“เ้าเตรียมการมาถึงเพียงนี้เชียวหรือ”มี่เฉิงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่มี่เจินด้วยสายตาล้อเลียนเมื่อเขาเห็นว่ามี่เจินนั้นเตรียมทั้งผ้าห่มและเบาะนั่งที่ทำจากฟางมาอย่างเสร็จสับ
“ย่อมต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับเริ่มหย่อนเบ็ดลงไปเป็คนแรกเวลาผ่านไปนานถึงสองเค่อก็ยังไม่มีปลามาติดเบ็ดของนางเลยแม้แต่ตัวเดียวในขณะที่เบ็ดของของพ่อและน้องชายของนางกลับมีปลามาติดเบ็ดมากถึงห้าถึงหกตัวด้วยกัน