ชื่อของเ้าอ้วนน้อยเรียกว่าอันจูเมื่อเห็นเถ้าแก่อันมาแล้วเขาไม่เพียงแต่ไม่หวาดกลัวกลับวิ่งเข้าไปด้านข้างของเถ้าแก่อันชี้นิ้วมายังฮวาหว่านเด็กเลวร้ายนี้ยังเอ่ยคำฟ้อง“บิดานางด่าข้า”
“เหลวไหลพออยู่ที่ด้านนอกได้ยินหมดแล้วแยกแยะออกว่าสาวน้อยนี้ช่วยเ้าไขปัญหาเลขได้แต่เ้าไม่เพียงแต่ซาบซึ้งในบุญคุณกลับโกรธเคืองความจริงแล้วไม่ควรเลยจริงๆยังไม่รีบไปขอโทษนางอีก“เถ้าแก่อันเวลาเมื่อยู่ต่อหน้าผู้สูงศักดิ์มิอาจไม่ก้มหัวหากเวลาปกติสามารถแยกแยะถูกผิดได้อย่างชัดเจนทีเดียวครั้งนี้ต้องสั่งสอนเด็กหัวดื้อเพื่อความถูกต้องสักครึ่งก็ไม่คลุมเครือถึงแม้ฝีปากร้ายกาจแต่ว่าในแววตากลับแฝงความรักความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
“ข้าไม่้า!อันจูสะบัดมือเถ้าแก่อันที่วางบนบ่าทันที ยังคงพ่นหายใจด้วยความโกรธเคืองขณะที่มองฮวาหว่านส่วนฮวาหว่านนั้นจดจ้องแต่กิ๊บถักดอกหญ้าในมือที่ถูกทำลายจนเสียหาย สองตาแดงก่ำ
เถ้าแก่อันส่ายหัวอย่างอับจนปัญญาอันจูเป็บุตรชายเพียงคนเดียว ถูกตามใจจนเสียคน แต่ก่อนอยู่ที่สำนักเรียนก็ก่อแต่ความวุ่นวายเหล่าอาจารย์จึงเกลียดชังที่ไม่สามารถขับไล่เขาให้ออกจากสำนักเรียนได้แต่หลายวันมานี้ที่บ้านอาจารย์เกิดเื่ จึงให้ปิดสำนักเรียนพักผ่อนห้าวันก็กลับทำให้บิดาคนนี้กลุ้มใจอีก
“สาวน้อยฮวาเื่เป็ข้าที่ผิดเอง กิ๊บถักหญ้าหลายอันนี้ถือว่าเป็เื่ของข้าแล้วกัน”เถ้าแก่อันค่อนข้างเกรงใจฮวาหว่าน บรรดาเครื่องประดับหญ้าของฮวาหว่านเป็ที่ถูกอกถูกใจของแขกในร้านมากจริงๆผู้สูงศักดิ์เ่าั้มักจะเลือกรูปแบบที่แปลกใหม่สั่งให้ร้านเครื่องประดับประดิษฐ์ลอกเลียนแบบเป็กิ๊บปักผมทองคำแทนอีกอย่างร้านเล็กร้านน้อยในเมืองหลวงต่างก็้าเครื่องประดับสีสันสดใหม่แวววาวมีชีวิตชีวาสะดุดตาแบบที่ประดับด้วยดอกโบตั๋นกำลังบานบนตัวกิ๊บปักผม หรือว่าตกแต่งด้วยพู่ระย้าก็งดงามมากเลยทีเดียว
ฮวาหว่านกัดฟันไม่เอ่ยคำกิ๊บถักหญ้าคืออันจูเป็คนทำเสียหาย ควรอยู่แล้วที่ทางร้านจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย เพียงแต่นางปวดใจกับความเหนื่อยยากของตนเอง
เถ้าแก่อันหยิบเงินแท่งเล็กให้ฮวาหว่าน“สาวน้อยฮวา สองวันนี้เ้าทำรูปแบบที่โดดเด่นแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครสักหลายอันได้หรือไม่ไม่จำเป็ต้องเยอะ สักห้าหกอันก็ได้ วันมะรืนส่งมาให้ข้าข้าจะให้เ้าอันละยี่สิบเหรียญ
เดิมทีเฉินฮูหยินของจวนท่านอันผิงโหวได้เห็นกิ๊บปักผมอันใหม่ของเว่ยฮูหยินแห่งจวนก่วนหยวนโป๋เมื่อสอบถามแบ้วจึงได้รู้ว่าได้ต้นแบบมาจากศาลาสุคนธรส(ตำแหน่งโหว‘候’เทียบเท่ากับตำแหน่ง“พระยา” หรือข้าราชการระดับ 9/10 ในปัจจุบัน ส่วนตำแหน่งโป๋ ‘伯’เทียบเท่ากับตำแหน่ง “พระ” หรือข้าราชการระดับ 7/8 ในปัจจุบัน)
เมื่อวานเฉินฮูหยินมาที่ร้านเพื่อซื้อยาล้ำค่าไปหลายตลับแล้วจึงกล่าโดยตรงว่า้ากิ๊บหญ้าปักผมจนใจที่เมื่อวานเครื่องประดับหญ้าเหลืออยู่ไม่กี่อันเฉินฮูหยินเลยไม่ได้เลือกหยิบไปสักชิ้น จึงผิดหวังมากเถ้าแก่อันจึงขอให้เฉินฮูหยินมา ใหม่ในอีกสองสามวันทั้งยังสัญญาอย่างแน่นและรับประกันอีกว่าเมื่อถึงเวลาที่นัดจะต้องมีรูปแบบแปลกใหม่ให้นางเลือกเป็จำนวนมากฮูหยินของจวนอันผิงโหวจึงค่อยจากไปด้วยความพอใจ
เดิมทีคิดว่าวันนี้เมื่อฮวาหว่านนำกิ๊บหญ้าถักแบบใหม่มาให้เขาจะได้ไปรายงานให้ฮูหยินจวนอันผิงโหวทราบคิดไม่ถึงว่าลูกชายสุดที่รักกลับสร้างความวุ่นวายให้กลัดกลุ้มใจ
ฮวาหว่านขยี้ตาพยักหน้ารับ“อืม เถ้าแก่อัน อย่างนั้นวันหลังข้าค่อยมาส่งเครื่องประดับหญ้า”
ฮวาหว่านเดินออกจากศาลาสุคนธรสเถ้าแก่อันเลยตำหนิอันจูสองประโยค เพื่อให้อันจูจดจำไว้ให้เป็นิสัยเขายังลงโทษไม่อนุญาตให้บุตรชายกินขนมหลังอาหารกลางวันอีกด้วย
เพราะว่าโดนตัดสิทธิ์การกินในใจของอันจูจึงแค้นเคืองฮวาหว่านอย่างล้ำลึกถลึงตาดูภาพเื้ัของฮวาหว่านที่กำลังจากไปครู่หนึ่งขบคิดว่าความแค้นนี้จะชำระอย่างไร
ฮวาหว่านจูงลาดำเดิมทีควรที่จะกลับอำเภอยวินเซียวแต่เพราะว่าถูกเ้าอ้วนของศาลาสุคนธรสอาละวาดจนในใจอึดอัดคับข้องนางจึงจูงลาดำเดินปลดปล่อยอารมณ์กลัดกลุ้มไปตามถนนเสียเลย
ร้านค้าเครื่องกระเบื้องหรือแม้แต่โรงโสเภณีที่กำลังขับร้องเพลงแถวถนนพานโหลวยังไม่ดึงดูดให้ฮวาหว่านเกิดความสนใจได้นางได้แต่เดินผ่านไป และใช้เงินห้าเหรียญซื้ออาหารให้ลาดำตัวน้อยกินเท่านั้น
โดยไม่รู้ตัวฮวาหว่านเดินทางถึงถนนใหญ่ตรงเป่าคังเหมินซึ่งตรงเป่าคังเหมินนี้ผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้มาได้ครึ่งปีแล้ว
เมื่อฤดูใบไม้ผลิเกิดหิมะทางการได้สั่งคนให้ชำระสะสางซากปรักหักพังทั้งหมดเดิมที่ร้านตรงฝั่งตะวันออกทั้งหมดต่างก็จะได้รับเงินแท่งจำนวนหนึ่งจากทางการแต่ทว่าบิดาของฮวาหว่านเป็เพียงผู้เช่าเท่านั้น ด้วยสาเหตุนี้ทางการจึงได้แต่ให้เงินค่าทำศพบิดามารดาเท่านั้น
ตอนที่ท่านลุงรับฮวาหว่านไปนั้นนอกจากเสื้อนวมซ่อมซอบนร่าง และบิดามารดาที่เสียชีวิตอย่างอนาถในกองเพลิงแล้วจะเหลือก็เพียงภาพวาดที่เขียนด้วยพู่กันเล็กๆน้อยๆ ไม่มีอะไรอื่นอีกเลย
ฮวาหว่านยืนอยู่เงียบๆที่ตำแหน่งเดิมของร้านเครื่องเขียนบิดามารดาของนางที่เสียชีวิตยังคงกลบฝังอยู่ในก้นบึ้งในหัวใจนาง เพียงแค่คิดถึงก็สะอื้นไห้ตอนกลางคืนในความฝันยามดึกสงัดยากนักที่จะตื่น
นางรู้ดีว่าท่านลุงท่านป้าจะไม่สนใจเลี้ยงดูนางก็ได้ ปล่อยให้นางแตกดับไปตามชะตากรรมหากวันนี้กลับดูแลนาง เหตุเพราะจากความมีคุณธรรมของท่านลุงและท่านป้าและจากสายใยของครอบครัวดังนั้นแต่ไหนแต่ไรมานางจึงเก็บปากเก็บคำไม่ถนัดการเจรจาพูดคุยทว่ากลับเป็สาวน้อยที่ชอบแย้มยิ้มสงบเสงี่ยมและไม่เป็ภาระเพิ่มให้กับผู้อื่น
วันนี้อาจเป็เพราะว่าเห็นเถ้าแก่อันให้ความรักเอ็นดูอันจูจึงทำความคิดถึงบิดามารดา?เก็บลึกในก้นบึ้งหัวใจปะทุออกมา จนอยากที่จะปิดบัง
ฮวาหว่านเชิดจมูกขึ้นบิดามารดาใจร้ายนัก ยังพูดว่ารักนาง ทะนุถนอมนาง ตอนนั้นกลับไม่พานางไปด้วยกันนะ.....
“เปิดทาง!เปิดทาง! มองไม่เห็นหรือว่าตรงนี้กำลังทำงานกันอยู่”
ช่างที่ได้รับการว่าจ้างสร้างบ้านทางตะวันออกแบกท่อนไม้ผ่านมาพอดีกับที่ฮวาหว่านขวางทางอยู่ เสียงหยาบกระด้างทำให้ฮวาหว่านสะดุ้งตื่นจากห้วงความคิด
นายช่างแขนใหญ่ล่ำบึ้กคนนั้นแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนงานหยาบและลำบากย่อมทำให้อารมณ์ของเขาดุร้ายเป็ธรรมดาถึงแม้ว่าฮวาหว่านจะเปิดทางให้แล้วก็ตามปากก็พร่ำกร่นด่าไม่หยุด"โง่งมอยู่ได้ตั้งนานสองนานโง่แล้วยังจะจูงลามากีดขวางบิดาเ้าอีกถ้าได้เงินแล้วบิดาเ้าจะไปซื้อเหล้ามาเผาซะเลย!"
ตอนแรกที่ถูกขู่ให้ใฮวาหว่านยังรู้จักปวดหัวอยู่บ้างแถมยังถูกคำหยาบคายตะคอกใส่อีกเป็ชุดหน้าจึงซีดขาวแถมยังคิดว่าคนหยาบกระด้างจะแย่งชิงลาของนางอีกจึงกระตุกเชือกบังเหียนลาอย่างแรงปล่อยให้มันวิ่งไปจนสุดฝีเท้า
เพราะว่าวิ่งเตลิดไม่รู้ทิศทางตอนหลังจึงต้องอ้อมไปอีกสองถนนถึงจะได้ออกจากเมือง
เมื่อผ่านถนนพานโหลวฮวาหว่านเห็นแผ่นป้ายสีทองของสำนักหนิงกวงหยวนที่แขวนไว้นางกะพริบตาด้วยความอิจฉาก่อนกัดขนมเปี้ยะนึ่งที่กำไว้ในมืออย่างเงียบๆก่อนเร่งรีบขี่ลาออกนอกเมือง
ขณะที่ฮวาหว่านเพิ่งจะผ่านไปศาลาหินอ่อนในหนิงกวงหยวนนั่งไว้ด้วยหัวหน้าฝ่ายศิลปะคนใหม่ที่เพิ่งมาเมื่อครึ่งปีก่อนซึ่งเชี่ยวชาญงานศิลปะของหนิงกวงหยวน
หัวหน้าหลัวมือหนึ่งถือกระดาษภาพวาดรูปกิ๊บประดับผมที่เป็รูปประสมประเสของกลุ่มเมฆหกก้อนส่วนอีกมือกำลังเคาะนิ้วที่วางบนโต๊ะหินที่ประดับด้วยแผ่นทองคำเปลวรูปดอกเหมย
ศาลาสี่เสานี้ไม่สามารถกั้นแสงแดดยามสายที่ส่องเข้ามาได้หัวหน้าหลัวถูกแดดเผาจนกระวนกระวายคิ้วขมวดแน่นขึ้นเริ่อยๆ(辰时=เวลา่7-9โมงเข้า)
เด็กรับใช้ที่ผูกมวยผมสองข้างกล่าวอย่างระมัดระวัง"ท่านหัวหน้าชาเย็นหมดแล้วข้าไปเปลี่ยนให้ท่านใหม่"
"ไม่ต้อง" หัวหน้าหลัวปัดเสื้อผ้าต่วนที่มีปลายแขนกว้างลุกขึ้นกล่าว"กลับสำนัก"
ที่หัวหน้าหลัววิตกกังวลไม่ใช่กิ๊บปักผมทองบนกระดาษยวี่ซวน(玉宣纸=กระดาษสมัยโบราณ)
แม้ว่าเมฆเคลื่อนหงส์ทองของกิ๊บปักผมทองจะใช้เทคนิคซับซ้อนและผู้สั่งทำมีฐานะสูงส่งแต่ว่านางวางแผนจะประดิษฐ์ด้วยตัวเองอาศัยฝีมือทางศิลปะของนางแล้วกิ๊บปักผมทองลายเมฆเคลื่อนหงส์ทองนี้เป็อันไม่ต้องพูดถึง
สิ่งที่หัวหน้าหลัวกลุ้มใจคือสภาพการเงินของสำนักหนิงกวงหยวนในปัจจุบันมากกว่า
คำเชื้อเชิญของผู้ว่าการเส้ากับหกสำนักใหญ่ให้นางมาเป็หัวหน้าฝ่ายศิลปะของที่แห่งนี้ดังนั้นผู้ว่าการเมืองชิงโจวจึงเชิญนางมายังเมืองหลวง
ภายหลังที่นางเข้าสำนักแล้วจึงทราบว่าหนิงกวงหยวนนอกจากมีฝ่ายงานศิลปะแล้วยังมีฝ่ายหลอมโลหะและแกะสลักหินสองฝ่ายทั้งสามฝ่ายขึ้นกับฝ่ายศิลปะที่เป็หัวหน้าเหลืออีกสองฝ่ายจะฟังคำสั่งของฝ่ายศิลปะที่จะชี้แนะว่าต้องดำเนินการเื่ใดบ้าง
ช่างฝีมือส่วนมากในหนิงกวงหยวนนอกจากจำนวนน้อยที่เป็แบบนางแล้วก็จะถูกคัดเลือกจากร้านค้าเื่ประดับอัญมณีจากที่ต่างๆโดยผู้ว่าการเส้าแต่ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากสำนักศึกษาช่างฝีมือของราชสำนัก
เหตุที่ผู้ว่าการเส้าไปเชื้อเชิญนางมาเป็พิเศษนั้นสาเหตุก็เนื่องมาจากเหล่าช่างฝีมือในสำนักหนิงกวงหยวนส่วนใหญ่ฝีมิอไม่เป็ดั่งที่ใจ้าจะมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ฝีมือล้ำเลิศราวเทพเซียนส่วนพวกที่ฝีมือพอใช้ได้ก็มีเพียงแค่ไม่กี่คน
ช่างฝีมือของสำนักหนิงกวงหยวนที่คู่ควรช่างเป็ช่างทองอันดับหนึ่งนั้นเล่าเกรงว่าจะมีไม่ถึงห้าคน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/31460372a950b4e2a8c09017ed8e19b6
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่บันทึกมงกุฎขนนกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #บันทึกมงกุฎขนนก #readAwrite ด้วยน้า