เสือเจ้าพระยา [ อ่านฟรี 100 ตอน / 5 ภาคจบ ]

    ตอนที่ 33 เวลาว่างของเหมือนฝัน

            ตอนที่ 33เวลาว่างของเหมือนฝัน

             

            เสือน้อยก็ขึ้นสเตตัสในHi5 อีกทั้งใน MSN

            จึงทำให้คนอื่นรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้างส่วนเหมือนฝันก็ทักมาให้กำลังใจเล็กน้อย ทั้งคู่ก็คุยกันอยู่นานสองนาน ความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ดูเหมือนจะสนิทมากขึ้นกว่าแต่ก่อนคงด้วยเพราะเสือน้อยเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ดูเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น

            ผ่านไปได้ไม่กี่วันเสือน้อยก็ลืมความทุกข์ใจไปหมดสิ้นกลับมาเป็นเสือน้อยที่เหมือนเดิม แถมทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้นมีเวลาว่างไปดูเจ้าทองสุขได้มากยิ่งขึ้น

            พอถึงช่วงจะสอบปลายภาคลูกน้องที่ร้านเกมซึ่งกำลังทำหน้าที่ปั๊มตังค์ในเกม ให้อยู่ก็บ่น ๆกับเขาว่าไม่รู้ว่าจะสอบผ่านหรือเปล่า?

            จึงทำให้เสือน้อยไปรวบรวมข้อมูลมาถ้าพวกนี้ตกก็เท่ากับต้องไปเรียนซ่อมเสียเวลายกใหญ่ ไม่สู้จ้างครูสอนพิเศษมาสอนพวกเขาก่อนสอบไม่ดีกว่าหรือ?

            เสือน้อยก็ให้ลูกน้องไล่รายชื่อวิชามาประเดี๋ยวจะหาคนมาสอนให้แน่นอนส่วนใหญ่เป็นพวกวิชาคณิตศาสตร์หรือพวกเคมีสำหรับเด็ก ม.ปลาย

            และตัวเขาย่อมมีวิธีการหาครูสอนพิเศษของเขาเองจนได้พวกนักศึกษามหาลัยที่เก่งคณิตศาสตร์ และวิชาเคมี รับจ้างสอนพิเศษนักเรียนมัธยมต้นและปลาย เป็นอาชีพเสริมอยู่ในขณะเรียนมาสอน

            โชคดีที่ทั้งกลุ่มโดยมากอยู่ห้องเดียวกันเสือน้อยจึงไม่ต้องไปตามหาครู มาหลากหลายแขนงเหตุผลที่เขาเลือกคนที่อยู่ห้องเดียวกันนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่าจะได้ตามตัวง่าย ๆแถมยังตรวจตรวจสอบกันเองเช่นกัน

            สำหรับการเรียนพิเศษของกลุ่มลูกน้องมันก็ง่ายกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก พวกนั้นมาบ่นให้ฟังว่า“เข้าใจง่ายกว่าที่ครูสอนปกติ สูตรที่ใช้คำนวณก็เป็นอีกแบบ ในการสอบคราวนี้พวกเขาจึงมั่นใจขึ้นเยอะ” จึงเอ่ยปากขอบคุณเสือน้อยอยู่ยกใหญ่

            เสือน้อยเองก็เก๊กมาด“ไม่ต้องห่วงอยู่กับไอ้เสือ กินอิ่มนอนหลับแน่นอน!” เขากอดอกพูดอย่างมาดมั่น

            ……

            หลังจากนั้นก็สอบปลายภาคเสร็จการปิดเทอมใหญ่ก็มาถึง…

            มันคือที่สุดของการรอคอยของแต่ละคนที่จะได้พักผ่อนอยู่บ้านสำหรับบางคนนี่เป็นโอกาสดีที่จะทำงานพิเศษหาเงินเข้ากระเป๋า…ส่วนของเสือน้อยนั้นเป็นทั้งสองอย่าง

            ตอนนี้เสือน้อยไปเช่าแผงขายหมูปิ้งแถวท่าเรือซึ่งเป็นทำเลที่ดีมาก เพราะมีคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะมากเวลานักเรียนสองโรงเรียนจากอีกฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเลิกเรียนก็จะพากันขึ้นเรือข้ามฟากมา

            ทว่าตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมเจ้าของแผงจึงเลิกขายเลิกเช่าได้เวลาเปลี่ยนที่ขายของเขาพอดี จึงทำให้แผงนี้ตกเป็นของเสือน้อยที่มีเส้นสายผ่านแม่ชบาไปถึงเจ้าของตลาด

            เขาก็ได้จ้างคนประจำจุดเอาไว้คนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่อายุ 17-18 ปีกว่าโดยให้รายได้ตายตัวส่วนเด็กหนุ่มขอแค่มีงานทำอะไรก็เอาหมดไม่เกี่ยงไม่กล้าโกรธเพราะโดนขู่ไว้ด้วยกฎต่าง ๆ

            ส่วนธุรกิจร้านเกมกลายเป็นว่าตลอดทั้งวัน ร้านเกมเนืองแน่นเต็มทุกโต๊ะทำให้เสือน้อยทำยอดขายอาหารพุ่งจากเดิมเป็น 5-6 เท่าเพราะเล่นนั่งแช่กันอยู่ร้านเกมทั้งวัน อาหารและน้ำเสือน้อยก็มีพร้อมบริการถึงที่…

            ลูกน้องที่วิ่งส่งตามร้านเกมต่างๆ ห้างร้านต่าง ๆ ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งหมูปิ้งไก่ทอด ข้าวราดแกงมีครบจบในที่เดียว

            พักหลัง ๆมีคนอยากสั่งน้ำหวานมามากขึ้น เสือน้อยมีหรือจะปล่อยผ่านเมื่อมีคนเสนอก็ต้องมีคนสนองจึงได้ว่าจ้างแม่บ้านสองคน มาช่วยเขาทำงาน

            จนแม่ชบาโวยวายที่ไม่มีคนทำความสะอาดบ้าน…

            ส่วนเรื่องที่เขาให้ความสำคัญก็คือการสอบเข้าของไอ้แฝดนรกยักษ์-ใหญ่

            เขาต้องการเพื่อนที่ไว้ใจได้มาคอยคุมกิจการที่เริ่มมีมากขึ้นเจ้าสองคนนี้เป็นทั้งน้อง เป็นทั้งเพื่อนเล่น อีกทั้งลูกสมุนกลาย ๆ

            ย่อมไม่ปล่อยโอกาสให้มันไปเรียนที่อื่นนอกจากโรงเรียนปทุมวิไล ใกล้บ้านแค่นี้จะไปเรียนที่อื่นทำไมให้ไกล

            เสือน้อยยอมลงทุนจ้างครูสอนพิเศษที่ติวเข้มข้อสอบเกร็งข้อสอบของนักเรียน ได้อย่างสบาย ๆโดยรวมก็คือพวกสองหน่อต้องเข้าโรงเรียนนี้ให้ได้เขายังเอาเงินเดือนมาล่อใจพวกมันด้วย เพื่อทำให้มีแรงกระตุ้น

            กิจการของเขาไปได้ดีมากมีคนบอกว่า “ลักกี้อินเกม…อันลักกี้อินเลิฟ” 

            สำหรับเสือน้อยเป็นเช่นนี้เลยปิดเทอมส่วนใหญ่เสือน้อยก็นั่งประจำตำแหน่งอยู่สี่ที่ร้านทองสุข ร้านข้าวแกงเปลในบ้านสวน และสุดท้ายก็คือค่ายมวยที่ขึ้นชกเป็นประจำ

            ……

            วันประกาศผลสอบก็เป็นไปตามคาดยักษ์-ใหญ่สองคนสอบติด และก็ได้ผ่านการสัมภาษณ์แล้วจึงทำให้เสือน้อยโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

            ส่วนทั้งคู่ก็ดีใจไม่ต่างกันเพราะตลอดปีที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเดินตามรอยเท้าของพี่เสือน้อยได้ไม่ทันขาดรายได้ไปเยอะแยะเลยสำหรับพวกเขา ตอนนี้ตามทันแล้ว ทั้งคู่จึงโล่งใจมาก

            สำหรับพวกเขาแล้วเสือน้อยคือพี่ชายยิ่งเห็นมีเงินมาจ้างเพื่อน ๆ แถวบ้านมากมายก็ยิ่งเคารพลูกพี่คนนี้อย่างบอกไม่ถูก

            พวกเขาได้อานิสงส์เป็นลูกสมุนมือซ้ายขวาเวลาใช้งานก็มักถูกใช้งานสำคัญ ๆทว่าในบางครั้งพี่เสือแกก็มักจะให้พวกเขาลงแรงหนักกว่าคนอื่น…แต่เงินก็ถึงเช่นกัน!

            ทุกคนรู้ดีว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นสมุนหลักเพราะดูได้จากการยืนลำดับไหล่ ‘ยักษ์-ใหญ่’ ก็มักจะยืนขนาบข้างคล้ายกับในหนังในละคร

            พวกเขาทั้งคู่อยากจะให้เปิดเรียนเร็วๆ ตั้งแต่รู้ว่าตนสอบติด

            ลูกพี่อย่างเสือน้อยก็จัดการให้พวกเขาควบคุมในตำแหน่งสำคัญๆ ส่วนเจ้าตัวก็นอนไปนอนเลี้ยงควาย หรือไม่ก็ขึ้นชกมวยล่อเป้าอยู่บนเวที

            พอมีปัญหาอะไรก็โทรมาหรือถ้าโทรไม่ติดก็จะขี่รถมารายงานลูกพี่ที่ค่ายมวย

            ……

            เหมือนฝันสาวน้อยผู้งดงามกิริยาท่าทางที่เธอแสดงออกมา มันก็ชวนให้คนได้หลงใหลเป็นอย่างมากขนาดผู้หญิงด้วยกันเองยังแอบชอบเธอด้วยซ้ำ

            ทั้งเรียนดีกีฬาเด่นทางโรงเรียนได้ส่งเธอไปประกวดแข่งขันพวกภาษาอังกฤษและเธอก็ยังได้รางวัลกลับมามากมาย ซึ่งเธอเป็นที่รักของบรรดาครูและเพื่อน ๆเป็นอย่างมาก ด้วยเป็นคนนิสัยดีเข้ากับคนอื่นง่าย ไม่ถือตัว

            ส่วนทางด้านความรักนั้นเด็กหนุ่มผู้มาห้อมล้อมเธอก็มีตั้งแต่ ม.1 ไปจนถึง ม.6 

            และแน่นอนว่าความสวยและความเด่นของเธอย่อมนำพามา ซึ่งความริษยาในหมู่พวกผู้หญิงบางครั้งก็โดนรุ่นพี่ผู้หญิงหมั่นไส้ ชอบเรียกเธอไปแกล้งในงานกีฬาสีเธอมักจะถูกพวกรุ่นพี่เล่นงานเป็นประจำส่วนเพื่อนในกลุ่มของเธอก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย

            ทั้งต่อว่ากระแนะกระแหนพูดเสียงดังทำให้เธออับอาย จนเธอโกรธมากไปร้องไห้กับพ่อแม่จนเรื่องไปถึงฝ่ายปกครอง

            หลังจากเสือน้อยไปสารภาพรักและกลายเป็นเพื่อนกันตลอดช่วงเวลานั้นก็จะมีคนที่หมั่นมาเอาใจอยู่ตลอด เช่น นายพีรพัฒน์นักกีฬาเทควันโดคนโปรดของครูในชมรม 

            ซึ่งเจ้าตัวได้ใส่ที่ปิดตาอยู่เป็นเดือนกว่าจะเอาออกใครไปถามก็จะบอกว่า “โดนเศษไม้เข้าตาหมอให้ปิดไว้”

            และนายคนนี้เป็นเหมือนฝันเองที่เปิดโอกาสให้เขาเข้ามาในชีวิตส่วนคนอื่นที่มาตามตอแยจนเธอเองก็รำคาญ…รำคาญมาก ๆ เสียด้วย แม้กระทั่งเสือน้อยเอง

            แต่ทว่ารายนั้นได้ชิงสารภาพไปก่อนแล้วจึงทำให้เธอคลายกังวลหนทางเดียวที่จะทำให้เธอหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ผู้ชายมาห้อมล้อมแบบนี้ได้ จำเป็นที่ต้องเลือกสักคนไม่เช่นนั้นก็จะมีคนมาตอแยเธอไม่จบไม่สิ้น…

            เหตุผลที่เธอหลงเสน่ห์เด็กหนุ่ม…เป็นเพราะปากหวานช่างเอาอกเอาใจแถมหน้าตาก็ หล่อเหลา คิ้วหนาคมเข้ม รูปร่างหน้าตาดีทั้งยังเป็นนักกีฬาคนเก่งประจำโรงเรียนอีกต่างหาก ทั้งฟุตบอล เทควันโดดูเหมือนเขาโตขึ้นไปสามารถเอาดีด้านกีฬาได้เลย

            อีกทั้งพียังสามารถปกป้องเธอได้ด้วยศิลปะการต่อสู้ ซึ่งเธอได้ยินมาคร่าว ๆ ว่าพีเองก็ดูเป็นหัวโจกในรุ่นราวคราวเดียวกันหลังจากตกลงลองคบหาดูใจกันแล้ว ก็ปรากฏว่าทั้งคู่เหมือนจะไปได้ดีพีมักจะชวนเธอไปเที่ยวตามห้าง ดูหนัง ฯลฯ 

            แต่โดยมากเธอมักอยู่ที่ร้านหนังสือในมุมโปรดนิยายและวรรณกรรม ในร้านหนังสือที่ไปเที่ยวหรือแวะหาทีไร ก็ต้องซื้อติดมือกลับบ้านมาเป็นประจำ

            วันวาเลนไทน์ก็ยกดอกไม้ช่อใหญ่เด่นสะดุดตามาให้เธอทำเอาเพื่อนร่วมห้องอิจฉากันเป็นแถว ๆ ทั้งกล่องขนมช็อกโกแลตแทนใจ มีมาไม่ขาด…ยิ่งนานวันทั้งคู่ก็ยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ

            จนกระทั่งปิดเทอมทั้งคู่ดูเหมือนจะแยกย้ายกันไปชั่วคราว เนื่องจากมีภาระกิจของแต่ละคนที่ต้องทำ

            กิจกรรมหลัก ๆของเหมือนฝันก็คือ ‘การอ่านนิยาย’ ซึ่งกองนิยายที่ตอนนี้สุมอยู่ ต่อแถวรอคิวอ่านยาวเป็นหางว่าวในบางครั้งก็ไปช่วยพ่อนั่งคุมร้านวัสดุก่อสร้าง

            ส่วนนายพีก็มีซ้อมเทควันโดทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้กันหากแต่บางวันก็โทรนัดกันไปเจอะเจอตามร้านอาหารในห้างตามสมควร

            ตั้งแต่คบกับพีเธอก็ดูเหมือนมีความสุขมากขึ้นหัวใจของเด็กสาวแรกแย้มก็พองโตขึ้นเรื่อย ๆเธอถึงขั้นคิดไปถึงอนาคตระหว่างเขาและเธอไม่ได้ ผ่านจินตนาการในหนังสือ…

            ……

            ทางด้านนายพีรพัฒน์หลังจากมีเรื่องชกต่อยกับเสือน้อยไปคราวก่อน 

            ซึ่งโดนอีกฝ่ายซัดหมอบเหมือนหมาข้างถนนมันจึงทำให้เขาโกรธแค้นอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก หากแต่ครอบครัวของเขาเองก็โดนพ่อของไอ้หมอนั่นกับทนายความบีบบังคับ รวมไปถึงทั้ง ผอ.ก็เข้าข้างฝ่ายนั้นด้วย

            จึงได้ทำข้อตกลงห้ามยุ่งเกี่ยวห้ามมาหาเรื่องกันอีกอีกฝ่ายถึงจะหยุดดำเนินคดี พร้อมเรียกค่าทำขวัญพ่อแม่ของเขาเมื่อได้ดูหลักฐานที่ทางโรงเรียนให้มา ทั้งกล้องวงจรปิด ทั้งพยานบุคคลก็ทำเอาอึ้งพูดไม่ออก 

            และพ่อแม่ของเขาได้ยอมจ่ายเงินฟาดเคราะห์ไปเห็นว่าจ่ายไปเยอะมาก เขาถึงได้โดนตำหนิจากครอบครัวอย่างรุนแรง

            พ่อ :ไอ้พี…ไอ้ลูกโง่ขนาดมึงไปรุมเขามึงยังแพ้ แพ้ไม่พอเสือกให้เขาเอาหลักฐานมาจับอีกเจริญจริง ๆ ไอ้ลูกโง่เอ๊ย!

            พ่อด่าเขาอยู่อย่างนี้เป็นวันๆ

            แม่ :คุณก็อย่าไปว่าลูกนักเลยดูสิ ลูกก็เจ็บตัวมามากพอแล้ว

            พี : ใช่ ๆความจริงพ่อควรเอาเรื่องมันด้วยซ้ำ ที่มันเล่นงานผมสาหัสเนี่ย!

            พ่อ : ยังจะเถียงอีกนี่ถ้าไม่ใช่เพราะมึงทำอะไรไม่คิด ไม่ดูตาม้าตาเรือมึงคิดว่าอยู่ในป่าในดงหรือไงจะกระทืบใครก็ไม่ต้องสนใจ แต่นี่อะไรกล้องวงจรปิดเต็มโรงเรียนมึงดูสิ!จะไปเอาเรื่องมัน แต่มึงพาเพื่อนไปรุมมันขึ้นศาลไหนก็แพ้…แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มด้วยซ้ำกลายเป็นขี้ปากอับอายขายขี้หน้าคนอื่นเขาอีก 

            “ลูกของไอ้ สจ.พาที ยกพวกไปรุมกระทืบมิวายโดนสวนคืน หมดกันชื่อเสียงที่กูสั่งสมมา!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวส่วนเด็กหนุ่มได้แต่ก้มหน้ายอมรับสภาพ

            สจ.พาที :ตั้งแต่นี้ไปเป็นไปได้ก็อย่าไปหาเรื่องมัน เข้าใจมั้ย!!

            พี :แล้วถ้ามันมาหาเรื่องผมละพ่อ?

            พาที :มึงก็ดูไปตามสถานการณ์สิวะ แค่ช่วงนี้เลี่ยง ๆ มันไปก่อนผ่านไปหลาย ๆเดือนค่อยไปยุ่มย่ามกับมันใหม่