หลังจากที่ทั้งสองคนเดินมาถึงยังตลาดหนิงฮวาก็ได้เอ่ยกับท่านปู่ของนางว่านาง้าซื้ออะไรบ้าง
“ท่านปู่ข้าอยากแวะร้านขายผ้าซักหน่อยน่ะเ้าคะแล้วก็ข้าอยากจะซื้อพวกเมล็ดผักกับอีกหลายอย่างท่านปู่จะว่าอะไรหรือไม่เ้าคะ’’
“ได้ซิปู่แล้วแต่เ้าเลยเ้าจะซื้ออะไรก็ไปเลือกได้เลยนะฮวาเออร์”
เมือหนิงเทียนเอ่ยปากอนุญาติแล้วหนิงฮวาก็เดินไปดูร้านขายผ้าไว้สำหรับตัดเย็บผ้า นางเดินเข้าไปยังร้านขายผ้าขนาดกลางๆเพื่อซื้อผ้ากลับไปให้มารดาและพี่สาวของนางตัดเย็บให้ เพราะทั้งสองนั้นมีฝีมือเื่นี้อยู่แต่สำหรับนางนั้นหลังจากนี้คงไม่มีเวลาไปนั่งเย็บผ้าได้อย่างแน่นอน เพราะนางกำลังจะสร้างธุรกิจครอบครัวดังนั้นนางจะมอบหน้าที่นี้ให้กับทั้งสองคนแทน
หลังจากที่นางเดินเข้ามาภายในร้านทุกคนที่อยู่ภายในร้านก็หันมามองนางกับท่านปู่ของนางด้วยสายตาดูแคลนเพราะถึงแม้ร้านจะไม่ได้ใหญ่โตมากแต่สำหรับคนฐานะอย่างนางก็คงจะยังไม่มีปัญญาซื้อผ้าที่อยู่ภายในร้านนี้อย่างแน่นอน
อีกอย่างดูจากสภาพของนางและท่านปู่แล้วแทบไม่ต่างอะไรจากขอทานเลยชุดที่ใส่อยู่ก็สีซีดจนมองสีเดิมไม่ออกไหนจะรอยปะชุนทั่วทั้งชุดอีกไม่แปลกใจว่าทำไมทุกคนถึงมองพวกนางด้วยสายตาเช่นนั้น แต่นั้นก็ไม่ได้มีผลอะไรกับนางเพราะนางไม่ได้ให้ค่ากับสายตาของคนพวกนี้ดังนั้นนางจึงเดินไปเลือกผ้าอย่างสบายใจเมื่อนางเดินดูได้ซักพักพนักงานในร้านก็เดินเข้ามาสอบถามกับนางง
“สวัสดีขอรับ ท่านทั้งสอง้าซื้อผ้าแบบไหนหรือขอรับสามารถแจ้งทางเราหยิบมาให้ท่านเลือกได้เลย”
“ข้าอยากได้ผ้าซักสี่พับขอเป็ผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มสองพับ สีชมพูหนึ่งพับและสีม่วงอ่อนหนึ่งพับเอาแบบไม่ต้องมีลายนะ”
“ได้ขอรับ ผ้าฝ้ายสีไม่มีลายพับละสี่ร้อยอีแปะ ท่านรับสี่พับทั้งหมดก็หนึ่งตำลึงเงินกับหกร้อยอีแปะ ไม่ทราบว่าจะรับอะไรเพิ่มอีกหรือไม่ขอรับ”
“ไม่แล้วเ้าค่ะข้าเอาแค่นี้พอ” เมื่อหนิงฮวาเอ่ยจบพนักงานก็รีบไปจัดผ้าตามที่นาง้าเสร็จแล้วจึงได้นำมามอบให้นางตรวจดูสิค้า
“นี้ผ้าที่ท่านสั่งซื้อทั้งหมดสี่พับ น้ำเงินเข้มสองพับ สีชมพูหนึ่งพับและสีม่วงอ่อนหนึ่งพับสินค้าตรงตามที่สั่งหรือไม่ขอรับ”
“ตรงเ้าค่ะ ส่วนนี้เงินหนึ่งตำลึงเงินหกร้อยอีแปะ”
นางเอ่ยพร้อมกับยื่นเงินให้กับพนักงานก่อนจะพาท่านปู่เดินออกมาจากร้านขายผ้าและไปซื้อของอย่างอื่นต่อ หลังจากออกมาจากร้านขายผ้าหนิงเทียนก็พาหนิงฮวามายังร้านขายเครื่องปรุงเมื่อมาถึงร้านแล้วหนิงฮวาก็เดินเข้าไปเลือกซื้อ เกลือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง น้ำตาลทราย พริกไทยเม็ด น้ำส้มสายชู กระเทียมหัวและหอมแดง หมดเงินไปราวๆหนึ่งร้อยอีแปะ
พอจ่ายเงินรับของเสร็จแล้วหนิงฮวาก็ให้ท่านปู่พานางไปยังร้านขายเมล็ดผักเพื่อซื้อเมล็ดผักกลับไปปลูกพอมาถึงร้านหนิงฮวาก็เอ่ยบอกพนักงานหน้าร้านทันที
“ข้า้าซื้อเมล็ดผักกาดขาว แตงกวา หัวไช้เท้า พริกชี้ฟ้า แตงโม กะหล่ำหัวอย่างละจิน”
“เมล็ดผักจินละยี่สิบอีแปะท่าน้าผักชนิดอื่นอีกหรือไม่”
“ที่นี้มีเมล็ดข้าวโพดหรือไม่ที่มีลักษระเป็ฝักมีเม็ดรอยฝักสีเหลืองน่ะ” หนิงฮวาเอ่ยถามกับพนักงานเพราะนางไม่แน่ใจว่ายุคที่นางมาอยู่นั้นรู้จักข้าวโพดกันบ้างหรือยัง
“ท่านหมายถึงสิ่งนั้นหรือไม่” พนักงานเอ่ยถามพร้อมกับชี้ไปยังหน้าร้านตรงที่โชว์ผักชนิดต่างๆแล้วหนิงฮวาก็ได้เห็นฝักข้าวโพดห้อยอยู่สามสี่ฝักเพื่อโชว์หน้าร้าน
“ใช่แล้วที่นี้ขายราคาเท่าไหร่”
“ที่ร้านไม่ได้ขายหรอกเอามาประดับหน้าร้านเฉยๆเพราะที่ร้านไม่มีใครรู้ว่ามันใช้ทำอันไดได้บ้างนอกจากเอามาประดับร้านเพราะเม็ดมันแข็งเอาไปทำอาหารก็กินไม่ได้แต่ถ้าท่านจะเอาทางร้านขอแถมให้ก็แล้วกันเพราะที่ร้านมีอยู่แค่สิบฝักเพียงเท่านั้น”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะนี้เงินค่าเมล็ดผักหกชนิดหนึ่งร้อยยี่สิบอีเปะเ้าค่ะ”เมื่อหนิงฮวาได้ของแล้วนางก็เดินออกไปหาท่านปู่พร้อมกับไปยังที่ขายอาหารสดต่อ