ตอนที่ 5
เซี่ยวหนิงเอ๋อร์มองคนหนุ่มด้วยสายตาระแวดระวังในตอนนี้เธอถูกเรียกให้ไปพูดคุยในร้านกาแฟใกล้เคียงแห่งหนึ่ง หลี่เทียนพอจะเข้าใจถึงท่าทางของอีกฝ่ายได้ในนิยายเฉินเฟิงหลังกลับมาเกิดไม่ได้มีนางเอกเคียงข้างแค่คนเดียว เมื่อการลงทุนธุรกิจของเฉินเฟิงขยายเติบโตจนมีกำไรระดับหนึ่งเขาจะบังเอิญไปพบกับหญิงสาวที่ทางบ้านประสบปัญหาขาดเงินรักษาแม่
ใช่แล้ว เซี่ยวหนิงเอ๋อร์คนนี้คือหนึ่งในนางเอก !
พอรู้ว่าอาการของแม่เธอย่ำแย่ลงและต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษา เธอจะตัดสินใจไปทำงานที่บาร์ยามราตรีและยินดีขายมอบร่างกายให้กับคนที่มอบเงินช่วยเหลือกับเธอได้และนั้นเป็การจุดพบเจอกันระหว่างเฉินเฟิงกับเซี่ยวหนิงเอ๋อร์
หลี่เทียนจัดการกับเื่นี้ยังไงหน่ะหรือ ?
....
ย้อนกลับไปในตอนที่หลี่เทียนเรียกผู้อำนวยการไปคุยด้วย
" คุณชายหลี่้าให้ผมโกหกอาการของคนไข้ ? "
" ผมทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ...แม้ว่าผมจะเกรงใจคุณชายมากแต่ว่าผมเองก็มีจรรยาบรรณของผมหากเป็เื่อื่นที่หมออย่างผมสามารถทำได้ผมย่อมช่วยอยู่แล้ว "
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนนี้ไม่ใช่คนย่ำแย่จริงๆ หลี่เทียนรู้เื่นี้ในอนาคตเขาจะเป็หนึ่งในคนที่สานสัมพันธ์กับเฉินเฟิงที่ขยายขอบเขตธุรกิจการแพทย์และอาหารเสริมด้วยเหมือนกัน
" ฉันไม่ได้ขอให้โกหก...ผู้อำนวยการคุณแค่ต้องบอกว่าอาการของหญิงคนนั้นยากตรวจสอบและเธอมีใจปิดบังเื่นี้เป็ความจริงคุณสามารถไปสอบถามเอาได้ในภายหลัง แค่ต้องพูดโน้มน้าวให้ลูกสาวของเธอเร่งรัดยกระดับการรักษาแม่ของเธอโดยเร็วที่สุด ผู้อำนวยการหลังคุณดูแฟ้มประวัติคนไข้แล้วคุณก็จะรู้เองว่าหญิงสาวนั้นมีอาการย่ำแย่แต่อาจเป็หลังจากนี้คุณแค่ต้องเร่งระยะเวลาให้กระชันเข้ามาเท่านั้นเอง "
" นี้...มัน "
มันเป็คำขอที่น่าแปลกประหลาดเกินไปจนผู้อำนวยการโรงพยาบาลงุนงง
" ฉันเห็นพื้นที่รองรับคนไข้พยาบาลที่ไม่เพียงพอมีผู้ป่วยนอนริมระเบียงอยู่หลายคน หลังจากนี้ฉันจะอุดหนุนทุนในการต่อเติมขยายโรงพยาบาลแห่งนี้ให้ห้าสิบล้าน "
" ห้าสิบล้าน !? "
" แค่ทำตามที่ฉันบอกผู้อำนวยการคุณไม่ได้ผิดจรรยาบรรณแพทย์ ทั้งยังไม่ได้โกหกคนไข้แต่ว่าแค่สื่อสารให้เธอเข้าใจผิดว่าโรคอาจจะดูเหมือนร้ายแรงใครจะรู้ถ้าเกิดตรวจสอบแน่ชัดละเอียดขึ้นมาจริงๆหญิงสาวคนนั้นอาจมีโรคร้ายซ่อนอยู่จริงๆก็ได้ "
" ผะ...ผมตกลง ! "
...
แค่เร่งเื่ราวให้เซี่ยวหนิงเอ๋อร์คนนี้้าเงินก่อนเนื้อเื่ในนิยาย ในตอนนี้เฉินเฟิงยังไม่มีเงินเพื่อช่วยเหลือดังนั้นอีกฝ่ายไม่มีทางยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ได้อย่างแน่นอน และในอนาคตเขาอาจบีบคั้นเื่โกหกของผู้อำนวยการจากบันทึกเสียงที่แอบบันทึกพูดคุยเอาไว้ เป็การตัดหลังผู้ช่วยเหลือหนุนหลังตัวเอกในวันหน้าได้ด้วยเหมือนกัน
' ฮา..ฮ่า ! '
" คะ...คุณเป็ลูกหรือว่าหลานของผู้อำนวยการอย่างนั้นหรอคะ ? "
" เปล่าฉันเป็คนไข้ของเขาแต่ตอนนั้นต้องรอตรวจอาการเล็กน้อยจึงอยู่ในห้องแล้วได้ยินเื่ของเธอโดยบังเอิญ "
เซี่ยวหนิงเอ๋อร์พอจะเข้าใจขึ้นมา แต่ว่าเมื่อเอ่ยถึงการเป็คนไข้ของผู้อำนวยการโดยตรงนั้นแสดงว่าคนหนุ่มเบื้องหน้าเธอก็คงมีฐานะร่ำรวยอยู่มากทีเดียว
" แล้วคุณ้าคุยเื่อะไรอย่างนั้นหรอคะ ? "
" ฉันสามารถช่วยเธอได้แต่ว่าก็ต้องมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนไม่มีสิ่งใดในโลกได้มาฟรีๆหรอกนะ "
สายตาของหลี่เทียนกวาดมองเรือนร่างของเธอจนประหม่า เซี่ยวหนิงเอ๋อร์ขมวดคิ้วเตรียมหยิบยกกระเป๋าและหนีจากไปแต่ว่าข้อมือของเธอถูกฉุดดึงเอาไว้อีกครั้ง
" ฟังให้จบ ! "
" ไม่...ถ้าเกิดว่าคุณยังกล้าทำแบบนี้อยู่ฉันจะะโให้คนช่วยเหลือ "
" ก็ลองดูสิ...แต่ฉันจะเตือนเอาไว้อย่างหนึ่งฉันช่วยแม่ของเธอได้และก็สร้างความยากลำบากที่มากยิ่งกว่านี้แบบที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนให้ได้เหมือนกัน "
ดวงตาของเซี่ยวหนิงเอ๋อร์สั่นกลัว เธอรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้โกหกน้ำเสียงและท่าทางของเขารวมกับกระทั่งผู้อำนวยการยังต้องเกรงใจเขาเลยเสียด้วยซ้ำ
" นั่งลง ! "
เธอกลับนั่งลงใหม่อีกครั้งอย่างเชื่อฟัง สายตาของเธอจับจ้องมองไปที่ข้อมือแต่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะปล่อยทั้งยังลูบแตะมันเบาๆ
" คะ...คุณหมายความว่ายังไงกัน "
" ฉันเห็นเธอเหม่อยลอยก่อนหน้านี้หากไม่ถูกฉันเรียกเอาไว้บางทีเธอคงตัดสินใจอนาคตไปแล้ว เธอคงเป็หนี้โรงพยาบาลอยู่กว่าสามแสนและการรักษาแบบละเอียดหลังจากนี้ก็อาจต้องใช้มากกว่าเดิมหลายเท่าน้อยสุดก็ควรมีสักหนึ่งล้าน ถามหน่อยเถอะว่าต่อให้เธอมีรูปร่างหน้าตาดีขนาดนี้แต่จะมีใครยอมจ่ายเงินขนาดนั้นเพื่อเธอไหม ? "
ใช่แล้วไม่มีใครที่จ่ายไหวเว้นเสียแต่ตัวเอกที่ใจปล้ำ !
ขณะเดียวกันหลี่เทียนก็เป็อีกคน ตามโครงเื่เขาเป็คุณชายจากเมืองหลวงเป็เหมือนกับตัวร้ายบอสลำดับท้ายๆของเื่ไม่มีทางปรากฏเร็วแบบนี้ เงินหนึ่งล้านในสายตาของคนธรรมดาแบบเซี่ยวหนิงเอ๋อร์แทบจะเหมือนฟ้าผ่ากลางใจไม่มีทางที่เธอจะหาได้ในระยะเวลาสั้นแม้จะมีเวลาเป็ปีก็ตาม
" คะ...คุณสามารถให้เงินจำนวนมากขนาดนั้นกับฉันเพื่อช่วยเหลือแม่ได้จริงๆ ? "
" ผิดแล้วฉันไม่ได้จะมอบให้แค่เท่านั้น ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับเธอผู้อำนวยการบอกไปแล้วว่ามันเป็การตรวจเฝ้าระวังรักษาแบบละเอียดและไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่หรืออาจพบเจอโรคร้ายหลังจากนี้หรือไม่ ฉันจะมอบให้เธอก่อนสองล้านในทันทีและถ้าขาดเหลือฉันก็จะช่วยเหลือเองทั้งหมด "
" ละ...แลกกับร่างกายของฉันอย่างนั้นหรอคะ "
" ไม่ใช่แค่ร่างกายแต่หลังจากนี้ชีวิตเธอทั้งชีวิตจะเป็ของฉัน แน่นอนว่าฉันจะดูแลอย่างดีเธอจะมีหน้าที่การงานอาชีพที่ดีทำยิ่งไปกว่านั้นฉันรู้จักผู้อำนวยการดีแค่โทรไปคุยสักหน่อยเขาจะเป็คนดูแลรักษาอาการแม่เธอเป็อย่างดีด้วยตัวเอง "
" ฉะ..ฉันขอเวลาคิดสักระยะได้ไหม "
หลี่เทียนพยักหน้าปล่อยมืออ่อนนุ่มที่เขาััมาระยะหนึ่ง เฝ้าจดจ้องมองใบหน้าที่แดงเขินอายด้วยท่าทางน่ารักนั้นพร้อมกับรูปร่างส่วนโค้งที่น่าดูชม ถึงอย่างไรในตอนนี้เขายังข้ามขั้นมากกว่านี้ไม่ได้ต้องรอยกระดับอาวุธลูกผู้ชายเสียก่อน !
" ก็ได้นี้นามบัตรฉันแค่ไปลองหาชื่อดูเธอจะรู้ว่าฉันไม่ได้โกหก เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็โทรมาแล้วกัน "
ก่อนลุกไปหลี่เทียนหันกลับมองนางเอกคนแรกที่เขาเพิ่งจะพบ มือของเขายื่นออกไปแตะคางของเซี่ยวหนิงเอ๋อร์ทีแรกเธอ้าจะหลบแต่ท้ายที่สุดก็แค่หลับตาเม้มริมฝีปากกลั้นเอาไว้ รู้สึกว่ามือของเขายังััที่แก้มและปอยผมด้านข้างของเธอ
" ้าให้ฉันไปส่งไหม "
" ไม่ค่ะ ! "
เธอตอบเสียงแข็งมองดูร่างของหลี่เทียนที่ยิ้มหัวเราะจากไป
...
[ ติ้ง ! ประสบความสำเร็จในการดำเนินการต่อนางเอกเซี่ยวหนิงเอ๋อร์ ได้รับคะแนนจอมวายร้าย +100 ]
เสียงระบบรายงานหลังจากที่หลี่เทียนขึ้นมาบนรถ มุมปากของเขาฉีกยิ้ม
' อย่างที่คิดเอาไว้ไม่จำเป็ต้องลงมือกับตัวเอกเท่านั้น แต่นางเอกก็ได้คะแนนจอมวายร้ายด้วย '
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือหลังจากได้เจอนางเอกคนแรกแล้ว จริงๆในใจทีแรกของหลี่เทียนแค่้าแต้มวายร้ายเท่านั้นแต่ว่าพอเจอกับความสวยงดงามที่โดดเด่นของเซี่ยวหนิงเอ๋อร์และใบหน้าที่น่าสงสารนั้นก็ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากเป็ของตัวเองขึ้นมา
บางทีนี้อาจเป็จิตใต้สำนึกของวายร้าย !?
' จัดการเฉินเฟิงและรวบรวมนางเอกทั้งหมดให้อยู่ในมือฉัน '
แน่นอนว่าหลี่เทียนไม่คิดใช้วิธีแบบตัวเองที่ค่อยๆอาศัยความช่วยเหลือตามจีบไป แก้ปัญหาให้กับเหล่านางเอกทีละก้าวจนสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมา
เขาเป็ตัวร้าย ไม่ใช่ตัวเอก !
ดังนั้นก็ย่อมต้องใช้วิธีที่เหมาะสมกับตัวร้ายเท่านั้น
...
ทางฝั่งของหม่าเว่ยเฉาหลังจากหลายวันที่เขาพบกับคุณชายหลี่ชีวิตก็เหมือนกับนาฬิกาทรายที่พลิกกลับด้านอีกครั้งหนึ่ง
" พี่หม่าในตอนนั้นฉันกับพวกลูกน้องไม่รู้ความจริงๆ ในตอนนั้นพวกเราดื่มกันหนักมากเกินไปหน่อยและไม่ได้ไตร่ตรองนึกถึงเหตุผลขอให้พี่หม่ายกโทษให้พวกเราด้วยเถอะน ! "
กลุ่มอันธพาลที่เรียกเก็บค่าคุ้มครองถืออาวุธเที่ยวแตร่กรางไปทั่ว แต่ในตอนนี้พวกมันกลับกำลังคุกเข่าที่หน้าบ้านตนเอง ? หม่าเว่ยเฉารู้สึกแปลกและสับสนอำนาจของคุณชายหลี่ช่างมากมายจริงๆแค่โทรไปครั้งเดียวก็ทำให้อันธพาลพวกนี้ยอมสยบได้ในทันที
ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทและโรงงานที่ปิดตัวลงไปแล้วแม้ทำเื่ฟื้นกลับมายากแต่คุณชายหลี่บอกเอาไว้ว่าไม่จำเป็ต้องทำ แค่รอให้เฉินเฟิงคนนั้นเข้ามาหาตัวเองเท่านั้นเขาไม่ใช่บุคคลล้มละลายแล้วในตอนนี้ทว่าสถานะก็ยังไม่ได้เริ่มต้นได้แต่รอวันที่คนที่ชื่อว่า เฉินเฟิง ปรากฏตัวเท่านั้น
" ลุกขึ้นเถอะถ้าพวกนายบอกว่าทำไปเพราะเมาจริงๆคราวหลังก็อย่าได้เที่ยวรังแกคนอื่นมากเกินไปก็พอแล้ว "
" พี่หม่าเป็คนที่พวกเราควรเอาเป็แบบอย่าง...ได้โปรดรับสิ่งนี้เป็ของชดเชยถ้าไม่อย่างนั้นผมกับลูกน้องคงไม่อาจข่มตาหลับหลังจากทำผิดกับพี่หม่าไป "
' คงไม่อาจข่มตาหลับได้ก็เพราะกลัวว่าไปสะกิดเท้าคุณชายหลี่มากกว่าไม่ใช่อย่างนั้นหรือ ? '
หม่าเว่ยเฉาไม่ได้เปิดโปงแต่ว่าก็รับเงินก้อนกว่าสองแสนเอาไว้ ธุรกิจปิดตัวลงไปนานอีกทั้งเงินนี้ก็อยากจะเลี่ยงสามารถนำเงินส่วนนี้ไปดูแลครอบครัวของเขาได้ชั่วคราวก่อนเหมือนกัน
" ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปได้แล้ว "
" อะ...เอ่อ...พี่หม่าเ้านายของพวกเราถามว่าพี่หม่าพอจะเชิญคุณชายหลี่ออกมาพบกับเ้านายของพวกเราสักครั้งได้ไหม ? "
หม่าเว่ยเฉาจำได้ว่าตอนนั้นคุณชายหลี่ก็ใช้เบอร์ตัวเองโทรไปนี้ แต่ครู่เดียวเท่านั้นเขาก็เข้าใจขึ้นมาคนเื้ัอันธพาลพวกนี้ก็คือตระกูลโจวอาจไม่ใช่ตระกูลในสามอันดับแรกของเมืองแต่ก็อยู่ในสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน มีธุรกิจมั่งคั่งพันล้านหรือว่าหมื่นล้านเสียด้วยซ้ำ
กับคนที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ขนาดนี้พวกเขายังต้องเฝ้าระมัดระวังไม่กล้าแม้แต่จะโทรไปหาคุณชายหลี่แบบสุ่มสี่สุ่มห้าเลยเสียด้วยซ้ำ !
" พี่หม่าวางใจได้เ้านายของพวกเราแค่อยากพูดคุยกับคุณชายหลี่เท่านั้นและนี้เป็สิ่งตอบแทนเล็กๆน้อยๆที่เ้านายของพวกเรามอบให้พี่หม่า "
กระเป๋าเงินจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ก็สองแสนในตอนนี้พอหม่าเว่ยเฉาแง้มกระเป๋าเปิดออกดูประมาณเงินด้วยสายตาก็น่าจะมีราวๆหนึ่งล้านเห็นจะได้ !
เพียงเพื่อคว้าโอกาสใกล้ชิดหลี่เทียนคนนั้นตระกูลโจวถึงกับยอมจ่ายราคานี้ออกมาโดยไม่เสียดาย แม้ในอดีตหม่าเว่ยเฉาจะมีธุรกิจร้อยล้านแต่นั้นเป็มูลค่าบริษัทไม่ใช่เงินที่จับต้องได้จริงๆ ดังนั้นแล้วเงินหนึ่งล้านตรงหน้าสำหรับเขาแล้วก็มากอยู่เหมือนกัน
.....
Commend เป็กำลังใจกันให้ด้วยน้าาา ~~