แสงอัสดงยามเย็นสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่ผุพังของเรือนพักท้ายจวน ทอดเงายาวเหยียดลงบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ บรรยากาศภายในห้องนอนซอมซ่อเต็มไปด้วยความเงียบงันอันหนักอึ้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่แ่เบาและติดขัดของ 'มู่เฟิง' ที่กำลังหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้า จากการถูกบีบคั้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ
มู่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างเตียง ั์ตาสีรัตติกาลของเขาทอประกายลี้ลับท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโรยตัวลงมา แม้ใบหน้าของเขาจะดูสงบนิ่ง ทว่าภายในจิตใจกลับกำลังเดือดพล่านประดุจมหาสมุทรที่กำลังก่อตัวเป็พายุคลั่ง
การกระทำของผู้าุโสามและมู่หานในวันนี้ เป็ดั่งฟืนที่โยนโหมเข้าสู่กองเพลิงแห่งความแค้น ทว่าสิ่งที่ทำให้มู่เฉินรู้สึกเย็นเยียบไปถึงไขกระดูก มิใช่ความอหังการของคนเ่าั้ แต่เป็ความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ในชีพจรของบิดาเขาต่างหาก!
"ท่านพ่อ... ท่านต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดสามปี โดยที่เข้าใจว่าตนเองเพียงแค่อาการาเ็กำเริบ... แต่แท้จริงแล้ว กลับมีเดรัจฉานจงใจส่งท่านลงนรกอย่างช้าๆ" มู่เฉินพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือของเขากำแน่นจนเล็บจิกจมลงไปในเนื้อ
มู่เฉินมิอาจปล่อยให้ความคลางแคลงค้างคาใจ เขาตัดสินใจที่จะตรวจสอบให้แน่ชัดถึงแก่นแท้ของพิษร้ายนี้
เด็กหนุ่มค่อยๆ ยื่นมือขวาออกไป วางปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือของมู่เฟิงอย่างแ่เบาที่สุด เพื่อมิให้บิดาต้องตื่นจากการหลับใหล
มู่เฉินหลับตาลง โคจรเคล็ดวิชา 'กลืนดารา์' อย่างระมัดระวัง ปราณดาราสีดำประกายเงินที่อัดแน่นอยู่ในระดับห้าขั้นสูงสุด ถูกรีดเร้นให้กลายเป็เส้นด้ายที่บางเฉียบยิ่งกว่าเส้นใยแมงมุม มันค่อยๆ แทรกซึมผ่านรูขุมขนของมู่เฟิง ไหลเข้าสู่เส้นชีพจรหลักอย่างเชื่องช้า ดุจสายน้ำที่รินไหลในความมืด
เมื่อปราณดาราล่วงล้ำเข้าไปถึงบริเวณจุดตันเถียนและขั้วหัวใจของมู่เฟิง ััแห่งจิติญญาของมู่เฉินก็ต้องสั่นสะท้าน!
ภาพที่ปรากฏในนิมิตแห่งปราณคือความพินาศอย่างแท้จริง! เส้นชีพจรของมู่เฟิงที่สมควรจะกว้างใหญ่และแข็งแกร่งดุจแม่น้ำสายหลัก บัดนี้กลับตีบตันและเปราะบางราวกับกิ่งไม้แห้ง ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณรอบๆ แก่นแท้จุดตันเถียน กลับถูกปกคลุมด้วย 'ไอหมอกสีเขียวคล้ำ' ที่แผ่กลิ่นอายเหม็นเน่าและเย็นเยียบ ไอหมอกเหล่านี้เกาะติดฝังลึกถึงรากเหง้า มันกำลังค่อยๆ กัดกร่อนพลังปราณและพลังชีวิตของมู่เฟิงทีละหยดๆ อย่างเงียบเชียบและอำมหิต!
‘นี่มันมิใช่พิษธรรมดาที่พบเห็นได้ตามร้านโอสถทั่วไป... กลิ่นอายความตายที่แฝงมากับธาตุไม้และธาตุน้ำที่เน่าเสียเช่นนี้...’ มู่เฉินเพิ่มความเข้มข้นของปราณดารา บังคับให้มันแปรสภาพเป็วังวนขนาดจิ๋ว เข้าไปห่อหุ้มไอหมอกสีเขียวคล้ำนั้นไว้ส่วนหนึ่ง
ซ่า!
ทันทีที่ปราณดาราัักับไอพิษ มันกลับเกิดปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรง ไอพิษสีเขียวคล้ำพยายามจะกัดกร่อนปราณดาราของมู่เฉินราวกับสัตว์ร้ายที่มีชีวิต!
ทว่า ปราณดาราของมู่เฉินนั้นสูงส่งและป่าเถื่อนเกินกว่าที่พิษสวะเหล่านี้จะทำอันตรายได้ มู่เฉินแค่นเสียงในใจ ‘แตกซ่าน!’ พลังหยินหยางแห่งดวงดาวบดขยี้เจตจำนงของไอพิษจนแหลกสลาย ก่อนที่เขาจะใช้แรงดูดกระชากเอา 'หยดพิษ' ขนาดเท่าเมล็ดถั่วออกมาจากเส้นชีพจรของบิดา!
มู่เฉินดึงปลายนิ้วกลับมาอย่างรวดเร็ว พลันปรากฏหยดของเหลวสีเขียวคล้ำอมดำลอยอยู่เหนือฝ่ามือ หยดพิษนี้ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน เพียงแค่มันลอยอยู่ในอากาศ พื้นหินด้านล่างก็เริ่มเกิดรอยด่างดำจากการถูกกัดกร่อน!
"พิษสลายิญญา... เป็มันจริงๆ!"
ั์ตาของมู่เฉินวาวโรจน์ด้วยรังสีฆ่าฟันที่เย็นเยียบที่สุด
ในเมืองชิงเฟิงแห่งนี้ หากเอ่ยถึงศาสตร์แห่งการปรุงโอสถและใช้พิษ ย่อมไม่มีตระกูลใดเทียบเคียง 'ตระกูลหลิน' ได้ พวกเขามีรากฐานจากการเป็ตระกูลนักปรุงโอสถ ทว่าเื้ัความสว่างไสว กลับซ่อนเร้นศาสตร์มืดที่น่าสะพรึงกลัวเอาไว้ และ 'พิษสลายิญญา' ก็คือหนึ่งในพิษไร้สีไร้กลิ่นที่เป็ความลับสุดยอดของพวกมัน!
สรรพคุณของมันนั้นอำมหิตนัก เมื่อล่วงเข้าสู่ร่างกาย มันจะไม่แสดงอาการในทันที ทว่ามันจะแฝงตัวอยู่ในจุดตันเถียน ค่อยๆ กัดกินรากฐานลมปราณ ทำให้ผู้ถูกพิษรู้สึกประหนึ่งตนเองสูญเสียพลังจากการาเ็เรื้อรัง จนกระทั่งอวัยวะภายในล้มเหลวและตกตายไปอย่างเป็ธรรมชาติ โดยไม่มีหมอคนใดสามารถตรวจพบ!
"ตระกูลหลิน... พวกเ้าช่างลงมือได้เหี้ยมโหดและแเีนัก!"
มู่เฉินนำขวดหยกเปล่าออกมา บรรจุหยดพิษสลายิญญานั้นลงไปและปิดผนึกด้วยปราณดาราอย่างแ่า สติปัญญาอันเฉียบแหลมของเขาเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เศษเสี้ยวปริศนาในห้วงความทรงจำที่เคยกระจัดกระจาย บัดนี้กำลังถูกนำมาปะติดปะต่อกันจนเห็นภาพกระจ่างชัด
ภาพความทรงจำย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน...
ในเวลานั้น มู่เฟิงคือผู้นำตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุด และตัวมู่เฉินเองก็คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งที่เปล่งประกายเจิดจ้าที่สุดในรุ่นเยาว์ ตระกูลมู่กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด ทว่าเหตุการณ์ 'สำรวจดินแดนลี้ลับป่าทมิฬ' กลับพลิกผันทุกสิ่ง
การเดินทางครั้งนั้นเป็ความลับสุดยอด มีเพียงผู้าุโระดับสูงของตระกูลมู่เท่านั้นที่ล่วงรู้เส้นทางและเป้าหมาย ทว่าในระหว่างการเดินทาง พวกเขากลับถูกลอบซุ่มโจมตีจากกลุ่มชายชุดดำปริศนานับร้อยคน!
กลุ่มชายชุดดำเ่าั้มิได้มุ่งหวัง่ชิงทรัพย์สมบัติ ทว่าพวกมันมุ่งเป้าหมายสังหารมาที่มู่เฟิงและมู่เฉินโดยตรง! ยอดฝีมือของพวกมันมีพลังระดับสลายิญญา มู่เฟิงต้องต่อสู้แลกชีวิตเพื่อปกป้องมู่เฉิน จนตนเองได้รับาเ็สาหัส ส่วนมู่เฉินแม้จะรอดตาย แต่ก็ถูกฝ่ามือลึกลับกระแทกเข้าที่จุดตันเถียน จนเส้นชีพจริญญาแหลกสลายกลายเป็สวะ!
"ในตอนนั้น ข้าคิดว่ามันเป็เพียงการลอบทำร้ายจากศัตรูภายนอก หรือโจรป่าที่แข็งแกร่ง..." มู่เฉินหลับตาลง แววตาของเขาฉายความปวดร้าวระคนเคียดแค้น "ทว่า ยามนี้ข้ากระจ่างแล้ว... ตระกูลหลินไม่มีทางรู้เส้นทางลับของเราได้ หากไม่มี 'เกลือเป็หนอน' คอยลอบส่งข่าว!"
แล้วผู้ใดกันเล่าที่เป็เกลือเป็หนอน?
ผู้ที่มีอำนาจจัดการเื่แผนที่และการเดินเรือในตระกูลมู่... ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดหลังจากที่บิดาของเขาาเ็และเขาต้องกลายเป็สวะ... ผู้ที่พยายามจะยึดครองเรือนพักและทรัพยากรทั้งหมดในวันนี้...
ผู้าุโสาม! มู่กวน!
มู่เฉินลืมตาขึ้น รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งออกจากร่างจนบรรยากาศในห้องสั่นะเื "มู่กวน... ไอ้สุนัขเฒ่า! เ้าทรยศสายเืเดียวกัน เพียงเพื่อความโลภและอำนาจ! เ้าร่วมมือกับตระกูลหลิน วางยาท่านพ่อและบดขยี้อนาคตของข้า! ์และปฐีอาจจะละเว้นเ้า แต่ข้า... มู่เฉินผู้นี้ จะไม่มีวันปรานีเ้าเป็อันขาด!"
ความโกรธแค้นของมู่เฉินทะลักจุดเดือด ปราณดาราสีดำในจุดตันเถียนหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สอดคล้องประสานกับจิตสังหารที่รุนแรงจนแทบจะก่อตัวเป็รูปร่าง หากเป็ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป การปล่อยให้อารมณ์ครอบงำรุนแรงเช่นนี้ย่อมชักนำให้ธาตุไฟเข้าแทรก ทว่าสำหรับวิชากลืนดารา์ ยิ่งโกรธแค้น ยิ่งป่าเถื่อน พลังของมันก็ยิ่งสำแดงอานุภาพที่แท้จริงออกมา!
กฎเกณฑ์แห่งมรรคาเต๋านั้นไร้ความปรานี! ในเมื่อโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยการทรยศและการฆ่าฟัน เขาก็จะใช้พลังที่เหนือกว่า บดขยี้กฎเกณฑ์เ่าั้ให้แหลกสลาย!
"มู่หานทะนงตัวว่าเป็อัจฉริยะ ผู้าุโรองและผู้าุโสามคิดว่าตนเองควบคุมทุกสิ่ง... ข้าจะปล่อยให้พวกมันเหลิงอำนาจไปก่อน" มู่เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของเขาแปรเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง "การปลิดชีพพวกมันในตอนนี้มันง่ายดายเกินไปและไร้ซึ่งความเ็ป ข้าจะค่อยๆ กรีดเฉือนความหวังของพวกมัน บดขยี้ทุกสิ่งที่พวกมันภาคภูมิใจ และกระชากคอพวกมันลงมาจากบัลลังก์จอมปลอมต่อหน้าผู้คนนับหมื่นในลานประลอง!"
ทว่า ก่อนจะถึงเวลานั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ 'การรักษาบิดา'
พิษสลายิญญาฝังรากลึกมานานถึงสามปี การใช้ปราณดาราดูดซับออกมาตรงๆ ย่อมเป็ไปไม่ได้ เพราะรากของพิษได้ผสานเข้ากับเส้นเืขั้วหัวใจของมู่เฟิงแล้ว หากฝืนดึงดันกระชากออกมา หัวใจของมู่เฟิงย่อมต้องฉีกขาด วิธีเดียวที่จะชำระล้างมันได้อย่างปลอดภัย คือต้องใช้ 'โอสถชำระิญญาระดับสาม' ขึ้นไปเท่านั้น
และในเมืองชิงเฟิง สถานที่เดียวที่มีโอกาสพานพบโอสถหรือสมุนไพรระดับนี้ได้ ก็คือ... หอประมูลจันทรา!
"ข้ามีชิ้นส่วนของอสรพิษเกล็ดเงิน และสมุนไพรบางส่วนจากป่าอสูร มันน่าจะพอแลกเปลี่ยนเป็เงินทุนได้บ้าง แต่หาก้าของระดับสูง ข้าจำต้องมีตัวตนที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลัง"
มู่เฉินครุ่นคิด หากเขาเดินดุ่มๆ เข้าไปในหอประมูลด้วยร่างของสวะมู่เฉิน ไม่เพียงแต่จะถูกกดราคาหรือถูกขับไล่ออกมา แต่มันอาจจะชักนำภัยร้ายมาสู่ตัว หากตระกูลหลินล่วงรู้ว่าเขามีของล้ำค่า พวกมันย่อมส่งนักฆ่ามาตามล่าปิดปากเป็แน่
ดังนั้น เขาจึงต้องสร้าง 'หน้ากาก' อีกใบหนึ่งขึ้นมา! หน้ากากที่จะทำให้แม้แต่ยอดฝีมือระดับเก้ายังต้องหวาดผวา!
มู่เฉินเดินไปที่ตู้ไม้เก่าๆ ค้นหา 'เสื้อคลุมยาวสีดำสนิท' ที่เคยม้วนเก็บไว้ั้แ่กาลก่อน เขาหยิบมันขึ้นมาสวมใส่ ปกปิดร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็ ดึงหมวกขึ้นมาคลุมใบหน้าจนหลงเหลือเพียงความมืดมิด
จากนั้น เขาเริ่มโคจรวิชากลืนดารา์ในรูปแบบที่ผิดแผกออกไป แทนที่จะกดทับซ่อนเร้นพลัง มู่เฉินกลับดึงเอา 'ปราณระดับห้าขั้นสูงสุด' ออกมา ทว่าเขาใช้พลังของศิลาดาราในการ 'บิดเบือน' กลิ่นอาย!
ปราณดาราที่เคยบ้าคลั่งดุดัน ถูกแปรสภาพให้กลายเป็กลิ่นอายที่ลึกล้ำ เก่าแก่ และหนักอึ้งดุจห้วงอวกาศอันไร้ที่สิ้นสุด มันมิใช่กลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์ ทว่ามันให้ความรู้สึกประหนึ่ง 'ยอดปรมาจารย์เฒ่า' ที่ผ่านกาลเวลามานับร้อยปี! ยิ่งไปกว่านั้น มู่เฉินยังดัดเสียงของตนเองให้แหบพร่าและดังกังวานด้วยลมปราณ
"ในโลกของผู้ฝึกตน ผู้ที่ลึกลับที่สุด ย่อมเป็ผู้ที่น่าเกรงขามที่สุด" เสียงแหบพร่าดุจภูตผีดังลอดออกมาจากใต้ชุดคลุมสีดำ
มู่เฉินจัดเตรียมแหวนมิติที่บรรจุชิ้นส่วนอสรพิษเกล็ดเงิน แก่นอสูร และสมุนไพรทั้งหมดที่ล่ามาได้ ซ่อนไว้ในอกเสื้อ เขาหันกลับไปทอดสายตามองบิดาที่หลับสนิทเป็ครั้งสุดท้าย
"ท่านพ่อ... รอข้าก่อน ค่ำคืนนี้ ข้าจะนำความหวังกลับมาให้ท่าน"