‘ผู้หญิงชั่ว สารเลว เอาเลย ขว้างให้มันตายไปเลย’
เสียงผู้คนโห่ร้องพร้อมกับขว้างปาก้อนหินใส่ร่างหญิงสาวบอบบางที่นั่งกองอยู่กับพื้นทรายไม่มีหยุดผู้คนที่ยืนล้อมรอบหญิงสาวเป็วงกลมอยู่นั้นต่างมองดูผู้ถูกกระทำด้วยสีหน้าสะใจแทนที่จะรู้สึกสงสาร
‘ข้าไม่ได้ทำ ข้าถูกใส่ร้ายข้าบริสุทธิ์’หญิงสาวที่ถูกรุมประชาทัณฑ์ประกาศก้องออกมาด้วยเสียงสะอื้นไห้หน้าตาอันงดงามราวเทพธิดาของเธอเต็มไปด้วยเืเพราะถูกคมของก้อนหินนับไม่ถ้วนมากระทบอย่างรุนแรง
‘จับได้คาหนังคาเขายังจะปากแข็งอีกนังกากี! ตายซะเถอะ’
‘โอ๊ย!’ ก้อนหินก้อนใหญ่กระแทกเข้ากับศีรษะอย่างจังทำให้หญิงสาวรู้สึกมึนงงและเ็ปที่ศีรษะเป็อย่างมากร่างบอบบางเอนลงไปนอนกองกับพื้นทรายเพราะไม่อาจทรงตัวนั่งได้ไหวอีกเธอมองไปยังสามีสุดที่รักด้วยสายตาอ้อนวอนระคนขอความเห็นใจและเชื่อมั่นแต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคือสายตาเฉยชาก่อนใบหน้าคมสันจะเบือนหนีไปทางอื่นและอึดใจต่อมาร่างสูงก็เดินแหวกวงล้อมผู้คนออกไป
‘ท่านพี่...’ หญิงสาวร้องเรียกด้วยความปวดร้าวความเ็ปตามร่างกายนั้นไม่ได้เศษเสี้ยวของความเจ็บช้ำในหัวใจเลยคนที่รักและเทิดทูนบูชาสุดหัวใจเหตุฉะไหนถึงได้สิ้นรักและหมดเยื่อใยกันได้เร็วถึงเพียงนี้เพียงเพราะหูเบาเชื่อคำโป้ปดของคนอื่นเสียแรงที่รักและนับถือ เสียแรงที่ตัดใจทิ้งบ้านเกิดติดตามเขามาเพราะหวังว่าเขาจะดูแลและปกป้องเธอได้ไปตลอดชีวิตหญิงสาวคร่ำครวญอยู่ในใจด้วยความเจ็บช้ำระคนผิดหวังเนื่องจากรู้ซึ้งแล้วว่าตนเองคิดผิดอย่างมหันต์
หัวใจดวงน้อยแหลกสลายความเ็ปและผิดหวังรุนแรงยิ่งนัก จนทำให้ความรักแปรเปลี่ยนเป็ความแค้น ก้อนหินยังคงปาใส่มาเรื่อยๆหญิงสาวจึงรวบรวมกำลังกายลุกขึ้นนั่งพร้อมกับรวบรวมกำลังใจและสมาธิทั้งหมดเพื่อท่องคาถาขั้นสูงสุดสิ่งที่เธอกำลังกระทำอยู่นี้เธอรู้ดีว่ามันเป็บาปนัก เพราะมันจะทำให้ิญญาของเธอต้องทุกข์ทรมานและถูกจองจำไม่ได้ไปไหนแต่หญิงสาวก็ยังเลือกที่จะทำเพื่อสั่งสอนผู้ชายที่เธอรักรวมถึงผู้หญิงที่ใส่ร้ายเธอให้ได้รับความเ็ปเหมือนที่เธอได้รับ
ฉับพลันเมื่อหญิงสาวเริ่มสวดคาถาก็เกิดเมฆหมอกดำมืดเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณที่ทุกคนยืนอยู่ชาวบ้านต่างแหงนหน้ามองท้องฟ้ากันด้วยสีหน้าตื่นตระหนกระคนหวาดกลัว เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วสารทิศเสียงท่องคาถาเริ่มดังขึ้นๆ ก่อนจะมีฟ้าแลบปรากฏให้เห็นทั้งที่ไม่มีเค้าว่าฝนจะตกแต่อย่างใดก็ยิ่งทำให้ผู้คนเริ่มแตกตื่นไปกันใหญ่
หญิงสาวนั่งท่องคาถาด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วมองไปยังบุคคลที่ทำร้ายเธอด้วยสายตาแข็งกร้าวพร้อมกับเปล่งวาจาออกมา
ด้วยแรงแค้นจากหทัย ขอตั้งจิต
ใช้โลหิตที่ไหลริน เซ่นสรวงฟ้า
นับแต่นี้ขอให้เป็ ตามสัจจา
จามินราจงย่อยยับ ตกตามกัน
ขอให้บุตร สุดรักจงสิ้นชีพ
ดุจประทีปโคมส่อง ที่ไร้แสง
ขออำนาจ ทวยเทพจงสำแดง
ผลาญทำลายคู่แค้น ให้สาใจ!
เพียงสิ้นวาจาก็มีเสียงฟ้าร้องดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วราวกับฟ้าเบื้องบนได้ตอบรับคำสาปแช่งของหญิงสาวแล้ว
‘นังปีศาจมันสาปแช่งพวกเราทุกคนปาหินใส่มันให้ตายไปเลย เร็วๆเข้าช่วยกันก่อนที่มันจะสาปแช่งพวกเราไปมากกว่านี้’
สิ้นเสียงะโบอกชาวบ้านทุกคนก็ต่างพร้อมใจกันปาหินใส่จำเลยทางสังคมไม่ยั้งหญิงสาวนั่งนิ่งไม่ตอบโต้ใดๆ ก่อนร่างบางจะค่อยๆ ล้มลงไปกองกับผืนทรายที่บัดนี้แปรเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอ่อนๆเป็สีแดงเข้มไปเสียแล้วเนื่องจากถูกโลหิตอาบไล้เอาไว้ ฟ้าเบื้องบนร้องคำรามลั่นขึ้นอีกครั้งจากนั้นเมฆหมอกสีดำก็เคลื่อนคล้อยจากไปเผยให้เห็นท้องฟ้าอันสดใสดังเดิมซึ่งก็พร้อมๆกับที่ลมหายใจของหญิงสาวหยุดลงด้วยเช่นกัน
ในความมืดมิดร่างสูงใหญ่ที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้นแววตานั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใชายหนุ่มมองกวาดไปทั่วบริเวณก็พบว่าเป็ห้องนอนของตนเองจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะค่อยๆดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยอาการเหนื่อยหอบราวกับไปวิ่งระยะไกลมา
อุสมาน จามินราในวัยยี่สิบเก้าปี ยกมือขึ้นลูบหน้าของตนเองที่มีเหงื่อซึมออกมาทั้งที่ภายในห้องนอนมีอากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศเขาฝันร้ายอีกแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฝันประหลาดแบบนี้ เพราะนับั้แ่เขาอายุย่างยี่สิบเก้าก็มักจะฝันเห็นเหตุการณ์ชวนน่าหดหู่ใจแบบนี้อยู่เสมอฝันซ้ำๆ แต่เื่เดิมจนเขาจำได้ขึ้นใจและที่น่าแปลกกว่านั้นก็คือเวลาฝันเห็นภาพพวกนี้เขามักจะรู้สึกเ็ปราวกับโดนหินปาใส่เสียเอง จึงทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวที่ถูกทำร้ายได้เป็อย่างดี
อุสมานทิ้งตัวลงนอนใหม่อีกครั้ง ดวงตาคมกริบไร้แววง่วงงุนทั้งที่ตอนนี้เพิ่งจะผ่านเที่ยงคืนมาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้นชายหนุ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าต้องทนฝันร้ายเช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหนและคำตอบที่ได้รับกลับมานั้นมันทำให้เขาสิ้นหวังไปทั้งกายและใจเลยทีเดียว