Mammysmile
Ep.7 จุดเปลี่ยน
ตึก ตึก ตึก ตึก
"ติณห์!" เสียงของหญิงวัยกลางที่ดูจะเหนื่อยล้า รีบหันมามองคนที่พึ่งมาถึง
"น้าพิมพ์ ป๊าล่ะครับ"
"พึ่งเข้าไปห้องผ่าตัดไปเมื่อตะกี้เอง"
"แล้วนี้เกิดอะไรขึ้นครับ น้าพิมพ์ กับ พุตช่วยบอกผมทีเถอะ"
"เออ....คุณต้นเขาป่วยเป็โรคหัวใจ แล้วอาการมันกำเริบเมื่อเช้า"
"ป๊าป่วย ทำไมผมไม่รู้เื่นี้"
"คุณต้นไม่ให้บอกติณห์กับตุลย์ เพราะเขากลัวจะเสียการเรียน"
"ทำไมเขาชอบคิดเองเออเองวะ ไม่รู้หรือไงว่าคนอื่นมารู้ทีหลังเขาจะคิดอะไร"
"ใจเย็นก่อนนะติณห์ น้ารู้ว่าเรารู้สึกยังไง แต่ตอนนี้ได้แต่รอฟังผลจากหมอเท่านั้น แล้วหลังจากนี้ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะทำยังไงต่อ"
"ครับ" ชายหนุ่มตอบรับกลับไปแบบสั้นๆ
"คุณติณณ์ครับ"
"ว่าพุต"
"เื่ในบริษัทจะทำไงดีครับ ถ้ามีคนรู้ว่านายท่านป่วยคงมีคนอยู่ไม่สุขแน่รวมไปถึงหุ้นส่วนคนอื่นๆด้วย"
ถ้าถามผมว่าคิดยังไงกับเื่นี้ ถึงแม้ผมกับป๊าไม่ลงรอยสักเท่าไหร่แต่เขาก็ยังเป็พ่อผู้ให้กำเนิดผม เหมือนเหตุการณ์นี้กำลังจะบีบบังคับผมให้ทำเื่ที่ไม่อยากทำที่สุดในชีวิต แต่ทำไงได้ มันเป็เืเนื้อเชื้อไขที่ป๊าผมค่อยๆสร้างขึ้นมากับมือ จะให้มาพังทลายหรือโดนคนอื่นชิงไปดื้อๆก็ใช่เื่
"ในระหว่างป๊ารักษาตัวผมจะเขารักการแทนก่อน"
"ครับคุณติณห์"
"ติณห์ไม่อยากทำไม่ใช่หรอ น้าว่า ..."
"น้าพิมพ์ น้าก็รู้ว่าเขารักบริษัทนี้ขนาดไหน หากว่าต้องเสียหรือโดนคนอื่นเอาไปเขาคงอยู่ไม่นิ่งไม่กินไม่นอน ไม่ก็มาโวยใส่ผมว่ารักษามันไม่ได้"
"ไม่ใช่อย่างที่เราคิดหรอกนะ น้ารู้ดีว่าเขาคิดยังไง เขาก็อยากจะเก็บและส่งมอบให้ลูกชายของเขาอย่างติณห์กับตุลย์นั้นแหละ แต่ตุลย์ยังเด็กเกินกว่าที่จะมาทำตรงนี้"
"ปล่อยให้ตุลย์ทำอะไรตามวัยเถอะครับ ส่วนบริษัทผมจะพยายามทำมัน แต่เื่นี้ต้องให้คนที่คุ้นเคยอย่างพุตมาช่วยผมด้วยอีกแรง"
"แน่นอนครับ ผมจะช่วยเต็มที่"
"ขอบใจ น้าพิมพ์กลับไปพักที่บ้านก่อนดีไหมครับ ที่นี่เดี๋ยวผมเฝ้าเอง"
"น้าไม่เป็ไร เรานั้นแหละควรจะกลับไปพัก ส่วนเื่ป๊าเราน้าจะจัดการเอง"
ผมที่เห็นน้าพิมพ์ที่ยืนยันที่จะเฝ้าป๊าผมเองให้ได้ ผมก็ไม่อยากขัดเจตนาของน้าพิมพ์ ผมเลยตอบตกลงกลับไปทันที
"งั้นผมจะให้คนมาอยู่กับน้าพิมพ์สัก 2 คน เผื่อ้าอะไรจะได้เรียกใช้ได้สะดวก"
"จ้ะ ติณห์น้ามีเื่จะขอ"
"ว่าไงครับ"
"ระหว่างที่น้าอยู่โรงพยาบาลน้าฝากตุลย์หน่อยได้ไหม เ้าตัวแสบรายนั่น ถ้ารู้เื่นี้ขึ้นมาคงตื่นตะหนกโวยวายไปใหญ่"
"ครับ เดี๋ยวผมจะดูมันให้เองน้าพิมพ์ไม่ต้องเป็ห่วง"
"ขอบใจจ้ะ เราก็กลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวได้เื่อะไรเดี๋ยวน้าจะโทรหาติณห์เอง"
"ครับ"
ตอนนี้ผมต้องมารับบทหัวหน้าครอบครัวอย่างเป็ทางการ หลังจากที่ป๊าป่วยเสาหลักของบ้านล้ม มันก็เป็การบังคับให้ผมทำมันจนได้.....
สระว่ายมหาวิทยาลัยxxxxx
"เป็อะไร?" พี่โฟร์คพูดขึ้น
"ไม่รู้สิครับ มันตึงที่ไหล่ขวานิดหน่อย คงเพราะว่ายน้ำติดต่อเป็หลายชั่วโมงล่ะมั้ง"
"เบา ๆ หน่อยมึงหักโหมเกินไปร่างกายมึงจะแย่ นี่แค่แข่งระดับมหาลัย ไม่ใช่แข่งโอลิมปิก มึงไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้"
"ผมอยากทำให้ดีที่สุด เลยต้องฝึกหนักไปหน่อยก่อนแข่งอาทิตย์หน้า"
"เออ...กูมีเื่จะถาม มึงรู้จักไอ้ติณห์ด้วยหรอ"
"แล้วพี่คิดยังไงถึงมาถามผมเื่นี้อ่ะ"
"กูเห็นวันนั้น กูเห็นไอ้ติณห์จ้องมองมึง และ หลังจากนั้นก็ถามหามึง กูก็เลยสงสัย"
วันนั้นผมเห็นอยู่ว่ามันไม่ได้จ้องผมแปลว่าตลอดเวลามัันจ้องผมอยู่ตลอดเวลา
"รู้จักแบบผ่านๆน่ะ แล้วพี่เถอะรู้จักเขาได้ไง"
"กูกับมันเรียนม.ปลายที่เดียวกันมาก่อนน่ะ "
"คนแบบพี่เนี่ยนะ ได้ข่าวว่าพวกเขาเรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์ไม่ใช่หรอ " ผมว่าออกไปอย่างขำๆ
"คนอย่างกูนี่แหละ เห็นกูอย่างนี้ก็มีตงมีตังค์เรียนอินเตอร์กับเขาอยู่โว้ย ไอ้เด็กเวรนี่"
" ฮ่า ๆ ผมหยอกเล่นหน่า "
ในระหว่างที่ผมกับไอ้พี่โฟร์คกำลังคุยเล่นกันอยู่นั้นก็มีคนวิ่งมาอย่างรีบร้อนมาทางพวกผม
ตึก ตึก ตึก ตึก
"ไอ้โฟร์ค!!!"
"เป็เชี้ยไร ทำไมต้องรีบขนาดนี้เนี่ยไอ้กล้า"
"กูยืมตัวน้องมึงหน่อยดิ"
"น้องไหน"
"ก็ไอ้ธามไง กูยืมหน่อย กูรีบมาก ตอนนี้เลย"
"เอาไปทำไม"
"ไปแข่งยูโดแทนให้หน่อยดิ ก็ไอ้น้องที่จะลงแข่งเสือกท้องเสียก่อน มีมึงเท่านั้นธาม ที่ช่วยพี่ได้ นะๆ"
"ว่าไงธาม มึงอยากไปป่ะ" พี่โฟร์คถามย้ำอีกที
นอกจากผมจะว่ายน้ำได้แล้วกีฬาชนิดอื่นผมก็พอเล่นได้อย่างเช่นยูโด ผมก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง เพราะเรียนมาั้แ่เด็กๆ ให้สมราคาหน่อยที่แม่ส่งผมไปเรียน
หลังจากนั้นผมกูถูกพามายังสนามยูโดของมหาลัยซึ่งการแข่งขันถูกจัดโดยมหาลัยจองผมเอง และมีนักกีฬาจากหลากหลายที่เข้ามาร่วมการแข่งในครั้งนี้ด้วย
"ไอ้ธามมึงจะไหวหรอ มาแข่งเลยโดยไม่มีการซ้อมห่าอะไรเนี่ยนะ"
"เอาหน่าพี่โฟร์ค ผมไหวอยู่ไม่ต้องเป็ห่วง"
สาบานได้ว่าผมยังไหว ไหล่ข้างขวาตอนนี้ตึงมากพอสมควร ตึงจนเริ่มเจ็บนิดๆขึ้นมา แต่ก็พอทนไหว
บริษัท XXXXX
"คุณติณห์ ทุกอย่างเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้วอีก 5 นาทีจะเริ่มประชุมครับ"
"อื้อ"
แอ๊ด~
พอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้นแหละ ทั้งคณะกรรมการหุ้นส่วนรออยู่เต็มห้องประชุมหมดแล้ว
"อ้าวติณห์ ป๊าล่ะ เรียกพวกพี่มาประชุมไหนเป็เราได้ล่ะ "
"ผมนี่แหละเรียกประชุมเอง"
"ติณห์เรายังเด็กมายุ่งวุ่นวายที่นี่ไม่ดีหรอกมั้ง ไม่เห็นหรอว่ามีผู้ใหญ่รายคนต้องมาเสียเวลากับเราน่ะ" ดูเหมือนพี่ชายของผมคนนี้น่าจะคุมยากน่าดู
"ใจเย็นก่อนเฮียคิม ผมไม่ได้บอกว่าจะมาเล่นนิ วันนี้ผมมาประชุมแทนป๊าต่างหาก"
"แล้วป๊าไปไหนทำไมไม่มาเอง"
"ทุกคนครับ เนื่องจากป๊าผมมีปัญหาด้านสุขภาพนิดหน่อย นับจากนี้ผมจะเข้ามาดูแลธุรกิจของตระกูล กิตติวริศสกุล ทั้งหมดแทนป๊า"
"เดี๋ยวก่อนติณห์ ติณห์จะมาทำอะไรเล่นๆแบบนี้ไม่ได้นะ เื่นี้เป็เื่ใหญ่นะติณห์ ทำไมไม่บอกเฮียล่ะในฐานะที่เฮียรู้จักบริษัทและงานทั้งหมด เฮียเข้ามาดูแลแทนก็ได้จนกว่าป๊าจะหายดี"
"ไม่ต้องลำบากเฮียหรอกครับ เฮียก็มีกิจการของตัวเองที่ต้องดูแลอยู่แล้วส่วนของป๊าในฐานะที่ผมเป็ลูกชายคนโตของตระกูล กิตติวริศสกุล เื่แค่นี้ผมจัดการได้ อีกอย่างไม่ต้องกลัวว่าผมจะทำอะไรผิดๆผมมีพุตค่อยสอนงาน ทุกท่านโปรดวางใจ ผมรับรองว่าหุ้นของพวกท่านไม่มีทางเสียหายแน่นอน ถ้าไม่มีอะไร เลิกประชุมครับ " หลังจากจบการประชุมผมไม่รีรอผมรีบเดินออกจากตรงนี่ทันทีโดยมีใครบ้างคนไม่พอใจเขาอย่างหนัก
ถึงแม้ผมจะไม่ชอบวงการนี่สักเท่าไหร่ และไม่เคยจะมายุ่งงานส่วนนี่เลย แต่ผมก็รู้ดีว่าคนอย่างเฮียคิมมันจ้องจะฮุบกิจการทั้งหมดของป๊า ทั้งกวาดซื้อคนของป๊า เป่าหูหุ้นส่วนบ้าง แล้วก็แอบไปลอบค้าขายเองบ้าง ผมว่าป๊ารู้เื่นี้แต่ป๊าทำเหมือนปล่อยให้มันผ่านไป เพราะเฮียคิมเป็เด็กที่ป๊ากับแม่รับมาเลี้ยงจากสถานเด็กกำพร้า ก่อนที่ผมจะเกิดเสียอีก เมื่อก่อนเฮียมันได้รับความรักอย่างล้นเปี่ยม แต่หลังจากที่ผมและตุลย์เกิด มันก็ทำท่าอิจฉาและดูไม่ค่อยชอบหน้าพวกผมสักเท่าไหร่ เพราะความรักที่เคยได้ต้องมาแบ่งให้พวกผมด้วย แต่หลังที่เฮียมันจบมหาลัยมันก็ย้ายไปอยู่คอนโด จากนั้นมันก็ค่อยๆ ตีตัวออกห่างจากพวกผม เฮียคิมมันเป็งูพิษเลี้ยงไม่เชื่องมันพยายามแวงกันเสมอ อย่างนี้แหละผมไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น
"แม่งเอ๊ย!!!!!ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นจะมาสนใจ แต่วันนี้มันกับมาฮุบทุกอย่างที่ชั้นทำและรอที่ป๊ายกให้ชั้น ไปทั้งหมดแล้วยังปิดโอกาสชั้นทั้งหมด รู้งี้ให้มันจมน้ำตายไปั้แ่ตอนนั้นก็ดี มันจะได้ไม่มาต้องมาแย่งของที่ควรเป็ชั้นไป"
"คุณคิมครับ แล้วจะทำยังไงต่อครับ"
"ปล่อยให้มันได้ใจไปก่อน หาช่องทางกำจัดมันทีหลัง"
"ครับคุณคิม เย็นนี้มีนัดกับมิสเตอร์เฉินเื่ลงทุนคาสิโนครับ"
"อื้มรู้แล้ว ไปเตรียมรถเถอะ"
"ครับ"
......
~ วันแข่งว่ายน้ำระดับมหาวิทยาลัย ~
"สู้ ๆ นะเว้ยไอ้ธาม มึงรอเวลานี้มานานแล้ว มึงต้องชนะให้สมกับมึงฝึกเอาเป็เอาตายมาตั้งนาน" ไอ้เพียวที่มันกำลังพูดไปด้วยแดกของว่างที่ทางมหาลัยจัดให้นักกีฬาไปด้วย
ผัวะ!
"ไอ้เชี่ยเพียว เขาเอามาให้นักกีฬาแดก มึงมาแย่งไอ้ธามแดกทำเชี้ยอะไร"
"ก็กูหิวนิ ก็มึงรีบๆจะมาดูไอ้ธาม กูยังไม่ได้แดกข้าวเลยกูก็หิวแสบท้องจะตายอยู่แล้ว "
"ฮ่า ๆ ดูท่าทางมันจะหิวจริง ปล่อยมันแดกไปเหอะ กูยังไม่หิว"
"เห็นไหมไอ้ธามยังไม่ว่าอะไรกูเลย มีแต่มึงตีกูเป็ลูกเลย "
"แล้วมึงน่าโดนตีไหมล่ะ ดูแต่อย่างที่มึงทำสิ"
" พอๆเถอะ พวกมึงก็ตีกันได้ทุกวัน "
"เอ่อ...เลิกพูดเื่พวกกูเถอะ ว่าแต่มึงเหอะทำไมหน้าดูซีดๆว่ะ แล้วก็เห็นมึงจับไหล่ข้างขวาอยู่เรื่อย เจ็บหรอว่ะ "
"ก็ปวดๆที่บ่ากับไหล่ คงจะเป็เพราะกูซ้อมหนักกับวันนั้นไปแข่งยูโดแทนรุ่นน้องไอ้พี่กล้า กูเสียท่าโดนอีกฝ่ายเตะเข้าที่ไหล่ข้างขวาพอดี "
"เห้ย! เื่ใหญ่นะมึง มึงไปหาหมอหรือยัง "
"ยัง กูว่าจะไปหาหลังแข่งเสร็จ"
"แน่นะมึงแข่งไหว ดูหน้ามึงซีดๆ"
"แข่งไหวสิวะ อุส่าซ้อมตั้งนาน "
ผมรู้ว่าไอ้พวกเพื่อนผมเฉพาะไอ้เปรมมันจะเป็ห่วงมาก ผมเลยไม่อยากพูดอะไรให้พวกมันเป็ห่วง ถึงแม้อาการเจ็บผมตอนนี้ค่อยทวีคูณความปวดมากก็เถอะ
"เออๆ กูเชื่อมึงว่ามึงจะต้องชนะ"
"ใช่ๆ มึงชนะแน่นอน" เพียวพูดเสริม
แอ๊ด~
"ไอ้ธามถึงเวลาแล้ว อ้าว! พวกมึงมาทำอะไรในห้องพักนักกีฬา"
"พี่โฟร์ค ก็มาให้กำลังใจเพื่อนไง "เพียวพูด
"มาให้กำลังใจหรือมาแดกกันแน่"
"ชั่งมันเถอะ ไปกันเถอะพี่"
"เออๆ มึงแน่นะว่าไหวน่ะ หน้ามึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะตอนนี้น่ะ "
"ผมไหว ผมจะพลาดการแข่งนี้ไปไม่ได้"
"เออๆ ถ้ามีอะไรรีบบอกกูทันทีนะ"
"รู้แล้วหน่า "ผมยิ้มให้ไอ้พี่โฟร์คไปหนึ่งทีที่แฝกความเจ็บที่ค่อยๆจะขาดเต็มทน
ตอนนี้เสียงเชียร์ดังสนั่นไปทั่ว พอผมหันกลับไปที่สแตนเชียร์เห็นคนในมหาลัยเดียวกับผมกับมหาลัยอื่นๆที่ถยอยมากันและหนึ่งในนั้นมีไอ้เปรม ไอ้เพียวและพี่ชายผมอย่างไอ้เธียร์ แต่สายตาผมกำลังหาให้บางคนอยู่แต่ดูเหมือนว่าคนที่ผมตามหาคงไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้
จากนั้นเสียงประกาศจากกรรมการดังขึ้นในนักกีฬาเตรียมตัว แต่ก้มแตะสระเท่านั้นแหลก็ะความปวดร้าวลามไปทั่วแขนขวา ผมกัดฟันแน่นเพื่ออดทนต่อความเ็ป
ปรี๊ด!!!
เสียงนกหวีดดังผมะโลงน้ำตามระเบียบ แต่ยิ่งว่ายเท่าไหร่อาการปวดที่ไหล่ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น แต่ผมจะมาเสียหลักและยุติการแข่งตรงนี้ผมคงเสียใจแย่ เพราะผมทุ่มเทกับการแข่งครั้งนี้มาก ผมเพิ่มความเร็วไปแตะให้ถึงขอบสระให้เร็วที่สุด ตอนนี้ความอดทนเริ่มนับถอยหลังมากเรื่อย แต่พอผมแตะถึงขอบสระและผมรีบขึ้นจากสระทันทีเท่านั้นแหละความอดทนต่อความเ็ปของผมได้ขาดสะบั้นในทันทีผมไปนอนกองกับพื้นนอนคดและมือซ้ายประคองแขนด้านขวาเอาไว้ ไม่ถึงนาทีพี่โฟร์คพี่ชายผมและไอ้พวกเพื่อนของผมกับหน่วยพยาบาสนามก็มาถึงตัวผมอย่างไว ซึ่งตอนนี้ความเจ็บทำให้ผมนั้นภาพในหัวตอนนี้คือเลือนลางจนผมไม่รู้ว่าพวกเขาพูดอะไรกัน หรือแม้ผลคะแนนอะไรที่เขาประกาศกันผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
"อ้าวติณห์ มาแล้วหรอ " เสียงทักทายของน้าพิมพ์ที่พึ่งทำการเช็คตัวให้คนที่หลับใหลอยู่บนเตียงอย่างป๊าผมอยู่
"ครับน้าพิมพ์ ป๊าเป็ไงบ้างครับ "
"เขาพึ่งกินยาแล้วหลับไปเองน่ะ "
"อ่อครับ " จากเหตุการณ์นั้นที่บอกว่าได้ผ่าตัดนั้นนอกจากผ่าตัดหัวใจแล้ว ป๊าผมต้องผ่าตัดเส้นเืในสมองตีบอีก ทำให้ป๊าต้องรักษาตัวอีกยาวเลยล่ะ
"ว่าแต่เราเหอะติณห์ คงจะยุ่งๆน่าดู ่นี้น้าเลยไม่ได้ทำอาหารดีๆให้เรากินเลย"
"ไม่ต้องเป็ห่วงครับ ผมกินอาหารครบ 3 มื้อนอนหลับพักผ่อน แต่่นี้ผับถูกวางเพลิงนิดหน่อย แต่ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว"
"งั้นก็ดีจ้ะ แต่เราต้องขาดเรียนบ่อยๆมันได้ดีต่อตัวเราเลย" น้าพิมพ์พูด
"ไม่ต้องเป็ห่วงครับพวกเพื่อนๆผมค่อยส่งงานให้และผมก็ส่งงานครบถึงแม้ไม่ไปเรียนก็เถอะ
แกร๊ก! ครือ~
เสียงเปิดประตูทำให้ผมต้องต้องหันไปมอง แต่นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนพวกเพื่อนของผม
"สวัสดีครับน้าพิมพ์"
"จ้ะ พวกเธอมาช้านิดหน่อยเขาหลับไปแล้วจ้ะ"
"อ่อครับ ปล่อยให้คุณอาเขาได้พักผ่อนเถอะครับ ผมแวะมาแปบเดียวเดี๋ยวผมจะแวะเยี่ยมรุ่นน้อง "
"อ่อจ้ะ"
"งั้นพวกผมไม่กวนการพักผ่อนของคุณอาดีกว่า" เป้พูด
"งั้นผมไปส่งพวกมันก่อนนะครับ"
น้าพิมพ์พยักหน้าตอบรับจากนั้นพวกผมออกมาจากห้อง
"ไม่เจอแปบเดียวเปลี่ยนลุคเป็เ้าพ่อมาเฟียเลยนะมึง" กันพูด
"นั้นดิเท่ขึ้นเยอะ" เป้พูดเสริม
"ก็เวอร์ไปแค่อาทิตย์เดียวกูคงไม่เปลี่ยนขาดหรอก"
"แต่ก็ดูใช้ได้อยู่นะมีลูกน้องเดินตาม เท่ชะมัด"
"พอๆเลิกยอกูสักที ว่าแต่รุ่นน้องที่มึงมาเยี่ยมนี่ใคร กูรู้จักไหม"
"กูลืมไปว่ามึง่นี้มึงยุ่งมาก กูบอกเลยว่ามึงรู้จักดีกว่าใครเลยล่ะ" กันพูด
"กูรู้จักดี ใครวะ"
"ก็รุ่นน้องที่มึงมากับมันวันนั้นไง ที่เป็เพื่อนกับไอ้เปรมกับไอ้เพียวอะ ชื่ออะไรนะ"
"ธามหรอ"
"ใช่ๆ น้องคนนั้นแหละ "
ผมลืมไปเลยว่าหลายวันมานี้ผมไม่ได้เจอติดต่อกับธามมันเลย
"ธามเป็ไร!"
"ทำไมมึงต้องทำน่าใอะไรขนาดนั้นด้วยล่ะ เห็นไอ้เพียวบอกว่า มันาเ็จากแข่งว่ายน้ำ เห็นว่ากล้ามเนื้อไหล่ขวาฉีกมั้ง กูเลยว่าจะแวะไปเยี่ยมสักหน่อย แต่น้องนี่ก็เก่งนะเว้ยยอมกัดฟันอาการเจ็บแข่งให้จบ แถมชนะอีกต่างหาก เก่งสัด"
แล้วมันจะคิดยังไงบ้าง ผมไม่ติดต่ออะไรกับมันเลยเป็อาทิตย์ ทั้งไม่ไปดูมันแข่งอีก มารู้อีกทีก็ตอนมันนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ใจผมตอนนี้อยากจะวิ่งไปสวมกอดมัน ปลอบให้มันหายเจ็บ แต่ตอนนี้ผมต้องมีเื่ไปจัดการนิดหน่อย ผมหวังว่ามันจะรอผมให้ไปหามันอยู่.....