บทที่ 3 เขาไม่ได้สนใจั้แ่แรกอยู่แล้ว
หลินหว่านไป๋ไม่มีแรงจะทะเลาะกับลู่เมิ่งเสวี่ยแล้วเธอกุมท้องและพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบากเดินผ่านหน้าลู่เมิ่งเสวี่ยเพื่อขอความช่วยเหลือ
“คุณหมอคะ....คุณพยาบาล....” เืของเธอไหลไม่หยุด สถานการณ์อันตรายมาก
ลู่เมิ่งเสวี่ยกลับกระชากผมของหญิงสาวไว้และดันเธอไปที่มุมกำแพงอีก
“อย่าเพิ่งรีบไปสิหว่านไป๋ฉันยังคุยกับเธอไม่จบเลยนะ...”
เพราะเธอเสียเืมาก ทำให้ร่างกายของหลินหว่านไป๋ไม่มีแรง
เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอเพิ่งจะตกเืไปยังไม่ทันหายดีกลับตกเืหนักกว่าเดิมอีกครั้งต่อให้ร่างกายทำมาจากเหล็กก็ไม่มีทางทนไหว
“ลู่เมิ่งเสวี่ยปล่อยลูกของฉันไปเถอะ...”หญิงสาวหนีไปไหนไม่ได้เลยทำได้แค่พูดขอร้องอ้อนวอนลู่เมิ่งเสวี่ย “เธอเกลียดฉันก็ไม่เป็ไร แต่อย่าทำร้ายลูกของฉันเลยนะ”
ลู่เมิ่งเสวี่ยตบหน้าหลินหว่านไป๋หนึ่งที
“ในท้องเธอคือเด็กกำพร้า!เด็กที่สมควรตาย!”
หญิงสาวกัดฟัน กำมือแน่น ลู่เมิ่งเสวี่ยทำเกินไปแล้ว...ต้องทำถึงขนาดนี้เพื่อบีบบังคับเธอเลยหรือ
หญิงสาวไม่ใช่ไม่โกรธ แต่เพื่อไม่ให้กู้จั่วซือเกลียดเธอไปมากกว่านี้ถึงได้แต่อดทนตลอดมา แต่ตอนนี้เธอกำลังจะทนไม่ไหวแล้ว...
ข้างนอกประตู มีเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง
กู้จั่วซือมาถึงแล้ว!
ดวงตาของหญิงสาวดูมีความหวังขึ้นมาพูดด้วยเสียงเบาๆ ออกไปทันที “จั่วซือ ช่วยฉันด้วย...”
ทว่าลู่เมิ่งเสวี่ยกลับจับมือของหญิงสาวขึ้นมาตบไปที่หน้าของตัวเองอย่างแรงหนี่งทีเสียงตบดังขึ้นพร้อมกับลู่เมิ่งเสวี่ยที่ล้มไปชนกับชั้นวางของข้างๆ
“โอ๊ย...”เธอแกล้งร้องขึ้น หลังจากนั้นประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกเปิดเข้ามา
สายตาของกู้จั่วซือมองคนที่ล้มอยู่บนพื้นเป็อันดับแรก
“เมิ่งเสวี่ย!”หน้าของเขาเปลี่ยนไป รีบเข้าไปประคองลู่เมิ่งเสวี่ยขึ้นมา“เธอเป็อะไรไหม!”
ลู่เมิ่งเสวี่ยปิดหน้าไว้ ดวงตาแดงก่ำพร้อมกับส่ายหัวแล้วพูดว่า“ฉันไม่เป็ไร ไม่ระวังเลยหกล้มน่ะ...”
กู้จั่วซือขมวดคิ้วแล้วเอามือเธอออกจากใบหน้าเขาก็เห็นว่ามีรอยบวมแดง และรอยเล็บข่วนอยู่บนหน้าของเธอ
“หลินหว่านไป๋!คนอย่างเธอนี่มัน... ฉันเคยเตือนเธอแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่าทำร้ายเมิ่งเสวี่ย!”กู้จั่วซือกำลังโกรธ จึงไม่ทันสงสัยหญิงสาว
เืที่ไหลระหว่างขาของหลินหว่านไป๋ทำให้กระโปรงและขาของเธอเปียกชื้นไปหมด
เธอมองดูเืที่กองอยู่ที่พื้น สายตาที่แสนเศร้าของเธอกำลังมองกู้จั่วซือพึมพำว่า “จั่วซือ ฉันไม่ได้ตบเธอ...ตอนนี้ฉันปวดท้องมากเลยช่วยเรียกหมอให้ฉันหน่อยได้ไหม”
เขาขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ “เรียกหมอทำไม!? หลินหว่านไป๋ เด็กที่อยู่ในท้องของเธอ ทำไมยังไม่ตายอีก!”
ทำไมยังไม่ตายอีก...
ประโยคนี้เหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของหญิงสาวอย่างเ็ป
“กู้จั่วซือนี่คือลูกของคุณนะ!”
เขามองเธอด้วยสายตาเ็า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ไม่อยากพูดกับหญิงสาวให้เสียเวลา
เขาอุ้มลู่เมิ่งเสวี่ยขึ้นและเหล่มองหญิงสาวที่อยู่ด้านล่างด้วยสายตาเอือมระอา
“ฉันจะพูดครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะหลินหว่านไป๋เด็กในท้องของเธอไม่ใช่ลูกฉัน!มันเหมือนเธอที่ทำให้ฉันขยะแขยงจนอยากจะอาเจียน!มันจะอยู่หรือตายฉันก็ไม่สนใจ!หลังจากนี้ ถ้าเธอทำร้ายลู่เมิ่งเสวี่ยของฉันอีกฉันจะทำให้เธอใช้ชีวิตเหมือนตายทั้งเป็!”เขาพูดจบก็เดินไปอุ้มลู่เมิ่งเสวี่ยไปที่ประตู
หญิงสาวมองเืของตัวเองที่นองอยู่บนพื้นมองใบหน้าที่มีความสุขอิ่มเอมใจของลู่เมิ่งเสวี่ยพลันสมองก็ขาวโพลนไปหมด
“กู้จั่วซือ!จิตใจคุณทำด้วยอะไร! ทำไมถึงเ็าได้ขนาดนี้? ผู้หญิงที่ร้ายที่สุดคือลู่เมิ่งเสวี่ยชัดๆทำไมถึงมองไม่ออก? รอยตบนั้นเธอเป็คนทำเองทั้งนั้น!”
หญิงสาวทนไม่ไหวะโออกไป “ลู่เมิ่งเสวี่ยต่างหากที่เป็คนใจคอโหดร้ายน่าขยะแขยง!เธอโกหกคุณมาตลอด!”
เขาหันกลับไปจ้องหญิงสาวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
หญิงสาวกำมือแน่นและพูดออกไปทั้งหมด“ฉันมีหลักฐาน! ฉันพิสูจน์ได้นะว่าเมื่อสองปีก่อนคนที่วางยคุณก็คือลู่เมิ่งเสวี่ยฉันมีหลักฐานนะ เชื่อฉันสิ ขอร้องล่ะเชื่อฉันอีกสักครั้ง!”
กู้จั่วซือกลับวางลู่เมิ่งเสวี่ยลงขายาวเดินตรงไปทางหญิงสาว