ดยุกเซนอล said
วันนี้ข้าตระเวนตรวจตราป่าอาณาเขตตามปกติขณะที่ข้าและทหารหยุดเพื่อพักม้า ข้าก็ได้เห็นกวางเผือกเขาทองตัวหนึ่ง ซึ่ง ‘เมืองบาราเธียร์’มีความเชื่อว่า กวางเผือกเขาทองนั้นเป็ตัวแทนแห่งเทพเ้า การปรากฎตัวของกวางเผือกบ่งบอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็ไปในทางที่ดี
ข้าจึงพยายามวิ่งตามกวางเผือกนั้นไปโดยไม่ได้บอกหรือรอทหารติดตาม ก่อนจะมาหยุดที่ลำธารสิ้นอาณาเขตสิ่งที่ทำให้ข้าต้องหยุดชะงักและตะลึงจนขาแข็ง คือกวางเผือกตัวนั้นยืนอยู่ข้างร่างกายอันเปลือยเปล่าของหญิงสาวนิรนาม ที่นอนคว่ำหน้าอยู่ริมลำธารนั้นก่อนจะวิ่งหายไปในม่านน้ำตกอย่างน่าอัศจรรย์
“ ท่านดยุก รอข้าด้วยครับ ท่าน..)@)@&฿)”((@(“)”) “
เสียงของ “โจอาน” มือขวาและเพื่อนคู่หู่ของข้าร้องก้องป่าได้ช่วยดึงสติข้า
ข้ารีบถอดผ้าคลุมไหล่ไปห่อร่างสตรีผู้นั้นไว้ก่อนที่โจอานจะมาถึง เพราะถึงจะยังไม่รู้ว่านางเป็ผู้ใดเป็มิตร เป็ศัตรู นางก็มีร่างกายเป็สตรี แถมยังบอบบางเช่นนั้น….
ข้าค่อยๆพลิกตัวนางขึ้น ผมสีขาวยาวสลวย พริ้วไหวไปตามแรงไหลของลำธาร ผิวพรรณขาวอมชมพูมีรอยขีดข่วนเืซิบเล็กน้อย และยังมีรอยเขียวช้ำเป็ดวงๆ ตามแขนขา
ข้าอุ้มนางขึ้นแต่แล้วจู่ๆ น้ำหนักของนางก็เบาราวกับขนนก ร่างกายหญิงสาวกลับแปลเปลี่ยนเป็ “แมวขาว”ข้าใจนเผลอปล่อยทิ้งร่างนั้นลงพื้น
ตุ้บ!
“...นี่มัน เื่บ้าอะไรกัน “
ข้าไม่ได้ตาฝ้าฟางไปแน่ๆเมื่อครู่ในอ้อมแขนข้ายังเป็สตรีนางหนึ่งอยู่เลย ทำไมนาง …ถึงกลายเป็แมวไปได้ล่ะ
“...ท่านดยุก แฮกๆ เกิดอะไรขึ้นครับ… ทำไมท่านดูใเช่นนั้น”
โจอาน ที่วิ่งตามมาถึงพอดี ก็หอบไปถามไป
“แมว…”
ข้าพูดและชี้ไปที่ผ้าคลุมที่กองอยู่บนพื้นนั้นโจอานค่อยๆ เปิดผ้าดู ก็เห็นแมวสีขาว ที่ร่างกายเปียกปอนและมีแผลเล็กน้อยกำลังนอนหลับอยู่
“โอ๊ะ.. นี่ท่านวิ่งไล่จับแมวป่าหรือครับแล้วอันนี้จะกินหรือเลี้ยงครับ”
…ไอ้บ้านี่!! มันกินแมวด้วยรึไง
ข้ามองค้อนไอ้บ้าที่จะกินแมวไปทีนึงก่อนที่จะเข้าไปอุ้มอีกครั้ง ข้าพยายามคิดว่าจะทำอย่างไรกับ เอ่อ.. มนุษย์แมวคนนี้ดี
ถ้าบอกเื่ที่เห็นโดยไม่มีหลักฐานทหารคงหมดความเชื่อถือจากข้าเป็แน่
ยังไงก็ช่างต้องช่วยนางเอาไว้ก่อน แล้วค่อยเค้นถามความทีหลัง พอคิดได้เช่นนั้นข้าก็ชวนกลุ่มทหารกลับเข้าเมืองทันที
กรุบ กรับ กรุบ กรับ
“ท่านดยุกกลับมาแล้ววววว…. “
เสียงทหารยามหน้าประตูคฤหาสน์ร้องะโขึ้น
หลังจากถึงคฤหาสน์ข้าให้โจอานไปเรียกหมอมาดูอาการแมวตัวนี้ ซึ่งหมอก็ทำแผลให้ไปตามอาการ และบอกว่าแมวตัวนี้ร่างกายแข็งแรงดี มีเพียงรอยขีดข่วนและช้ำตามร่างกายเล็กน้อยเท่านั้นข้ายืนทบทวนเหตุการณ์ และจ้องมองไปยังแมวตัวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงได้แต่ทวนภาพซ้ำไปซ้ำมาว่าเพราะอะไร ทำไม และเหตุใด
จนพลบคล่ำ ถึงเวลาเข้านอน เ้าแมวนั้นก็ยังหลับไม่ตื่นสักทีข้าจึงจำต้องอุ้มแมวไปนอนที่โซฟาข้างเตียง เพราะเดิมทีข้าก็ไม่ได้เป็พวกรักสัตว์อยู่แล้ว
ขณะที่กำลังหลับ ข้าก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าผ่าแต่ต้องใหนักกว่าเดิม เพราะแมวบนโซฟานั้น กลายร่างเป็สตรีนอนเปลือยเปล่าคุดคู้อยู่
ข้าจึงนำผ้าห่มไปคลุมให้และยืนกอดอกจ้องมองใบหน้าสาวเ้าปัญหาที่หลับไม่รู้เื่รู้ราวนั้น
“นี่ เ้าน่ะ ตื่น…”
สิ้นเสียงปลุกสตรีผู้นั้นทำท่าลืมตา ร่างกายนางก็เปลี่ยนกลับไปเป็แมวอีกครั้ง ข้ายืนอึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะเข้าใจว่าแมวตัวนี้ จะกลายร่างเมื่อตื่น และกลับไปร่างคนเมื่อหลับสนิท
.........................................................................................................................
“เหมียวว~~”
‘อะ อะไรน่ะ ทำไมฉัน.. ร้องออกมาเป็เสียงแมวล่ะแล้วผู้ชายร่างั์ที่โคตรพ่อโคตรแม่หล่อนี่ใคร โรคจิตหน้าหล่อหรอจะยืนโชว์ซิกแพ็คทำเผือกอะไรยะ‘
ฉันวี๊ดๆ อยู่ในใจรีบะโหลบผู้ชายร่างั์คนนั้น ก่อนที่จะวิ่งไปซุกอยู่ซอกตู้ แต่เอ๊ะ..ดูรอบๆ แล้วข้าวของในห้อง ทำไมมันใหญ่เวอร์วังไปซะหมดทุกชิ้นล่ะ แล้วไอ้ตัวขาวๆ ก้อนๆ ที่จ้องหน้าฉันอยู่นี่อะไร
พอมองดีๆฉันก็ต้องกรี๊ดจนขนฟูออกมา เพราะสิ่งที่ฉันเห็น คือภาพสะท้อนจากกระจก และมันคือฉัน !! นังน้ำอุ่นที่อยู่ในร่างแมวค่าาาาา
“ใจเย็นๆ ก่อน ข้ารู้ว่าเ้าใและกลัว แต่ไม่ต้องห่วงข้าไม่ทำร้ายเ้าหรอก”
ฟู่ ฟู่ ~!! ฉันขู่และตบพื้นให้รู้ว่าฉันสู้นะยะ
‘เดี๋ยวสิ งงไปหมด นี่มันอะไรกันฉันควรใอะไรก่อน ฉันเกิดใหม่ในร่างแมวหรอ?!!’
“ข้าช่วยเ้าไว้จากริมลำธารถึงข้ายังไม่แน่ใจในเื่ราว แต่มั่นใจได้ว่าข้าไม่ทำร้ายเ้าแน่”
ผู้ชายคนนั้นๆ ค่อยคุกเข่าลงจนสูงกว่าฉันไม่เท่าไร ถึงจะน่ากลัว แต่กลับรู้สึกได้ว่าเขาก็เป็มิตรอยู่นะ
ฉันค่อยๆ ก้าวออกจากซอกตู้ ไปยืนอยู่ตรงหน้าต้องตะลึงในความ … ไอ้บ้า คนเราจะหล่อแบบนี้ได้ไงกัน หุ่นสูงโปร่ง มีกล้ามและซิกแพ็คเป็มัดๆเส้นผมสีขาวสะท้อนแสงเทียน จมูกโด่งเป็สัน คิ้วดำเข้ม นัยตาสีเทาเหมือนสะกดจิตได้ริมฝีปากบางสีชมพู ผิวสีแทน มีร่องรอยขีดข่วนเหมือนผ่านศึกลูกผู้ชายมา
แล้วนั่นอะไร นิ้วเรียวยาว ที่กำลังยื่นมาหาฉัน …
ฉันไม่ได้ง่ายใจอ่อนให้ชายไหนก็ได้หรอกนะ แต่ว่าจะยอมเพราะกำลังมึนงง (ซิกแพ็คทั้งหกนั้น) ก็แล้วกัน
เขาค่อยๆ อุ้มตัวฉันขึ้น แนบอกอุ่นๆ ไว้ พาเดินกลับไปบนเตียงก่อนจะวางฉันลงข้างหมอนเขาและเอาผ้าคลุมตัวให้
“ไม่เป็ไร นอนพักเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
ฉันที่ยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็พยายามประติดประต่อเื่ราว ดูจากข้าวของในห้องแล้ว เหมือนย้อนยุคเลยแฮะไฟฟ้าก็ไม่มี ถึงจะสงสัยแค่ไหนก็ต้องเก็บแรงไว้สู้กับวันพรุ่งนี้ต่อล่ะนะ จากนั้นก็ค่อยๆ นอนลง จนร่างกายก็พลอยหลับไปอย่างง่ายดาย