ฝ่ายลิยูจึงว่าซึ่งท่านยกไปสร้างเมืองนั้นอาหารแลเงินทองในท้องพระคลังยังมีอยู่น้อยเห็นจะไม่พอทำการ ในเมืองลกเอี๋ยงนี้ผู้ซึ่งเป็เศรษฐีพ่อค้าย่อมมีเงินทองข้าวของเป็อันมากขอให้ท่านไปริบเอามาเข้าท้องพระคลังจึงจะได้เอาไปทำการสะดวก อนึ่งแต่บรรดาพรรคพวกอ้วนเสี้ยวซึ่งอยู่ในเมืองหลวงก็มีอยู่เป็อันมากขอให้ท่านจับฆ่าเสียให้สิ้นแล้วริบเอาทรัพย์สิ่งสินมาเข้าท้องพระคลังไว้ ตั๋งโต๊ะเห็นชอบด้วยจึงจัดทหารห้าพันไปเที่ยวริบอาณาประชาราษฎรซึ่งมีเงินทองแลพรรคพวกอ้วนเสี้ยวจับเอาตัวมาแล้วมัดไว้จึงให้เอาธงปักไว้บนศีรษะเขียนอักษรสองตัวว่าเป็ขบถ แล้วก็เอาไปฆ่าเสียแลริบเอาเงินทองมาให้ตั๋งโต๊ะเป็อันมาก แล้วตั๋งโต๊ะจึงให้ลิฉุย กุยกีขับต้อนอาณาประชาราษฎรในเมืองลกเอี๋ยง ไปตั้งอยู่ ณ เมืองเตียงฮันให้สิ้นเชิง
ขณะนั้นลิฉุย กุยกี ก็ต้อนอาณาประชาราษฎรไปแลคนทั้งหญิงทั้งชายเด็กเล็กได้ประมาณหกร้อยเจ็ดร้อยหมื่นแลทหารตั๋งโต๊ะอพยพเป็กอง ๆ อาณาประชาราษฎรเหยียบกันตายเป็อันมากเหล่าทหารก็เข้า่ชิงเอาทรัพย์สิ่งสินของราษฎรแล้วฉุดลากภรรยาของชาวเมืองแลลูกสาวซึ่งพ่อแม่พี่น้องไปด้วยมาทำอันตรายบรรดาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อนเป็อันมาก เสียงร้องไห้อึงคะนึงไป
ฝ่ายตั๋งโต๊ะเตรียมการทั้งปวงพร้อมก็ให้ทหารเอาเพลิงจุดในเมืองลกเอี๋ยงไหม้สิ้นแล้วให้ลิโป้คุมทหารไปขุดศพพระมหากษัตริย์ซึ่งฝังไว้แต่ก่อนต่อ ๆ มาแล้วให้เก็บเอาทรัพย์สิ่งของซึ่งฝังไว้กับศพนั้น ได้เงินทองเป็อันมากแลทหารทั้งปวงก็ปลอมขุดเอาเงินทองซึ่งใส่ศพอาณาประชาราษฎรที่ฝังไว้มาเป็อาณาประโยชน์ตั๋งโต๊ะจึงให้ขนทรัพย์สิ่งของทั้งปวงขึ้นบรรทุกเกวียนเป็หลายพันเกวียนแล้วเชิญเสด็จพระเ้าเหี้ยนเต้กับนักสนมทั้งปวงพร้อมแล้วให้ยกไป
ขณะนั้นเตียวหงิมซึ่งออกไปตั้งอยู่ ณด่านกิสุยก๋วนกับฮัวหยงซึ่งตายนั้นแลทหารซึ่งรักษาด่านเฮาโลก๋วนครั้นรู้ว่าตั๋งโต๊ะเทเมืองลกเอี๋ยงเสียเตียวหงิมจึงคุมทหารไปตามตั๋งโต๊ะ
ฝ่ายซุนเกี๋ยนครั้นเห็นด่านกิสุยก๋วนสงัดเงียบแลนายทัพทั้งสิบแปดหัวเมือง กับเล่าปี่ กวนอูเตียวหุยรู้ข่าวดังนั้นก็ยกทหารขึ้นไปเมืองลกเอี๋ยง เห็นเพลิงไหม้อยู่สิ้นทั้งเมืองมิได้มีผู้คนจึงให้ทหารเข้าดับเพลิงสงบแล้วจึงตั้งทัพอยู่ในเมืองนั้น
โจโฉจึงว่าแก่อ้วนเสี้ยวว่า “ตั๋งโต๊ะให้เผาเมืองเสียแล้วยกหนีไปข้างตะวันตก แลพระเ้าเหี้ยนเต้นั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าดีแลร้าย ซึ่งตั๋งโต๊ะยกไปนั้นเห็นอาณาประชาราษฎรจะได้ความเดือดร้อนนักเป็ไฉนท่านมานิ่งอยู่ฉะนี้ ขอให้ยกกองทัพไปทำการ เห็นจะจับตั๋งโต๊ะได้สะดวก”
อ้วนเสี้ยวกับหัวเมืองทั้งปวงจึงตอบว่า “ทหารเรายังอิดโรยนักจำเราจะพักพลให้มีกำลังขึ้นก่อนจึงค่อยคิดการสืบไป” โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงคิดแต่ในใจว่าซึ่งจะทำการใหญ่กับหัวเมืองทั้งปวงนี้ อุปมาดังคิดกับเด็กเลี้ยงโคจึงจัดทหารพรรคพวกของตัวได้ประมาณหมื่นเศษ แล้วพาแฮหัวตุ้น แฮหัวเอี๋ยน โจหองโจหยินลิเตียน งักจิ้น กับทหารทั้งปวงรีบตามตั๋งโต๊ะไปทั้งกลางวันกลางคืน
ฝ่ายตั๋งโต๊ะครั้นยกมาถึงเมืองเอ๊งหยงแลซีเอ๋งซึ่งเป็เ้าเมืองรู้ข่าวก็ออกมารับตั๋งโต๊ะ ลิยูจึงว่าแก่ตั๋งโต๊ะว่า “ซึ่งยกมาจากเมืองหลวงครั้งนี้เกลือกพวกศัตรูจะยกตามมาฝ่ายทัพเราจะต้านทานมิทันจะเสียท่วงที ขอให้ซีเอ๋งคุมทหารไปซุ่มอยู่บนเขาใหญ่ต้นทางถ้ากองทัพสิบแปดหัวเมืองยกมาตามก็ให้ซีเอ๋งออกรบ ถ้ากองทัพนั้นล่วงขึ้นมาได้รบกับทัพเราแล้วจึงให้ซีเอ๋งออกตีกระหนาบหลัง ทัพซึ่งตามมาก็จะเสียทีเป็มั่นคง “ตั๋งโต๊ะเห็นชอบด้วยจึงให้ซีเอ๋งคุมทหารยกไปซุ่มอยู่ ณ เขาต้นทาง แล้วให้ลิโป้กับลิฉุยกุยกีคุมทหารลงไปเดินเป็กระบวนทัพหลัง
ฝ่ายโจโฉก็ยกทัพล่วงตามเข้าต้นทางขึ้นไปขณะนั้นลิโป้ได้ยินเสียงรี้พลตามอื้ออึงมา จึงคิดว่าลิยูนี้เป็คนมีสติปัญญาคิดสิ่งใดก็มิได้ผิด ครั้นเห็นทัพโจโฉยกมาใกล้ ลิโป้จึงให้กลับหน้าทหารเข้ารับไว้โจโฉจึงขับม้าขึ้นไปหน้าทหารแล้วร้องว่า
“อ้ายพวกขบถมึงจะพาเสด็จพระเ้าเหี้ยนเต้ไปแห่งใด”
ลิโป้ได้ยินดังนั้นก็โกรธ จึงร้องตอบว่า”ตัวมึงเป็คนอกตัญญูมหาอุปราชชุบเลี้ยงให้มีความสุขยังหารู้จักคุณไม่ กลับทรยศทำร้ายครั้นไม่สมคิดแล้วหนีไปคบกันมาทำฉะนี้อีกเล่า”
แฮหัวตุ้นได้ฟังดังนั้นก็โกรธขับม้าขึ้นไปรบด้วยลิโป้ได้ห้าเพลง ลิฉุยก็ขับม้าคุมทหารเข้ารบด้านทางขวาโจโฉจึงให้แฮหัวเอี๋ยนคุมทหารเข้ารบด้วยลิฉุยแลกุยกีก็ขับม้าคุมทหารเข้ารบด้านทางซ้ายโจโฉจึงให้โจหยินคุมทหารเข้ารบด้วยกุยกีเป็สามารถเสียงทหารทั้งสองฝ่ายอื้ออึงเอิกเกริกดังแผ่นดินจะถล่มแฮหัวตุ้นเห็นว่ากำลังนั้นน้อยกว่าลิโป้ก็ขับม้าหนี ฝ่ายลิโป้ก็ขับม้าไล่ตามฟันทหารโจโฉแตกตื่นล้มตายเป็อันมากแลโจโฉกับทหารซึ่งเหลือนั้นถอยหลังไปถึงเขาต้นทาง พอเวลาสองยามแสงเดือนสว่างเห็นรี้พลอิดโรยนักจึงให้หยุดอยู่หุงอาหารยังมิทันกิน
ฝ่ายซีเอ๋งซึ่งซุ่มอยู่เห็นดังนั้นก็ยกทหารออกโจมตี ทหารโจโฉมิทันรู้ตัวก็ใตื่นแตกกระจายไปโจโฉนั้นก็ขึ้นม้าหนีไปพบซีเอ๋งเข้าก็ใชักม้าบ่ายหน้าจะหนีไปทางอื่นซีเอ๋งยิงเกาทัณฑ์ไปถูกติดไหล่โจโฉโจโฉก็ขับม้าหนีผ่านเขาไปฝ่ายทหารซีเอ๋งเห็นก็เอาทวนแทงถูกม้าโจโฉล้มลงแล้วเข้าจับโจโฉไว้
ฝ่ายโจหอง พอมาทันเข้าเห็นทหารซีเอ๋งจับโจโฉไว้ก็ขับม้าเข้าไล่ฟันทหารนั้นล้มตายเป็หลายคน เหลือนั้นใทิ้งโจโฉเสียหนีไปโจโฉถูกเกาทัณฑ์เ็ปเป็สาหัสจึงว่าแก่โจหองว่า “ตัวเราเห็นจะตายเสียแล้วท่านเร่งไปเอาชีวิตรอดเถิด”
โจหองจึงว่า ”ท่านป่วยหนักอยู่จงขึ้นขี่ม้า ข้าพเ้าจะเดินรบป้องกันไป”โจโฉตอบว่า “ซึ่งท่านเดินเท้าจะต่อรบได้เหมือนขี่ม้าหรือ” โจหองจึงว่า “แผ่นดินเป็จลาจลครั้งนี้หาผู้ใดจะคิดทำนุบำรุงไม่ หากท่านเป็ต้นคิดหัวเมืองทั้งปวงจึงพลอยมาทำการด้วยถ้าชีวิตข้าพเ้าจะตายก็ตายเสียเถิด ขอให้ท่านรอดอยู่จะได้คิดการบำรุงแผ่นดินสืบไป”
โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงว่า”ขอบใจท่านนัก”แล้วโจโฉก็ขึ้นม้า โจหองจึงถอดเกราะทิ้งเสีย ถือง้าวเดินตามไปครั้นเพลาประมาณสามยามเศษก็ถึงแม่น้ำอันหนึ่งพอได้ยินเสียงทหารตามมาข้างหลังโจโฉจึงว่าแก่โจหองว่า “จะหนีไปแม่น้ำก็กั้นหน้าอยู่ศัตรูก็ตามมา เห็นชีวิตเราจะตายอยู่ที่นี่เป็มั่นคง” โจหองจึงว่า “ข้าพเ้าจะพาท่านไปให้ตลอด”จึงถอดเสื้อทิ้งเสียแล้วให้โจโฉขี่ โจหองก็พาข้ามแม่น้ำไปถึงฝั่ง เหล่าทหารซีเอ๋งครั้นมาถึงริมแม่น้ำเห็นโจโฉข้ามไปถึงฟาก ก็ชวนกันเอาเกาทัณฑ์ยิงระดมไป ฝ่ายโจหองก็พาโจโฉค่อยเดินไปได้ประมาณสามสิบเส้นพอรุ่งขึ้นจึงเข้าหยุดพักข้างเนินเขาแห่งหนึ่ง แลซีเอ๋งนั้นคุมทหารข้ามน้ำตามไปเห็นโจโฉกับโจหองหยุดอยู่ จึงให้ทหารทั้งปวงเข้าล้อมไว้
ฝ่ายแฮหัวตุ้นกับแฮหัวเอี๋ยนคุมทหารม้าได้สิบหกสิบเจ็ดม้าก็ข้ามแม่น้ำตามโจโฉไป พอเห็นทหารล้อมโจโฉ โจหองอยู่จึงขับม้าผ่านหน้าซีเอ๋งเข้าไปแล้วร้องตวาดว่า
“พวกอ้ายขบถมึงอย่าทำอันตรายนายกู”
ซีเอ๋งได้ยินก็โกรธจึงขับม้าเข้ารบกับแฮหัวตุ้นได้สิบเพลงแฮหัวตุ้นเอาทวนแทงถูกซีเอ๋งตกม้าตาย แล้วไล่ฟันทหารทั้งนั้นแตกกระจายไปสิ้น
ขณะนั้นโจหยินกับลิเตียน งักจิ้นสามคนคุมทหารได้ประมาณสามร้อยเศษ พอมาพบแฮหัวเอี๋ยนเข้าจึงพากันไปหาโจโฉครั้นโจโฉเห็นทหารเอกคุมทหารเลวมาได้บ้างก็ค่อยคลายใจขึ้นแล้วโจโฉก็ยกทหารไปเมืองโห้ลาย
ฝ่ายหัวเมืองทั้งปวง ซึ่งอยู่ ณเมืองลกเอี๋ยงต่างตั้งชุมนุมพักทหารอยู่ แลซุนเกี๋ยนนั้นเข้าไปตั้งชุมนุมณพระที่นั่งเกียนเซียงเตี้ยงแล้วไปดูที่กุฏิพระมหากษัตริย์ซึ่งตั๋งโต๊ะให้ขุดขึ้นนั้นจึงให้ทหารกลบเสียแล้วปลูกโรงขึ้นจึงบอกนายทัพนายกองทั้งปวงมาจุดธูปเทียนทำสักการบูชาแล้วต่างคนต่างกลับไปที่ชุมนุม ครั้นเวลากลางคืนแสงเดือนสว่างซุนเกี๋ยนจึงถือกระบี่ออกไปนั่งอยู่กลางแจ้งจึงแลขึ้นไปเห็นดาวสำหรับพระมหากษัตริย์เศร้าหมองนัก ซุนเกี๋ยนจึงคิดว่าครั้งนี้พระมหากษัตริย์มิได้เป็สุข อาณาประชาราษฎรจึงได้รับความเดือดร้อนเพราะตั๋งโต๊ะเป็ขบถต่อราชสมบัติจนเมืองนั้นเป็ป่า ดาวนั้นจึงวิปริตไปดังนี้
ซุนเกี๋ยนดูพลางก็น้ำตาไหลแลทหารคนหนึ่งเห็นแสงประหลาดจึงชี้บอกซุนเกี๋ยนว่าข้างพระที่นั่งฝ่ายทิศใต้เห็นสว่างอยู่ ซุนเกี๋ยนแลไปดูเห็นรัศมีประหลาดดังนั้นจึงเดินไปให้ทหารจุดคบเพลิงส่องดูก็เห็นบ่ออันหนึ่งจึงให้ทหารลงไปสักดูพบศพหญิงผู้หนึ่งก็ให้ยกขึ้นมา แลศพนั้นยังสดอยู่มิได้เปื่อยพังรัดประคดผูกคออยู่จึงให้แก้ออกดู เห็นหีบน้อยลั่นกุญแจอยู่ จึงให้คัดออกเห็นตราหยกสี่เหลี่ยมจัตุรัสดวงหนึ่งหน้าแปดนิ้วยอดนั้นจำหลักติดประจำเป็ัห้าตัวเกี่ยวกันแต่เหลี่ยมข้างหนึ่งนั้นลิอยู่เอาทองคำตีเลี่ยมเข้าไว้ ตรานั้นแกะเป็อักษรว่าเทพดาประสิทธิ์ให้ ถ้าผู้ใดได้ไว้แล้ว ครองราชสมบัติก็จะจำเริญพระชันษาสืบไป