บทนำ
"วันเวลาผ่านไปรวดเร็วเสียจริง...”เสียงหวานนุ่มของเด็กหนุ่มหน้าตางดงามดังขึ้นขณะที่เ้าตัวกำลังนั่งเท้าคางเหลือบมองฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่ในสระบัวยามเช้านี้บรรยากาศโดยรอบนั้นช่างเงียบสงบน่าผ่อนคลายยิ่งนัก เส้นผมสีดำสนิทเปล่งประกายเงางามนั้นถูกมัดรวบด้วยผ้าผูกสีขาวเพียงครึ่งปล่อยส่วนที่เหลือให้ยาวสยายจรดกลางหลัง เส้นผมบางส่วนหลุดรุ่ยไปตามกรอบใบหน้าเรียวมนรูปไข่ที่คล้ายคลึงกับมารดาไปมากถึงเก้าในสิบส่วน ดวงตาเรียวหงส์ประกายความซุกซนสดใส ริมฝีปากบางรูปกระจับสีชมพูระเรื่อ จมูกเรียวโด่งงามรับกับใบหน้างามราวกับเซียนตัวน้อยที่ลงเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์คงไม่เกินจริงไปนัก
จางหนิงอ้าย อาศัยอยู่กับมารดาที่เรือนเล็กท้ายจวนติดกับป่าไผ่ที่ในเรือนหลังนี้มีบ่าวรับใช้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ถึงแม้ว่ามารดาของเขาจะมีฐานะเป็ถึงฮูหยินเอกของจวนนี้ แต่ทว่าความเป็อยู่นั้นอาจกล่าวได้ว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ยังดีที่บ่าวในเรือนนี้ล้วนต่างจงรักภักดีต่อนายของตนทั้งสองยิ่งกว่าชีวิต เนื่องจากมารดาไม่ได้รับความรักจากบิดาอีกทั้งมีเื่ราวที่ผิดใจกันก่อนหน้าจึงทำให้เรือนน้อยท้ายจวนหลังนี้ไม่ได้รับเงินทองจากเรือนหลักมาจุนเจือนับเป็เวลาเกือบปีเเล้ว มีแต่เพียงสินสมรสเดิมที่มารดาของเขาได้จากตระกูลเดิมก่อนที่จะแต่งเข้าตระกูลจางเพียงเท่านั้น ที่ซึ่งนับวันก็ยิ่งหมดไปจากการจับจ่ายใช้สอยซื้อของจิปาถะต่างๆ
เมื่อไม่มีอำนาจในตระกูลเเละไม่เป็ที่รักของสามีนับว่าพอทนไหวอยู่บ้าง เพียงเเต่ไม่ถึงหนึ่งปีที่ผ่านมานั้นในเหตุการณ์ล่าสุดที่เป็เหตุทำให้หนิงอ้ายต้องล้มป่วยหนัก มารดาของเขา้าความเป็ธรรมในเื่ดังกล่าวนี้แต่สามีของนางก็มิได้นำพาอันใด อีกทั้งยังขับไสไล่ส่งพวกเขาทั้งคู่จากเรือนหลักของจวน ซึ่งด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทั้งมารดาและหนิงอ้ายจำเป็ต้องมาอาศัยในพื้นที่ส่วนหลังของจวนห่างไกลจากเรือนหลักของตระกูลจางเช่นนี้ สำหรับอาหารนั้นเป็เนื้อสัตว์บ้างบางมื้อเพราะว่าเยว่ซินได้ให้บ่าวรับใช้ไปซื้อพวกเนื้อสัตว์จากตลาด อีกทั้งยังเลี้ยงไก่ไว้เพื่อเก็บกินไข่และทำอาหารอื่นๆรวมไปถึงได้ซื้อเมล็ดพันธ์ผักสำหรับปลูกไว้ข้างเรือนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด
หวังเยว่ซิน เป็คุณหนูของตระกูลหวังหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของ แคว้นเต่าดำ ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็ยอดพธูอันดับหนึ่งของแคว้นผู้เพียบพร้อมไปด้วยฐานะของตระกูลใหญ่รวมไปถึงทั้งศาสตร์ทั้งสี่ของสตรีก็นับว่าเป็ที่หนึ่งไม่เป็สองรองใครอีกทั้งยังมีระดับฝึกตนที่ไม่ธรรมดาสามัญ ซึ่งนางนั้นต่างเป็ที่หมายปองของเหล่าองค์ชายในราชวงศ์เเละผู้ฝึกตนระดับสูงที่มีชื่อเสียงทั่วทุกแคว้นหรือเเม้กระทั่งตระกูลที่มีอิทธิพลในยุทธภพ แต่ด้วยที่ปักใจรักบิดาสารเลวนั่นจึงต้องพบเจอกับชะตากรรมดังกล่าวนี้เป็เวลาหลายสิบปี ซึ่งนางไม่เคยแจ้งตระกูลหวังให้ทราบถึงความเป็อยู่นี้เลยซักครั้ง เนื้อหาในจดหมายที่ได้ส่งกลับไปมีเพียงแต่ความคิดถึงความเป็ห่วงบิดามารดาของตนเท่านั้น สำหรับตัวนางถือว่าตนแต่งออกมาจากตระกูลเดิมแล้วชีวิตที่เหลือล้วนอยู่ในการดูแลของอีกฝ่ายแม้หนทางข้างหน้าจะเป็อย่างไรก็สุดแล้วแต่คนผู้นั้นจะจัดการ
หนิงอ้ายได้แต่ถอนหายใจทุกครั้งที่คิดถึงแต่เขาก็เข้าใจได้อยู่บ้างว่า การหย่าขาดจากสามีออกไปถือว่าเป็สิ่งที่รับไม่ได้ในยุคสมัยนี้ เเละเป็ที่น่าอับอายของตระกูลเดิมตนอีกด้วย คิดไปถึงโลกเดิมที่เขาเคยอยู่ก่อนหน้า ต่อให้จะพูดกันว่าชายหญิงล้วนเท่าเทียมสุดท้ายหญิงก็โดนกดขี่ลงอีกขั้นอยู่ดีแล้วยิ่งกับโลกนี้ที่บุรุษเป็ที่เชิดชูกว่าสตรีเหนือสิ่งอื่นใดอย่างเห็นได้ชัดจะนับว่าเป็อะไรได้กัน อีกทั้งหวังเยว่ซินนั้นยังเป็ห่วงหนิงอ้ายไม่น้อยทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็คุณชายใหญ่ของตระกูล ถือได้ว่ามีสิทธิได้ขึ้นเป็ประมุขของตระกูลในภายภาคหน้า แต่กลับไม่ได้สิ่งที่ควรได้รับไม่ว่าจะเป็ฐานะ,การปฎิบัติดูแล,ความนับถือต่างๆซึ่งเขาเชื่อว่าหากมารดาเอ่ยปากบอกตระกูลเดิมของตนไปนั้น คร้านว่าท่านตาของเขานั้นจะจัดแจงหนังสือหย่าอย่างรวดเร็วและรีบนั่งรถม้ามารับด้วยตนเองเพื่อพากลับตระกูลหวังในทันทีอย่างแน่นอน
ร่างที่เขาเข้ามาอยู่ตอนนี้เป็บุตรชายคนโตของ จางเลี่ยงหวง ซึ่งปัจจุบันเป็ประมุขตระกูลจางหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของ แคว้นหงส์แดง ซึ่งในผืนแผ่นดินนี้ประกอบไปด้วย สี่แคว้นหลักคือ แคว้นเต่าดำ ซึ่งอยู่ทาง ทิศเหนือ สัญลักษณ์เป็รูปเต่าสีดำ ธาตุน้ำ ฤดูหนาว, แคว้นหงส์แดง ซึ่งอยู่ทาง ทิศใต้ สัญลักษณ์เป็รูปหงส์สีแดง ธาตุไฟ ฤดูร้อน , แคว้นัเขียว ซึ่งอยู่ทาง ทิศตะวันออก สัญลักษณ์เป็ัสีเขียว ธาตุไม้ ฤดูใบไม้ผลิ , แคว้นเสือขาว ซึ่งอยู่ทาง ทิศตะวันตก สัญลักษณ์เป็เสือสีขาวธาตุทอง ฤดูใบไม้ร่วง (แคว้นทั้งสี่แคว้น ประจำสี่ทิศ อ้างอิงจากตามคติความเชื่อลัทธิเต๋า) อีกทั้งมีอีกสองแคว้นที่แยกตัวคือจากยุทธภพซึ่งไม่ก้าวก่ายการปกครองของทั้งสี่แคว้นดังกล่าว คือ แคว้นกิเลนโลหะ มีพื้นที่ติดแคว้นเต่าดำสัญลักษณ์เป็กิเลนสีดำทอง ธาตุโลหะ ฤดูฝน และ แคว้นสิงโตเพลิง ซึ่งมีพื้นที่ติดกับแคว้นเสือขาว สัญลักษณ์เป็สิงโตสีแดงทอง ธาตุดิน ฤดูใบไม้ผลิ
จางเลี่ยงหวงที่ในตอนนั้นดำรงตำแหน่งเป็ผู้สืบทอดประมุขตระกูลจางและว่าที่เ้าสำนักศึกษาผิงอาน จึงได้ตบแต่งหวังเยว่ซินเป็ฮูหยินเอกด้วยเพราะความเหมาะสมของชาติกำเนิด เพราะว่านางนั้นเป็ถึงบุตรีของฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหวัง ที่เป็หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของแคว้นเต่าดำ ถึงแม้บิดาสารเลวของเขาในตอนนั้นจะมีคนที่รักอยู่ซึ่งคือ หวงลู่เอิน แต่ด้วยความที่นางเป็เพียงบุตรอนุเท่านั้นจึงไม่เหมาะสมที่จะเชิดหน้าชูตาสักเท่าไหร่ อีกทั้งตระกูลหวงไม่ใช่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลของแคว้นเต่าดำนี้จึงไม่สามารถแต่งนางเข้ามาเป็ฮูหยินเอกได้ แต่ด้วยความรักที่มีต่อนางหลังจากที่แต่งมารดาเขาเข้ามาหนึ่งปีจึงแต่งนางเข้ามาเป็ฮูหยินรองอีกทั้งอนุอื่นๆตามเข้ามาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของอำนาจการปกครอง
ในโลกเดิมนั้นเขามีชื่อว่าหนิงอ้ายถึงจะคนละแซ่ไม่ใช่แซ่จางก็เถอะ ในโลกนั้นเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าที่นี่มากมายหลายเท่า ชีวิตก่อนเขาเป็เด็กกำพร้าหลังจากเรียนจบก็ผันตัวมาเป็นักธุรกิจแต่เื้ัมีอาชีพเป็นักฆ่าไร้สังกัดรับแต่งานที่พอใจหรืออยากเล่นสนุกเท่านั้น ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่านักฆ่าอาจดูเหมือนไม่มีศีลธรรมเท่าไหร่ แต่ความจริงแล้วนั้นงานที่เขารับมาเป้าหมายคือคนที่ชั่วจริงๆหรือคนทำร้ายผู้บริสุทธิ์รวมถึงการซื้อขายสิ่งเสพติด ซึ่งั้แ่ทำภารกิจมาไม่เคยมีคำว่าพลาดเลยซักครั้งนอกจากค่าจ้างในแต่ละงานเขาจะสูงแล้วค่าหัวของเขาก็สูงเช่นกันว่าไปเถอะใครใช้ให้งานของเขาไปขัดแข้งขาพวกมีอำนาจมืดเ่าั้กันเล่า
ฉากเบื้องหน้าของเขาคือนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงตัวท้อปของประเทศที่ประสบความสำเร็จแต่อายุสิบแปดปี จิตใจดีชอบทำบุญกับมูลนิธิต่างๆออกงานสังคมเพื่อการกุศลไม่รับค่าตัว ทุกอย่างมันสมบูรณ์เกินไปจนเขาต้องมีอีกตัวตนซึ่งคือการเป็นักฆ่าไร้สังกัดนี่แหละ หลังจากโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและการเป็นักฆ่ามาหลายปีในวัยครบเบญเพศนั้นในทุกวันมันน่าเบื่อหน่ายเกินไปชีวิตไร้สีสันไม่มีความตื่นเต้นอะไรเลยเพราะทุกอย่างเขาก็เคยทำมาหมดแล้วอยากได้อะไรก็ได้แค่มีเงินเท่านั้น
ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คืนนั้นเขามีนัดไปร้านอาหารกับ แทนไท เพื่อนสนิทที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศที่ไม่ได้เจอกันนานหลังจากกินอาหารไปจิบไวน์แบบชิวๆเขาเริ่มมีอาการมึนหัวมองอะไรไม่ค่อยชัดปกติก็ไม่เมาง่ายเท่าไหร่ เมื่อมองไปที่นั่งตรงกันข้ามก็สังเกตถึงความผิดปกติ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนวางแผนฆ่ากลายเป็ว่าเพื่อนสนิทได้ยิงปืนใส่เขาอย่างไม่ลังเล เสียงขอ งลูกะุที่พุ่งเข้าตัดขั้วหัวใจอย่างแม่นยำ เสี้ยววินาทีนั้นยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจเลยสักนิดเขาทำผิดพลาดหรือทำตัวไม่ดีกับอีกฝ่ายตรงไหนกัน ในชีวิตนี้เขาแทบไม่เปิดรับใครเข้ามาในชีวิตมากเท่าไหร่คนตรงหน้าถือว่าเป็ข้อยกเว้นแทบทุกอย่างเลยด้วยซ้ำ
ใช่แล้ว...เขาเป็ไบซึ่งได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายและแอบชอบเพื่อนสนิทคนนี้แต่ก็ทำได้แค่เก็บเป็ความลับไม่กล้าบอกให้มันรู้ กลัวว่าทุกอย่างจะพังจนไม่เหลือแม้กระทั่งคำว่าคนรู้จัก จนเมื่อตัวเขาทบทวนตัวเองอย่างถี่ถ้วนในความรู้สึกประกอบกับได้ห่างกันไปหลายปีจนคิดได้ว่าความรู้สึกที่มีเป็ของจริงสมควรแก่เวลาที่จะบอกคำตอบที่ได้จะเป็อย่างไรก็พร้อมยอมรับผลที่ตามมาหลังจากที่บอกความรู้สึกไป เเต่แทนที่จะได้สารภาพรักกลายเป็ว่ากลับถูกยิงตายเสียนี่ ในมือของเขาล้วงเข้าไปััแหวนเงินจากอกเสื้อพร้อมการ์ดที่เขียนความรู้สึกลงไป มันอาจจะดูแปลกๆทั้งที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วแต่เขากลับเลือกที่จะเขียนการ์ดบอกความรู้สึกแทนก็มันคลาสิคแถมดูโรแมนติกไม่น้อย แต่แล้วอย่างไรกันตอนนี้เขารับรู้ได้ว่าตอนนี้ประสาทััเริ่มไม่รับรู้อะไรแล้วใบหน้าของแทนไทเพื่อนที่ผมแอบรักก็ดูเลือนลางไม่รู้ว่ามันพูดอะไรหรือจะเสียใจไหมแต่สุดท้ายช่างเหอะเหนื่อยแล้วเบื่อแล้ว ตายไปก็ดี...
แต่ใครจะไปเชื่อว่าทันทีที่ตายแล้วแทนที่จะต้องไปชดใช้กรรมหรือข้ามสะพานไหน่เหอกินน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อเกิดใหม่เเต่กลายเป็ว่าิญญาของเขากลับเข้ามาอยู่ในร่างของจางหนิงอ้ายในวัยสิบสี่ปีซึ่งตอนนี้บิดามีฮูหยินเอกซึ่งคือมารดาของเขา ฮูหยินรองและอนุอีกสามคนส่วนพวกลูกๆนั้นก็มีมากมายเป็ชายสามคนหญิงสี่คนที่อายุลดหลั่นห่างกันเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น จะเรียกว่าพี่น้องก็ไม่เต็มปากเพราะเเทบไม่ผูกพันธ์รักใคร่กันเท่าใดนัก พวกนั้นเอาแต่พูดจาดูแคลนหนิงอ้ายซึ่งเ้าของร่างนี้ไม่เคยตอบกลับแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะหากทำแบบนั้นแล้วความเดือดร้อนจะส่งผลไปถึงมารดาของตนด้วยเเละยิ่งหนิงอ้ายนิ่งเงียบเท่าไหร่กลายเป็ว่าถูกกลั่นแกล้งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ย้อนไปในความทรงจำวัยเด็กหลังจากวันปีใหม่จางหนิงอ้ายนั้นอายุครบเจ็ดขวบปีตระกูลจางและสำนักศึกษาผิงอานได้มีการจัดพิธีปลุกพลังิญญาขึ้นในลานพิธีกรรมของสำนักสำหรับลูกหลานสายหลักสายรองและศิษฐ์สายในสายนอกที่อยู่ในการดูแลของสำนักซึ่งผู้เข้าร่วมต้องมีอายุครบอายุเจ็ดปีเป็ต้นไปจึงจะสามารถเข้าร่วมพิธีได้ หลังจากที่หนิงอ้ายขึ้นแท่นพิธีเมื่อทำการทดสอบแล้ว ผู้อาวุธโสแจ้งว่าตัวเขาไม่สามารถปลุกพลังิญญาได้เปรียบดังคนธรรมดาทั่วไปก็ได้สร้างความอับอายให้แก่บิดาและตระกูลจางยิ่งนัก ทั้งที่ฝั่งบิดาและมารดาทั้งสองนั้นล้วนมีชื่อเสียงในโลกของผู้ฝึกตนของแคว้นแต่บุตรชายคนโตของตระกูลกลับไร้ซึ่งพลัง
ข่าวลือในเื่นี้ต่างถูกกระจายไปอย่างแพร่หลายไปตามตลาดผู้คนต่างเล่าลือว่ากันว่าพยัคย์ย่อมออกลูกเป็พยัคย์นั้นย่อมไม่เป็ความจริงเสียเเล้วกระมัง ดูจากคุณชายใหญ่ตระกูลจางนั่นยังไม่สามารถเป็ผู้ฝึกตนตามรอยบิดามารดาได้ อีกทั้งมีข่าวลือว่าหนิงอ้ายที่เป็คุณชายใหญ่นั้นที่คอยใส่ผ้าคลุมปิดบังตัวตนก็เพราะหน้าตาอัปลักษณ์ใบหน้าถูกผีกัดกินผู้ใดสบตาแล้วต่างพบความชั่วร้ายไปตลอดชีวิต นับวันชื่อเสียงของเขายิ่งเสื่อมเสียไปเรื่อยๆ จนมาวันหนึ่งเมื่อหนึ่งปีก่อนนี้หนิงอ้ายก็ได้ถูกลูกของบิดาสักคนผลักตกน้ำขณะที่เขากำลังดูปลาอยู่ที่สระบัวกลางเรือนหลัก ยังดีน้ำไม่ลึกมากเท่าใดจึงสามารถตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งได้ ประจวบเหมาะกับมารดาของตนกำลังตามหาตัวอยู่เพราะหาทั่วเรือนหลังจวนแล้วไม่เจอพอได้ยินเสียงโหวกเหวกจึงมาช่วยได้ทัน
แต่เพราะร่างกายนี้ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วประกอบกับสำลักน้ำเข้าไปเยอะ อีกทั้งฮูหยินรองคอยรั้งท่านหมอประจำตระกูลให้รักษาบุตรของตนที่อยู่ๆก็ไม่สบายในขณะนั้น พ่อบ้านจึงทำได้เพียงส่งผู้ช่วยหมอประจำตระกูลไปตรวจสอบรักษาดูแลอาการซึ่งทำได้เพียงต้มสมุนไพรไล่ไอเย็นในร่างเท่านั้นสุดท้ายแล้วหนิงอ้ายก็ดีขึ้นแต่ก็แลกมากับร่างกายที่อ่อนแอกว่าเดิมจากเหตุการณ์ดังกล่าวตัวบิดาไม่ได้ความยุติธรรมใดๆกับหนิงอ้ายทั้งสิ้นไม่มีการลงโทษหาตัวคนผิด ซึ่งคนที่ทำก็คือบุตรของเมียรักของตน บิดาสารเลวนั่นให้เหตุผลว่าเป็การเล่นของเด็กๆอย่าถือสาเอาความผิดตัวคนก็ปลอดภัยไม่เป็อะไรแล้วและสำหรับการที่ฮูหยินรองไม่ให้หมอประจำตระกูลไปรักษาหนิงอ้ายก็เพราะตอนนั้นคุณหนูสี่ก็ไม่สบายเช่นกัน
เมื่อฟังคำกล่าวจบมารดาของเขาจึงตัดสินใจขอย้ายออกจากเรือนหลักไปอยู่เรือนอื่นทันทีแต่แทนที่บิดาจะกล่าวห้ามกลับมีโทสะพร้อมกับไล่ให้ย้ายออกไปที่เรือนเล็กท้ายจวนยึดบ่าวในการดูเเลในเรือนเกือบทั้งหมดเเละมอบอำนาจฮูหยินใหญ่ให้ฮูหยินรองอีกทั้งอนุญาตุให้มีบ่าวติดตัวไปเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งมารดาเขานั้นไม่ว่าอะไรเเล้วกล่าวขอสินสมรสเดิมของตนพร้อมกล่าวว่าจะไม่มาวุ่นวายกับเรือนหลักอีกเด็ดขาด แล้วหลังจากนั้นบิดาก็ไม่เคยมาหามารดาของเขาเลยสักครั้งเบี้ยหวัดรายเดือนสวัสดิการต่างๆก็ไม่มอบให้คล้ายกับตัดขาดกันไม่ข้องเกี่ยวกันอีก
มารดาของเขาและบ่าวรับใช้ในเรือนเล็กต่างทราบดีว่าคุณชายของตนนั้นหลังจากฝืนรักษามาหลายเดือนร่างกายก็ต่อต้านการรักษาในทุกวัน ในคืนหนึ่งอาการแน่นหน้าอกได้กำเริบอีกครั้งร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงหนิงอ้ายไม่มีเสียงแม้กระทั่งเอ่ยคำลามารดาของตนด้วยซ้ำ สุดท้ายเมื่อทนไม่ไหวลมหายใจค่อยๆแ่หายลาไปจากโลกใบนี้ ซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่เขาตายพอดีิญญาจึงเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทนพอดี
หลังจากที่เขาตั้งสติได้ว่านี่ไม่ใช่ตัวเขาและความทรงจำนี้ถูกกระตุ้นให้จดจำได้เขาพยายามตั้งสติระงับอารมณ์อย่างถึงที่สุดหายใจเข้าออกเมื่อดูความทรงจำอื่นๆของร่างก็พบว่าหนิงอ้ายถือว่ารอบรู้หนังสือเข้าขั้นอัจฉริยะเชี่ยวชาญศิลปะทั้งสี่ เพราะว่ามารดาสอนั้แ่ยังเด็กแต่อ่อนด้านวรยุทธ์เพราะร่างกายไม่แข็งแรงั้แ่เด็กซ้ำยังป่วยไข้จากเหตุการณ์ตกน้ำก่อนหน้านี้อีก จึงส่งผลให้ไม่สามารถปลุกพลังิญญาเป็ผู้ฝึกตนได้ แม้จะบอกมารดาเสมอว่าตัวเองไม่คิดมากแต่ในใจนั้นกลับคิดว่าตัวเองไม่มีค่าไร้ประโยชน์เป็ที่อับอายของตระกูลยิ่งนัก
อีกทั้งโลกนี้ไม่ใช่โลกปกติแต่เป็โลกจีนโบราณแฟนตาซีที่ผู้คนต่างสามารถเข้าสู่วิถีของการเป็ผู้ฝึกตนได้โดยที่จะต้องมีการปลุกพลังิญญาและปราณธาตุในตัวเสียก่อนโดยปกติจะมีการทดสอบดังกล่าวนี้เมื่อมีอายุเจ็ดปีเเละต้องไม่เกินสิบห้าปีเพราะเมื่อมีอายุมากขึ้นความยากในการปลุกพลังิญญาก็จะทวีเพิ่มขึ้นตามไปด้วยนอกจากนี้บนแผ่นดินในทุกแคว้นยังมีสำนักฝึกตนมากมายแบ่งเป็ฝั่งธรรมมะ,ฝั่งอธรรม,ฝั่งอสูรแถมอายุของผู้คนล้วนยืนยาวไปตามระดับฝึกตนที่สูงขึ้น เเละหลังจากที่เขาได้รู้เื่ราวทั้งหมดผ่านความทรงจำจึงเริ่มวางแผนการในใจถึงวันข้างหน้าของตน...