บริษัท JC มีการทดสอบของการออดิชันอยู่สามรอบ รอบแรกและรอบสองจะเหมือนๆกันทุกครั้ง เต้น,ร้อง หากผ่านสองอย่างนี้มาได้ เท่ากับว่าเหลือแค่รอบเดียวแล้วที่จะผ่านการทดสอบของการออดิชัน
อย่างไรก็ตามรอบที่สามหรือรอบสุดท้ายนั้นไม่มีใครรู้ว่าจะเป็อะไร เพราะทุกๆครั้งของการออดิชัน มันจะเปลี่ยนแปลงตลอด ซึ่งมันขึ้นอยู่กับ CEO ว่าจะให้เป็อะไร
ฉีซีในเวลานี้จึงมองดูเวลาบนนาฬิกาของเธออย่างกังวล ตอนนี้เธอเหลือการทดสอบแค่รอบเดียวแล้ว แต่ด้วยความที่เธอมีปัญหากับลูกชายของ CEO แห่งบริษัท JC เธอจึงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีว่าเขาจะให้พ่อของเขา ทําให้การทดสอบในรอบที่สามยากขึ้น
“หวังว่าเขาจะไม่เลวร้ายถึงขนาดนั้น…’’ ครู่ต่อมา ฉีซีภาวนาอย่างตั้งใจ การออดิชันนี้เป็ความฝันของเธอมาั้แ่เด็ก และเธอเองก็ไม่อยากให้ความพยายามของเธอตลอดสองสามปีมานี้สูญหายไปอย่างเปล่าประโยชน์
สามปีก่อน หลังจากเรียนจบ ฉีซีก็ได้เข้าร่วมกับบริษัท JC และฝึกฝนอยู่เรื่อยมา เธอพยายามมากกว่าใครๆเสมอ แต่ด้วยความที่เธอไม่ได้มีพร์ในด้านนี้มากนัก การออดิชันของเธอจึงล้มเหลวในทุกๆครั้ง
แต่ในปีนี้ในที่สุดความพยายามของเธอก็เป็ผล เธอสามารถเก่งขึ้นได้และแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันยอดเยี่ยม
อย่างไรก็ตามก่อนการออดิชันหลายเดือนก่อน เหวินลิ่วลูกชายของ CEO แห่งบริษัท JC ได้ปรากฏตัวขึ้น เขาเป็นักร้องคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงและพร์ไม่เลว ดังนั้นเมื่อเขาพบเธอเข้า เขาจึงได้เสนอบางอย่างให้กับเธอ
แน่นอนว่าฉีซีได้ปฏิเสธมันไป แต่นั่นก็ได้ทําให้เธอต้องเป็ศัตรูกับเขา และถูกขัดขวางสารพัด โดยเฉพาะคนที่จะออดิชันกับเธอในครั้งนี้อย่าง ‘เสวี่ยอิ้ง’
ดูเหมือนว่าเสวี่ยอิ้งจะได้ทําข้อเสนอกับเหวินลิ่วแล้ว เธอจึงได้รับการสนับสนุนเป็อย่างมาก ทําให้อุปสรรคต่างๆกลายเป็เื่ง่าย
ยิ่งเมื่อเสวี่ยอิ้งเป็คนที่ไม่ชอบฉีซีอยู่แล้ว เธอจึงกลายเป็ศัตรูไปด้วย
ดังนั้นฉีซีในตอนนี้จึงมีศัตรูอยู่พร้อมกันถึงสองคน แต่ตราบใดที่ CEO ของบริษัท JC อย่างเหวินเปาไม่ทําอะไร สองคนนั้นก็ไม่สามารถทําอะไรเธอได้
แต่ถ้าหากทําล่ะ?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคครั้งใหญ่!
หลายนาทีต่อมา
“ถึงเวลาแล้ว’’ ฉีซีเลิกคิดเกี่ยวกับสิ่งทั้งหลาย แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนเดินออกไป
…
ห้องโถงใหญ่
เวลานี้ได้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็คนที่เข้ามารับชมการออดิชันรอบที่สองที่เพิ่งจบลงไป ดังนั้นพวกเขาในเวลานี้จึงรอฟังว่าการทดสอบรอบที่สามจะเป็อะไร
ท่ามกลางคนจํานวนมาก ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนมองเหตุการณ์ที่กําลังจะเกิดขึ้นอย่างสบายๆ
“ดูเหมือนว่าพี่สาวฉีจะผ่านรอบแรกและรอบสองมาได้แล้ว’’ จางเจิ้นพึมพํา จากการได้ยินผู้ชมพูดคุยกัน นั่นได้ทําให้เขาทราบว่าการออดิชันในครั้งนี้ ได้เริ่มขึ้นมาสองรอบแล้ว และตอนนี้ก็กําลังจะเป็การประกาศหัวข้อการทดสอบรอบสุดท้าย
“เสวี่ยอิ้ง เธอคนนี้เป็คู่แข่งของพี่สาวฉี’’ จางเจิ้นมองสาวสวยคนที่ว่าด้วยความไม่เป็มิตรสักเท่าไหร่ อย่างน้อยเขาก็รู้ดีว่าหากเธอชนะ ความฝันของพี่สาวฉีตลอดหลายปีมานี้คงต้องพังทลายลง
วินาทีต่อมา
เวลาที่ทุกคนรอคอยก็ได้มาถึง!
ชายวัยกลางคน CEO เหวินเปา ได้ปรากฏตัวขึ้น และทําการประกาศหัวข้อที่สามอย่างรวดเร็ว
เขียนเพลง!
ทันใดนั้นผู้ชมมากมายก็ต่างโห่ร้องด้วยความไม่พอใจ
“เขียนเพลงและต้องนํามาแสดงในวันพรุ่งนี้?’’
“บ้าไปแล้ว ไม่ว่าจะยังไงนั่นก็เป็ไปไม่ได้! อีกอย่างถึงจะเป็ไปได้ แต่หากไม่ได้ฝึกมาก่อนจะร้องได้ยังไง?’’
“ไม่ผิดแน่! นี่ต้องเป็ความ้าของเหวินลิ่วอย่างแน่นอน อย่างนี้ทางเสวี่ยอิ้งที่มีเขาสนับสนุนก็ต้องได้รับชัยชนะไปอย่างง่ายดายน่ะสิ?’’
“...’’
ไม่ช้า จางเจิ้นก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมด ดูเหมือนว่าภายในบริษัท JC แห่งนี้ เหวินลิ่วจะสนใจในตัวพี่สาวฉีเป็อย่างมาก แต่เมื่อทําอะไรกับเธอไม่ได้แล้ว มันจึงได้ขัดขวางทุกอย่าง และสนับสนุนเสวี่ยอิ้งที่เป็ศัตรูของเธออยู่แล้วแทน
สารเลวจริงๆ!
จางเจิ้นกําหมัดแน่น มองไปยังชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาด้วยอารมณ์ไม่ดี อย่างน้อยจากการที่ได้ฟังเสียงโดยรอบ เขาก็เข้าใจได้ว่ามัน้าอะไร เขาจึงโกรธแทนพี่สาวฉีเป็อย่างมาก
แต่ความโกรธของเขาจะไปทําอะไรได้?
ท้ายที่สุด เมื่อการประกาศหัวข้อการทดสอบรอบที่สามจบลง ฉีซีก็ดูราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แต่ก่อนที่เธอจะได้ทําอะไร…
“ฮี่ๆ ผมให้คุณเลือกแล้วนะว่าจะยอมรับข้อเสนอของผม หรือสูญเสียโอกาสในครั้งนี้ไป’’ เหวินลิ่วได้ปรากฏตัวขึ้นและหัวเราะอย่างชั่วร้าย เป็เธอที่ปฏิเสธข้อเสนอของเขาเอง ไม่อย่างนั้นแล้วเขาคงจะไม่ไล่ต้อนเธอถึงเพียงนี้
“สมนํ้าหน้า!’’ เสวี่ยอิ้งที่ได้เดินตามมาติดๆก็แสดงให้เห็นถึงสีหน้าเยาะเย้ย เธอรู้สึกยินดีกับความยํ่าแย่ของหญิงสาวตรงหน้าเป็อย่างมาก
“ฮึ่ม ผู้หญิงอย่างเธอจะไปรู้อะไร?’’ ทางด้านของฉีซีเพียงแค่นเสียงอย่างเ็า เธอไม่แม้แต่มองหน้าของเสวี่ยอิ้งสักนิดเดียว ในความคิดของเธอ ผู้หญิงตรงหน้าเธอคนนี้ก็แค่ผู้หญิงราคาถูกคนหนึ่งเท่านั้น
“นังนี่…’’ เสวี่ยอิ้งฉุนเตรียมจะตบให้รู้แล้วรู้รอดไป
แต่ทันใดนั้นเอง...
“พอได้แล้ว!’’ เสียงของเหวินเปาดังขึ้น ก่อนปรากฏชายวัยกลางคนเดินเข้ามา สีหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความไม่แยแส ก่อนมองฉีซีด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“ฉีซี พรุ่งนี้แม่เฒ่าผิงจากบริษัท DDY จะมาเป็ผู้ตัดสินทุกอย่างแทนฉัน ดังนั้นหากเธอแสดงความสามารถได้ดี แม้เธอจะไม่ผ่านการออดิชัน เธอก็อาจจะสามารถดึงดูดแม่เฒ่าคนนี้ได้’’
พูดจบ เหวินเปาก็เดินออกไป เขาไม่สนใจด้วยซํ้าว่าลูกชายของเขาจะว่ายังไง
เหวินลิ่วเองก็ดูจะหน้าเสียไม่ใช่น้อย เขาเข้าใจดีว่าพ่อของเขาชื่นชมฉีซีมานาน เกรงว่าถ้าไม่ใช่เขาขอร้อง อีกฝ่ายคงไม่ยอมเปลี่ยนหัวข้อให้เป็ไปตามที่เขา้าอย่างแน่นอน
ทางด้านของเสวี่ยอิ้งนั้นอิจฉาเป็อย่างมาก เธอจ้องมองฉีซีด้วยความไม่ชอบใจ เธอไม่เข้าใจเลยว่านังผู้หญิงตรงหน้านี้มันมีอะไรดีกว่าเธอ ถึงได้ทําให้ CEO อย่างเหวินเปาชื่นชมได้
กลับกัน ฉีซีในตอนนี้นั้นรู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายเป็อย่างมาก อย่างน้อยถึงเขาจะไม่ได้ช่วยเธอ แต่เขาก็ยังชี้ทางให้เธอ
จางเจิ้นที่เห็นเหตุการณ์ก็เพียงมองดูอย่างเงียบๆ ถึงเขาจะโกรธมากแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าเวลานี้เป็เวลาที่ดีที่สุด ในการดิ้นรนและยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเวลาผ่านไป…
“เอ๊ะ? ’’ ขณะที่กําลังจะกลับบ้าน ฉีซีสังเกตเห็นถึงชายหนุ่มที่เดินเข้ามา ก่อนจะรู้สึกคุ้นเคยและประหลาดใจ
วินาทีต่อมา
“สบายดีไหมครับ พี่สาวฉี?’’ ชายหนุ่มตรงหน้าก็เปิดปากพูดขึ้น เขายิ้มโชว์ฟันสีขาวที่เรียงรายให้เห็น
“นะ...น้องชายจาง!’’ ทันทีที่ได้ยิน และเริ่มนึกคุ้น ฉีซีพลันอ้าปากกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
เป็เขาจริงๆ...น้องชายจาง
จางเจิ้น!