บรรยากาศหน้าหอภารกิจตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด อู๋เฟิงจ้องมองป้ายหยกสีม่วงในมือหลี่จงด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเืกินเนื้อ หากสายตาฆ่าคนได้ หลี่จงคงตายไปพันครั้งแล้ว
"เ้า..." อู๋เฟิงกัดฟันกรอด เสียงลอดไรฟันออกมาเบาๆ เพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน "เ้าคิดจะแบล็คเมล์ข้ารึ? รู้ไหมว่าทำแบบนี้เท่ากับประกาศากับตระกูลอู๋"
"ข้าไม่ได้เริ่มก่อน" หลี่จงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น เขาเก็บป้ายหยกเข้าในอกเสื้ออย่างช้าๆ "ข้าแค่มาทวงของรางวัลตามที่ตกลงกันไว้... หรือศิษย์พี่อู๋เฟิงผู้ยิ่งใหญ่ จะเป็คนตระบัดสัตย์? ต่อหน้าศิษย์น้องนับร้อยตรงนี้?"
อู๋เฟิงกวาดตามองรอบตัว ศิษย์มุงเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างรอดูว่ายอดฝีมืออันดับ 5 จะทำตามสัญญาหรือไม่ หากเขาเบี้ยวตอนนี้ ชื่อเสียงที่สั่งสมมาจะป่นปี้ แต่ถ้าให้ของไป... ก็เหมือนยื่นมีดให้ศัตรู
"ดี... ดีมาก!" อู๋เฟิงเค้นเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น เขาล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือ "พัดวายุหวน" พัดจีบสีเขียวมรกต ตัวพัดทำจากโครงเหล็กนิลที่ยืดหยุ่น ใบพัดทอจากไหมฟ้าที่เหนียวและคมกริบ แผ่ไอพลังธาตุลมระดับ 4 ออกมาจางๆ
"รับไป!"
อู๋เฟิงขว้างพัดใส่หน้าหลี่จงด้วยโทสะ หวังจะใช้แรงกระแทกสั่งสอน หลี่จงไม่ได้ขยับมือรับ แต่เขาเพียงแค่เอียงเสาหินที่พาดบ่าอยู่เล็กน้อย
ปึก!
พัดวายุหวนกระแทกเข้ากับเสาหินอย่างจัง แล้วร่วงลงสู่มือของหลี่จงอย่างเหมาะเจาะ
"ขอบใจ" หลี่จงกล่าวสั้นๆ
"จำไว้... ของสิ่งนั้นมันร้อน ระวังมันจะลวกมือเ้า!" อู๋เฟิงทิ้งท้ายด้วยคำขู่ ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินหนีฝ่าฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความอับอาย โดยมีจางเหว่ยวิ่งตามหลังไปแบบหางจุกตูด
เมื่อตัวการจากไป เสียงเชียร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากกลุ่มศิษย์สายนอก "สุดยอด! พี่หลี่จงทำให้อู๋เฟิงหน้าแตกได้!" "ฮ่าๆๆ สะใจชะมัด! ศิษย์สายนอกอย่างเราก็มีศักดิ์ศรีนะเว้ย!"
หลี่จงไม่ได้สนใจเสียงสรรเสริญเยินยอ เขาหันไปหาซูหว่านและหงเหลียน "ไปรับรางวัลภารกิจกันเถอะ... แล้วรีบออกจากที่นี่"
...
หลังจากรับรางวัล 500 แต้มสำนัก และ "ผลึกหยกอัคคี" ก้อนเท่ากำปั้นที่ส่องแสงสีแดงวูบวาบ หลี่จงยื่นผลึกหยกให้ซูหว่านทันทีโดยไม่ลังเล
"ของเ้า"
ซูหว่านรับมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความอบอุ่นจากผลึกหยกแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือที่เย็นเฉียบของนาง สีเืฝาดเริ่มกลับคืนสู่ใบหน้าซีดเซียว "ขอบคุณเ้าค่ะ... ด้วยสิ่งนี้ อาการกำเริบของข้าคงสงบไปได้อีกหลายเดือน"
"ส่วนนี่..." หลี่จงยื่น พัดวายุหวน ให้ซูหว่านเช่นกัน "ข้าใช้ไม่เป็ หงเหลียนก็คงทำมันพัง... เ้าเก็บไว้ใช้ป้องกันตัวเถอะ มันน่าจะเหมาะกับวิชาค่ายกลของเ้า"
"เอ๊ะ? ให้ข้าเหรอ?" ซูหว่านตาโต "แต่นี่มันอาวุธระดับ 4 มูลค่าหลายพันเหรียญทองเลยนะเ้าคะ"
"ของที่ใช้ไม่ได้ ก็ไร้ค่า" หลี่จงตอบตามตรง "อีกอย่าง เ้าเป็มันสมองของทีม ถ้าเ้าตาย พวกข้าก็ลำบาก รับไปเถอะ"
หงเหลียนพยักหน้าสนับสนุน "รับไปเถอะน่าซูหว่าน! เ้าถือพัดแล้วดูเหมือนบัณฑิตเ้าเล่ห์ดี ข้าชอบ! ฮ่าๆๆ"
ซูหว่านยิ้มกว้าง นางกำพัดในมือแน่น รู้สึกถึงความเชื่อใจที่เพื่อนมอบให้ "ตกลงเ้าค่ะ... งั้นเราไปที่พักของข้ากันเถอะ ข้าต้องรีบดูดซับไออุ่นจากหยก และข้ามี 'บางอย่าง' อยากให้ท่านหลี่จงดูเกี่ยวกับเสาต้นนี้ด้วย"
...
หอตำราเก่า (Old Scripture Pavilion)
มันเป็อาคารไม้เก่าแก่สามชั้นที่ตั้งอยู่มุมอับของสำนัก ล้อมรอบด้วยป่าไผ่เงียบสงบ ที่นี่เป็ที่เก็บรวบรวมตำราพื้นฐานและบันทึกประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครสนใจ และเป็ที่พำนักของซูหว่านผู้ทำหน้าที่บรรณารักษ์
ภายในหอเต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและหมึกจีน ชั้นหนังสือสูงจรดเพดานเรียงรายเป็ระเบียบ
"เชิญนั่งเ้าค่ะ" ซูหว่านผายมือไปที่โต๊ะไม้กลางห้อง นางจุดตะเกียงน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ หลี่จงวางเสาหินลงบนพื้นไม้ (ต้องวางเบาๆ เพราะกลัวพื้นทะลุ)
ซูหว่านวางมือลงบนเสาหินที่ตอนนี้มีลวดลายสีเงินของธาตุเหล็กแซมอยู่ นางหลับตาลง ส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างภายใน "อย่างที่ข้าคิด... การที่ท่านดูดซับแร่เหล็กทมิฬเข้าไป ทำให้โครงสร้างของ 'จารึก' เปลี่ยนไป"
นางเดินไปหยิบตำราปกหนังสีดำเล่มหนึ่งออกมาจากซอกหลืบของชั้นหนังสือ กางออกให้หลี่จงดู "นี่คือ 'ตำนานศิลาห้าธาตุ'... บันทึกระบุว่า ในยุคา มีผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช้อาวุธิญญา แต่ใช้วิธี 'หลอมรวมธรรมชาติ' เข้ากับวัตถุ"
นางชี้ไปที่ภาพวาดโบราณรูปเสาหินที่มีอักขระล้อมรอบ 5 ตัว "เสาของท่าน คือภาชนะที่ว่างเปล่า... มัน้า ดิน น้ำ ลม ไฟ และ ทอง(โลหะ) เพื่อเติมเต็ม" "ตอนนี้ท่านมี ดิน (ตัวเสาหิน) และ ทอง (แร่เหล็กที่ดูดซับมา) แล้ว... ท่านขาดอีก 3 ธาตุ"
"ถ้าครบแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?" หงเหลียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"มันจะกลายเป็ 'ศาสตราเทพเ้า' ที่สามารถสร้างโลกหรือทำลายโลกได้" ซูหว่านตอบเสียงเครียด "แต่... การจะหาสิ่งของระดับนั้นมาเติมเต็ม ไม่ใช่เื่ง่าย ท่านต้องหาวัสดุระดับสูงของแต่ละธาตุ"
ทันใดนั้น เสาหินของหลี่จงก็สั่นเบาๆ แสงสีเงินจากลวดลายธาตุเหล็ก เปล่งประกายวาบขึ้นมา กระทบกับ พัดวายุหวน ที่วางอยู่บนโต๊ะ
วิ้ง!
พัดวายุหวนลอยขึ้นเอง! มันกางออกและหมุนติ้วกลางอากาศ ลมพายุขนาดย่อมก่อตัวขึ้นภายในห้อง ปัดหนังสือร่วงกราว "เกิดอะไรขึ้น!?" หลี่จงรีบคว้าเสาหินไว้
"พัดนั่น... มันกำลังทำปฏิกิริยากับเสา!" ซูหว่านะโแข่งกับเสียงลม "ธาตุลมในพัดกำลังถูกกระตุ้น!"
แต่แทนที่เสาจะดูดพัดเข้าไปเหมือนตอนดูดเหล็ก... คราวนี้กลับเป็ "พื้นห้อง" ที่เปิดออก! กลไกลับที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานของซูหว่าน ถูกกระแสลมจากพัดและแรงสั่นะเืของเสาหิน ปลดล็อกโดยบังเอิญ
ครืดดดดด...
แผ่นไม้เลื่อนออก เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดตัวลงสู่ความมืดมิดใต้ดิน กลิ่นอายโบราณที่เก่าแก่ยิ่งกว่าหอตำรานี้ลอยฟุ้งขึ้นมา
"ห้องลับ?" ซูหว่านตาโต "ข้าอยู่ที่นี่มา 5 ปี ไม่เคยรู้เลยว่ามีห้องใต้ดิน!"
หลี่จงเดินไปชะโงกดูที่ปากทาง "กลิ่นอายข้างล่างนี้... เหมือนกับกลิ่นของเสาหินข้า"
"เ้าจะลงไปเหรอ?" หงเหลียนถามอย่างตื่นเต้น "อาจจะมีสมบัติก็ได้นะ!"
"หรืออาจจะมีกับดัก" หลี่จงเตือนสติ แต่เขากระชับเสาในมือแน่น "แต่ในเมื่อมันเรียกหาพวกเรา... ก็คงต้องไปดู"
ทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าลงสู่บันไดหินนั้น โดยไม่รู้เลยว่า... ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้หอตำรานี้ คือสิ่งที่ตระกูลอู๋และผู้าุโระดับสูงของสำนัก ตามหามาตลอดร้อยปี!
...
เมื่อเท้าของหลี่จงแตะพื้นห้องใต้ดิน ตะเกียงไฟที่ผนังก็ติดขึ้นเองอัตโนมัติเป็ทอดยาว สุดทางเดิน มีแท่นบูชาหินตั้งอยู่ และบนแท่นนั้น... มี "กล่องไม้" ใบหนึ่งวางอยู่ และมีโครงกระดูกสวมชุดเ้าสำนักรุ่นแรก นั่งขัดสมาธิเฝ้ากล่องนั้นไว้อย่างสงบ
ที่ผนังห้อง มีตัวอักษรเืเขียนทิ้งไว้ว่า: "ผู้ใดถือครองศิลา จงระวัง... น้ำหนักที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่กาย แต่อยู่ที่ใจ"