ปรมาจารย์ไร้เดียงสา
บทที่ 16 โรคทางใจ
วันนี้มี่มี่ยังคงรักษาผู้ป่วยเช่นเคย เริ่มมีผู้ป่วยยินยอมให้นางรักษามากขึ้นเรื่อยๆ
"มี่มี่ ข้าขอศึกษาวิธีการรักษาของเ้าด้วยคนได้ไหม"
บุรุษผู้นี้คือองค์ชายห้า ั้แ่ที่เขามาถึงชายแดนพร้อมท่านอ๋องหน้านิ่ง เขาก็มักจะแวะเวียนมาชวนนางคุยด้วยอยู่เป็ประจำ วันนี้ก็เช่นกัน
"ได้เ้าค่ะ หากมีอะไรไม่เข้าใจก็ถามมี่มี่ได้นะเ้าคะ"
อี้เฉินที่นอนชิดผนังห้องพักผู้ป่วยอยู่ด้านนอกปรือตาขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อได้ยินว่ามีบุรุษมาจีบลูกศิษย์ตัวน้อยของเขา หึ ต้องผ่านด่านเขาให้ได้เสียก่อนเถอะ เขาคิดในใจ เขาไม่อยากให้ลูกศิษย์ตัวน้อยเข้าไปพัวพันกับเื่การเมืองมากนัก บุรุษตรงหน้ามีศักดิ์เป็ถึงองค์ชาย แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะมีสตรีเพียงคนเดียว เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงเอ่ยขึ้นกับมี่มี่ว่า
'แม่หนูน้อย อย่าเข้าใกล้บุรุษผู้นี้มากนัก เ้าอาจจะเป็โรคทางใจที่ไม่อาจรักษาก็เป็ได้'
มี่มี่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ใ หันไปมองบุรุษข้างๆก่อนจะเอาถามขึ้นว่า
"องค์ชายห้า ท่านเป็โรคติดต่อหรือเ้าคะ"
"เปล่านี่ เหตุใดถึงถามเช่นนี้"
"มีคนบอกว่าหากอยู่ใกล้ท่านมากๆ ข้าอาจเป็โรคทางใจ หากท่านไม่ได้มีโรคติดต่อ แล้วข้าจะเป็โรคเพราะท่านได้อย่างไรเ้าคะ"
องค์ชายห้าได้แต่อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก ใครกันที่มาบอกนางเช่นนี้ ต้องเป็บุรุษที่ไม่้าให้นางอยู่ใกล้กับเขาแน่ๆ ตอนแรกเขาก็แค่อยากมาเรียนรู้วิธีการรักษาของแม่นางน้อยมี่มี่ แต่ตอนนี้ความรู้สึกท้าทายกลับลุกโชนขึ้นมา เขาจะอยู่ใกล้แม่นางน้อยผู้นี้ คอยดูซิว่าใครจะทำอะไรเขาได้ อี้เฉินที่นอนหลับอย่างสบายใจไม่ได้รู้ตัวเลยว่าได้ไปปลุกความท้าทายให้เกิดขึ้นในตัวองค์ชายห้า หากเขารู้เขาคงจะตอบกลับไปว่า ไม่มีใครทำอะไรได้หรอก มีแต่แมวอย่างเขาที่จะทำ คอยดูต่อไปเถอะ เหมียว~
ระหว่างไปทานอาหาร ทั้งสองก็พบเข้ากับองค์ชายสี่ที่เดินออกมาจากที่พัก ่นี้เขาค่อนข้างยุ่งอยู่กับการเรียนรู้กลศึกจากท่านอา แม้ท่านอาจเข้มงวดแต่ก็ตั้งใจสอนเขาเป็อย่างดี อีกทั้งความรู้ของท่านอามีมากมายให้เขาได้เรียนรู้ ดังนั้น่นี้เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก เมื่อพบมี่มี่กับน้องชายจึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจขึ้นว่า
"พวกเ้าไปไหนกันมาหรือ เหตุใดถึงได้เดินมาพร้อมกันได้"
"ข้าไปช่วยรักษาผู้าเ็ในห้องพัก เลยถือโอกาสดูแม่นางมี่มี่รักษาคนป่วยไปด้วยเลยพ่ะย่ะค่ะ"
องค์ชายสี่นึกได้ว่าน้องชายสนใจด้านการแพทย์ การจะเดินมาพร้อมกับแม่นางน้อยผู้นี้ก็ไม่ถือว่าแปลก อีกอย่างที่นี่คือค่ายทหาร ไม่ใช่ในเมืองหลวงเสียหน่อย หนึ่งหญิงหนึ่งชายเดินด้วยกันจึงไม่รู้สึกว่ามีปัญหาแต่อย่างใด เขาจึงไม่ได้สนใจมากนัก แล้วทั้งสามก็เดินไปกินข้าวพร้อมกัน ระหว่างทางสองพี่น้องก็เริ่มพูดถึงเื่ชายแดนขึ้นว่า
"ได้ข่าวว่าอีกไม่กี่วันจะมีเสบียงจากเมืองหลวงมาส่งแล้วสินะ"
"ว่าแต่เหตุใดไม่เอาเสบียงจากเมืองเทียนโจวมาใช้เลยพ่ะย่ะค่ะ กว่าจะส่งมาจากเมืองหลวง ใช้เวลานานเกินไป ถึงปีนี้จะโชคดีมีเสบียงแบบใหม่ก็เถอะ"
"เื่นี้ข้าก็ถามเสด็จอาอยู่เหมือนกัน เหตุที่เราต้องส่งมาจากเมืองหลวง เพราะแต่ละเมืองมีผลผลิตเพียงพอแค่ในส่วนของคนในเมือง ทางการเคยมีการให้เพาะปลูกกันเพิ่ม แต่ว่าในแต่ละพื้นที่มีประชากรจำกัด สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้มากขึ้นกว่าเดิมเท่าใดนัก สุดท้ายเลยต้องพึ่งทางเมืองหลวงให้ช่วยจัดการ เพราะที่นั่นมีประชากรอยู่อาศัยจำนวนมากทำให้ผลผลิตที่ได้ก็มีมากเช่นกัน"
"ข้าได้ข่าวว่ารอบนี้รองแม่ทัพซูมาส่งเสบียงด้วยตัวเองเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ฮ่าๆๆ มาส่งเสบียงอะไรกัน ตามมาเล่นสนุก เอ้ย ตามมาหาประสบการณ์แบบข้าล่ะไม่ว่า"
ทั้งสองพูดคุยกันไป ในขณะที่มี่มี่ก็ตั้งใจฟังไปด้วย แม้ตอนเด็กนางจะเคยเข้าเมืองอยู่บ้าง แต่ตอนนั้นนางยังเด็กมาก ทำให้ไม่ค่อยรู้เื่โลกภายนอกมากนัก นางจึงต้องเก็บรายละเอียดต่างๆไว้เพื่อเป็ความรู้ เผื่ออนาคตอาจนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
-----------
่สายๆของวันรุ่งขึ้น เสียงล้อเกวียนวิ่งกันสนั่นหวั่นไหว จนมี่มี่ที่อยู่ในห้องพักผู้ป่วยชะโงกหน้าออกมา นางเห็นผู้คนมากมายและเกวียนหลายสิบคันอยู่ทางด้านหน้าค่าย แม้ตอนนี้นางจะเป็หมอรักษาผู้ป่วยในค่าย แต่นางก็ยังเป็เพียงแม่นางน้อยอายุ 15 ปีเท่านั้น ดังนั้นนางย่อมมีความอยากรู้อยากเห็นเป็ธรรมดา หลังรักษาผู้ป่วยตรงหน้าเรียบร้อย นางก็รีบออกไปชมดูความสนุกหน้าค่ายทันที เมื่อมาถึงนางก็เอ่ยถามทหารด้านข้างขึ้นว่า
"พี่ชายๆเกิดอะไรขึ้นหรือ"
"อ้าวท่านหมอ ขบวนเกวียนข้างหน้ากำลังขนเสบียงชุดใหม่มาส่งให้ค่ายน่ะขอรับ"
ผู้ที่ตอบมี่มี่คือต้าถงนั่นเอง ั้แ่วันมี่มี่รักษาให้ อาการปวดของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้แทบจะหายเป็ปกติแล้ว เขาจึงรู้สึกชื่นชมและให้ความเคารพหมอหญิงผู้นี้เป็อย่างมาก มี่มี่ที่เงยหน้าขึ้นเห็นว่าบุคคลที่นางเอ่ยถามคือผู้ป่วยรายแรก ก็เอ่ยถามอาการจนทั้งสองเห็นเสบียงเริ่มทยอยเข้ามาส่งด้านในก็หยุดสนทนา มี่มี่ก้าวไปด้านหน้าเพื่อมองดูเสบียงที่นำมาส่ง นางเคยกินอาหารที่เห็นอยู่ตรงหน้าเพียงสองครั้ง ใครๆต่างก็เรียกมันว่า เมี่ยน-เมี่ยน เห็นว่าครั้งที่แล้วนำมาเพื่อทดลอง หลังจากทหารในค่ายได้ลองดูแล้ว ผลตอบรับกลับดีเยี่ยม นอกจากจะเก็บได้นาน อิ่มท้อง แถมยังมีรสชาติอร่อย ทั้งยังมีหลากหลายรสชาติให้เลือกอีกด้วย
ระหว่างที่มี่มี่ยืนมองเสบียงที่ขนเข้ามา ก็ได้มีบุรุษผู้หนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้านางก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"อะแฮ่ม แม่นางคนงาม เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า"
"เอ๋ น่าจะเพิ่งเคยพบกันครั้งแรกนะเ้าคะ"
อี้เฉินที่เดินตามมาชมเื่สนุกได้แต่เบะปากแมวของเขาแล้วมองบน เ้าพวกนี้มีแต่มุกจีบสาวโบราณจริงๆ เขาได้ส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะออกเดินเล่นตามประสาแมวต่อไป บุรุษที่เข้ามาทักทายมี่มี่คือรองแม่ทัพซูที่เพิ่งเดินทางมาจากเมืองหลวง นามว่าซูเถียน
"อ้าวงั้นหรือ สงสัยข้าจำคนผิด ข้าเป็รองแม่ทัพเพิ่งมาใหม่วันนี้ ว่าแต่เหตุใดแม่นางน้อยถึงมาอยู่ในค่ายทหารได้ล่ะ"
"มี่มี่เป็หมออยู่ในค่ายทหารแห่งนี้เ้าค่ะ"
เมื่อได้รู้ว่าแม่นางน้อยเป็หมอ ซูเถียนก็คิดเื่คุยไม่ออก เขาได้เหลือบซ้ายมองขวา จนเห็นสหายที่คุยกับเขาอยู่เมื่อครู่จึงเอ่ยขึ้นว่า
"แม่นางน้อยเป็หมอหรือ พอดีเลย ข้ามีสหายผู้หนึ่งเป็โรคทางใจอย่างหนักอยากให้เ้าช่วยดูหน่อย"
มี่มี่ที่ได้ยินดังนั้นก็ใ โรคทางใจอีกแล้วหรืองั้นก็คงจะหมายถึงโรคหัวใจสินะ หากไม่รีบรักษาอาจเป็อันตรายถึงชีวิต ดังนั้นนางจึงรีบตามรองแม่ทัพตรงหน้าไปทันที เมื่อมาถึงก็พบเข้ากับท่านอ๋องที่มาที่ค่ายเมื่อหลายวันก่อน นางจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านอ๋องเป็โรคหัวใจหรือเ้าคะ โรคนี้ร้ายแรงมาก ต้องทานยาสม่ำเสมอ ไม่ทราบว่าท่านมียาประจำไหมเ้าคะ"
อ๋องเจ็ดได้แต่ถลึงตาใส่สหายอย่างดุดัน ก่อนจะหันไปตอบแม่นางน้อยขึ้นว่า
"ข้าไม่ได้เป็อะไร ขอบใจเ้ามาก"
มี่มี่ที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง กลับได้ยินเสียงสตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาก่อนประโยคหนึ่ง ก่อนที่รองแม่ทัพจะพูดอะไรบางอย่าง แล้วสตรีผู้นั้นก็ตอบโต้อีกประโยคหนึ่งก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่นานอ๋องเจ็ดก็ลุกขึ้น กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามไปทางที่สตรีผู้นั้นเดินจากไป มี่มี่ได้แต่งุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า อี้เฉินที่เดินเล่นตามประสาแมวได้เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงเอ่ยกับลูกศิษย์ตัวน้อยขึ้นว่า
'คนรักษาใจของเขามาแล้ว เ้ารักษาไม่ได้หรอก'
'เอ๋ แม่นางผู้นั้นเป็หมองั้นหรือ'
'โรคนี้ไม่จำเป็ต้องใช้หมอหรอก ว่าแต่เ้าเถอะ อย่าไปอยู่ใกล้บุรุษผู้นี้มากนักล่ะ ระวังจะปวดหัวโดยไม่รู้ตัว'
'ทำไมข้าต้องปวดหัวด้วยล่ะ?'
อี้เฉินไม่ตอบสิ่งใด เขาหันหลังเดินไปหาที่สงบๆนอนหลับ มี่มี่ไม่ค่อยเข้าใจทั้งเื่ตรงหน้าและสิ่งที่อี้เฉินพูด แต่นางก็ไม่อยากปวดหัว ดังนั้นนางจึงขอตัวลาซูเถียนโดยที่ซูเถียนยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดกับนางต่อ