รูปถ่ายสองนิ้วที่หวงมานานแสนนานถูกดูแลอย่างดีไม่เคยห่างกายเลย14ปีแล้วสินะสภาพมันใหม่เหมือนวันแรกที่แย่งมาเลยนิ้วมือเรียวค่อยๆลูบคนในรูปอีกครั้ง เหตุใดหัวใจถึงไม่ลืมสักทีคำอธิษฐานครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยสัมฤทธิ์ผลครั้งนี้ขออีกครั้งไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอเจอใครบางคนอีกครั้งแค่ครั้งเดียว
ขนมครก กาแฟเย็นถูกวางข้างๆคอมพิวเตอร์ ก่อนคนร่างบางจะหันไปทักทายเพื่อนร่วมงานที่นั่งถัดไป
“เฟิร์นเอากาแฟมาฝาก” ปานระพีหันไปทักทายพร้อมยื่นกาแฟเย็นให้
“ขอบใจจ้ะ น่ารักเสมอนะปาน”คนถูกชมยิ้มจนตาหยี จนถูกคนที่ยืนถัดไปไม่ไกลนักทัก
“ใครชมน่ารักก็ยิ้มตลอด นอกจากพี่ดอม ชมทีไรหน้าหงิกตลอด”
“พี่ดอมชมเล่นไม่จริงใจค่ะ”
“ใครว่าครับ พี่ดอมชมจริง”ดุษฎีทำสีหน้าจริงจังจนอีกคนทนไม่ไหวในความออดอ้อนจีบกันต่อหน้าตัวเองแบบนี้
“จีบจริงปะเนี่ยคุณสองคนเชิญไปจีบกันไกลๆค่ะ อิจฉาค่ะมากๆเชิญค่ะ”ดุษฎีได้แต่ยิ้มก่อนจะบอกเื่งานให้ทั้งสองคนทราบ
“อีกสามวันมีอบรมเื่การให้บริการลูกค้าหลังการขายนะ”
“อะไรนะคะยังต้องอบรมอีกเหรอ อยู่มาตั้งหลายปีแล้วนึกว่าอบรมแต่พนักงานมาใหม่”เฟิร์นรีบแย้งทันทีเพราะทำงานที่นี่มาหลายปีผ่านการอบรมไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
“ต้องอบรมครับ ปานด้วย อบรมหลักสูตรใหม่แต่คัดไปแค่จำนวนหนึ่งเท่านั้นพี่คัดรายชื่อมาแล้วตามนี้นะ”ดุษฎียื่นกระดาษที่จดรายชื่อพนักงานที่จะต้องไปอบรมครั้งนี้ให้เฟิร์นดู
“แต่พี่ดอมไม่ได้ไปด้วยนะครับพี่ลาพักร้อนไว้ก่อนหน้าแล้ว พี่จะไปรอบสองที่จะมีการอบรมครับ”
ทันทีที่เดินทางมาถึงโรงแรมที่พักเพื่อจะอบรมในวันพรุ่งนี้เช้าปานระพีกับเฟิร์นก็รีบจัดการแยกเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าแล้วจัดใส่ตู้เสื้อผ้าของห้องพักทันที
“ขอบแก่นนี่เมืองใหญ่มากนะรถติดอีก นี่แค่ห้าโมงเย็นเองนะพอๆกับกรุงเทพฯเลย”เฟิร์นพูดพลางเอาครีมพอกหน้าละเลงหน้าจนขาวโพลนจนอีกคนอดหัวเราะไม่ได้
“ผีจูออนเหรอ ขาวเชียว แหม!อบรมพรุ่งนี้มีคนหล่อเหรอจ๊ะ”ปานระพีพูดพร้อมกับหัวเราะ
“เราอายุเยอะต้องดูแลตัวเองนะ” เฟิร์นพูดจบก็เอนหลังที่โซฟาอย่างคนอารมณ์ดี
“เดียวเราจะไปเดินห้างนะเห็นว่าเดินจากโรงแรมที่พักไป5นาทีถึงเลย จะไปเดินเล่นหน่อย”
“อ้อ!พรุ่งนี้หลังอบรมตอนมืดๆมีเลี้ยงเล็กๆที่ห้องอาหารโรงแรมมีการแสดงดนตรีสดด้วยนะ”เฟิร์นรีบบอกปานระพีเพราะตัวเองก็เพิ่งทราบเหมือนกันว่ามีการแสดงดนตรีสด
“ไม่เห็นอยากฟังเลยเบื่อ ของีบสักชั่วโมงค่อยไปห้างดีกว่า”ไม่ทันขาดคำคนพูดก็ทิ้งตัวลงที่นอน
“อาบน้ำดีกว่าไหมเดินทางมาทั้งวัน”
“ลืมไป งั้นไม่นอนดีกว่าอาบน้ำแล้วจะได้ออกไปเลย”
หญิงสาวในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้นเอวสูงสวมทับเสื้อกล้ามสีขาวรัดรูป ผมถูกปล่อยตามธรรมชาติรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ดูเข้ากันทำให้วันนี้ปานระพีดูเป็เด็กวัยรุ่นไปเลยในสายตาของเฟิร์น
“ว้าววว31แล้วแต่งแบบนี้ดูเป็25เลยปานน่ารักมากๆแต่งบ่อยๆนะ”คนถูกชมยิ้มอย่างชอบใจ
“เหรอ เราแต่งไปเรื่อยแล้วแต่อารมณ์ไปแล้วนะ เดี๋ยวจะรีบกลับ”
“จะไปเสื้อกล้ามตัวเดียวเหรอ เซ็กซี่ไปนะ”
“อ๋อ เอาเสื้อคลุมไปด้วยจ้ะ”
ห้างสรรพสินค้าที่นี่คนค่อนข้างเยอะอาจเป็เพราะเป็หลังเลิกงานหลังเลิกเรียนบรรรยากาศไม่ได้แตกต่างจากกรุงเทพฯเลย หญิงสาวมาหยุดยืนที่หน้าร้านสือก่อนโทรศัพท์จะสั่นเตือน
“พี่ดอมเหรอคะ ว่าไง”
“อยู่ไหนจะไปหาเดี๋ยวนี้เลย”
“อ้าวไหนว่าพักร้อนไงคะทำไมจะมาหาล่ะ”หญิงสาวพูดพลางเดินไปหยุดที่ชั้นวางหนังสือเกี่ยวกับเครื่องดนตรีที่ปกเป็รูปกีร์ตาเล่มสีขาว
“ครับพักร้อน ไม่ได้ไปไหนแต่จะไปหาปานตอนนี้อยู่ขอนแก่นแล้วนะเฟิร์นบอกออกมาข้างนอก”
“อยู่ร้านหนังสือค่ะห้างใกล้ๆโรงแรมที่พักเดี๋ยวมาถึงพี่โทรมาอีกนะ”ปานระพีสะดุดตากับหนังสือรูปกีตาร์ตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูกจึงเอื้อมมือไปหยิบเพื่อจะเปิดดูด้านในก่อนที่จะมีมือใครบางคนเอื้อมมาััมือตัวเอง
“ขอโทษครับ เชิญคุณก่อนครับผม”น้ำเสียงคุ้นหูยิ่งนัก แต่คนฟังไม่ได้สนใจมองหน้าคนทักเท่าไรนัก ก่อนจะชักมือกลับพร้อมบอกอีกคนให้หยิบได้เลย
“ไม่เป็ไรค่ะ คุณเอาไปเถอะฉันแค่จะดูปกหนังสือชัดๆเฉยๆค่ะ”
“ขอบคุณครับ” เสียงแบบนี้คุ้นเคยมากเหมือนเคยได้ยินที่ไหนหญิงสาวเงยหน้าเล็กน้อยชำเลืองมองคนข้างๆ หน้าตาแบบนี้คิ้วหนาเข้มแบบนี้ไม่มีทางที่หล่อนจะลืมได้ลงต่อให้นานแค่ไหน
“พี่บีม! เอ้ย! ครูบีมคะ” คนอุทานยกมือป้องปาก แล้วมองด้วยสายตาเปล่งประกายด้วยอาการดีใจยิ่งนักนี่ไม่ใช่ความฝัน14ปีแล้วสินะหน้าตาแบบนี้ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำเลย