ตัวหัวหน้าเอ่ยร้องปากะโ
มึงกระโจนหลบปีกมันสิไอ้ห่า
แล้วไอ้โง่นั่นมึงทำอะไรว้า
ถึงชักช้าไม่ทันการณ์พากังวล
นางคนโน้นเสือกยืนนิ่งเป็ตอไม้
ไอ้ฉิบหายเร่งมือเข้าอย่าสับสน
เห้ยมึงนั่นเร่งฟันมันแล้วใช้มนตร์
แต่ละคนช่างชักช้าไม่ทันใจ
ปากก่นด่าพลางโวยวายด่าล่อแม่
ระยำแท้ดูสังเวชไม่เอาไหน
วิฬาร์จึงตัดสินใจทันใด
เร่งมือให้งานรีบจบจะแยกตัว
“ระวังมันจะสะบัดปีกแล้ว” หลังจากต่อสู้กับบอสค้างคาวมาได้สิบกว่านาทีลดเืบอสไปได้ราวสี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็เกิดเื่ขึ้น เพราะั้แ่เริ่มตีบอสคนทั้งสี่ก็ทำตัวเหมือนว่ากำลังตีสัตว์อสูรหน้าโง่ตัวหนึ่งเหมือนที่ผ่านมา สบโอกาสก็พุ่งเข้าไปเสียจังหวะก็พุ่งออกมา คล้ายแข่งฟุตบอลด้วยทีมเด็กอนุบาลกลุ่มนึงที่พอลูกฟุตบอลเด้งไปทางขวาเด็กๆ ก็จะวิ่งฮือตามไป พอมีคนเตะจนบอลเด้งมาทางซ้าย กลุ่มเด็กก็จะวิ่งฮือตามมาและผลจากการฟังวิธีตีบอสที่วิฬาร์บอกมาั้แ่ตอนแรกแบบขอไปที ก็ทำให้ตอนนี้พิรุณกระหน่ำฟ้าก็ตายออกไปเป็คนแรกเนื่องจากหลบท่าใหญ่ของบอสไม่ทัน
แต่จำนวนคนที่ลดลงกลับเป็ผลดีต่อกลุ่มมากขึ้นเพราะคนที่ลดลงไปคนนึงเท่ากับเพิ่มช่องว่างที่แนวหน้าให้วิฬาร์แทรกตัวเข้าไปได้ง่ายกว่าเดิมทำให้ตอนนี้วิฬาร์เริ่มแทรกตัวเข้าไปช่วยตีบอสได้หลายครั้ง
แต่เมื่อเพิ่มตัวโจมตีขึ้นมาคนนึงตัวรักษาก็ลดลงไปคนนึงเช่นกันวิฬาร์ที่ต่อสู้ติดพันอยู่แนวหน้าย่อมไม่มีเวลาว่างมาช่วยฟื้นพลังเพื่อนๆ ได้บ่อยเหมือนแต่ก่อนได้อีกทำให้เวลายิ่งผ่านไป เืทุกคนเริ่มลดลงอย่างช้าๆ
ตอนนี้ทีมเขาแยกเป็สองฝั่งฝั่งหนึ่งคือกลุ่มพวกคมวายุที่กำลังกระหน่ำตีส่วนหลังของบอสอย่างเอาเป็เอาตายและอีกส่วนคือฝั่งของวิฬาร์คนเดียวที่กำลังทำดาเมจพร้อมดึงความสนใจของบอสเอาไว้แถมยังลอบช่วยฟื้นเืให้คนอื่นอีกเป็ครั้งคราวด้วย
ความจริงถ้าสามคนนี้ไม่ตาถั่วก็จะต้องสำเหนียกตัวได้ว่าที่วิฬาร์ทำอยู่ตอนนี้ แทบจะเท่ากับงานของคนสามคนแล้ว นี่คือความเหนือชั้นถึงระดับไหนแต่ด้วยอคติกลับทำให้ตามืดบอดประดุจมีสมองไว้ทำหน้าที่คั่นหู ทั้งสามคนที่เหลือจึงเอาแต่ยิงเวทมนตร์ใส่บอสรัวๆแบบไม่ดูตาม้าตาเรือเช่นเคย ทำให้ไม่ทันระวังการโจมตีจากบอสค้างคาวตัวนี้ในจังหวะล่อแหลมอีกครั้ง
เพราะสัตว์อสูรในดิเอจ ออฟ อโพคาลิปส์เกิดจากการใส่ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความฉลาดต่างๆ กันเข้าไปเป็ที่แน่นอนว่ามอสเตอร์ระดับสูงย่อมจะฉลาดกว่าพวกระดับต่ำ รวมทั้งประเภทบอสย่อมจะฉลาดกว่าพวกลูกน้องเช่นกัน ดังนั้น การรับมือกับบอสจะต้องมีการรับมืออย่างระมัดระวังมากกว่าธรรมดา
แกว๊ก!!!
บอสค้างคาวคำรามเสียงก้องร่างกายอันใหญ่โตที่เทอะทะสยายปีกของมันแล้วพ่นบอลเวทออกมาเกือบสิบลูก ปะปนมากับสะเก็ดหินเล็กๆนับสิบอัน ก่อนจะแตกตัวออกมาเป็ค้างคาวจิ๋วนับสิบตัวกระจายกันโจมตีคนในทีมที่เกาะกลุ่มกันอยู่อีกด้านหนึ่งโดยไม่ลืมเผื่อแผ่มาให้วิฬาร์มากกว่าคนอื่นด้วย
วิฬาร์ที่ตั้งท่ารอคอยอยู่แล้วก็ม้วนหน้าหลบใช้การรุกแทนรับลดระยะห่างระหว่างตนกับศัตรูทำให้หลังจากที่บอสค้างคาวหยุดชะงักเพื่อเก็บท่ากลายเป็เป้านิ่งให้เขาโจมตีโดยง่าย
ในขณะที่พวกคมวายุทั้งสามคนนั้น…
แตกกระเจิงไปคนละทางราวกับหมาโดนน้ำร้อนสาด
“ฮึ่มพวกนายตีให้มันเข้าท่าหน่อยดิ๊”
คมวายุที่สังเกตเห็นแต่แรกว่าวิฬาร์เข้าต่อสู้วงในอย่างปราดเปรียวทำดาเมจได้สูงลิบก็ทราบทันทีว่าวิฬาร์มีฝีมืออยู่พอตัว แต่ก็แค่พอตัวเท่านั้นแหละยังไงก็ต้องด้อยกว่าตัวเองที่มีเลเวลถึงยี่สิบสองอยู่แล้วดังนั้นตอนนี้จึงพาลใส่อารมณ์กับเพื่อนร่วมทีม หาทางเอาชนะวิฬาร์ให้จงได้เพื่อหวังจะเอารางวัลMVPนั่นเอง
เพราะมันคือรางวัลที่มีสำหรับการตั้งปาร์ตี้ในดันเจี้ยนเป็รางวัลพิเศษมอบให้กับคนที่ทำคุณประโยชน์ให้กับกลุ่มได้มากที่สุดในดันเจี้ยนนั้นๆแน่นอนว่าของรางวัลที่ได้ก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรมากถ้าเทียบกับของรางวัลที่จะได้จากดันเจี้ยนแต่ทว่าั้แ่เข้าดันเจี้ยนมา คมวายุเห็นว่าวิฬาร์เอาแต่อู้ ไม่ช่วยเหลือการฝ่าอันตรายอย่างจริงจังก็อดจะคิดเข้าข้างตัวเองอย่าง‘ยุติธรรม’ ไม่ได้ว่าคนที่ออกแรงน้อยกว่าคนอื่นไม่ควรได้ของรางวัลนี้ไปมันควรจะเป็ตัวเขามากกว่าที่คู่ควรกับรางวัลนี้
แต่เนื่องจากรางวัลMVPเป็การรวมคะแนนโดยตัวระบบเองโดยจะคิดจากการมีส่วนร่วมในการฝ่าดันเจี้ยน ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนของดาเมจรวมที่ทำได้ก็มีผลต่อการประเมินด้วยดังนั้น คมวายุที่เห็นวิฬาร์หวดตีบอสราวกับผู้ใหญ่รังแกเด็กก็อดหนาวใจเบาๆไม่ได้ว่าดาเมจที่วิฬาร์ทำเพิ่มขึ้นมาใน่การตีบอสนี้ อาจจะเปลี่ยนผลลัพธ์MVP ไปได้ในท้ายที่สุด
แม้รางวัลMVPจะไม่ได้เลิศเลออะไรนัก เป็เพียงไอเทมธรรมดาชิ้นหนึ่งแต่ความหมายด้านจิตใจของมันนั้นมากกว่ามูลค่าไอเทมที่ระบบจะมอบให้
เสียของไม่ว่าแต่เขาเสียหน้าไม่ได้
แต่ไม่ว่าพวกเขาทั้งสามคนจะเร่งโจมตีแค่ไหนระวังตัวมากเท่าไหร่ พอบอสสวนกลับมา จังหวะที่เพียรพยายามสร้างขึ้นก็พลังทลายราวกองทรายที่ชายทะเลต่างกับวิฬาร์ที่ยืนหยัดอยู่หน้าบอสอย่างมั่นคงราวหินผามหาปราสาท
จวบจนกระทั่งบอสล้มลง
“ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นคมวายุ พิรุณกระหน่ำฟ้า หมีขาวเหลียวหลัง เซย่า วิฬาร์ที่ผ่านดันเจี้ยนเหมืองค้างคาวใต้ดินระดับต่ำเป็ผลสำเร็จ”
เสียงของระบบประกาศดังขึ้นในหัวสมาชิกกลุ่มทั้งห้าคนไม่เว้นแม้แต่คนที่ตายไปเกิดที่หน้าดันเจี้ยน จากนั้นจึงเป็การแจกแจงค่าประสบการณ์ที่ได้รับรวมถึงของรางวัลต่างๆ ซึ่งโชคดีที่ว่าหลังจากบอสตายไอเทมน้ำตาค้างคาวที่วิฬาร์้าก็ดรอปออกมาด้วย และค่าประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้รับจากการฝ่าดันเจี้ยนนี้ก็ช่วยให้ระดับเลเวลของเขาขยับมาเป็เลเวลสิบได้พอดิบพอดี
“ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นวิฬาร์ที่ได้เป็ MVP ของการผ่านดันเจี้ยนในครั้งนี้ ได้รับไอเทม ธนูไม้หนึ่งดาว อาวุธระดับ F เป็ของรางวัล”
ในมือของวิฬาร์ปรากฏธนูไม้ขนาดกลางอันหนึ่งขึ้นมาพร้อมซองใส่ลูกธนูหนึ่งชุดทำให้คมวายุที่ยืนหอบแฮกๆ อยู่ข้างๆ อดมองด้วยสายตาดุดันไม่ได้ความจริงเื่ของรางวัล MVPนั้น คมวายุไม่ได้สนใจ แต่สิ่งที่เขาแคร์คือศักดิ์ศรีเพราะในขณะที่ตนเองทุ่มเทนำทาง ยันสัตว์อสูรให้กับเพื่อนทั้งกลุ่มอย่างยากลำบากแต่กลับสู้ไอ้หนุ่มหน้าจืดคนนึงที่ยืนอู้อยู่แนวหลังไม่ได้งั้นหรือ?
แต่ในเมื่อผลลัพธ์นี้เป็การประกาศของระบบเขาก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ทำได้เพียงจดบัญชีแค้นนี้ไว้ในใจเท่านั้น
“หึ ก็แค่ธนูไม้กากๆ”คมวายุเหล่ตามองทำเป็ไม่แยแสก่อนจะเข้าไปเก็บกองไอเทมทั้งหมดขึ้นมาแสดงให้ดูในหน้าต่างกลุ่ม
“ได้ของมาแล้วหารกันเลยมั้ย?” วิฬาร์เก็บอาวุธเข้ากระเป๋าแล้วปัดตามเนื้อตัวที่เลอะฝุ่นเล็กน้อยก่อนเดินเข้ามาถามด้วยหน้าตาสดใสดูเสแสร้งเป็ที่สุด
ทั้งสามคนที่เหลือมองหน้ากันอย่างอิหลักอิเหลื่อทีแรกหลังจากดูการกระทำในตอนต้นของดันเจี้ยนที่เห็นได้ชัดว่าวิฬาร์ทำตัวอู้พวกเขาก็กะกันไว้ว่าถ้าจบดันเจี้ยนขึ้นมาเมื่อไหร่ จะใช้เหตุผลนี้โจมตีวิฬาร์เพื่อลดส่วนแบ่งที่เขาต้องได้ให้น้อยลงแต่ทว่าประกาศ MVPของระบบกลับตบหน้าพวกเขาฉาดใหญ่
นี่ถ้าเกิดเป็กลุ่มธรรมดาคนที่ได้ MVPยังจะต้องได้รับส่วนแบ่งเพิ่มด้วยซ้ำ แต่ถ้าจะมองว่าคะแนนพิเศษส่วน MVPนั้นระบบได้มอบธนูไม้ให้ไปแล้ว ดังนั้นการหารห้ายิ่งสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้นไปอีกสุดท้ายทั้งสี่จึงพากันออกมานอกดันเจี้ยนแล้วแบ่งไอเทมตามที่ตกลงกันไว้แต่แรกอย่างสงบเสงี่ยม
อย่างน้อยนิสัยในเื่นี้ก็ยังนับว่าพอไปวัดไปวาได้ไม่ถึงกับเบี้ยวแล้วเชิดของหนีไปเลย
“เอาล่ะแบ่งของกันเสร็จแล้ว เดี๋ยวพวกเรามีธุระไปกันต่อ คงต้องแยกทางกันตรงนี้แล้ว”คมวายุเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะไล่วิฬาร์ไปกลายๆ ทั้งๆที่ก่อนเข้าดันเจี้ยน ยังชวนกันไปขุดแร่ต่ออยู่เลย ทำให้วิฬาร์ต้องแอบยิ้มบางๆในใจแล้วกัดฟันเปลี่ยนสีหน้าไม่ให้หลุดขำ ตอบคำไปอย่างยิ้มแย้ม
“โอเคๆบาย”
“…”
วิฬาร์เดินจากมาภายใต้สายตาสี่คู่ที่ดูเหมือนจะ‘ไล่’ มากกว่า ‘ส่ง’ ดูท่าพวกเขาคงยังคาใจในการแสดงออกของวิฬาร์อยู่ไม่น้อย
แต่วิฬาร์ไม่สนใจคนพวกนี้ในเมื่อได้ของที่้ามาแล้ว วิฬาร์จึงเดินออกมาแล้วเลี้ยวลงไปส่วนที่เป็เหมืองเพื่อขุดหาแร่ภาณุมาศต่อ
ตอนนี้ได้ไอเทมภารกิจมาสี่ในห้าชิ้นแล้วเหลือแค่ขุดแร่มาได้ ก็จะสามารถสร้างไม้กายสิทธิ์ที่ช่วยในการร่ายเวทให้กับเขาได้บวกกับผ่านภารกิจลับที่มีน้อยคนจะรู้อีกด้วย
วิฬาร์เดินเข้าไปในโพรงถ้ำตามทางก็เจอผู้เล่นสองสามคนเดินสวนกลับมาด้วยใบหน้าถมึงทึงคาดว่าคงขุดได้แร่มาไม่มากเท่าที่หวังไว้ จากนั้นเมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ ก็ผู้เล่นกลุ่มใหญ่ยืนออกันอยู่ที่ด้านหน้าดูท่าทางขบวนนี้ค่อนข้างมีฝีมือไม่น้อย เพราะดูจากการวางตัว อาวุธ เสื้อผ้า ค่อนข้างดีกว่าผู้เล่นในเขตนี้ทั้งหมดดูท่าเลเวลเฉลี่ยของกลุ่มนี้ต้องไม่น้อยกว่ายี่สิบขึ้นไป
วิฬาร์พยายามหาทางหลบเพื่อจะเข้าไปขุดแร่แต่ก็ยังหาทางเข้าไม่เจอเพราะกลุ่มผู้เล่นพวกนั้นบังทางเอาไว้ สุดท้ายเมื่อเห็นกลุ่มผู้เล่นธรรมดายืนออกันอยู่อีกด้านจึงดันสินใจเดินเข้าไปคุยเพื่อสืบว่าคนกลุ่มใหญ่นี้มาทำอะไรกัน
“ดีครับ”
“สวัสดี”เขาเอ่ยทักอย่างมีมารยาท คนในกลุ่มนั้นก็ตอบกลับมาเบาๆ
“คนพวกนั้นเป็ใครหรอครับ?มาทำอะไรกันเยอะแยะ”
คนกลุ่มนั้นมองวิฬาร์อยู่ครู่นึงเมื่อเห็นว่ายังใส่ชุดผู้เล่นเริ่มต้นอยู่ก็คาดเดาได้ว่าคงเป็ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่ประสีประสาอะไรจึงอธิบายให้ฟังคร่าวๆ ว่าคนพวกนี้เป็กองกำลังของกิลด์ในเขตเมืองสุริยาวลัยวันนี้เป็วันครบรอบการเกิดของบอสในเหมืองอาทิตย์นี้กิลด์จึงรวมตัวกันมาล่าบอสเพื่อเอาไอเทมและค่าประสบการณ์
เมื่อได้ยินดังนั้นวิฬาร์เข้าใจทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
ปกติแล้วในเขตเก็บเลเวลรวมไปถึงพื้นที่ต่างๆ มักจะมีบอสเกิดแบบสุ่มอยู่ทั่วไป แต่ละตัวก็จะมีความสามารถทักษะ และวิธีการรับมือ รวมถึงของรางวัลที่มันจะดรอปตอนตายต่างๆ กันแน่นอนว่าบอสเลเวลสูงย่อมจะดรอปของดีออกมาให้มากกว่าพวกเลเวลต่ำแต่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
และเมื่อขึ้นชื่อว่าบอสสิ่งที่จะพ่วงมาด้วยคือเืปริมาณมหาศาล เยอะเกินกว่าที่ผู้เล่นอิสระจะแบกรับคนเดียวไหวหรือต่อให้รวมกลุ่มกันเป็ปาร์ตี้เปิด แต่ด้วยการรวมกลุ่มกันเฉพาะหน้าขาดการบัญชาการอันแม่นยำ ขาดความร่วมมือที่เป็เอกภาพก็ทำให้ยากที่จะคว่ำบอสลงดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา ผลกำไรจากการล่าบอสมันจะตกเป็ของพวกกิลด์ต่างๆ มากกว่า
และสำหรับพื้นที่ของเหมืองนี้ทุกอาทิตย์จะมีบอสเกิดแบบสุ่มขึ้นมาอาทิตย์ละสองครั้ง และการที่มีกิลด์มาทำการปิดพื้นที่ล่าบอสแม้ว่าดูผิวเผินจะเหมือนการผูกขาดและเอื้อประโยชน์ให้กับกองกำลังของกิลด์แต่ความจริงแล้วก็นับเป็การพึ่งพากันอย่างนึง เพราะถ้าเกิดไม่มีใครเข้าไปล่าก็จะทำให้พื้นที่เหมืองคล้ายกับเป็ดินแดนต้องห้ามที่จะเข้าไปขุดอะไรแทบไม่ได้เนื่องจากถูกบอสรบกวนกิจกรรม ทำให้การปิดพื้นที่ล่าบอสถูกยอมรับโดยผู้เล่นปกติไปโดยปริยายนับว่าเกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย