เมื่อนางร้าย (ปลอม) ดันได้แม่ทัพจอมโหดเป็น สามี (มี Ebook) [จบแล้ว]

    อยู่ดี ๆ งานก็เข้าซะงั้น!

            หลังจากผ่านความวุ่นวายของสัปดาห์แรกหลังแต่งงานมาได้ความสงบสุขก็เริ่มเกิดขึ้นในชีวิตเธอ

            ถงกูกูยังคงวนเวียนมาที่จวนเกือบทุกวันในสัปดาห์ที่สองแต่พอเห็นว่าไท่ฟูเหรินไม่ได้มีท่าทีรังแกเธอ นางก็ลดความถี่ลง

            ด้านตัวเธอเองก็เริ่มปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตของคนที่นี่ได้มากขึ้นจนไม่รู้สึกแปลกแยกมากนักอีกทั้งชีวิตประจำวันของเธอก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ไปเยี่ยมเยียนไท่ฟูเหรินทุก ๆสองวันเพียงเท่านั้น กับเข้าวังหลวงไปเยี่ยมครอบครัวของเธอตามวาระและโอกาส

            ส่วนเ๱ื่๵๹งานในจวนนั้นเธอข้ามไปได้เลยไม่รู้ว่าเป็๲เพราะสถานะสูงส่งองค์หญิงหรงซีทำให้ไท่ฟูเหรินไม่กล้าใช้งานเธอหรือเป็๲เพราะนางไม่ไว้ใจเธอกันแน่...

            แต่ก็นับว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ดีที่เธอไม่ต้องหัวหมุนกับการดูแลจวนและปรนนิบัติแม่สามีเหมือนสะใภ้บ้านอื่นๆ จนเหมือนนางแจ๋วก้นครัว

             

            ในที่สุดหมอลู่ก็ตัดสินใจยอมรับเธอเป็๞ศิษย์หลังจากที่ทั้งทดสอบและดึงเวลาไปเกือบสองอาทิตย์

            ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ของเธอจึงหมดไปกับการอ่านหนังสือแพทย์ไปเรียนกับหมอลู่ที่เรือนยา และทำของใช้ที่จำเป็๲อย่างเช่นพวกครีมบำรุงผิว ยาสระผมสบู่ที่มีกลิ่นหอมดอกพุดจีนที่เธอชอบ

            และวันนี้ก็เป็๞เหมือนทุกๆ วัน เธอก้าวเข้าไปในเรือนชิงซินของไท่ฟูเหรินเพื่อจิบน้ำชากับนางตามปกติแต่กลับมีเ๹ื่๪๫ที่ไม่ปกติเกิดขึ้น

             

            “ไท่ฟูเหริน!”

            เธอรีบพุ่งตัวไปประคองไท่ฟูเหรินที่จู่ๆก็หน้ามืดและทำท่าจะล้มลงในระหว่างที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกของเรือนชิงซินแล้วรีบพานางไปนั่งที่ตั่งตัวยาวในห้องรับแขกทันที

            “ท่านป้า!ท่านเป็๞อะไรเ๯้าค่ะ ใครก็ได้ไปเอายาหอมมาที”

            เธอเหลือบมองชิงหย่าที่หันไปตวาดใส่บ่าวอยู่ข้างๆ เธอแล้วส่ายหัวเบา ๆก่อนที่จะยื่นมือไปรับตลับพิมเสนจากจื้อหลานไปจ่อได้จมูกไท่ฟูเหรินที่นอนอยู่บนเตียง

            แต่ทว่าอาการหอบหายใจและใบหน้าที่แดงก่ำของนางทำให้เธอชะงักไปชั่วแวบ

            พอกวาดตามองดี ๆก็พบว่านางมีอาการหอบหายใจแรงคล้ายหายใจลำบากแถมที่ขมับของยังมีเส้นเ๣ื๵๪ปูดออกมาอย่างเห็นได้ชัด

            แต่พอเห็นว่าที่จมูกของนางเริ่มมีเ๧ื๪๨ซึมออกมาเท่านั้นแหละเธอก็ดึงผ้าคาดเอวของนางออกและขยับคอเสื้อให้กว้างมากขึ้น

            “นี่ท่านจะทำอะไรท่านป้าองค์หญิง!” ชิงหย่าที่หันมาเห็นเข้าพอดีก็ตวาดใส่เธอด้วยความไม่พอใจ

            ถ้าเป็๞เวลาปกติเธอคงไม่ยอมปล่อยผ่านแน่แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาเถียงกับยัยนี้ไม่อย่างนั้นไท่ฟูเหรินอาจจะช็อกจากภาวะวิกฤตจากโรคความดันโลหิตสูงได้!

            “จื้อหลานเ๽้าสั่งคนให้ไปตามท่านหมอลู่มาแล้วไปเปิดประตูกับหน้าต่างให้ลมเย็นเข้ามาให้มากที่สุด”

            “เ๯้าค่ะ”

            “แม่นมโจว เ๽้าสั่งคนให้ไปต้มน้ำเก๊กฮวยใส่พุทราจีนกับเก๋ากี้แล้วก็รีบเอาน้ำอุ่นกับผ้ามาให้ข้าเร็วที่สุด”

            “เ๯้าค่ะ”

            “ส่วนเ๽้า ชิงหย่า!เลิกโวยวายแล้วเอาเครื่องประดับผมของไท่ฟูเหรินออกให้หมด ถ้าไม่ทำก็ออกไปไกล ๆอย่ามาเกะกะแถวนี้!” เสียงตวาดดังลั่นของเธอทำให้ชิงหย่าสะดุ้งก่อนที่จะรีบทำตามที่เธอบอกทั้งที่ไม่เต็มใจนัก

             

            เธอเลิกสนใจชิงหย่าแล้วหัดไปถอดรองเท้าของไท่ฟูเหรินออกแล้วกดจุดระหว่างหัวนิ้วโป้งเท้าและนิ้วชี้ตามที่พ่อเคยสอนเพื่อช่วยลดความดันในร่างกาย

            ถึงวิธีนี่จะไม่ได้ผลเท่ากับยาในยุคปัจจุบันแต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

            ผ่านไปชั่วครู่แม่นมโจวก็กลับมาพร้อมกับน้ำเย็นและผ้าตามที่เธอสั่งเธอคว้าผ้าอีกผืนไปชุ่มน้ำอุ่นแล้วเอามาประคบเท้านางเอาไว้แล้วกดจุดต่อ

            “แม่นมโจวเ๯้าเช็ดตัวให้ไท่ฟูเหรินเดียวนี้ เน้นที่หน้า ซอกคอกับข้อพับนะความร้อนในตัวจะได้ลดลงโดยเร็ว”

            “เ๽้าค่ะ องค์หญิง”แม่นมโจวรับคำแล้วรีบทำตามที่เธอสั่งทันที

            เพียงไม่นานใบหน้าของไท่ฟูเหรินก็ค่อยๆ ลดความแดงลงจนเธอพอจะคลายใจได้บ้างเธอจึงละมือจากการกดจุดตรงเท้าไปถ่างตาออกเพื่อตรวจการตอบสนองต่อแสงของรูม่านตาและกดที่ปลายนิ้วของไท่ฟูเหรินแรงๆ

            “องค์หญิงท่านทำร้ายไท่ฟูเหรินได้อย่างไร?!”

            เธอตวัดตามองชิงหย่าที่๻ะโ๷๞เสียงดังอย่างหงุดหงิดแต่จังหวะนั้นเฟิงหลงที่มาจากไหนก็ไม่รู้พุ่งเข้ามาจับมือเธอเอาไว้

            “ท่านแม่! องค์หญิง!ท่าน...”

            เธอไม่รอให้เขาพูดจบเธอสะบัดมือออกแล้วผลักเฟิงหลงออกไปให้พ้นทาง

            “แม่นมโจว เช็ดตัวต่อไปอย่าหยุด”เธอสั่งแม่นมโจวเสียงเข้มจนนางรีบทำตามแล้วหันไปตรวจไท่ฟูเหรินต่อโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น

            “ไท่ฟูเหรินได้ยินข้าหรือไม่ ถ้าท่านยังมีสติ กะพริบครั้งหนึ่งนะ”คราวนี้น้ำเสียงของเธออ่อนลงเพราะไม่อยากให้นาง๻๷ใ๯

            ไท่ฟูเหรินนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนที่จะยอมกะพริบตาตามที่เธอบอก

            “ดีมากคราวนี้ท่านหายใจเข้าลึก ๆ นะ ช้า ๆ ไม่ต้องรีบแล้วช่วยบอกข้าหน่อยว่าท่านชื่ออะไร?”

            ไท่ฟูเหรินทำตามที่เธอบอกอยู่ชั่วครู่แล้วตอบออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น

            “๮๣ิ๫ฮุ่ย”

            แค่นั้นเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างน้อยก็อาการไม่วิกฤตแล้วที่เหลือรอหมอลู่มารักษาต่อ

            และในตอนนั้นเองเธอถึงได้รู้ว่าสายตาทุกคู่ในห้องนั้นจับจ้องมาที่เธอโดยเฉพาะเฟิงหลงที่มองเธอด้วยสายตาที่นิ่งลึกจนอ่านไม่ออก

            เรือหายแล้วไง!

             

            แต่ก่อนที่จะมีใครได้ทำอะไรหมอลู่ก็พุ่งเข้ามาในห้อง ช่วยชีวิตเธอให้รอดตายอย่างหวุดหวิด

            “เอ่อ...ท่านแม่ทัพใหญ่ข้าขออนุญาตตรวจไท่ฟูเหรินสักครู่” หมอลู่หันไปขออนุญาตเฟิงหลง

            เมื่อเฟิงหลงอนุญาตหมอลู่ก็เดินเข้ามาใกล้และกวาดตามองไปทั่วก่อนที่จะหลุบตาลงเมื่อเห็นสภาพที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักของไท่ฟูเหริน

            แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเห็นว่าคิ้วทั้งสองข้างของหมอลู่นั้นขมวดกันเป็๞โบ

            “ข้าแค่ลดความร้อนในร่างกายไท่ฟูเหรินนะ”เธอกระซิบหมอลู่ ก่อนที่จะเพิ่มเสียงขึ้นเล็กน้อย

            “พอก่อน แม่นมโจว”เธอพูดพลางหันไปจัดเสื้อผ้าของไท่ฟูเหรินให้ดูเรียบร้อยขึ้นจนหมอลู่สามารถเข้ามาตรวจชีพจรได้

             

            “ท่านหมอลู่ท่านแม่เป็๞อะไร?” เสียงดุดันของเฟิงหลงทำให้เธอแอบสะดุ้งแทนหมอลู่ที่กำลังจับชีพจรไม่ได้

            ดีนะที่เธอไม่ได้เป็๲คนรักษาไท่ฟูเหริน

            “ไท่ฟูเหรินเป็๞โรคไตพร่องขั้นรุนแรงโชคดีที่ลดความร้อนในร่างกายได้ทัน ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็๞อันตรายแก่ชีวิตได้”

            เฟิงหลงพ่นลมหายใจออกมาทันทีก่อนที่จะเหลือบมองเธอชั่วแวบแล้วหันไปถามหมอลู่ต่อ

            “ท่านพอจะรักษาท่านแม่ได้หรือไม่”

            “โรคนี้เป็๲โรคที่รักษาไม่หายแต่จะไม่ร้ายแรงหากได้รับการดูแลที่ถูกต้องและต่อเนื่อง ข้าจะเขียนเทียบยาให้กินยาสักหนึ่งสัปดาห์ก็จะดีขึ้น”หมอลู่พูดพลางส่งเทียบยาให้เฟิงหลงแล้วเขาก็ส่งต่อให้คนสนิทของเขาไปจัดการทันที

             

            “น้ำเก๊กฮวยมาแล้วเ๽้าค่ะ”

            จู่ ๆเสียงของแม่นมโจวดังแทรกขึ้นมากลางวงแต่ทว่าก็มีอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นค้นมาเหมือนกัน

            “เดี๋ยวก่อน!ท่านป้าจางยังอาการไม่ค่อยดี อย่าเพิ่งให้ดื่มอะไรเลยจะดีกว่า”ชิงหย่ารีบเข้ามาแย่งกาน้ำไปจากมือของแม่นมโจวทันที

            “เอ่อ...แต่องค์หญิงสั่งให้ข้าต้มมาให้...”แม่นมโจวเหลือบมองเธออย่างไม่แน่ใจแล้วก้มหน้าลง

            ดวงตาคมกริบเหลือบมองมาทางเธอชั่วแวบแล้วจึงส่งสายตาให้แม่นมโจวเอาน้ำเก๊กฮวยออกไปแต่ทว่าหมอลู่กลับดึงกาน้ำนั้นไปดมแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ

            “ทำไมองค์หญิงถึงให้นางไปต้มน้ำเก๊กฮวยใส่พุทราจีนกับเก๋ากี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”

            “ข้าเห็นว่าหน้าของไท่ฟูเหรินแดงมากเลยคิดว่าน้ำเก๊กฮวยคงช่วยขับความร้อนไปบ้างส่วนพุทราจีนก็ช่วยบำรุงชี่และเก๋ากี้ก็ช่วยบำรุงตับไต”

            หมอลู่พยักหน้าเบา ๆแล้วยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะยื่นกาน้ำใบนั้นให้เฟิงหลง

            “ท่านให้ไท่ฟูเหรินดื่มระหว่างรอต้มยาเถอะนางจะได้รู้สึกดีขึ้น”

            สายตาดุดันปนสงสัยของเฟิงหลงที่มองมาทำให้เธอชักหายใจไม่ออกและชักอยากออกจากที่นี่เต็มที่

            “เอ่อ...งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วไปก่อนนะ”เธอพูดจบก็ลากจื้อหลานออกจากเรือนชิงซินทันทีโดยที่ไม่รอให้ใครอนุญาต

            เธอเดินดุ่ม ๆไปจนถึงเรือนกลางโดยที่ไม่ยอมหยุดพักหายใจเลยแม้แต่น้อย

            “เฮ้อ...”เธอถอนหายใจออกมาทันทีที่หย่อนตัวนั่งลงบนตั่งยาวในห้องรับแขก

            ผู้ชายบ้านี่ ตาดุชะมัด

            “องค์หญิงเป็๲อะไรเ๽้าค่ะ”เสียงของจื้อหลานที่ดังข้าง ๆ ทำให้เธอสะดุ้งเบา ๆ จนเธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆติด ๆ กันหลายครั้งเพื่อเรียกสติกลับ

            แทนที่จะเสียเวลาคิดเ๹ื่๪๫หมอนั่นเธอเอาเวลาไปทำอย่างอื่นน่าจะมีประโยชน์ซะกว่า...

             

            “ไม่มีอะไรหรอก ไป!จื้อหลาน เราไปทำน้ำหอมให้เสร็จดีกว่า ข้าว่ากลิ่นนี้เข้าทีแหละเดี๋ยวเ๯้าต้องมาช่วยข้ากวนขี้ผึ้งทาผิวด้วยนะ”

            “โถ่เราเพิ่งทำไปเมื่อวันก่อนเองมิใช่หรือเ๽้าค่ะ”

            “ก็อันนั้นมันเหนียวไปวันนี้ข้าตั้งใจจะทำให้เนื้อเบาลงกว่าเดิม ไปเถอะเดี๋ยวถ้ามันเข้าที่แล้วข้าจะได้เอาไปให้เสด็จแม่กับพี่เหวินจิ้งลอง ถ้ามันดีเราจะได้ทำขายไง”

            “นี่ท่านจะเปิดร้านค้าจริงหรือเ๽้าค่ะ”จื้อหลานมองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

            “จริงซิข้าหมดเงินไปกับของพวกนี้ตั้งเยอะ ข้าก็ต้องถอนทุนคืนบ้างซิ ไปเถอะถ้าเ๯้ามัวแต่ชักช้า...งั้นข้าเรียกโม่เฉินมาทำแทนก็ได้”

            “เฮ้อ...ข้าน้อยทำเองเ๽้าค่ะ ขืนให้พี่โม่เฉินมาทำแทน เขาคงบ่นจนข้าน้อยจนหูชาแน่”

            “ฮ่าฮ่าฮ่างั้นก็อย่าบ่น ไปกวนขี้ผึ้งให้ข้าได้แล้ว”

             

            ใครจะคิดว่าความสงบสุขที่เธอพยายามรักษาเอาไว้จะจบลงเร็วขนาดนี้

            เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางเหลือบมองเฟิงหลงที่ยืนอยู่หน้าเรือนกลางด้วยความรู้สึกที่อยากจะเอาหัวพุ่งชนกำแพงเสียให้รู้แล้วรู้รอด

            เธอก็อุตส่าห์ดีใจว่าเขาลืมเธอไปแล้วแล้วทำไมถึงได้มาปรากฏตัวตอนดึกดื่นค่ำมืดขนาดนี้

            เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะมาค้างที่นี่ใช่ไหม

            แกไม่น่าเสนอหน้าไปให้เขาเห็นเล้ยไอ้อัญ แล้วที่นี่แกจะรับมือกับหมอนี่ยังไง?!


    *****************************

    ไรต์ Talk:

            เอาแล้วไง ยัยอัญญ่า เธอจะทำยังไงล่ะที่นี่