การรบกับเผ่าข่าครั้งนี้ทำให้พวกมันต้องล่าถอยเข้าป่าลึกด้วยเสียไพร่พลไปครึ่งหนึ่ง ไม่กล้ารุกรานชาวเมืองย่างอีกต่อไป ไพร่พลต่างไม่ยอมเอาชีวิตมาทิ้งกับฝีมือทหารกล้าหาญของเ้าอินกอง
ข่าวการสู้รบกับเผ่าข่าแพร่กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดินต่างเล่าขานถึงบารมีของเ้าอินกองที่นำกองทหารเข้มแข็งปราบศัตรูสิ้น เมื่อกลับเข้าเมืองย่างเ้าอินกองได้จัดพิธีศพกำลังไพร่พลที่สละชีวิตและขุนทหารองครักษ์คู่ใจทั้งสองอย่างสมเกียรติ
“ตอนที่พ่อข้าเ้าสิ้น ข้าเ้าอายุสี่ขวบปี อ้ายนุ่นห้าขวบปีท่านพ่อพญาจึงเลี้ยงเฮาสองคนดั่งลูกตัว เมื่อข้าเ้าอายุครบสิบสองปี จึงจัดพิธีลั่นขวัญแต่งตั้งฮื้อข้าเ้าและอ้ายนุ่นเป็ลูกเ้า มอบยศขุน แลท่านฮื้อปิ่นหลุกกับดาบในพิธีเป็จะอี้” เมื่อขุนฟองเล่าจบ สองสาวต่างสบตากันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ต่างคนต่างอึ้ง
หมวดสาวมีท่าทีคลางแคลงใจยังไม่ยอมเชื่อง่ายๆ จึงถามขุนฟองเพื่อตรวจสอบความจริง
“เ้าพญาภูคาครองราชย์ปีใดคะ” ขุนฟองทำหน้างง “ครองราชย์อะหยัง...เ้าอู้อะหยัง ครองราชย์คือครองนครแม่นก่” “เอ่อๆ ใช่ค่ะ” อิงอิ้งระล่ำระลักตอบ “พ่อท่านพญาสร้างบ้านแปงเมือง ขึ้นครองเมืองปีไทลื้อที่หกซาวแปด”
อิงอิ้งหันไปพูดกับเพื่อนรัก ”แก ปีแบบไทลื้อคืออะไร” จีมก้มหน้าพิมพ์ไปที่ Open AI ที่เธอใช้เป็ประจำ “ชั้นถาม AI ละปีไทลื้อคือจุลศักราช” เธอก้มหน้าค้นข้อมูลต่อ เมื่อได้ข้อมูลหันมามองอิงอิ้ง
“ยัยอิ้ง...ชั้นค้นเจอพญาภูคาครองราชย์จุลศักราชที่628 ตรงกับ พ.ศ. 1812” แล้วลดเสียงเบาลงกระซิบกับเพื่อนรักว่า“ถ้าเขาโกหกหรือเป็บ้าเขาจะตอบปีออกมาตรงเป๊ะได้ไงเธอ เขามีมือถือไม๊ละ แอบค้นข้อมูลสร้างเื่โกหกเรารึปล่าว” อิงอิ้งกระซิบกลับ “ไม่มีนะยัยจีม ชั้นให้ลูกน้องค้นตัวแล้ว ไม่เจออะไรเลยนอกจากดาบฝักทองคำ” ในขณะที่ขุนฟองขมวดคิ้ว สายตาเหมือนมีคำถามในใจว่าสองสาวกระซิบอะไรกัน
หมวดอิงอิ้งเริ่มยอมรับแต่ยังคงคาใจ “คุณ...เอ้ย...ท่านขุนฟอง ท่านมาที่นี่ได้ยังไงคะ”
“ข้าเ้าว่าเหตุจากดวงแก้วมณี ข้าเ้าอยู่ที่ถ้ำผาฆ้อง ถูกกองตะหานอ้ายนุ่น กะลังล้อมจับตัวเฮาสอง...ที่นี่คือที่ใด”
“จังหวัดน่านค่ะ อยู่ในประเทศไทย” เห็นชัดว่าหมวดอิงอิ้งพูดจามีหางเสียงมากขึ้น
“ประเทดไท คืออะหยัง...น่าน ใช่น้ำนันที่ไหลอยู่ทางใต้เมืองที่ข้าเ้าอยู่ก่” โชคดีที่สองสาวเรียนจบโบราณคดี จึงทราบว่าน้ำนัน คือแม่น้ำน่าน จีมจึงละล่ำละลักตอบด้วยไม่มั่นใจว่าควรใช้คำาาศัพท์อย่างไร “ใช่แล้วเ้าค่ะน้ำนัน คือแม่น้ำน่าน เมืองน่านตั้งชื่อตามแม่น้ำเ้าค่ะ”
เป็เื่เหลือเชื่อที่ขุนฟองมาจากอดีต หมวดอิงอิ้งรู้สึกสับสนจำต้องหยุดสอบสวน ปล่อยให้ขุนฟองนั่งในห้องสอบสวนลำพัง ใบหน้าแสดงความสงสัย ในใจคิดวุ่นวาย “เฮาอยู่ที่ใด ชื่อเมืองดั่งแม่น้ำนัน ผู้คนแต่งกายแปลกตา มีหลายสิ่งต่างๆ คล้ายสิ่งวิเศษนักอักขระอ่านบ่รู้ความ….ไอ้คำเ้าเป็จะใดพ่องเ้าบ่ได้อยู่ข้างเฮา เฮาสองจักปิ๊กไปช่วยพ่อท่านจะใด”
สองสาวออกมาคุยกันนอกห้อง “ยัยอิ้ง แกเชื่อไม๊นะ ชั้นดูซีรีย์เกาหลี พวกเดจาวูชั้นไม่คิดว่าเดินทางข้ามเวลาจะมีจริงได้”
อิงอิ้งพยักหน้าคล้อยตามเพื่อนรักโดยไม่มีข้อโต้แย้ง “ชั้นก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกนะจีม เราต้องหาทางพิสูจน์ให้ชัด แต่ชั้นไม่รู้จะพิสูจน์ยังไงนะ” ขณะพูดตาก็มองโทรศัพท์มือถือด้วยความเคยชิน เห็นคลิปจากกล้องวงจรปิดในพิพิธภัณฑ์ที่เปิดดูก่อนหน้าสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จึงฉุกใจคิด
“จีมเธอเห็นอักษรส.ผ.บนฝักดาบทองคำที่ค่อยๆ จางหายไปไม๊”
“ช่ายชั้นจำได้คือพระนามย่อของพระเ้าสุริยพงษ์ผริตเดชเ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย ก็ตอนที่เราทำสารนิพนธ์เราค้นเจอนะว่าพระองค์จะทรงสร้างสัญลักษณ์ไว้วัตถุโบราณที่เป็สมบัติตกทอดมาจากโบราณด้วยอักษรส.ผ....แล้วไงยะยัยอิ้ง”
อิงอิ้งระล่ำระลักตอบด้วยความดีใจ“ชั้นนึกออกแล้ว ถ้าขุนฟองถือดาบเดินทางข้ามเวลามา ดาบต้องไม่มีอักษร ส.ผ.เพราะสัญลักษณ์ถูกสร้างขึ้นในสมัยเ้าหลวงสุริยพงษ์ฯท่านคงเชื่อมอักษรกับฝักดาบเข้าด้วยกัน แล้วถ้าขุนฟองเป็โจร ดาบต้องมีอักษรย่อ เื่ที่เขาเล่ามาทั้งหมดก็เชื่อไม่ได้สิ งั้นเราไปดูดาบของขุนฟองที่ตำรวจอายัดไว้กัน”
สองสาวตรวจสอบดาบอย่างละเอียดก็ไม่พบอักษรย่อส.ผ. เมื่อเอามาเทียบกับรูปถ่ายวัตถุจากพิพิธภัณฑ์เหมือนกันทุกประการ
“แต่การเทียบกับภาพถ่ายอย่างเดียวมันไม่น่าจะพอนะจีมทำไงดี” “ใจเย็นจ้ายัยอิ้ง ค่อยๆ คิด”ภายในเสี้ยววินาที จีมเกิดความคิดขึ้นแวบ ”ยัยอิ้ง...ชั้นนึกออกแล้ว ลุงจั๊กของชั้นน่าจะช่วยได้นะ
จีมต่อสายโทรศัพท์มือถือหาดร.จักรินทร์ พงศ์หิรัญ คุณลุงผู้เป็พี่ชายของคุณพ่อของจีม ดร.จักรินทร์เป็อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
ครอบครัวพงศ์หิรัญเป็ชาวกรุงเทพ ดร.จักรินทร์หลงเสน่ห์เมืองน่านจึงมาตั้งรกรากที่นี่ ถือโอกาสมาสอนที่เชียงใหม่ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป จีมสอบบรรจุได้ที่เมืองน่านจึงเป็ความลงตัวที่หลานรักได้มาอยู่กับลุงจั๊ก
“สวัสดีค่ะลุงจั๊กขา นี่หลานสาวสุดที่รักของลุงนะคะ” ปลายสายอีกด้านได้ยินเสียงหลานสาวสุดที่รัก อดยิ้มกว้างไม่ได้ “ว่าไงจ๊ะหลานสาว มีไร วันนี้โทรหาลุงได้ฮึ นานๆ โทรหาลุงที มีเื่จะใช้งานลุงสิ”เสียงนุ่มลึกจงใจกวนหลานสาวด้วยความเอ็นดู “แหมลุงจั๊กรู้ทันจีมทู้กทีเลยค่ะ”
จีมจึงเล่าเื่ดาบของขุนฟองและการเดินทางข้ามเวลาของขุนฟอง ดร.จักรินทร์กลับไม่รู้สึกประหลาดใจนัก เพราะเขาจบปริญญาเอกสาขาควันตัมและนาโนฟิสิกส์ แต่อดกระตือรือร้นที่จะได้พบกับ ‘คนเดินทางข้ามเวลา’ ตัวเป็ๆ ไม่ได้ “ลุงอยู่เชียงใหม่ ขับรถกลับไปคงถึงตอนดึกมาก หนูไม่ต้องรอเจอลุงนะ พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยกัน แจกันที่บ้านนะสาวน้อย” ทิ้งท้ายด้วยคำทันสมัยหยอกหลานรัก
อิงอิ้งยังคงมีความกังวลกับความรับผิดชอบต่อความเป็อยู่ของชายปริศนา“ตำรวจไม่สามารถคุมตัวในห้องขังได้ เพราะเขาไม่มีความผิด ตรวจประวัติอาชญากรรมก็ไม่เจออะไรเลย จีม แล้วเราจะทำยังไงดีกับคุณขุนฟองดีจ๊ะ”
“เรา เหรอ..ไม่ใช่มั้ง...เธอต่างหากผู้หมวดอิงริศา55555” จีมหัวเราะออกมาเบาๆ จงใจหยอกเพื่อนรัก
“นี่ๆเธอจะเทกันเฉยเลยเหรอ ไหนว่าเป็เพื่อนรักกันไง....โอ้ย แล้วชั้นจะต้องทำไงกับคนข้ามเวลานะ”
หมวดสาวจริงต้องปรึกษาฝ่ายสืบสวนสอบสวนของสน. พันตำรวจตรีนริศ คงทอง ซึ่งนั่งทำงานในห้องร้อยตำรวจโทหญิงโค้งทำความเคารพ ก่อนเอ่ยปากด้วยความอึดอัดใจ “ท่านรองผู้กำกับคะ อิ้งจะทำอย่างไรกับผู้ต้องสงสัยคดีโจรกรรมวัตถุโบราณและคดีขัดขวางการจับกุมผู้ต้องสงสัยขนยาเสพติดดีคะ”
แม้หมวดอิงอิ้งจะไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของรองผู้กำกับฝ่ายสืบสวนสอบสวนโดยตรง เธอสังกัดปราบปรามยาเสพติดประจำภูมิภาคนี้ มีคำสั่งให้เธอฝังตัวในพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อปราบแก๊งค้ายารายใหญ่ จึงต้องประสานกับฝ่ายต่างๆ ในสน.
“ก็หมวดเป็คนจับผู้ต้องสงสัยรายนี้เองไม่ใช่เหรอ หมวดก็ต้องรับผิดชอบการควบคุมตัวสิ มีหลักฐานการทำความผิดรึเปล่าละ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงห้วนตาจ้องที่มือถือ ดูไม่สนใจหมวดอิงอิ้ง เธอััได้ถึงความไม่สนใจที่จะช่วยเหลือ รู้สึกอึดอัดจนคิดในใจ “นอกจากปัดความรับผิดชอบแล้วยังทำท่าไม่สนใจ กวนประสาทสิ้นดี”
อารมณ์หงุดหงิดก่อตัวพุ่งขึ้น จนแอบกัดริมฝีปากตนเบาๆฝืนพูดอย่างสุภาพให้เกียรตินายตำรวจที่มียศสูงกว่า “อิ้งทราบมาว่าโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑ์ หายโดยไร้ร่องรอย ตรวจสอบเบื้องต้นพบสมบัติส่วนตัวของผู้ต้องสงสัยมีลักษณะตรงกับวัตถุโบราณที่หายไปค่ะ”
“หมวดถือวิสาสะสอบสวนผู้ต้องสงสัยโดยไม่ขออนุญาตผมนะ แต่ไม่เป็ไรทำไปแล้ว ต้องขอบคุณนะที่เข้ามาช่วย จะทำไงต่อตัดสินใจได้เลย อย่าลืมบอกผมด้วยนะ ผมได้เวลาออกเวรพอดี” ท่านรองผู้กำกับคนโหดก็ลุกจากโต๊ะเดินออกจากห้อง ดูไม่สนใจใดๆ หมวดอิงอิ้งอ้าปากค้างพึมพำเบาๆ “อ้าวไหงงั้น โดนประชดแถมกัดซะจมเขี้ยวเลย เรากำลังจะชี้แจงว่าทำไมช้านต้องสอบปากคำก็ไม่อยากจะก้าวก่ายนะ ก็ผู้ต้องสงสัยสองคดีเป็คนเดียวกัน ทำไมท่านรองไม่ค่อยชอบหน้าเราเราทำอะไรให้นะ หรือผูกเวรกันมาแต่ชาติปางก่อน...เฮ้อ” หมวดคนสวยจึงตัดสินใจให้ขุนฟองนอนที่ สน.อีกคืน
เมื่อออกจากห้องทำงานของท่านรองผู้กำกับ จีมนั่งรออยู่บริเวณที่นั่งหน้า สน.“สรุปยังไงจ๊ะคนสวย” “ให้คุณขุนฟองห้องสอบสวนไปก่อนจ้า ยาวไปคืนนี้...เซ็งว่ะ คุณรองผู้กำกับ ทำไมเกลียดชั้นจัง” “คืนนี้สวดมนต์เสร็จเธอก็แผ่เมตตาให้เขาแล้วกัน ยัยอิ้ง..เราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันนี่ก็เย็นมากแล้ว”