ก่อนเช้าตรู่
ผู้เป็ฮูหยินต้องรีบกลับจวนให้ทันเวลาที่สาวใช้ของรองแม่ทัพจะนำยาสมุนไพรบำรุงร่างกายมาให้ดื่ม นางไม่ทันเห็นหรอกว่าหยางเสวี่ยเฟยออกไปั้แ่เมื่อใด
ทว่า เหออันเหลียนยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วเดินเข้ามาทักทายตามธรรมเนียม แม้จะไม่อยากนับว่าคนตรงหน้าเป็ฮูหยินเอกแต่ไม่อาจทำตามใจได้เพราะนางคือคนที่มาทีหลัง
เพียงเข้ามาอยู่จวนรองแม่ทัพแค่คืนเดียวกลับได้รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาห่างเหิน ผู้เป็สามีไม่หลับนอนกับภรรยานานมากแล้วจึงได้ใจ
เหออันเหลียนปรายตามองแล้วยิ้มมุมปากคิดในใจว่า ข้าจะทำให้เขาหลงรักข้าแต่เพียงผู้เดียว
“ฮูหยิน หลับสบายหรือไม่” นางเอ่ยเสียงหวาน ท่าทางเป็มิตรแตกต่างจากตอนก่อนแต่งงานที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่ารังเกียจบุตรสาวแม่ทัพใหญ่
“คืนวานอากาศดี ข้าจึงหลับลึกไม่รู้เื่อันใดเลย” มู่หรงเซียวตอบไปตามตรงเพราะเมื่อวานเหนื่อยทั้งวันจนตาแทบปิด พอได้ฟังเสียงกู่ฉินก็เผลอหลับไปในที่สุด
“ข้าก็หลับสบายดี ท่านพี่ดูแลข้าดีมาก” หญิงสาวเอ่ยกล่าวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ เขินอาย “แม้จะเป็ครั้งแรกแต่ท่านพี่ทำอย่างนุ่มนวล”
สีหน้าบุตรสาวแม่ทัพใหญ่เรียบเฉยคิดในใจว่า ฮูหยินรอง ข้าไม่ได้อยากรู้เื่ของเ้าเสียหน่อย เ้าเองก็คงต้องทำตามบทนางร้ายที่ไร้หัวคิดสินะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่ควรเอ่ยเื่พวกนี้กับใครแต่ก็ยังพูดให้ข้าฟัง หากข้าทำตัวโวยวายหึงหวงหยางเสวี่ยเฟยเมื่อใดก็คงเล่าให้ฟังทุกขั้นตอนหวังให้ข้าอกแตกตาย คนอย่างเ้าคงเห็นว่าเื่ห้องหอเป็เื่เดียวที่จะเอาชนะข้าได้กระมัง
นางรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นั่นก็เพราะในนิยายเขียนไว้ว่าหยางเสวี่ยเฟยไม่เคยร่วมเตียงกับเหออันเหลียนเลยสักครั้ง อีกฝ่ายมักทำทีเข้าไปในห้องนอนพร้อมหญิงสาวแต่ก็ทำเพียงแค่หลับสองสามชั่วยามโดยไม่แตะต้องตัวนางแล้วออกไปค่ายฝึกั้แ่ก่อนฟ้าสาง บางคราไม่กลับจวนสี่ห้าวันอ้างว่าติดภารกิจลับ
วันหยุดหนีหายไปหาเสิ่นอวี้หลานที่เรือนยา เที่ยวเล่นกับนางั้แ่เช้าจนมืดค่ำ ใคร ๆ ต่างเล่าลือว่าอีกไม่นาน เขาคงได้แต่งงานครั้งที่สามอย่างแน่นอน
มู่หรงเซียวคนเก่าได้แต่เก็บงำความรู้สึกเอาไว้ พยายามทำตัวให้เหมือนฮูหยินที่แสนใจกว้างแต่แท้จริงแล้วทุกข์ระทมที่เห็นเขาเป็เช่นนั้น
ในขณะที่เหออันเหลียนจะแสดงออกชัดเจนมากกว่าด้วยการร่วมมือกับองค์หญิงเยว่หลิงกลั่นแกล้งเสิ่นอวี้หลานในงานเลี้ยงของเชื้อพระวงศ์บ้าง ปล่อยข่าวลือว่านางเป็หญิงหลายใจที่ชอบยั่วยวนบุรุษบ้าง
หญิงสาวนึกถึงเื่ราวพวกนั้นแล้วได้แต่ถอนใจ เื่อื่นฉลาดนัก แต่พอเป็เื่ผู้หญิงกลับขลาดเขลาเสียอย่างนั้นเพราะหยางเสวี่ยเฟยจับไม่ได้ว่าผู้ใดเป็คนสร้างเื่พวกนั้น กว่าความจริงจะเผยออกมาก็ทำให้หญิงสาวร้องไห้เสียใจไปหลายหน
หยางเสวี่ยเฟย เ้าช่างไร้น้ำยาจริง ๆ เฮ้อ... แต่ก็ว่าอันใดมากไม่ได้ บทพระรองก็เป็เช่นนี้ บทพระเอกยิ่งแล้วใหญ่ ใช้ไม่ได้จริง ๆ
แต่ว่า... แม้เสิ่นอวี้หลานจะมีชีวิตรันทด สุดท้ายแล้วนางก็ได้สมหวังและมีคนรักอยู่เคียงข้าง ส่วนข้า... มู่หรงเซียว ข้าจะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง
รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นมา สีหน้าระรื่นสดใสเพราะนึกถึงแต่เื่สนุกที่กำลังจะได้ทำ หากแต่เหออันเหลียนมองนางด้วยความสมเพชคิดว่ากำลังยิ้มกลบเกลื่อนจึงได้ทีสุมไฟกระพือความรู้สึกร้อนรนใจเพราะอยากเห็นคนตรงหน้ากรีดร้อง
“ฮูหยิน ข้าได้ยินมาว่าร่างกายของเ้าไม่แข็งแรงทำให้มีบุตรยากใช่หรือไม่” น้ำเสียงนั้นราวกับห่วงใยแต่แววตามีความนัย “ท่านพี่พูดกับข้าว่าอยากมีบุตรสืบสกุลแต่ฮูหยินให้สิ่งนั้นไม่ได้จึงหวังกับข้าไว้มาก”
“อืม…” มู่หรงเซียวพยักหน้า อมยิ้มเล็กน้อยแต่แท้จริงกำลังกลั้นยิ้ม อยากหัวเราะลั่นเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินบทสนทนานี้ด้วยตัวเอง สมกับเป็นางร้าย จนป่านนี้แล้วยังไม่เลิกยั่วยุข้าอีก
“ข้าจะทำหน้าที่แทนฮูหยินเอง เ้าอย่าได้กังวลแล้วรักษาสุขภาพของตนเองเถิด” เหออันเหลียนมีเป้าหมายชัดเจน นางอยากแย่งตำแหน่งฮูหยินเอกมาจากอีกฝ่าย ถือธรรมเนียมว่าภรรยาที่ให้กำเนิดบุตรไม่ได้ ทั้งยังเป็ภรรยาที่สามีเกลียดชัง นานวันเข้าจะต้องถูกไล่ออกจากจวนอย่างแน่นอน
ดวงตามู่หรงเซียวเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำนั้นแอบยิ้มเ้าเล่ห์แล้วบอกว่า “เฮ้อ… อย่างที่เ้ารู้ ั้แ่ฟื้นมาครั้งนั้น ร่างกายของข้าอ่อนแอ สามวันดีสี่วันไข้ มีปัญหาเรื้อรังจนไม่อาจมีลูกให้เขาได้สมใจ เวลานี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ เช่นนี้ก็รู้สึกวิงเวียนหน้าเสียแล้ว วันข้างหน้าคงไม่มีแรงจัดการเื่ราวในจวนเหมือนอย่างเคย”
“…”
“ฮูหยินรองพูดเช่นนั้น ข้าจึงเบาใจ ขอรบกวนเ้าช่วยดูแลหน้าที่การงานในจวนแทนข้าด้วยได้หรือไม่”
“เอ๊ะ…” คนตรงหน้าสับสนเล็กน้อยแต่ก็รีบตอบรับในทันทีเพราะคิดว่าเป็โอกาสที่จะยึดเอาทุกอย่างมาเป็ของตนเองได้เร็วยิ่งขึ้น
หลังสนทนายามเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับเรือนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทำเอาบ่าวในเรือนโล่งอกเพราะนึกว่าจะเกิดศึกชิงรองแม่ทัพั้แ่เช้าเสียแล้ว
“ฮูหยิน” เวลานั้นเมิ่งเซียงยืนฟังเ้านายพูดคุยกับเหออันเหลียนอยู่เงียบ ๆ แต่สายตาเฝ้ามองนางด้วยความเป็ห่วง “ฮูหยินรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่เ้าคะ”
มู่หรงเซียวส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้ารู้ว่าเ้ากังวลเื่ใดแต่ข้าไม่เป็อะไรจริง ๆ”
“ข้าเห็นว่าฮูหยินส่งงานให้ฮูหยินรอง”
นางหัวเราะร่าแล้วตอบว่า “ข้าเพียงแค่อยากมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นแล้วไปเที่ยวเล่นให้หนำใจเสียมากกว่า อีกอย่างปล่อยให้นางได้ทำตามใจจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับข้า”
มู่หรงเซียวเพียงอยากรู้ว่าหากมอบหมายให้เหออันเหลียนได้ทำราวกับเป็ฮูหยินเอกจริง ๆ แล้ว นางยังคิดร้ายได้ลงคอหรือไม่
“แล้วเื่ร่างกายคุณหนูเล่าเ้าคะ” เมิ่งเซียงรู้ธรรมเนียมดีว่าหากนางตั้งครรภ์ไม่ได้จะเกิดผลเสียอย่างไรบ้างแต่พอเห็นสีหน้าที่ไร้กังวลกลับงุนงงแทนที่
“ข้ามีความลับจะบอกเ้า” มู่หรงเซียวกระซิบ “เ้าจะได้ช่วยข้าเลี้ยงลูกชายอย่างแน่นอน”
“ลูกชายหรือเ้าคะ ฮูหยินยอม… เอ่อ…”
สาวใช้คนสนิทไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นถามอย่างไร ก่อนหน้านี้เ้านายกินยาสมุนไพรไม่ให้ท้อง แต่เวลานี้กลับบอกว่าจะมีลูกชาย ความคิดสับสนจนทำตัวไม่ถูก
มู่หรงเซียวเลือกบอกเมิ่งเซียงเพียงแค่บางส่วน หยางหยางเกิดจากค่ำคืนเมามายที่หยางเสวี่ยเฟยข่มเหงนางเพราะความโกรธ แล้ววันต่อมาที่ฟื้นสติก็พร่ำพูดไม่ทะนุถนอมน้ำใจนาง
ข้าพลาดไปแล้ว ข้าไม่น่าแตะต้องตัวเ้าเลย
แต่ถึงแม้จะเป็เช่นนั้น พอรู้ว่าจะได้เจอกับหยางหยางที่เป็เหมือนแสงสว่างในชีวิตแล้วก็ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
“ข้าจะตั้งชื่อเขาว่าหยางเสวี่ยอิง แต่ข้าว่าเขาชอบให้ข้าเรียกว่าหยางหยางมากกว่า จะว่าไปแล้วอยากเจอเ้าเด็กคนนั้นเร็ว ๆ ยิ่งนัก” รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้างดงามราวกับรอคอยวันที่จะได้พบกับเด็กคนนั้นจริง ๆ
“ฮูหยิน สติหลุดลอยพร่ำเพ้อไปไกลแล้วหรือเ้าคะ”
เมิ่งเซียงได้ยินเช่นนั้นเป็ห่วงนางมากกว่าเดิม คิดว่าอาการป่วยทางใจเรื้อรังมาั้แ่ตอนที่หยางเสวี่ยเฟยเปลี่ยนไป ลากยาวมาจนถึงการแต่งงานครั้งที่สองกับคนที่เคยเป็ศัตรูหัวใจกัน ไม่นับรวมว่าเขาแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเสิ่นอวี้หลานอีก
“เ้านี่นะ ข้าเป็ถึงฮูหยินเอกของจวนสกุลหยาง อย่างไรก็ต้องมีลูกกับเขาอยู่แล้ว เอาไว้วันนั้นเ้าจะรู้เองแต่ว่าตอนนี้เ้ามีอะไรต้องทำก็ไปเถอะ เดี๋ยวสักพักข้าคงได้ดื่มยาสมุนไพรแล้วจะนอนพักสักงีบ ่สายเราค่อยออกไปข้างนอกกัน”
หลังจากเมิ่งเซียงออกไป สาวใช้ของหยางเสวี่ยเฟยก็นำสมุนไพรมาให้นางดื่มตามกิจวัตร สายตามองไปยังรอยแดงตรงต้นคอเรียว
“ฮูหยินรู้สึกไม่สบายหรือไม่เ้าคะ”
“ร่างกายข้าเป็อย่างไรเ้าก็รู้ดีไม่ใช่หรือ” หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นเพราะวันนี้มีคนทักนางเช่นนี้มาสองคนแล้ว
อีกฝ่ายชี้ไปที่รอยนั้นแล้วบอกว่า “ตรงนั้นคันหรือไม่ อาจจะเป็รอยยุงหรือแมลงกัด หวังว่าจะไม่ใช่เื่ร้ายแรง อืม... ข้าไปตามหมอให้ดีหรือไม่เ้าคะ”
“เดี๋ยวก่อน” มู่หรงเซียวห้ามเอาไว้แล้วหยิบคันฉ่องขึ้นมาส่องดูจึงได้เห็นรอยแดงที่คุ้นตาแต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็เป็ไปไม่ได้เพราะนางนอนที่หอราตรี
รอยแดงเป็จ้ำตรงจุดเดียวกันกับที่หยางเสวี่ยเฟยชอบทำเลย แต่ว่าข้าไม่ได้นอนกับเขาเสียหน่อยจะมีรอยนี้ได้อย่างไร
“…”
“ยุงกัดน่ะ ข้าลืมจุดกำยานก่อนนอน” นางไม่อยากคิดถึงคนคนนั้นจึงตัดบทแล้วหยิบถ้วยยามาดื่มหมดในรวดเดียวก่อนจะพักผ่อนตามลำพังอย่างที่ว่าเอาไว้ ปล่อยความคิดไม่เป็เื่ไป
หลังงานแต่งงาน มู่หรงเซียวไม่ค่อยได้เจอหยางเสวี่ยเฟยสักเท่าใดนัก ส่วนใหญ่มักได้เห็นตอนที่เขาอยู่กับเหออันเหลียนด้วยท่าทีสนิทสนม
ฮูหยินรองเองก็คอยจัดการงานทุกอย่าง สีหน้าชื่นบานแต่แววตาปิดไม่มิดดูก็รู้ว่าความสัมพันธ์กับหยางเสวี่ยเฟยไม่เป็อย่างที่หวังไว้เพราะรู้ว่าตัวเองไม่สามารถแทนที่คนในใจได้อยู่ดี
่เวลาค่ำคืนของรองแม่ทัพและฮูหยินรองดูห่างเหินกว่าที่ควรจะเป็จึงทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าเขาใกล้ชิดกับนางเพื่อทำให้ใครบางคนหึงหวง
คืนนี้ชายหนุ่มเข้าห้องนอนของนางแล้วทำเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“ท่านพี่” นางเอ่ยเรียกคนตรงหน้า ค่อย ๆ แกะเชือกมัดเอวแล้วขยับเข้าใกล้เพื่อทำหน้าที่บนเตียงให้สมกับเป็ภรรยา
ทว่า โดนปฏิเสธอย่างเคยเพราะหยางเสวี่ยเฟยบอกกับนางว่า “ขอโทษเ้าด้วยแต่ว่าวันนี้ข้าฝึกหนัก ร่างกายแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง มิหนำซ้ำพรุ่งนี้ยังต้องออกไปทำภารกิจแต่เช้าตรู่ เ้าอย่าเพิ่งโกรธหรือน้อยใจข้าไปเลย”
ในใจของเหออันเหลียนเดือดปุด ๆ เหมือนน้ำร้อน นางเก็บอาการไม่พอใจเอาไว้ เฮอะ ท่านพี่ก็แค่ไม่อยากร่วมหอกับข้า เหตุใดต้องอ้างไปเรื่อยเช่นนั้น
“ข้าจะโกรธท่านพี่ได้อย่างไร” นางเอ่ยสิ่งที่ตรงกันข้ามแล้วจำใจปล่อยคนตรงหน้าไปอีกหนึ่งคืน “ท่านพี่พักผ่อนเถอะ ข้าไม่รบกวน”
หากแต่คืนไหนที่รองแม่ทัพเข้าห้องนอนไปพร้อมนาง เช้าวันต่อมาหญิงสาวมักจะคุยโวว่าหยางเสวี่ยเฟยทำอย่างไรกับนางบ้างในค่ำคืนหฤหรรษ์แต่แค่มองดูก็รู้แล้วว่านางโป้ปด
“ท่านพี่แรงเยอะจนข้าแทบทนไม่ไหว…” นางเอ่ยด้วยสีหน้าระรื่น ตั้งใจทำให้ฮูหยินเอกอิจฉาตาร้อน
คนที่เหนือกว่าเพราะรู้เื่ราวทั้งหมดหรี่ตามองแวบหนึ่ง คิดในใจว่า เฮ้อ… เหออันเหลียน เ้าช่างไม่รู้เลยว่ายามที่เขาอยู่บนเตียงน่ะเหมือนสัตว์ป่าดุร้ายยิ่งนัก หากได้ใช้ค่ำคืนร่วมกันกับเขาจริง ๆ อย่างที่เ้าพูด หญิงสาวผอมแห้งเช่นเ้าคงไม่มีทางเดินเหินหน้าตาแจ่มใสเช่นนี้ได้หรอก
หยางเสวี่ยเฟยไม่มีทางยอมจบแค่ครั้งสองครั้งอย่างที่พูดเสียเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าแอบไปกินยาปลุกกำหนัดมาหรือไม่ถึงได้แรงดีไม่มีตก ตัวเ้าน่ะ… อย่างน้อย ๆ ก็คงเหนื่อยล้าจนนอนตื่นสาย แข้งขาไร้เรี่ยวแรง อย่างมากน่าจะจับไข้จนต้องเรียกหมอมาตรวจอาการอย่างที่ข้าเคยเจอต่างหาก
ดูสิ... ตรงคอเ้าไม่เห็นมีร่องรอยอะไรเลย เขาน่ะ… ไม่รู้ทำไมชอบทิ้งรอยแดงบนตัวยิ่งนัก ตื่นเช้ามาคราใด ข้านึกว่าตัวเองเป็โรคร้ายแรง ไม่เคยชินเลยสักวัน เ้าคิดจะโกหกทับถมข้าก็คงเร็วไปพันปี