6 1-2
ตอนที่10 กรรมใดใครก่อ
“วะ-ว่าไงนะ?”
กู่หวานหวานหลุดเสียงร้องลั่น สบถใสุดขีด และแทบจะในทันทีทันใด เธอเร่งก้าวฉับถอยหลังทันควัน
อีกทั้งยังกระแทกเสียงแข็งกร้าวประกาศท้าทายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ไม่มีวัน!”
“ฮ่าฮ่า”
พี่หลงไม่ตอบแต่หัวเราะอย่างเดียว พลันปรากฏกลุ่มชายหนุ่มจำนวนหนึ่งแทรกตัวออกมาจากตามตรอกซอกซอย ล้อมตีกรอบปิดกั้นทางเข้าออกทั้งหมดไว้
กู่หวานหวานหน้าซีดเผือดขวัญผวาสุดขีด เนื้อตัวสั่นกลัวเกินควบคุม
จู่ๆพี่หลงก็ะเิหัวเราะดังลั่น
“นี่เป็คำสั่งไม่ใช่คำถาม มีขนมปังชั้นเลิศวางอยู่ต่อหน้า จะให้ฉันพลาดชิมมันได้ยังไง จริงมั้ย? คิดจะทำการใหญ่ก็ต้องรู้จักเสียสละให้เป็นะครับคุณหนู ฮ่าฮ่า…”
มั่นใจได้เลยว่า ถึงแม้วันนี้เขาจะต้มยำทำแกงอะไรกับกู่หวานหวาน เธอก็จะไม่มีกล้าปากโป้งแจ้งตำรวจอย่างแน่นอน เหตุนี้ เขาจึงได้ใจกล้ากลืนยาขมพร้อมรุกใส่ขนาดนี้
มิฉะนั้นแล้ว แผนการชั่วร้ายทั้งหมดของเธอก็จะต้องถูกเปิดโปงด้วยเช่นกัน
กู่หวานหวานรู้สึกขมขื่นระทมใจเสียยิ่งกว่าอะไรดี เดิมทีเธอหมายมั่นวางแผนไว้ว่า จะให้ชายอันธพาลคนนี้ฉุดซูหนี่ไปข่มขืนในตรอกซอย และจังหวะเดียวกันนั้น เธอก็จะคอยถ่ายรูปเก็บไว้เป็หลักฐาน จากนั้นจะนำไปประจานให้ทั่วท้องถนนทั่วหมู่บ้านเลยทีเดียว แล้วจะขอดูหน่อยสิว่า นังนี่ยังจะกล้าทำตัวยะโสโอหังกับเธออยู่อีกหรือไม่!
ทว่าเธอกลับโยนหินไม่พ้นตัว กลับพลาดถูกะุลั่นใส่เท้าตัวเองซะนี่!
กู่หวานหวานใจเต้นระรัวไม่เป็จังหวะ ฝืนใจแข็งควบคุมเสียงที่สั่นเทาเอ่ยตอบกลับไปว่า
“ก็ได้ ฉะ-ฉัน…ฉันจะยอมนอนกับแกถ้างานนี้สำเร็จด้วยดี! แต่ถ้าพลาด ก็เตรียมกอดคอตายไปด้วยกันได้เลย!!”
เธอยังเชิดหน้าจ้องเขม็งใส่พี่หลงด้วยสายตาเ็า พ่นเสียงรอดผ่านไรฟันอย่างเจ็บแค้นอีกว่า
“ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ! ไอ้สารเลวเอ๊ย!”
ยิ่งได้ยินคำพูดของหญิงสาว พี่หลงก็ยิ่งะเิเสียงหัวเราะดังมากขึ้น
“ฮ่าฮ่า! ดี ดี! ผู้หญิงตึงไม้ตึงมือแบบนี้ล่ะ พี่ชอบนัก!!”
สิ้นคำพูดประโยคนั้น พี่หลงก็กระชากหมวกฟางปีกกว้างเหนือศีรษะของกู่หวานหวานโยนทิ้งไป เพราะ้าเชยชมใบหน้าอีกฝ่ายเต็มๆเป็ขวัญตา
พบเห็นความงามละเอียดอ่อนของอีกฝ่าย พี่หลงถึงกับยิ้มกรุ้มกริ่มชั่วร้าย
เธอสวยมาก
แต่เอ๊ะ? รู้สึกว่าสหายหญิงคนนี้หน้าตาคุ้นๆรึเปล่านะ?
ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า กู่หวานหวานยังพอมีชื่อเสียงอยู่บ้างในหยุนเฉิง
ทันใดนั้น พี่หลงคนนี้คล้ายอดกลั้นความกระหายอยากต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาจึงเค้นเสียงตวาดดุดันขึ้นทันที
“พี่ไม่ไหวแล้ว ขอมัดจำไว้ก่อนก็แล้วกันนะ!”
สิ้นเสียงพูดเท่านั้น ใบหน้าของกู่หวานหวานก็ซีดขาวราวกับผี ยังไม่ทันได้ยกไม้ยกมือขึ้นขวางขัดใดๆ ก็พลันถูกฝ่ายชายรุกหนักประกบริมฝีปากพร้อมกดจูบอย่างดูดดื่ม เสื้อผ้าอาภรณ์ทั่วเรือนร่างถูกพี่หลงปลดเปลื้องกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
บรรดาพี่น้องทั้งหลายตามตรอกซอกซอยต่างพากันหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
ช่องปากน้อยๆแสนนุ่มนิ่มที่กู่หวานหวานพยายามเม้มปิดกั้น พลันถูกฝ่ายชายบุกทะลวงสอดลิ้นเล่นพล่านอย่างซุกซน น้ำตาของหญิงสาวถึงกับเอ่อล้นออกมา ภายในใจมีแต่ความเกลียดชังอัดแน่นอยู่
น่าขยะแขยง! น่าขยะแขยงสิ้นดี!!
เมื่อใดที่เื่ทุกอย่างจบลง เธอจะต้องกลับมาฆ่าไอ้สวะพี่หลงนี่เป็รายแรกเลยคอยดู!!!
ตัดมายังอีกฝั่ง ซูหนี่รีบกลับเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ควานหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา เตรียมเขียนจดหมายแจ้งเหตุส่งตรงถึงกองพันโดยไม่ทิ้งท้ายระบุชื่อ
ซูหนี่จับปากกาขึ้นเตรียมบรรจงเขียน แต่ชั่วขณะพลันต้องหยุดคำนึงและสลับเปลี่ยนเขียนด้วยมือซ้ายที่ไม่ถนัดแทนเพื่อความรอบคอบ
เพียงไม่นาน จดหมายแจ้งเหตุฉบับหนึ่งก็เสร็จสมบูรณ์ ซูหนี่ยืดแขนจ้องมองจดหมายฉบับนั้นพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม
หึหึ…
กล้าวางแผนดับอนาคตฉันงั้นเหรอ เช่นนั้นก็เตรียมใจรับผลกรรมที่ตัวเองก่อขึ้นได้เลย!
จากเนื้อเื่เดิมนั้น กู่หวานหวานจำต้องเผชิญหน้ากับคนพาลที่คิดจะข่มขืนเธอแบบนี้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ ครั้งนั้นเธอมีห้วงมิติพื้นที่คอยช่วยเหลืออยู่ แตกต่างจากตอนนี้ที่ไร้ซึ่งตัวช่วยใดๆ…
ซูหนี่สอดจดหมายฉบับนั้นใส่ซองกระดาษ และปิดผนึกเตรียมนำส่งถึงมือนายทหารโดยตรงเพื่อให้รีบตรวจสอบ เพราะหากมัวแต่นำไปหย่อนใส่ตู้รับแจ้งปัญหา เกรงว่าทุกอย่างอาจจะสายเกินไป ถึงเวลานั้น กู่หวานหวานคงลอยนวลเป็ที่เรียบร้อย
ทันทีที่พุ่งตัวออกจากบ้าน เธอก็บังเอิญชนเข้ากับเซิ่งต้าอันอย่างจัง
เซิ่งเต๋าอันในวันนี้มาในชุดเครื่องแบบเต็มยศ สะพายกระติกน้ำทหารเหล็กสีเขียว ไหนจะยังกระเป้าเป้ใบโตที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้แบกสะพายอยู่บนหลัง
ใครจะไปคิดเล่าว่า เขาเพิ่งจะแอบคิดถึงระคนเป็ห่วงเล็กน้อยอยู่พอดี แต่ไม่ทันไรก็ได้พบเจอกันอีกแล้ว เซิ่งเต๋าอันรู้สึกตัวเบาเสมือนใจดวงนี้กำลังล่องลอย
พบเจอกันครั้งนี้ เซิ่งเต๋าอันเป็ฝ่ายรีบเอ่ยทักทายก่อน
“สหายซูจะรีบไปไหนกันล่ะ?”
เมื่อก้มศีรษะสำรวจมองจึงพบเข้ากับจดหมายปิดผนึกฉบับหนึ่งในมือของเธอ
ซูหนี่ใจนสะดุ้งเฮือกหนึ่ง รีบเร้นซ่อนจดหมายในมือเก็บไว้ด้านหลังโดยเร็ว
ฝ่ายหญิงสาวเขินอายจนหน้าแดงก่ำ ชี้ไม้ชี้มือไปสักแห่งหนหนึ่งเผยจุดหมายให้เซิ่งเต๋าอันได้รับทราบ
“เอ่อ…ก็ที่นั่นไง! ฉันกำลังมีธุระยุ่งอยู่พอดี! ต้องรีบไปที่นั่นก่อนมันจะปิด! ว่าแต่สหายเซิ่งเถอะ มาทำอะไรแถวนี้กันคะ?”
ได้ยินคำถามประโยคดังกล่าว เซิ่งเต๋าอันจึงปลดกระเป้าเป๋กลางหลังลงทันที จากนั้นจึงหยิบเอาตั๋วทรัพย์สินปึกหนาออกมายื่นส่งให้
“นี่เป็ตั๋วทรัพย์สินทั้งหมดที่นำโฉนดบ้านไปแลกเปลี่ยนมา มีตั๋วอาหารสามร้อยใบ ตั๋วขนมสิบใบ ตั๋วเสื้อผ้าห้าสิบใบ แล้วก็…เงินอีกสองร้อยหยวน”
พูดจบไม่ทันไร เขาก็เปิดกระเป๋าเป้กางออก หยิบข้าวของแต่ละชิ้นออกมาพร้อมแจกแจงให้ซูหนี่ฟัง
“นอกจากนี้ยังมีนมสดลังหนึ่ง ขนมอบกรอบ อาหารซองสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน ผมเตรียมไว้ให้พร้อมหมดแล้ว ออกเดินทางเมื่อไหร่ก็บอก ผมจะได้ขนข้าวของพวกนี้ไปส่งให้”
ซูหนี่ยืนตัวแข็งทื่อ อดกลืนน้ำลายลงคอเฮือกหนึ่งไม่ได้ เธอพูดยิ้มๆติดประหม่าว่า
“เอ่อ…สหายเซิ่งคะ คือบ้านโทรมๆหลังนั้นอย่างมากก็น่าจะขายได้สัก200หยวน ไม่น่า…จะสามารถแลกข้าวของได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้ไม่ใช่เหรอ?”
เซิ่งเต๋าอันไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้าก้มตายัดข้าวของเก็บใส่กระเป๋าเป้ดังเดิม พร้อมทั้งหยิบกาต้มน้ำใบหนึ่งออกมายัดใส่อ้อมแขนของซูหนี่ ปากก็เอ่ยบอกว่า
“อ่อใช่สิ เกือบลืมไปเลยว่ายังมีกาต้มน้ำด้วย ของใหม่แกะกล่องเพิ่งเบิกมาจากกรมเลยนะครับ ใช้งานได้ดีแน่นอน”
ซูหนี่ลดศีรษะก้มหน้าด้วยความรู้สึกสับสนไปหมด
ทันใดนั้นเอง เซิ่งเต๋าอันก็รุกใส่ขยับเข้าชิดใกล้กับเธอ เผยเสียงนุ่มลึกกระซิบข้างหูว่า
“สำหรับว่าที่ภรรยาในอนาคตของผม แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
ใบหูของซูหนี่แทบลุกเป็ไฟ ใบหน้าแดงร้อนฉ่าแทบะเิ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร น้ำเสียงของชายหนุ่มคนนี้ถึงได้ฟังดูนุ่มลึกเย้ายวนอย่างมาก อีกทั้งยังมีเสน่ห์เกินต้านทาน! ทำเอาใจดวงน้อยๆของเธอถึงกับสั่นระรัวเกินพรรณนา!!
ถึงแม้ชาติก่อนเธอจะได้ชื่อว่าเป็นักศึกษาหัวกระทิระดับแนวหน้าของประเทศ แต่เื่กินเที่ยวเกี้ยวผู้ชายเธอก็ไม่เป็สองรองใครเช่นกัน! เธอเคยพบปะผู้คนมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน แต่กลับต้องมาสะดุดม้าตายเพราะวายร้ายในนิยายนี่นะ?!
เสียชื่อชะมัด!
ยิ่งเป็จังหวะที่เซิ่งเต๋าอันเอื้อมมาจับมือเธอนั้น หญิงสาวก็ยิ่งขวยเขินจนตัวแทบจะบิด จนกระทั่งเขาคว้าซองจดหมายฉบับนั้นไปจากมือของเธอ…
อ้าว…